Jump to ratings and reviews
Rate this book

Contempt

Rate this book
Contempt is a brilliant and unsettling work by one of the revolutionary masters of modern European literature. All the qualities for which Alberto Moravia is justly famous ~~ his cool clarity of expression, his exacting attention to psychological complexity and social pretension, his still-striking openness about sex—are evident in this story of a failing marriage. Contempt (which was to inspire Jean-Luc Godard’s no-less-celebrated film) is an unflinching examination of desperation and self-deception in the emotional vacuum of modern consumer society.

251 pages, Paperback

First published January 1, 1954

Loading...
Loading...

About the author

Alberto Moravia

527 books1,283 followers
Alberto Moravia, born Alberto Pincherle, was one of the leading Italian novelists of the twentieth century whose novels explore matters of modern sexuality, social alienation, and existentialism. He was also a journalist, playwright, essayist and film critic.
Moravia was an atheist, his writing was marked by its factual, cold, precise style, often depicting the malaise of the bourgeoisie, underpinned by high social and cultural awareness. Moravia believed that writers must, if they were to represent reality, assume a moral position, a clearly conceived political, social, and philosophical attitude, but also that, ultimately, "A writer survives in spite of his beliefs".

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
1,972 (31%)
4 stars
2,546 (40%)
3 stars
1,381 (21%)
2 stars
320 (5%)
1 star
87 (1%)
Displaying 1 - 9 of 9 reviews
Profile Image for Woraphol Thawornwaranon.
87 reviews31 followers
February 11, 2020
โมลแตนีเป็นตัวเอกที่เราทั้งรักและชัง ทั้งสมเพชทั้งสงสาร เพราะด้วยความเย่อหยิ่งและหลงตน เขาจึงติดอยู่ในกับดักความเป็นปัญญาชนของตัวเอง หนำซ้ำต่อให้เขาจะสังเกตหรือตีความพฤติกรรมของภรรยาละเอียดสักเพียงไหน อุดมคติซึ่งเขายึดมั่นจนแน่นก็มีแต่ทำให้เขามองเห็นเพียงความไม่สอดคล้องในปริศนาของความรู้สึกที่กลับตาลปัตร — ความรักที่กลายเป็นความหยามเหยียด — ทั้งๆ ที่ตัวแปรมันก็อยู่ต่อหน้า

‘หยามเหยียด’ เป็นนิยายที่เอาเข้าจริงคือพล็อตบางเบามาก เรื่องราวเริ่มจากวันที่โมลแตนีรับงานจากบัตติสตาจนถึงวันสุดท้ายที่เขาทำงานนี้ แต่ความหนาของมันเกิดขึ้นจากวิธีการเขียนของโมราเวีย ที่ย่อหน้าต่อย่อหน้ามักเป็นความเห็นซึ่งโมลแตนีมีต่อเมียเป็นหลัก ดังนั้นเองเสาค้ำอันเป็นเสน่ห์ของหนังสือมันเลยอยู่ที่โมลแตนีคนเดียว เราต้องยอมรับนับถือจากใจคือคุณโมราเวียสร้างคาแร็คเตอร์ตัวนี้ได้มหัศจรรย์มาก เขาทั้งน่าเห็นใจและน่าหมั่นไส้ ปราดเปรื่องลึกซึ้งในเรื่องวรรณกรรมแต่กลับมองใครไม่ขาดเลยไม่เว้นแม้แต่ตัวเอง แถมในขณะที่วางท่าเป็นปัญญาชนผู้มีสายตาแห่งความเข้าใจ หลายครั้งเขาก็ตัดสินคนอย่างมักง่ายจนต้องมาแปลกใจเองภายหลัง ซึ่งมันก็ทำให้งานที่น่าจะทื่อมะลื่อและน่าเบื่อได้ง่ายๆ กลายเป็นงานแสนขื่นอย่างไม่น่าเชื่อ และยังขื่นขึ้นเรื่อยๆ จนเข้าขั้นร้าวรานในตอนท้าย
Profile Image for Klin กลินท์.
230 reviews15 followers
Read
May 18, 2020
เราไม่อาจตัดสินความรู้สึกของใครได้จากความรู้สึกของเรา
เราไม่อาจเข้าถึงใจของใครได้เท่ากับการเข้าถึงใจของเราเอง
ด้วยเหตุนี้
เราจึงมักนิยามความหมายของ ‘ความรัก’ จากมุมมองของเราเสมอ

เพเนโลพี ยูลิสซิส โมลแตนี เอมิเลีย
: อ่านหนังสือรักในเดือนรัก นิยามความรักของคุณคืออะไร ?

“ฉันไม่รักคุณแล้ว ฉันไม่มีอะไรจะพูดอีก”
“ทำไมล่ะ...คุณเคยรักผมไม่ใช่หรือ”
“ใช่ ฉันเคยรักคุณ...รักมาก...แต่ตอนนี้ฉันไม่รักคุณแล้ว”
“คุณ เคยรักผมมากเหรอ”
“ใช่ รักมาก แต่ตอนนี้ไม่เหลือแล้ว”
“เพราะอะไรล่ะ จะต้องมีเหตุผลสิ”
“ก็คงจะมี...แต่ฉันบอกไม่ถูก...รู้แต่ว่าฉันไม่รักคุณแล้ว” ,หน้า 123

หยามเหยียด IL DISPREZZO ของ ALBERTO MORAVIA อัลแบร์โต โมราเวีย แปลโดย นันธวรรณ์ ชาญประเสริฐ
ดำดิ่งลงไปในความไม่มั่นคง ความไม่คงเส้นคงวาของมนุษย์โดยเฉพาะภายในจิตใจของตนเอง จากความเบ่งบานของความรักจนพังทลายลงไปภายในจิตใจของตนเอง ส่องความรักลงไปเข้าใจภายในของตนเอง ชะตากรรมความรักของใครก็ของคนนั้น

อ่านหมายเลข ๕/๒๕๖๐ ลองหาอ่านดูครับ #หยามเหยียด #ILDISPREZZO #ALBERTOMORAVIA #อัลแบร์โตโมราเวีย #นันธวรรณ์ชาญประเสริฐ #อ่าน #อ่านแล้วอ่านเล่า #BooksBAR #ณอ่านTheReaderTheKlinLibrary #AtTheReader #กลินท์แลนด์ #KlinLand
Profile Image for Erk.
606 reviews72 followers
February 17, 2022
“ผมแสลงใจกับคำพูดของเธอ ช่างเหี้ยมเกรียมนักในความจริงใจนั้น
ผมคิดว่าผมคงสะดุ้งคล้ายถูกแทง อดไม่ได้ที่จะร้องออกไปอย่างขุ่นเคือง
...ทำไมคุณถึงพูดจากับผมอย่างนี้ ผมไปทำอะไรให้คุณ ทำไมคุณถึงเกลียดผมนัก...”


บันทึกคำบอกเล่าของชายคนหนึ่ง จะเรียกได้ว่าถ่ายทอดประสบการณ์วิกฤติชีวิตคู่ก็ว่าได้ ที่ความรักความสัมพันธ์ระหว่างเขาและภรรยามาถึงจุดร้าวฉาน และเขาพยายามจะหาว่าเพราะเหตุใด

เมื่ออ่านจบก็ยังไม่ชัดเจนเท่าใดนักว่ามันเพราะอะไรกันแน่ ด้วยเป็นการเล่าผ่านมุมมองของผู้ชายเท่านั้น ตัวละครเอมิเลียผู้เป็นภรรยา เราก็ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเธอคิดและรู้สึกอย่างไร

หงุดหงิดขณะอ่านเพราะทั้งสองไม่พูดกันตรงๆ อีกคนถาม (แบบจี้จะเอาให้ได้) ส่วนอีกคนบ่ายเบี่ยงไม่พูด และการกระทำของริคคาร์โด ที่บางครั้งก็น่าเห็นใจแต่ก็ชวนบีบคอด้วยเหมือนกัน

ไม่แปลกใจหากโมราเวียสามารถถ่ายทอดได้ดีถึงเพียงนี้ เพราะเขาได้ประสบการณ์ตรงมาจากชีวิตคู่ระหว่างเขากับภรรยาคนแรก เขายอมรับว่าบ่อยครั้งเขาไม่เข้าใจเธอ เขารักเธอมาก แต่บางครั้งก็เกลียดมาก เกลียดจนอยากจะฆ่าให้ตายดีกว่าแยกทางกัน แต่โชคดีที่เขาไม่ได้ฆ่า เพียงแยกทางกับเธอเท่านั้น 🤨

โดยรวมแล้วกึ่งชอบกึ่งเฉย แต่ให้เพิ่มอีกดาวไปเลยสำหรับตอนจบของเรื่อง...
Profile Image for Nitthita.
60 reviews21 followers
September 14, 2014
อ่านสนุกครับ คงเป็นเพราะผมชอบน้ำเสียงในการเล่าและวิธีการเขียนแบบนี้คือ เขียนแบบมองย้อนกลับไปพินิจพิจารณาการกระทำและเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ผ่านมาในอดีต แล้วตั้งข้อสังเกต/ข้อสมมุติฐานกับตัวเองไปเรื่อย ๆ จะเพื่อสร้างคำอธิบาย หรือเพื่อสร้างเรื่องเล่าอะไรก็ว่ากันไป

ในเรื่องนี้ "ผม" (ริคคาร์โด โมลแตนี) พยายามจะตอบคำถามหลาย ๆ อย่างที่รบกวนจิตใจ เริ่มจากที่วันหนึ่งเขารู้สึกว่าภรรยา (เอมิเลีย) เริ่มมีท่าทีเย็นชาหมางเมินจนเขารู้สึกว่าเธอไม่รักเขาแล้ว เมื่อได้คำตอบว่ามันเป็นอย่างนั้นจริง เขาก็พยายามค้นหาต่อไปอีกว่าสาเหตุอันใดหนอที่ทำให้ภรรยาซึ่งรักใคร่อยู่กินกันมานานสองปีถึงได้หมดรักลงง่าย ๆ แบบนี้ ซึ่งเขาจะไม่อาจสงบจิตสงบใจได้เลยหากไม่รู้สาเหตุของมัน

เขายอมทิ้งความฝันเรื่องการเป็นนักเขียนบทละคร มารับจ้างเขียนบทภาพยนตร์ซึ่งเขาชิงชังรังเกียจมัน เพื่อหาเงินผ่อนอพาร์ตเมนต์ ผ่อนรถ ก็เพราะอยากให้เธอมีความสุข ให้เธอเชื่อมั่นในตัวเขา วางใจในตัวเขา และเพราะมีเธอเป็นความหวังเป็นกำลังใจอยู่เบื้องหลัง เขาจึงอดทนทำงานที่ตัวเองรังเกียจมาได้จนถึงทุกวันนี้ แต่ก็นั่นแหละ พอรับรู้ความจริงว่าจู่ ๆ เธอก็หมดรักในตัวเขาและความสัมพันธ์มาถึงทางตัน เรี่ยวแรงพลังชีวิตที่มีก็หดหายไปพร้อม ๆ กับโครงการความฝันที่หยุดชะงักไว้กลางคัน

แต่ยิ่งเขาค้นหา ก็ยิ่งสับสนในวังวนความคิดของตัวเอง เมื่อไม่รู้ว่าอะไรคือสาเหตุของความผิดพลาดในความสัมพันธ์ ก็ยิ่งหัวเสีย สติแตก ปล่อยให้ความงี่เง่าร้อนรนค่อย ๆ ต้อนตัวเองเข้าสู่ทางตัน

ขณะที่อ่านไปก็รู้สึกรำคาญมันอยู่ไม่น้อยว่าถ้ามึงนิ่งกว่านี้ สุขุมกว่านี้ ค่อย ๆ ปรับความเข้าใจกันไป ไม่ลนลานสติแตกจนทำให้อะไรต่าง ๆ แย่ลงกว่าเดิมแบบนี้ คงจะมีหวังกู้คืนความสัมพันธ์กลับมาได้บ้าง และถ้าเป็นไปได้ ก็ควรจะหยุดขุดค้นขุดคุ้ยหาสาเหตุจากเรื่องนั้นเรื่องนี้แบบคิดเองเออเองไว้สักพักก็ดี เพราะยิ่งทำตัวเป็นเสมือนนักสัญศาสตร์ในเรื่องที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเหมือนพาตัวเองเข้าสู่หายนะเร็วขึ้นเท่านั้น

อดหมั่นไส้ตัวเอกไม่ได้ตรงที่มัน (พยายามจะ) มองตัวเองเป็นอารยชน เป็นปัญญาชนเสียเต็มประดา ในขณะเดียวกันก็สร้างภาพภรรยาว่าเป็นคนที่การศึกษาต่ำ คิดและสื่อสารความคิดในเชิงเหตุผลไม่ค่อยเป็น แต่ก็ดูราวกับว่าในความเป็นปัญญาชน ในกระบวนการคิดวิเคราะห์ ตั้งคำถาม ตั้งข้อสังเกตุอย่างเป็นเหตุเป็นผลในของตัวเอกนี่แหละ ที่พามันมาสู่ทางตันแบบไม่รู้ตัว (พฤติกรรมแบบที่ถ้าใช้คำของคุนเดอราก็ต้องบอกว่า "เป็นปัญญาชนมากเกินไป") ซึ่งตรงนี้ก็ดูเสียดเย้ยดี

อีกประเด็นคือ ที่ภรรยามันไม่ยอมตอบมันอย่างตรงไปตรงมาซะทีว่าอะไรที่ทำให้เธอไม่รักมัน รังเกียจเหยียดหยามมัน หลังจากที่มันคาดคั้นเอาคำตอบอยู่หลายครั้ง นอกจากเรื่องที่ว่าเธอเองก็ไม่รู้สาเหตุแน่ชัดเหมือนกันแล้ว ผมคิดว่าเรื่องนี้เข้าใจได้ไม่ยากคือ การคาดคั้นแบบนี้มันเหมือนกับบังคับให้คนเรายอมรับว่าตัวเองไม่มีเหตุผลหรือไม่เข้าใจเหตุผลในสิ่งที่ตัวเองรังเกียจน่ะครับ (ซึ่งตัวเอกมันก็บอกเองว่าภรรยามันอยากรังเกียจมัน เหยียดหยามมัน จึงไม่ยอมเข้าใจอะไรเพื่อจะได้ตาสว่างซะที) มิพักต้องเอ่ยถึงว่าพอเธอพูดอะไรออกไป ตัวเอกมันก็แทบจะรอไล่ต้อนให้จนมุมอยู่แล้ว เพื่อจะได้สรุปสาเหตุของความหมางใจซะที ผลก็เลยออกมาเป็นความหงุดหงิดรำคาญใจทุกครั้งไปที่ถูกถามเรื่องนี้ ซึ่งก็ยิ่งซ้ำเติมความระหองระแหงเข้าไปอีก
Profile Image for Nakwan sriaru.
81 reviews23 followers
April 13, 2022
เมื่อเราเป็นเป้าของการเหยียดหยาม เราคงรู้สึกเจ็บปวด และคงเจ็บปวดอย่างยิ่ง เมื่อมันเป็นการหยามเหยียดจากคนรัก แล้วในการกระเสือกกระสนพิสูจน์ตนเองก็ช่างน่าสมเพชเวทนา
เพราะการพิสูจน์นั้น หาใช่การกระทำไม่ แต่เป็นเพียงโวหารของผู้ที่มีคลังคำกว้างใหญ่ไพศาล (ตัวเอกของเรื่องเป็นนักเขียน เขาใฝ่ฝันจะเขียนบทละครเลอค่า ปัจจุบันทำได้เพียงเขียนบทหนังกระจอกๆ แต่ได้เงินดี) และแน่นอนว่าโดยลึกแล้วเขา'เหยียดหยาม'ผู้ที่หยามเหยียดตัวเขา ว่าด้อยปัญญา หล่อนจึงเขลาและเข้าใจผิดว่าเขาน่ารังเกียจในเรื่องต่างๆ นานา (ซึ่งเขาไม่ยอมรับ)
เพราะฉะนั้นเขาจึงเชื่ออย่างสุดจิตสุดใจว่าหากใช้ความคิด ขบคิดตามถ้อยอรรถาธิบายของเขาแล้วไซร้ จักมองเห็นเขาในมุมใหม่ ---แล้วเธอจะกลับมารักฉันดังเดิม
ซึ่งตลกมาก.. แต่อ่านไปอ่านไป เจ้านักเขียนใจเปราะ ถ้าจะยึดติดกับ 'อุดมคติ' เนี่ย อาจจะไม่ต้องเขียนก็ได้นะ แค่ 'ใช้ชีวิต' แบบอุดมคติ ก็พอมั้ง?

—-

13 เมษายน 2022


หนังสือบางเล่มอ่านคนละเวลาแล้วรู้สึกกับมันคนละแบบ หยิบฉบับปกแข็งมาอ่านอีกรอบ คราวนี้ดิ่ง ซึมลึกเลยทีเดียว และกลับมองเห็นตัวเราในตัวละครได้ชัดมากกว่าเดิม

เอาไป 5 ดาว
Profile Image for Nawara H..
125 reviews38 followers
December 22, 2016
'การทอดทิ้งที่แทรกตัวอยู่ในอากาศ'

บรรยากาศที่ทำให้โมลแตนีรู้สึกเช่นนี้มาจากไหน จากความละเอียดในการลอบสังเกตภรรยา จับจดทุกคำพูดของเธอว่ามีนัยซ่อนเร้นหรือไม่ สีหน้าตอนปฏิเสธ, ไม่แน่ใจ, แววแสงของการตัดสินใจที่ฉับวาบในดวงตา เขาเก็บเป็นข้อกังขาได้หมด

หรือจะเป็นความ intellectual ของโมลแตนี ผู้ส่อน้ำเสียงผยองหยามเหยียดว่าตัวเองต่างจากภรรยาผู้มาจากครอบครัว 'ชนชั้นกึ่งล่าง' มากแค่ไหน เธอเป็นแค่พนักงานพิมพ์ดีด ตรงไปตรงมา ไร้การประดิษฐ์ถ้อยคำ ต่างจากเขาที่เป็นถึงนักเขียนบทละคร ขณะเดียวกัน โมลแตนีก็เป็น intellectual ที่ยอมทรยศต่อความแน่วแน่ในอาชีพ ขายวิญญาณไปสู่เงินตรา แล้วโบ้ยความว่านั่นคือปรารถนาของภรรยา-- 'คนยากไร้' ผู้ใฝ่ฝันอยากมีบ้านเป็นของตัวเอง

แท้ที่สุดแล้ว อาจเป็นความดื้อด้าน ความอวดโอ่ของเขาเองที่ล่อลวงให้พลาดท่า พ่ายแพ้หมดรูปในหล่มความสัมพันธ์ เมื่อเอมิเลียไม่ใช่สาวเซื่องๆ ที่ตามติดเขาแจอีกต่อไป
โมลแตนีสูญเสียสายตาแห่งการรับรู้ความจริง
เอมิเลียที่โมลแตนีเฝ้ามองคือ 'ผี' ในรูปรอยคนรักที่ครั้งหนึ่งเธอเคยเป็น เป็นผีกลางแจ้ง ผีในฝัน ในภาพหลอน ที่ไม่ว่าเหตุการณ์บนเกาะคาปรีจะผ่านไปนานแค่ไหน เขาจะไม่มีวันเป็นอิสระจากพันธนาการระหว่างเขาและผีตนนี้ได้อีกแล้ว
Profile Image for Nadia  Du.
1 review
September 11, 2022
ช่วงแรกๆ ของเล่มนี้จะเป็นการหาคำตอบของชายหนุ่ม (โมแตลนี) แบบว่าย-วนอยู่ในความคิดของตัวเองไม่จบสิ้น ทำให้เรารู้สึกอึดอัดเหมือนจมอยู่ในน้ำและลอยเคว้งอยู่ในห้วงความคิดของโมแตลนี หลังจากนั้นก็ถูกดึงออกมาให้กลายเป็นคนนอกที่มองการกระทำของพวกเขาผ่านแว่นของบุคคลที่สาม ซึ่งแตกต่างจากโมแตลนีที่ไม่มีการถอยออกมาสักก้าวเพื่อมองปัญหาในความสัมพันธ์ เขาพยายามที่จะคาดคั้นจากหญิงสาวอยู่เสมอว่าทำไมถึงไม่รักตนแล้ว แต่เมื่อฝ่ายหญิงบอกเหตุผล เขาก็จะยึดติดกับความเชื่อในสิ่งที่เขาอยากจะเชื่อเท่านั้น ซึ่งประเด็นนี้สามารถผูกได้กับตอนท้ายเรื่องตอนที่โมแตลนีไปพายเรือเข้าถ้ำแล้วเห็นภาพหลอนของเอมิเลีย ซึ่ง ณ ขณะนั้นภาพหลอนของเอมิเลียเปรียบเสมือนจิตใต้สำนึกของเขาที่ต้องการให้เอมิเลียพูดแต่ในสิ่งที่เขาต้องการจะได้ยินเท่านั้น

พออ่านจบแล้วก็ตั้งคำถามกับตัวเองว่า เราจำเป็นต้องใช้ความพยายามมากมายขนาดนั้นเพื่อหาคำตอบว่าทำไมเขาถึงไม่รักเราแล้วด้วยหรอ? หรือมันจะต้องเป็นคสพ.ในรูปแบบไหนที่จะทำให้เรารู้สึกว่า เราจะต้องรู้ให้ได้ว่าทำไมเขาถึงไม่รักเราแล้ว?
Profile Image for ปลาทู คือแมว.
85 reviews1 follower
June 11, 2026
มหากาพย์แห่งการบ่นว่าเมียไม่รัก พี่ริคคาร์โด้ใช้หน้ากระดาษสองร้อยกว่าหน้าได้คุ้มค่าแทบจะทุกอณู ย่อหน้าน้อยมาก เขียนยาวต่อติดต่อกันราวกับผ้าทอก็ว่าหนักแล้ว พี่ริคแกยังขี้เหยียดไม่มีแผ่ว งอแงว่าเมียเหยียด เพื่อนเหยียด เจ้านายเหยียด โลกเหยียด แต่พี่ริกแกก็มั่นหน้ามั่นโหนกใช้ได้เลย สูงส่งเหลือเกินนะพ่อคุณ

ในเรื่องไม่ได้เฉลยว่าเพราะอะไรเมียถึงหมดรัก แต่เราอ่านแล้วก็เข้าใจได้นะว่าทำไมเมียถึงเอือมระอา ทั้งความทะนงตน ความขี้น้อยใจ ความหน้ามึน งอแง เง้างอน พึ่งพาไม่ได้ คุณพรี่เอาแต่พร่ำเพ้อ ซ้ำยังพิรี้พิไรเหลือเกิน เมียไม่เอาเครื่องพิมพ์ดีดฟาดหัวก็บุญเท่าไหร่แล้ว ยังมีหน้ามานั่งสงสัยอีก สมควรแหละ

เอาจริงควรเปลี่ยนชื่อเรื่องจาก “หยามเหยียด” เป็น “ยาวเหยียด” (ร่ายยาวและขี้เหยียด)

เอมิเลียไปสบายละ ปล่อยไอ้งั่งนี่งงต่อไปเถอะ
Profile Image for Yuthana Hempoom.
3 reviews
January 9, 2016
ไม่ใช่ทุกความรักที่จะจบลงเอยสวยงาม!!!
เรื่องราวของความรักที่เราจำได้ดีก็ไม่ใช่จะเป็นความรักที่สวยงามเสมอไป...เชื่อว่าทุกคนล้วนเคยทำผิดพลาดกับการประคับประครองความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคน เหตุผลในการทำผิดพลาดอาจเป็นได้หลากหลาย ทั้งที่เราตั้งใจและพลั้งเผลอแต่บทสรุปก็คงไม่ต่างกัน...และแทบจะทุกคนล้วนมีคำถามว่าทำไม เกิดจากอะไร..หยามเหยียด คือบทบันทึกความปวดร้าวของชายหนุ่มผู้ทุรนทุรายอยู่ในความพยายามที่จะค้นหาสาเหตุที่ทำให้ความรักแปรเปลี่ยนเป็นความหยามเหยียดอย่างไร้ทางเยียวยา....การแตกหักของความสัมพันธ์หนังสือเล่มนี้มันอาจเหมือนคนไข้ที่ไปพบแพทย์และหมอก็นำมีดมากรีดแผลและชี้ให้ดูบาดแผลที่ละจุดๆ โดนไม่ฉีดยาชาให้กับคนไข้...///หยามเหยียด อัลแบร์โต โมราเวีย///
ประโยคทองของหนังสือเล่มนี้..." ฉันจะไม่มีวันให้อภัยคุณ ที่ทำลายความรักของเรา...ฉันเคยรักคุณมาก และไม่เคยรักใครนอกจากคุณ และจะไม่มีวันรักใครอื่นอีก..คุณทำลายทุกอย่างย่อยยับด้วยนิสัยของคุณเราสองคนน่าจะมีความสุขด้วยกันเหลือเกิน แต่อะไรๆ กลับเป็นไปไม่ได้แล้ว"...
Displaying 1 - 9 of 9 reviews