Jump to ratings and reviews
Rate this book

Very Short Introductions #016

History: A Very Short Introduction

Rate this book
There are many stories we can tell about the past, and we are not, perhaps, as free as we might imagine in our choice of which stories to tell, or where those stories end. John Arnold's addition to Oxford's popular Very Short Introductions series is a stimulating essay about how people study and understand history. The book begins by inviting us to think about various questions provoked by our investigation of history, and then explores the ways in which these questions have been answered in the past. Such key concepts as causation, interpretation, and periodization are introduced by way of concrete examples of how historians work, thus giving the reader a sense of the excitement implicit in discovering the past--and ourselves.

The aim throughout A Very Short Introduction is to discuss theories of history in a general, pithy, and accessible manner, rather than delve into specific periods. This is a book that will appeal to all students and general readers with an interest in history or historiography.

About the
Oxford's Very Short Introductions series offers concise and original introductions to a wide range of subjects--from Islam to Sociology, Politics to Classics, Literary Theory to History, and Archaeology to the Bible. Not simply a textbook of definitions, each volume in this series provides trenchant and provocative--yet always balanced and complete--discussions of the central issues in a given discipline or field. Every Very Short Introduction gives a readable evolution of the subject in question, demonstrating how the subject has developed and how it has influenced society. Eventually, the series will encompass every major academic discipline, offering all students an accessible and abundant reference library. Whatever the area of study that one deems important or appealing, whatever the topic that fascinates the general reader, the Very Short Introductions series has a handy and affordable guide that will likely prove indispensable.

137 pages, Paperback

First published January 1, 2000

Loading...
Loading...

About the author

John H. Arnold

25 books16 followers
John Hugh Arnold (born 1969) is a British historian. Since 2016, he has been the Professor of Medieval History at the University of Cambridge. He previously worked at Birkbeck College, University of London, where he specialised in the study of medieval religious culture. He has also written widely on historiography and why history matters.

Born 28 November 1969, Arnold received his Bachelor of Arts degree in history and his Doctor of Philosophy degree in medieval studies from the University of York. He was professor of medieval history at Birkbeck College, University of London, from 2008. He joined the college as a lecturer in 2001. Before that he was a lecturer at the University of East Anglia. He is a member of the Social History Society and the Medieval Academy of America.

Arnold specialises in the study of medieval religious culture, saying that while he has never been a believer in any religion, "belief" has always fascinated him. In his work he asks "Why do people believe the things they believe? What does 'believing' really mean in practice?" Arnold has also written widely about historiography. In 2008 he wrote a policy paper, Why history matters - and why medieval history also matters, for History & Policy.

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
507 (22%)
4 stars
960 (43%)
3 stars
594 (26%)
2 stars
137 (6%)
1 star
33 (1%)
Displaying 1 - 2 of 2 reviews
Profile Image for Bookwalrus.
1 review
February 20, 2018
ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่หนังสือเล่มนี้ได้รับการตีพิมพ์อีกครั้งโดย สำนักพิมพ์อ่าน เพราะในบ้านเรานั้น พูดเฉพาะภาษาไทย แม้จะมีหนังสือประวัติศาสตร์วางขายอยู่มากมาย แต่หนังสือที่แนะนำลักษณะทั่ว ๆ ไป ของประวัติศาสตร์ในฐานะที่เป็น 'ศาสตร์' หรือวิชาการแขนงหนึ่งนั้นกลับมีอยู่น้อยนัก

ใน 'ประวัติศาสตร์ของประวัติศาสตร์' ซึ่งแปลมาจาก History: A Very Short Introduction ของสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยออกฟอร์ด ประเทศอังกฤษ (ชุดเดียวกับ ความรู้ฉบับพกพา ของสนพ. openworld นั่นแหละครับ) จอห์น เอช. อาร์โนลด์ บอกเล่าความเป็นมาของประวัติศาสตร์ในโลกตะวันตกว่า ในแต่ละยุค มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง ทั้งในแง่ประเด็นหลัก
หรือหัวข้อที่ต้องเน้นเมื่อนำเรื่องในอดีตมาพูดถึงใหม่ ความคิดเบื้องหลังและแนวการเขียนประวัติศาสตร์หลายรูปแบบ ตลอดจนการที่ประวัติศาสตร์ถูกใช้โดยใคร และเพื่ออะไร รวมถึงอธิบายวิธีการทำงานกับหลักฐานข้อมูล ตั้งแต่การค้นคว้า การครุ่นคิดตีความ การตั้งคำถาม การคาดคะเน การสนทนาวิวาทะกับข้อเสนอที่มีมาก่อนโดยนักประวัติศาสตร์คนอื่น ๆ ไปจนถึงการให้ความหมายของสิ่งที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ เขายังนำผู้อ่านเข้าไปสู่ข้อถกเถียงสำคัญ เช่น เส้นแบ่งระหว่างอดีตกับปัจจุบัน ความเป็นสาเหตุ ประวัติศาสตร์กับความจริง ฯลฯ ก่อนจะปิดท้ายด้วยเรื่องความสำคัญของประวัติศาสตร์

การแจกแจงประเด็นต่าง ๆ ตลอดจนข้อเสนอแนะทั้งหลายของผู้เขียนก็มีลักษณะเชื้อชวนให้คิดมากกว่านิยามตรง ๆ แบบให้ข้อมูลเฉย ๆ สมดังความ 'ตั้งใจให้เป็นหนังสือวิชาการที่ มีชีวิตชีวา' (จากบทเกริ่นนำและกิตติกรรมประกาศ) ในขณะเดียวกันก็ยังอยู่บนพื้นฐานของ สิ่งที่เคยเกิดขึ้น คือ เขาจะยกตัวอย่างเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ประกอบเสมอ อาจกล่าวได้ว่า ในหนังสือเล่มนี้ ผู้อ่านจะได้เห็นภาพคร่าว ๆ ว่านักประวัติศาสตร์คนหนึ่งทำงานอย่างไร

สำหรับในฉบับพิมพ์ครั้งที่สองนี้ อ. ไชยันต์ รัชชกูล ผู้ถอดความเป็นภาษาไทย ได้ทำการแก้ไขปรับปรุงสำนวนแปลให้ดีขึ้น ตลอดจนเพิ่มเติมเนื้อหาในส่วนของเชิงอรรถ ทำให้เข้าใจรายละเอียดของสิ่งที่ผู้แต่งกล่าวถึงได้ยิ่งกว่าเดิม ข้อน่าชื่นชมอีกประการหนึ่ง คือ มีการคงส่วนที่เป็นดัชนีไว้ ทำให้การกลับไปค้นหาสิ่งที่ต้องการเป็นเรื่องง่ายขึ้น ในขณะที่หลายสำนักพิมพ์ที่แปลงานทำนองนี้ เลือกที่จะตัดส่วนนี้ออกไป ซึ่งขัดใจคนอ่านยิ่งนัก

ผมอยากจะแนะนำให้เพื่อนนักอ่านได้ผ่านตากับหนังสือเล่มนี้จริง ๆ ครับ เพราะโดยทั่วไป เวลาเราอ่านประวัติศาสตร์ เราต้องการรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในอดีต แต่ 'อดีตโดยตัวมันเองไม่ได้เป็นเรื่องเล่า ทั้งหมดทั้งมวลของความเป็นอดีตนั้นไร้ระเบียบ ไม่ประสานสอดคล้อง และยังสลับซับซ้อนเฉกเช่นเดียวกับชีวิต ประวัติศาสตร์เป็นเรื่องของการทำให้สิ่งที่ยุ่งเหยิงเหล่านี้สามารถเป็นที่เข้าใจได้ ทั้งหาแบบแผน หรือสร้างแบบแผนและความหมาย รวมถึงเรื่องราวขึ้นจากความสับสนวุ่นวายนั้น' (หน้า 14) และในขณะเดียวกัน ''ประวัติศาสตร์' นั้นถูกใช้เป็นเครื่องมือของผู้เขียนงานประวัติศาสตร์' (หน้า 34)
เมื่อความเข้าใจอดีตของเราถูกสร้างผ่านประวัติศาสตร์ ดังนั้น การรู้ว่าประวัติศาสตร์โดยตัวมันเองทำงานอย่างไร
ย่อมจะช่วยให้เราทำความเข้าใจอดีตได้ดีขึ้นนั่นเอง


Profile Image for poom (wood) lertpinyowong.
12 reviews2 followers
April 29, 2026
อดีตตายตัว-ประวัติศาสตร์ไม่ตายตัว

เวลานี้ของเมื่อวานนี้คุณกำลังทำอะไรอยู่ เป็นคำถามง่าย ๆ ที่บางครั้งเราก็ตอบไม่ได้ ยิ่งเมื่อถามย้อนกลับไปเป็นเมื่อสัปดาห์ก่อน เดือนก่อน หรือปีก่อน หลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตของเราถูกลืมเลือนไป โดยตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ

ณ เวลาหนึ่งเมื่อคุณมองย้อนกลับไปในชีวิต คุณเห็นเรื่องราวในมุมหนึ่ง เช่นว่าถ้าตอนนั้นคุณเพิ่งทะเลาะกับแฟน คุณก็มองย้อนกลับไปเห็นแต่เรื่องแย่ ๆ แต่ในอีกวันหนึ่งเมื่อเลิกรากันไปแล้ว บางครั้งคุณอาจจะมองย้อนกลับไปแล้วนึกถึงวันเก่าครั้งรักยังหวานชื่น ดังนั้นถ้าคุณเขียนอัตชีวประวัติของตัวเองในช่วงเวลาที่ต่างกัน แม้แต่ประวัติของตัวคุณเองก็ยังกลายเป็นเรื่องราวสองฉบับที่ต่างกันโดยสิ้นเชิงได้

นั่นเพราะมีบางสิ่งที่คุณเลือกจะบันทึก บางสิ่งที่ถูกเลือกทิ้งไป บางสิ่งที่ลืมไป บางสิ่งที่มองไม่เห็นเพราะกรอบที่คุณใช้มอง ณ เวลาหนึ่ง ๆ ประวัติศาสตร์ก็ไม่ต่างกัน

ประวัติศาสตร์ในระดับโรงเรียนถูกสอนราวกับว่ามันเป็นความจริงที่ตายตัว เราถูกสอนให้ท่องจำเหตุการณ์เหล่านั้นมากเสียยิ่งกว่าถูกสอนให้ตั้งคำถามกับมัน เราดำรงอยู่ในโลกที่ถูกครอบงำโดยตรรกะของความเป็นสากล ความจริงแท้

เราคาดหวังให้ประเทศของเราพัฒนาให้ทัดเทียม "สากล" เราต้องการให้อะไร ๆ ต่าง ๆ เป็นเหมือนกับ "สากล" เรามองว่ามีความเป็นสากลอะไรบางอย่างในความเป็น "มนุษย์" คุณค่าบางอย่างที่มีอยู่ในคนทุกที่ ทุกเวลา

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีตอกย้ำตรรกะของความเป็นสากลนั้น ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์เป็นสิ่งที่เป็นสากล ทดสอบได้ทุกที่ ทุกเวลา ภายใต้ตัวแปรเดียวกัน

เมื่อเรามองกลับไปในประวัติศาสตร์ภายใต้ตรรกะของความเป็นสากลนี้ บ่อยครั้งเราจึงตกหลุมพลางของการทำความเข้าใจอดีต ภายใต้ตรรกะของความจริงหนึ่งเดียว เมื่อเราเจอเรื่องราวที่ย้อนแย้ง สิ่งแรกที่เราคิดคือเรื่องไหนกันแน่ที่เป็นเรื่องจริง เรื่องไหนกันแน่ที่โกหก แต่มันจำเป็นที่จะต้องเป็นแบบนั้นหรือไม่

"ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ชื่อของเขาคือยอดนักสืบโคนัน" น่าสนใจว่าบรรดาผู้อยู่ในเหตุการณ์ในคดีต่าง ๆ ของนิยายสืบสวน มักจะจำเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างแม่นยำ และข้อสรุปสุดท้ายของยอดนักสืบมักจะร้อยเรียงสอดรับกันอย่างเหลือเชื่อจนเราคาดไม่ถึง และสิ่งที่ดูเหมือนจะย้อนแย้งในตอนต้น สุดท้ายมักเป็นเพียงเพราะมุมมองที่ต่างกันของผู้อยู่ในเหตุการณ์

แต่เอาเข้าจริงแล้ว คนเราจำรายละเอียดได้ขนาดนั้นเลยหรือ บ่อยครั้งเราลืม บ่อยครั้งเราจำผิดและเชื่อว่าตัวเองจำถูก บ่อยครั้งเราจึงพูดสิ่งที่ผิดโดยที่ไม่ได้โกหกเสียด้วยซ้ำ เพราะนั่นมันเป็นความจริงของเรา ความจริงอย่างที่เราจำได้

ทุกวันนี้ที่ประวัติศาสตร์กระแสหลักถูกท้าทายและตั้งคำถาม บ่อยครั้งผู้ที่สนับสนุนประวัติศาสตร์กระแสรองก็มองว่าประวัติศาสตร์กระแสหลักเป็นเรื่องโกหก และกระแสรองของตนเป็นเรื่องถูก แต่มันจำเป็นที่จะต้องเป็นเช่นนั้นหรือ ความย้อนแย้งบางอย่างก็ไม่ได้จำเป็นต้องมีข้อสรุปว่าเรื่องไหนที่จริงหรือเรื่องไหนที่โกหกไม่ใช่หรือ

เรื่องย้อนแย้งเหล่านี้ต่างหากคือสิ่งที่น่าสนใจ ทำไมถึงมีคนกลุ่มนึงที่คิดและมองโลกเช่นนั้น ขณะที่อีกกลุ่มคิดและมองโลกในอีกแบบหนึ่ง การทำความเข้าใจความแตกต่างนี้ต่างหากที่ทำให้เราเข้าใจอดีตมากขึ้น เห็นภาพที่กว้างขึ้น ไม่ใช่การมองหาว่าเรื่องราวฉบับไหนที่จริงกว่ากัน

โลกทุกวันนี้พยายามไขว้คว้าความเป็นสากล ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันบางอย่าง ในขณะเดียวกันก็ย้ำกับเราว่าความหลากหลายเป็นสิ่งที่ดี คำถามคือสองสิ่งนี้จะดำเนินควบคู่กันไปได้อย่างไร

อันที่จริงแล้วไม่มีอะไรที่เป็นสากลอย่างแท้จริง ไม่แม้แต่วิทยาศาสตร์หรือคณิตศาสตร์ ไม่แม้แต่ความเป็น "มนุษย์" โลกของเราเต็มไป

โลกของเราเต็มไปด้วยความแตกต่างหลากหลายที่ไม่สามารถเข้าใจกันได้ บ่อยครั้งเมื่อคนตะวันตกพูดว่าทุกคนเท่าเทียมกัน เขากำลังหมายความว่าคุณที่ไม่ใช่คนตะวันตก ก็สามารถที่จะคิดอย่างคนตะวันตกได้ ดังนั้นคุณจึงเป็นคนเท่ากับคนตะวันตก อันที่จริงเราต่างก็พยายามไขว้คว้าความเป็น "สากล" ซึ่งก็คือความเป็นตะวันตกนั่นเอง

แต่นั่นมันไม่เท่ากับว่าเป็นการตอกย้ำความ "เหนือกว่า" ของความเป็นตะวันตกเช่นนั้นหรือ ที่สุดแล้วมันก็มีความไม่เท่ากันอยู่ในตรรกะแบบนี้อยู่ดี

สำหรับเราแล้วความเท่ากันคือความที่เราสามารถอยู่ร่วมกันโดยไม่ต้องเข้าใจ ไม่ต้องชอบอีกฝ่าย ไม่ต้องคาดหวังว่าอีกฝ่ายจะสามารถคิดเหมือนเรา แต่คือการที่มองว่าในความต่างนั้นไม่ได้มีของใครที่ถูกต้องหรือเหนือกว่า แต่ละชุดความคิดมันก็มีความหมาย มีคุณค่าในตัวของมัน

ประวัติศาสตร์ก็เช่นกัน แต่ละฉบับก็บันทึกเรื่องราวและมุมมองต่อเรื่องราวของผู้บันทึกเอาไว้ มันบอกเล่าอะไรต่าง ๆ มากกว่าที่ตัวอักษรบันทึกไว้อีกชั้นหนึ่ง ภายใต้ความย้อนแย้งแตกต่างนั้น

หนังสือ History: A Very Short Introduction (VSI) หรือชื่อฉบับภาษาไทยว่า ประวัติศาสตร์ของประวัติศาสตร์ คือหนังสือที่ชี้ให้เห็นว่าคุณค่าของการเรียนประวัติศาสตร์นั้นไม่ใช่เรื่องของการรู้ความจริงที่เกิดขึ้นในอดีต เพราะมันไม่อาจรู้ได้ แต่คือเรื่องของการตระหนักว่าการมองและทำความเข้าใจโลกมันไม่ได้มีแค่รูปแบบเดียว มันเต็มไปด้วยความแตกต่างหลากหลายที่ขึ้นกับเวลาและสถานที่ มันเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

แม้แต่การศึกษาและเขียนประวัติศาสตร์เองก็ยังเปลี่ยนแปลงไปตามกรอบความเข้าใจ อุดมการณ์ และแรงขับของผู้เขียนประวัติศาสตร์ตามแต่ละยุคสมัย คนในอนาคตอาจไม่ได้มองประวัติศาสตร์แบบที่เรามองทุกวันนี้ แต่มันก็ไม่ได้แปลว่ามันคือการพัฒนาไปสู่สิ่งที่ดีกว่าหรือจริงกว่า มันเป็นเพียงสิ่งที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา
Displaying 1 - 2 of 2 reviews