บุลินสะลึมสะลือ เผยอเปลือกตาขึ้นทีละน้อย ห้วงสมองมึนงง จับต้นชนปลายเรื่องราวไม่ถูก
เหลียวมองรอบกายถึงกับสะดุ้งเฮือก พบตนเองอยู่บนเรือเล็ก ลอยลำกลางมหานที เสื้อผ้า ร่างกาย ผมเผ้าซึ่งเดิมเปียกโชกแห้งสนิทแล้ว ไม่รู้ว่าสิ้นสติไปนานเท่าไหร่ ยิ่งไม่ทราบทำไมมาอยู่ที่นี่ได้ แล้วเขี้ยววายุไปอยู่เสียที่ไหน รัตติกาลยังคลุมรอบกาย สายลมเยือกกระโชกปะทะจนร่างสั่นสะท้าน
ความทรงจำสุดท้ายเลอะเลือนสับสน เหตุการณ์ต่างๆ พลันประดังเข้าในห้วงความคิดอีกครั้ง คำถามมากมายทยอยผุดขึ้นโดยไม่อาจหาคำตอบ จำได้เพียงเลาๆ ว่าจู่ๆ บังเกิดเปลวอัคคี คลุมรอบรถศึกของขุนพลเฒ่าอัฒฑ์กลางมหานที ไอระอุพุ่งปะทะแผดเผาแสบร้อนราวนั่งกลางกองเพลิง...ยามนั้นบังเกิดอะไรขึ้นกันแน่...
เพลานี้ เหลียวมองบนเรือพบชายหนุ่ม แต่งกายคล้ายลูกเรือของเฒ่าเวทิต และหญิงสาวผู้แอบขึ้นเรือ สลบไสลสิ้นสติทั้งคู่ ยามนี้ค่อยเห็นใบหน้าหญิงสาวถนัดชัด อายุนางควรใกล้เคียงกับตน ผมสีน้ำตาลเข้มประต้นคอ ขับเน้นวงหน้ากระจ่าง ผิวนั้นคล้ำกว่าชาวแคว้นบูรพประเทศทั่วไป รูปหน้าเรียวรีคล้ายเป็นชาวแคว้นปัจฉิมประเทศ แม้มิได้สะสวยงามล้ำ ทว่าใบหน้านั้นกลับน่าดูอย่างยิ่ง เห็นเพียงครั้งก็มิอาจลืมเลือน
อ่านเพิ่มเติม...
Published on October 14, 2013 23:56