Jump to ratings and reviews
Rate this book

Notes from Underground

Rate this book
In 1864, just prior to the years in which he wrote his greatest novels — Crime and Punishment, The Idiot, The Possessed and The Brothers Karamazov — Fyodor Dostoyevsky (1821–1881) penned the darkly fascinating Notes from the Underground. Its nameless hero is a profoundly alienated individual in whose brooding self-analysis there is a search for the true and the good in a world of relative values and few absolutes. Moreover, the novel introduces themes — moral, religious, political and social — that dominated Dostoyevsky's later works. Notes from the Underground, then, aside from its own compelling qualities, offers readers an ideal introduction to the creative imagination, profundity and uncanny psychological penetration of one of the most influential novelists of the nineteenth century. Constance Garnett's authoritative translation is reprinted here, with a new introduction.

136 pages, Paperback

First published January 1, 1864

Loading...
Loading...

About the author

Fyodor Dostoevsky

3,711 books78.9k followers
Фёдор Михайлович Достоевский (Russian)

Works, such as the novels Crime and Punishment (1866), The Idiot (1869), and The Brothers Karamazov (1880), of Russian writer Feodor Mikhailovich Dostoyevsky or Dostoevski combine religious mysticism with profound psychological insight.

Very influential writings of Mikhail Mikhailovich Bakhtin included Problems of Dostoyevsky's Works (1929),

Fyodor Mikhailovich Dostoevsky composed short stories, essays, and journals. His literature explores humans in the troubled political, social, and spiritual atmospheres of 19th-century and engages with a variety of philosophies and themes. People most acclaimed his Demons(1872) .

Many literary critics rate him among the greatest authors of world literature and consider multiple books written by him to be highly influential masterpieces. They consider his Notes from Underground of the first existentialist literature. He is also well regarded as a philosopher and theologian.

See also:
Russian → Фёдор Михайлович Достоевский
French → Fédor Dostoïevski
French → Fiodor Dostoïevski
Spanish → Fiódor Dostoyevski
Portuguese → Fiódor Dostoiévski

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
108,956 (42%)
4 stars
97,762 (37%)
3 stars
40,702 (15%)
2 stars
8,809 (3%)
1 star
2,851 (1%)
Displaying 1 - 13 of 13 reviews
Profile Image for Suphap Duangsan.
141 reviews13 followers
August 21, 2018
“...เราคงไม่รู้ว่าจะอยู่ข้างไหนดี จะเชื่ออะไรดี จะรักจะเกลียดอะไรบ้าง จะนับถือ จะเหยียดหยามสิ่งใดบ้าง แต่เราจะรู้สึกว่าการเป็นคนจริง ๆ มีเลือดเนื้ออันเป็นของเราเองนั้นน่ะ ช่างเป็นภาระที่หนักหนาเสียเหลือเกิน เราอายที่จะเป็นคนจริง ๆ เราพากันคิดว่าการเป็นคนจริง ๆ น่ะน่าเกลียดน่าอาย จึงพยายามจะเป็นในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ นั่นคือ “คนที่มีทุกอย่างเหมือนกันหมด”

_______________________________

Notes From Underground
บันทึกจากใต้ถุนสังคม

ฟีโอดอร์ ดอสโตยเยียพสกี เขียน
ศ.ศุภศิลป์ แปล

สำนักพิมพ์ทับหนังสือ
_______________________________

วิชาความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับดอสโตยเยียพกี 101

ควรจะลงทะเบียนเรียน Notes From Underground เป็นวิชาแรกเพื่อศึกษางานเขียนขั้นแอดวานซ์อย่าง Crime and Punishment, The Idiot,The Possessed และ The Brothers Karamasov ของเขาต่อไปในอนาคตนะครับ

ถึงจะเป็นนิยายแต่เขาก็แทรกบทกึ่งๆ ความเรียงพูดกับคนอ่านโดยตรงผ่านความคิดของเขาในด้านสภาพสังคม,เศรษฐกิจและปรัชญาของรัสเซีย ซึ่งคาแรคเตอร์ตัวเอกแบบนี้แหละที่จะมาปรากฏอยู่ในงานเขียนของเขาเกือบทุกชิ้น นั่นคือคนนอกอมทุกข์ที่ต้องต่อสู้กับจิตใจตัวเองเพื่อจะได้มีที่ยืนในสังคม ซึ่งตัวเอกในบางเรื่องก็ทำได้ และในบางเรื่องก็พบจุดจบที่ตัวเองขุดหลุมฝังตัวเองไว้แล้วตั้งแต่ต้น

“บันทึกจากใต้ถุนสังคม” เปรียบเสมือนเราซื้อตั๋วนั่งดูดอสโตยเยียพสกีเดี่ยวทอล์คโชว์ให้เราฟังแบบตัวต่อตัว ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการตั้งคำถามต่อคนอ่านแต่เขาก็ไม่ได้เสนอทางออกให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม

ถึงตอนนี้ผมว่าคนที่จะอ่านงานของดอสโตยเยียพสกีได้พอเข้าใจ คงต้องเป็นคนอมทุกข์ระดับหนึ่งทีเดียวถึงจะซึมซับงานเขียนของเขาได้มากกว่าเพียงจะลองอ่านเพียงแค่ผิวเผิน
Profile Image for Thanawat.
442 reviews
December 28, 2018
นี่เป็นบันทึกของคนที่มาจากใต้ถุนของสังคม ใต้ถุนที่ไม่ต้องใส่ใจหรือสนใจว่าใครจะคิดยังไง เป็นบันทึกของคนที่เพี้ยนสุดขอบ แสดงออกทางอารมณ์และความคิดอย่างสุดโต่ง โดยไม่ต้องอั้นไว้หรือใส่หน้ากากทั้งทางสังคม และทางศีลธรรม
ดอสโตยเยียฟสกี้อาจจะอยากเป็นอย่างนี้
เราทุกคนอาจจะอยากเป็นอย่างนี้สักครั้ง

ช่วงแรกๆ (บรรพหนึ่ง) อ่านแล้วงงมาก เหมือนอ่านบันทึกของคนเพี้ยน ที่ไม่อยู่กับร่องกับรอย จับแก่นสารอะไรไม่ได้เลย เพราะคนเพี้ยนคนนั้นปฏิสัมพันธ์กับตัวเองล้วนๆ
พอเข้าช่วงที่สอง (บรรพสอง) คนเพี้ยนจากใต้ถุนสังคมคนนั้น มีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น แต่คราวนี้ เหมือนกับต้องต่อสู้กับภายในจิตใจตัวเองไปด้วย บางครั้งก็ปลดปล่อยออกมาเต็มที่ บางครั้งก็กักไว้ด้วยความทุกข์

อ่านๆ ไปก็อึดอัดจนสงสัยว่าดอสโตยเยียฟสกี้จะต้องมีชีวิตอย่างไรกัน ถึงเขียนบันทึกจากใต้ถุนสังคมออกมาได้อย่างนี้
Profile Image for John  Thaiter.
41 reviews3 followers
March 19, 2024
เป็นเรื่องราวจากบันทึกของชายคนหนึ่ง ผู้ซึ่งป่วย ตามที่เขาบอกกล่าว อีกทั้งย้อนแย้ง และตัดขาดจากสังคมโดยสิ้นเชิง บันทึกในรูปแบบคล้ายคำสารภาพที่สับสน วกวน และเข้าใจยาก

โดยบันทึกนี้มีสองส่วน ส่วนแรก(ห้องใต้ถุน) ส่วนนี้คือการสำรวจโลกภายในจิตใจ(เพียวๆ)ของพี่แก เป็นส่วนที่วิจารณ์ตัวเองในจริตของสังคม และวิจารณ์สังคมตามจริตของตัวเอง ด้วยความที่เล่าจากผู้เล่าซึ่งมีความป่วย เลยดูเหมือนการพูดกับตัวเอง เถียงกับตัวเองเป็นส่วนใหญ่

ส่วนที่สอง(เรื่องราวของหิมะฝน) ส่วนนี้เป็นการเล่าในช่วงวัยหนุ่ม ซึ่งเป็นเรื่องก่อนหน้าที่เขาจะขาดผึงลงท้ายกลายมาเป็นแบบนี้ ส่วนนี้ก็วิจารณ์สังคมในทั้งสังคมผู้ดี และสังคมคนชั้นล่างได้ค่อนข้างเจ็บแสบ

ชายใต้ถุนสังคมคนนี้น่าจะเป็นตัวแทนของ ด้านมืดของสังคมในยุคนั้น และเป็นส่วนที่เกลียดชังสังคมอย่างแท้จริง โดยรวม ยังคงชอบสไตล์การเขียนของ ดอสโตเยฟสกี ทั้งวิธีการพาสำรวจโลกภายใน และการเล่าเรื่อง (4/5)
Profile Image for Erk.
606 reviews73 followers
May 28, 2023
ท่านใดก็ได้โปรดบอกข้าพเจ้าที ว่า Crime and Punishment อ่านง่ายกว่าเล่มนี้ (จะเป็นพระคุณอย่างสูงทีเดียว)

ครั้งแรกกับงานเขียน ของเจ้าพ่อวรรณกรรมรัสเซียดอสโตเยฟสกีคนนี้ ที่จริงรู้สึกว่ามันก็ไม่ได้อ่านยาก(มาก)นะ ยังอยู่ในระดับที่อ่านแล้วยังรู้เรื่องรู้ความอยู่ แต่คงจะไม่ค่อยตรงจริตเรานัก แบบว่ารสชาติมันเฝื่อน ๆ ลิ้น จนลองถุยออกมา แล้วลองใหม่เรื่อย ๆ ก็พบว่ารสชาติอาจจะแปลกพิศดารหน่อย แต่ก็ไม่ถึงกับแย่ (อันนี้เปรียบเทียบเฉย ๆ นะ ไม่ได้ลองเคี้ยวหนังสือจริง แฮ่!)
Profile Image for Temchit Chuariyakul.
22 reviews6 followers
January 11, 2023
บันทึกจากใต้ถุนสังคม (Notes from Underground) - Fyodor Dostoyevsky, เขียน; ศ.ศุภศิลป์, แปล

--- การเป็นมนุษย์ที่บรรลุถึงความสุขในสังคมสมัยใหม่ ไม่ได้ง่ายแบบ 2×2 = 4 ---

ดอสโตเยฟสกี้เปิดเผยเรื่องของชายอายุ 40 ปี ผู้อาศัยอยู่ในห้องใต้ถุน เขาเขียนบันทึกด้วยประโยคว่า "ผมเป็นคนป่วย...เจ้าคิดเจ้าแค้น ไม่มีเสน่ห์ ผมคิดว่าตับของผมเป็นพิษ อันที่จริง ผมเจ็บป่วยเป็นอะไรผมก็ไม่รู้... ผมไม่เคยไปหาหมอทั้งที่ก็เลื่อมใสในยารักษาโรคและแพทย์..." - บรรพ 1, บันทึก 1.

นี่คือคำอธิบายที่พอจะสรุปภาพรวมถึงเรื่องราวที่จะดำเนินตามมาของหนังสือเล่มเล็ก ๆ นี้ได้ตลอดทั้งเล่ม... ชายคนนี้ แม้จะเป็นคนที่มีความคิดความอ่าน มองโลกได้อย่างลึกซึ้ง เคยเป็นชายหนุ่มที่ลุ่มลึกในความโรแมนติก (Romanticism) แต่เขาก็ "ป่วย" หรือ "พัง" อันเนื่องจากความแปลกแยกต่อมนุษย์ผู้อื่นในสังคม ในอดีต เขาพยายามหาคำตอบ (ในบรรพ 2) ว่า ชีวิต ความรัก ความสวยงาม และความสูงส่งทางศีลธรรม เรื่องธรรมดาสามัญของมนุษยชาติเหล่านี้คืออะไร ? และชายคนนี้ก็เริ่มวิพากษ์วิจารณ์ต่อแนวความคิดประโยชน์นิยม ซึ่งเฟื่องฟูมาถึงรัสเซียในศตวรรษที่ 19

แม้จะพูดถึงความเป็นอิสระ และความมุ่งมาดปรารถนาของมนุษย์ แต่ดอสโตเยฟสกี้ไม่ได้ให้คำอธิบายหรือวิธีการที่มนุษย์จะดื่มด่ำต่อความปราถนาและความเป็นอิสระ เหมือนอย่างนักคิดฝ่าย Existentialism มุ่งอธิบาย ในงานชิ้นนี้เขาให้คุณค่าต่อความเป็นอิสระของมนุษย์เหนือผลประโยชน์ใด ๆ เพราะการเป็นมนุษย์นั้น ไม่ใช่แค่การหาคำตอบว่า 2×2 เป็น 4 เพราะมนุษย์มีศักยภาพในการคิด ในการกำหนดทางเดินสู่จุดหมายอันแตกต่างกันไปของแต่ละคน ดังนั้น การใช้ตรรกะแบบคณิตศาสตร์หรือแสวงหาจุดมุ่งหมายหรือผลลัพธ์สุดท้ายของมนุษย์ อย่างที่พวกประโยชน์นิยม (utilitarianism) พากันให้ค่านักหนา ที่แม้เสแสร้งทำเป็นไม่เห็น ไม่รู้จักแม้จะเดินกระทบไหล่กัน กลืนกลายเป็นเพียงหนึ่งในฝูงชน ท้ายที่สุดแล้วช่างไร้สาระไม่ต่างอะไรกับการหาคำตอบว่า 2×2 เป็น 4

"มนุษย์พร้อมที่จะกระทำเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์หลักอันเป็นผลประโยชน์ที่สูงสุดในบรรดาผลประโยชน์ทั้งหลายและมีค่าต่อเขายิ่งกว่าสิ่งอื่นใด แม้ว่าการกระทำอย่างนั้นจะขัดกับสิ่งที่ดีและมีประโยชน์" - บรรพ 1, บันทึก 7.

"ความปรารถนาของคนเราน่ะไม่สามารถจำแนกไว้ในกลุ่มผลประโยชน์ประเภทใด มันมักจะทำให้ระบบเหตุผลและทฤษฎีต่าง ๆ พังครืนได้โดยง่าย... สิ่งที่มนุษย์ต้องการเป็นเพียงความปรารถนาอันเป็นอิสระของตนเอง ไม่ว่าความเป็นอิสระนั้นจะได้มาด้วยการสูญเสียมากมายเพียงใด ไม่ว่าความเป็นอิสระนั้นจะนำพาเขาไปที่ใดก็ตาม นรกเท่านั้นที่รู้ว่าความมุ่งมาดปรารถนานี้คืออะไร" - บรรพ 1, บันทึก 7.

"จุดมุ่งหมายของมนุษย์ไม่ใช่อะไรอื่น นอกจากต้องการพิสูจน์ตัวเองทุกขณะว่าเขาเป็นคน ไม่ใช่ลิ้นเสียงของออร์แกน!" - บรรพ 1, บันทึก 8.

หากบรรพที่ 1 ให้ภาพนามธรรมของความแปลกแยกของมนุษย์สมัยใหม่ ในบรรพที่ 2 ก็เป็นภาพเชิงประจักษ์ที่ทำให้เห็นความลักลั่น ปฏิปักษ์ต่อความสัมพันธ์ของชายใต้ถุนในวัย 24 ปี กับผู้คนที่เขาข้องเกี่ยว แม้เขาจะไม่ได้มีเงินมากพอ หรือรู้จักเพื่อนสมัยเด็กมากนัก แต่ด้วยความกระหายจะเป็นส่วนหนึ่งของมนุษยชาติ ชายใต้ถุนยืนกรานแกว่งเท้าหาเสี้ยนไปร่วมเลี้ยงอำลานายทหารผู้เป็นสหายเก่าที่โฮเต็ลหรู ภายใต้ความเจ็บแค้นที่ถูกทิ้งให้อับอาย ไม่ได้รับความยอมรับเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอย่างเท่าเทียม เขาดูหมิ่นสหายเก่าอย่างเปิดเผย ว่ารังเกียจพฤติกรรมอย่างนายทหาร พวกสำบัดสำนวน เกลียดคำสัปดล แต่ขณะเดียวกันกลับหยิ่งยโสและคาดคั้นให้สหายเหล่านี้ตอบรับมิตรภาพอันสูงส่งของเขา หลังออกจากโฮเต็ลด้วยความมึนเมาระคนแค้นชายใต้ถุนมาถึงโรงโสเภณี เขาพยายามยกเรื่องศีลธรรม ยกภาพอนาคตอันเลวร้ายที่รออยู่เพื่อเกลี้ยกล่อม "ลิซ่า" โสเภณีที่เขาพบ ให้เธอเลิกใช้เรือนร่างหากิน และกล่าวถึงความรักโรแมนติกที่เธอควรจะได้รับ ท้ายที่สุด เมื่อกลับถึงที่พัก ชายใต้ถุนในวัยหนุ่มยังพาลเอาความเจ็บแค้นทั้งหลายไปลงที่ "อะพอลล็อน" คนรับใช้ ว่ามองตนอย่างหยิ่งผยองแกมเยาะหยัน ไม่ได้เคารพนับถือตนในฐานะผู้ว่าจ้าง และมีปากเสียงกัน เมื่อลิซ่ามาปรากฏตัวต่อหน้าเขาในห้องพัก เธอแสดงออกว่าสงสารเขาจับใจ ชายใต้ถุนกลับดูหมิ่นศักดิ์ศรีหล่อนอย่างเหลือร้ายด้วยการให้เงินหลังเสร็จสมจากกิจ

ภาพอันประจักษ์ถึงความลักลั่นน่าสะอิดสะเอียนเหล่านี้ จะหมายถึงอะไรเล่า หากไม่ใช่เพื่อเป็นประจักษ์พยานต่อแนวคิดของ "ชายใต้ถุน" ที่แม้จวบจนวัย 40 เขาจะยืนยันว่าตัวเองป่วย แต่ความเจ็บป่วยที่ทำให้เขาทุกข์ทรมานนี้ กลับทำให้เขาเข้าใกล้ความเป็นมนุษย์ที่แท้จริงเสียยิ่งกว่า เพราะความเจ็บปวดทุรนทุรายนั้นให้ความรู้สึกที่จริงแท้มากกว่าความสุข และผลประโยชน์เพียงประเดี๋ยวประด๋าว

"เสียงครางของคนปวดฟันแสดงถึงรสชาติที่ได้รับจากความเจ็บปวด ถ้าเขาไม่รู้สึกดื่มด่ำ เขาจะไม่ร้องครางออกมาหรอก... เสียงครางยังแสดงว่าคุณตระหนักในความไร้จุดหมายของความเจ็บปวดที่น่าละอาย แสดงถึงการที่คุณยอมรับกระบวนการต่อเนื่องของธรรมชาติซึ่งคุณย่อมไม่อินังขังขอบต่อมันแม้แต่น้อย" - บรรพ 1, บันทึก 4.
Profile Image for Milky P. Cawai.
89 reviews3 followers
February 6, 2022
บันทึกจากใต้ถุนสังคม/Fyodor Dostoyevsky

ถ้าคำสารภาพของตอลสตอยคือการเข้าใจพระเจ้า ของดอสโตเยฟสกีก็คงเป็นการเข้าใจปีศาจในตัวเอง บันทึกเป็นการบรรยายความรู้สึกของคนอับจนที่พยายามเยียวยาและทำลายตัวเองไปพร้อมๆกัน การกระทำที่ย้อนแย้งเฉือดเฉือนเหยียบหยามผู้อื่นเพราะความเจ็บปวดของตัวเองแต่ก็โหยหาความรักการยอมรับจากผู้คนและสังคม โดดเดี่ยวตัวเองดิ้นรนบนความคิดกล่าวโทษ ชำแหละมุมมืดออกมาโปรยให้เห็นว่ามนุษย์แท้จริงแล้วอ่อนแอเพียงใด
หัวก็จะปวดหน่อยๆ ตับไตก็จะพังนิดๆ พึ่งจะรู้จักดอสโตเยฟสกีเมื่อต้นปีที่แล้วจากรักของผู้ยากไร้ จากนั้นก็ปลูกถ่ายตับไตกันมาตลอดออกไม่ได้ บ้าบอแท้ๆ
Profile Image for Woraphol Thawornwaranon.
87 reviews31 followers
February 21, 2023
บันทึกของชายอินโทรเวิร์ตขี้เหงา (?) บันทึกเขียนขึ้นในห้องใต้ถุนแต่วิธีเขียนยังเหมือนสมมติว่าตัวเองคุยกับผู้อ่านทั้งเรื่อง แบบนี้มันต้องโหยหาการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนขนาดไหนกันนะ

บรรพแรกของงานไม่มีเนื้อเรื่อง เป็นแต่เพียงการโต้แย้งแนวคิดที่ว่าเหตุผลจะนำมนุษย์ไปสู่ยูโทเปีย ถ้ามนุษย์มีเหตุผล เขาจะมองเห็นว่าอะไรเป็นประโยชน์สูงสุดกับตน นั่นคือการทำสิ่งที่ดีและถูกต้อง พอสังคมดี มันก็จะให้ผลดีสูงสุดกับมนุษย์ ยังไงก็ตามถ้าทุกคนปฏิบัติตัวเป็นแบบแผนกันหมด สามารถคาดเดาได้ตั้งแต่คนคนหนึ่งเกิดมาว่าคนคนนั้นจะทำอะไรเป็นลำดับขั้น เจตจำนงเสรีมันก็หายไปน่ะสิ ตรงนี้คือข้อโต้แย้งของคุณดอสโตเยฟสกี เขาไม่เชื่อมั่นในนิสัยของมนุษย์ ในบางทีมนุษย์อาจไม่ได้ต้องการสิ่งที่ดีต่อตัวเอง และบางทีมนุษย์อาจต้องการสิ่งเลวร้ายต่อตัวเองก็เพียงเพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองมีเสรีภาพเท่านั้น

เราชอบบรรพแรกของนิยายค่อนข้างมาก อ่านการสำแดงความคิดที่ออกจะวิปลาสได้อย่างเพลิดเพลิน แต่บรรพสองนี่เราดันรู้สึกว่าดอสโตเยฟสกีพยายามเกินไปหน่อยกับการให้ชายในห้องใต้ถุนเลือกทางแห่งการทำลายล้างตัวเองจนสุดโต่งเพื่อสนับสนุนแนวคิดในบรรพแรก ถึงตัวละครมันจะมีความลังเลใจให้เห็น แต่เราก็ยังไม่เชื่ออยู่ดีว่าสุดท้ายไอ้เจ้าความแค้นเคืองจะทำให้คนคนหนึ่งผลักไสความสุขที่มาอยู่ตรงหน้าออกไปได้แบบนั้นง่ายๆ
Profile Image for Ronn.
46 reviews1 follower
April 16, 2023
ที่เคยได้ยินมาว่างานของดอสโตเยฟสกีอ่านยาก ในตอนแรกๆก็ไม่ค่อยเชื่อ พอได้มาลองอ่านจริงๆแล้วก็พบว่ามันอ่านยากจริงด้วย
บันทึกจากใต้ถุนสังคม เป็นแนวการเขียนแบบคำสารภาพ โดยจะแบ่งออกเป็น 2 บรรพ

บรรพที่ 1 : เป็นเหมือนความเรียงปรัชญาของดอสโตเยฟสกีผ่านคนจากใต้ถุน เขาบอกเล่าแนวคิดของเขาเกี่ยวกับ free will โดยโต้แย้งกับลัทธิประโยชน์นิยมที่การเลือกกระทำใดๆถูกคำนวณจากประโยชน์สูงสุดหรือโทษน้อยสุด ดอสโตเยฟสกีตั้งคำถามว่าการที่มนุษย์เลือกทำตามหลักการนี้ตามหลักเหตุผลและประโยชน์ แล้วเราจะมี free will ได้อย่างไรกัน
บรรพที่ 2 : คนจากใต้ถุนเล่าเรื่องของตัวเองในตอนสมัยหนุ่มๆ เขาได้ไปงานเลี้ยงอำลาเพื่อนนายทหารที่มีแต่คนยกหาง เขาไปงานนี้ทั้งๆที่ไม่อยากไปด้วยซ้ำ เขาแค่ต้องการพิสูจน์ว่าข้านี่แหละเป็นอิสระ ข้าเลือกได้แม้กระทั่งสิ่งที่ตนเองไม่อยากทำ

งานเขียนของดอสโตเยฟสกีมีความจริงจังสูงมาก การอ่านงานของเขาจะทำให้ชวนคิดอยู่ตลอดเวลา อย่างน้อยๆก็จะได้อะไรกลับไปให้คิดบ้าง
Profile Image for fisherman’s f.
45 reviews5 followers
May 16, 2024
บ้าคลั่ง
บรรพหนึ่งคือบันทึกภายในใจของคนใต้ถุน
นำไปสู่บรรพสองคือสถานการที่เขาได้เจอ
ฟัค Dostoyevsky สุดยอดสุดๆ กลิ่นอาย Taxi Driver ได้ไปเต็มๆ แต่คนละทางนะ คล้ายนิดๆและดีทั้งคู่
ชอบความพร่ำเพ้อ(เจ้อ)ของตัวละครเอกมากเว่อร์ แบบมากกกกก สุดกว่า White Night อีก5555555555 คือนอกจากการเขียนบันทึกคล้ายสารภาพความในใจที่แม่งละเอียดสุดล้ำลึกซึ้งจนอ่านซ้ำได้อีกหลายรอบชัวร์ๆแล้ว คือแอคชั่นตัวละครมันโอเวอร์ได้น่าสนใจจนบันเทิงเอามากๆ บรรพสองนี่อ่านพลิกหน้าให้ไม่หยุดรวดเดียวจบจนอยากคารวะให้ บูชาๆๆๆๆๆ ตัวละครมันไต่เต้าอารมณ์และแอคชั่นจาก1ไปถึง10 แล้วเริ่มต้นใหม่วนไปได้บ้าามากกก
Profile Image for Natalie.
14 reviews1 follower
December 7, 2024
ตาดอฟทำผมร้องไห้ฮรือออ ;-; เป็นหนังสือที่เรียกว่า ชำแหละจิตใจและความเป็นมนุษย์​ได้อย่างลึกซึ้งสุด ๆ เสมือนตัวเรามานั่งฟังตาดอฟมา Talk Show ผ่านบันทึกของชายสมมติคนหนึ่งที่มีความแปลกแยกจากบรรทัดฐาน​สังคม ทว่ามันก็สะท้อนถึงความเทาของจิตใจมนุษย์ย่อมมีในทุก ๆ สังคม
Profile Image for Jessada Karnjana.
602 reviews10 followers
April 16, 2022
ผมเป็นคนป่วย เจ้าคิดเจ้าแค้น ไม่มีเสน่ห์
Profile Image for Yanisa Lertsirimunkong.
113 reviews1 follower
March 1, 2024
ไม่ใช่สไตล์ เข้าใจยาก แต่ก็ทำให้ตกตะกอนได้หลายเรื่องเหมือนกัน unnamed narrator คนนี้อาจเป็นคนทั่วไปในสังคมและก็อาจจะเป็นเสี้ยวหนึ่งในตัวผู้อ่านก็ได้

อาจจะเป็นเพราะ underground man related กับเรามากเกินไปด้วยทำให้ไม่ค่อยชอบงานนี้เท่าไร เราอาจจะกลัวว่าวันหนึ่งเราจะกลายไปเป็นแบบเขา
26 reviews
November 21, 2024
เป็นครั้งแรกที่ได้อ่านหนังสือสไตล์นี้ ถึงแม้จะเคยเห็นการเล่าเรื่องที่พาเราไปอยู่ในหัวตัวละครตั้งแต่ต้นจนจบมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ต้องยอมรับว่าไม่มีครั้งไหนที่จะได้มาอยู่กับตัวละครที่มีความพิเศษขนาดนี้ และแม้ว่าหากเราเจอคนแบบนี้ในโลกความจริง เราคงจะรู้สึกว่าเป็นคนแปลกประหลาดที่ไม่น่ายุ่งด้วย เป็นคนที่เหมือนอยู่ในอีกโลกหนึ่ง แต่การอ่านหนังสือเล่มนี้กลับทำให้เราได้เห็นและเข้าใจคนแบบนี้มากขึ้น จนหลายๆ ครั้งก็รู้สึกว่าเราเคยตกอยู่ในที่นั่งเดียวกับตัวละครนี้มาก่อน แม้อาจจะไม่สุดโต่งเท่านี้ และไอความสุดโต่งนี้แหละที่ทำให้เรื่องราวมันน่าสนใจ เพราะในโลกความจริงมันยากที่จะได้สัมผัสประสบการณ์ที่สุดโต่งขนาดนี้ จนแอบอธิบายไม่ถูกเหมือนกัน เพราะถ้าหากเล่าเผินๆ อาจดูเหมือนว่ามันเป็นเรื่องเกินจริง แต่พอได้อ่านในรายละเอียดจริงๆ จะพบว่าไอความเกินจริงนั้นมันช่างดูสมจริงซะเหลือเกิน

หนังสือแบ่งเป็นพาร์ทใหญ่ได้สองพาร์ท ยอมรับว่าในช่วงพาร์ทแรกค่อนข้างมีหลายจุดที่ตามไม่ทันหรือไม่เข้าใจ แม้ว่าจะพยายามหยุดอ่านซ้ำช้าๆ หลายรอบแล้วก็ตาม แต่พอถึงพาร์ทสองและไปเรื่อยๆ ก็เริ่มลื่นไหลมากขึ้น และสนุกมากขึ้นด้วย โดยรวมแล้วรู้สึกเปิดโลกดี มีหลายๆ มุมมองที่ไม่คิดว่าจะเล่าด้วยวิธีแบบนี้ได้
Displaying 1 - 13 of 13 reviews