Jump to ratings and reviews

The Fall

Jean-Baptiste Clamence is a soul in turmoil. Over several drunken nights in an Amsterdam bar, he regales a chance acquaintance with his story. From this successful former lawyer and seemingly model citizen a compelling, self-loathing catalogue of guilt, hypocrisy and alienation pours forth.

The Fall (French: La Chute) is a philosophical novel by Albert Camus. First published in 1956, it is his last complete work of fiction. The Fall explores themes of innocence, imprisonment, non-existence, and truth. In a eulogy to Albert Camus, existentialist philosopher Jean-Paul Sartre described the novel as "perhaps the most beautiful and the least understood" of Camus' books.

147 pages, Paperback

First published May 16, 1956

Loading...
Loading...

About the author

Albert Camus

984 books40.4k followers
Works, such as the novels The Stranger (1942) and The Plague (1947), of Algerian-born French writer and philosopher Albert Camus concern the absurdity of the human condition; he won the Nobel Prize of 1957 for literature.

Origin and his experiences of this representative of non-metropolitan literature in the 1930s dominated influences in his thought and work.

He also adapted plays of Pedro Calderón de la Barca, Lope de Vega, Dino Buzzati, and Requiem for a Nun of William Faulkner. One may trace his enjoyment of the theater back to his membership in l'Equipe, an Algerian group, whose "collective creation" Révolte dans les Asturies (1934) was banned for political reasons.

Of semi-proletarian parents, early attached to intellectual circles of strongly revolutionary tendencies, with a deep interest, he came at the age of 25 years in 1938; only chance prevented him from pursuing a university career in that field. The man and the times met: Camus joined the resistance movement during the occupation and after the liberation served as a columnist for the newspaper Combat.

The essay Le Mythe de Sisyphe (The Myth of Sisyphus), 1942, expounds notion of acceptance of the absurd of Camus with "the total absence of hope, which has nothing to do with despair, a continual refusal, which must not be confused with renouncement - and a conscious dissatisfaction."
Meursault, central character of L'Étranger (The Stranger), 1942, illustrates much of this essay: man as the nauseated victim of the absurd orthodoxy of habit, later - when the young killer faces execution - tempted by despair, hope, and salvation.

Besides his fiction and essays, Camus very actively produced plays in the theater (e.g., Caligula, 1944).

The time demanded his response, chiefly in his activities, but in 1947, Camus retired from political journalism.

Doctor Rieux of La Peste (The Plague), 1947, who tirelessly attends the plague-stricken citizens of Oran, enacts the revolt against a world of the absurd and of injustice, and confirms words: "We refuse to despair of mankind. Without having the unreasonable ambition to save men, we still want to serve them."

People also well know La Chute (The Fall), work of Camus in 1956.

Camus authored L'Exil et le royaume (Exile and the Kingdom) in 1957. His austere search for moral order found its aesthetic correlative in the classicism of his art. He styled of great purity, intense concentration, and rationality.

Camus died at the age of 46 years in a car accident near Sens in le Grand Fossard in the small town of Villeblevin.

Chinese 阿尔贝·加缪

Ratings & Reviews

What do you think?

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
51,235 (34%)
4 stars
57,819 (39%)
3 stars
29,391 (20%)
2 stars
6,707 (4%)
1 star
1,770 (1%)
Displaying 1 - 13 of 13 reviews
Profile Image for Pawarut Jongsirirag.
762 reviews159 followers
November 23, 2020
เป็นเล่มบางๆที่เนื้อหาไม่มีความบางตามจำนวนกระดาษแต่อย่างใด

เรื่องนี้ส่วนมากแล้ว คนจะโฟกัสเรื่องความกลับกลอกของมนุษย์ คนที่เราคิดว่าดี จริงๆแล้วเป็นเพียงฉากหน้าของความโสมมที่อยู่เบื้องหลัง ส่วนผมกลับไม่ได้โฟกัสในเรื่องนั้นเลย สิ่งที่สนใจจริงๆ กลับเป็นมุมมองด้านความเป็นมนุษย์ของ กามูส์เองที่เขียนไว้ในเล่มนี้

เนื้อเรื่องของเล่มนี้แทบไม่มีอะไรเลยครับ มานั่งฟังคนบ่นๆๆๆๆ ให้ฟังเกือบ 100 หน้าแล้วก็จบ ไม่ได้มีแกนเรื่องหวือหวาชวนติดตามใดๆทั้งสิ้น แต่กลับทำให้อ่านได้ต่อไป ต่อไป ต่อไป และต่อไป รู้ตัวอีกทีจบเล่มแล้ว

ด้วยแกนเรื่องที่ไม่หวือหวา ดังนั้นเมนหลักของเล่มนี้จึงอยู่ที่บทสนทนาของตัวเอกที่พูดกับตัวละครอีกตัว หรือถ้าเรามองอีกมุม มันคือการพูดคุยกับผู้อ่านโดยตรงของกามูส์ โดยพูดผ่านตัวเอก ฌ็อง-บัปติสต์ กลาม็องซ์ และเราในฐานะผู้อ่านคือคู่สนทนากับกามูส์นั่นเอง แล้วอะไรคือสิ่งที่กามูส์อยากบอกเรา

กามูส์บอกเราถึงการตัดสินคุณค่าของมนุษย์ เราใช้อะไรตัดสินว่าใครดีใครเลว สิ่งที่เราเห็นมา สิ่งที่เราพบมา หรือสิ่งที่เราฟังมา คำพูดที่ว่าคนทุกคนมีดีและชั่วนั้น คือความจริงแท้อยู่แล้วอย่างไม่ต้องสงสัย แต่เราใช้อะไรในการวัดว่าคนๆนั้นดีหรือชั่วต่างหากที่สำคัญ ถ้าสิ่งที่ใช้วัดมันไม่ถูกต้อง สิ่งที่ดีอาจกลับเป็นชั่ว และสิ่งชั่วอาจกลายเป็นดี

ตลอดเนื้อหา เราจะถูกทดสอบการตัดสินถูกผิดของมนุษย์อยู่ตลอดเวลาผ่านเรื่องเล่าของตัวเอก เราจะเป็นกระจกที่สะท้อนดีชั่วของบุคคลเหล่านั้น และในทางกลับกัน มันก็กลับมาตัดสินตัวเราเองด้วยเหมือนกัน กามูส์ใช้ฌ็อง-บัปติสต์ กลาม็องซ์ เป็นเหมือนสะพานในการเชื่อมโลกแห่งเรื่องเล่าและโลกแห่งความเป็นจริงของผู้อ่านเข้าด้วยกัน ในขณะที่ผู้อ่านกำลังอ่านตัวละครต่างๆในเรื่อง เราก็กำลังถูกอ่านผ่านฌ็อง-บัปติสต์ กลาม็องซ์ เหมือนกัน ยิ่งเราตัดสิน เราก็ยิ่งถูกตัดสินจากตัวเราเองเช่นกัน นี่อาจเป็นสิ่งที่กามูส์พยายามบอกแก่เรา
Profile Image for Makmild.
881 reviews244 followers
November 11, 2021
ชอบมากๆ ส่วนตัวมายไม่เคยอ่านกามูร์มาก่อนเลย นี่เล่มแรกก็ คือรักเลย

มนุษย์สองหน้าคือหนังสือที่ตัวละครพูดอยู่คนเดียว มีอยู่คนเดียวด้วยทั้งเรื่อง พูดอะไรก็ไม่รู้อยู่นั่นแหละ พูดไปเรื่อยๆ ส่วนคนตอบรับคือ "คุณ" ใช่ คุณคนอ่านนั่นแหละ เห็นด้วยไม่เห็นด้วยกับพ่อผู้พิพาษาคนนี้ด้วยหรือไม่ไม่มีใครเขาสนใจหรอก เพราะคนที่ควรสนใจในคำตัดสินของคุณไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นตัวคุณเองต่างหากที่ต้องรู้ว่าตัวเองตัดสินคนอื่นว่าอย่างไร เพราะอะไร และตัดสินไปเพื่ออะไร

ไม่มั่นใจว่ากามูร์รักมนุษย์มั้ย หรือมองเห็นแต่ด้านมืด แต่คิดว่าเป็นคนที่เข้าใจมนุษย์และจิกกัดได้อย่างสนุกสนานสไตล์ฝรั่งเศส (สไตล์ฝรั่งเศสนี่มันยังไงนะ) นายผู้พิพากษา(จำชื่อไม่ได้แล้ว ชื่อยากจังอะ) เหมือนคนกลับกลอก ใจคิดอย่าง ปฏิบัติอีกอย่าง บางคนอาจจะไม่ชอบที่มีคนแบบนี้ พวกปากว่าตาขยิบ แต่มายไม่รังเกียจคนแบบนี้ รู้สึกว่าเขาเป็นคนที่เหนื่อยน่าดู พยายามที่จะเป็นที่รักของทุกคน เพราะเขารักตัวเองมากที่สุด ไม่รู้ว่าการมีชีวิตอยู่แบบนี้มันดีต่อใครกันแน่ แต่ที่แน่ๆ นายผู้พิพากษาคนนี้เหนื่อยใจชัวร์ การแสร้งว่าเป็นคนที่ตัวเองไม่ได้เป็นนี่ลำบากนัก แต่ก็น่าสนุกที่ได้เห็นปฏิกิริยาของผู้คนด้วยเหมือนกัน

มนุษย์สองหน้าอย่างนี้ละคุณที่รัก ไม่อาจรักใครได้โดยไม่รักตัวเอง
42

ผมมองไม่เห็นว่าการเป็นคนดีโดยกำเนิดมันจะวิเศษวิโสกว่าเป็นคนดีด้วยต้องเพียรพยายามตรงไหน และการเป็นอาชญากรเนื่องจากจิตต่ำช้ามาตั้งแต่เกิดก็ไม่เห็นว่าจะเลวทรามไปกว่าที่จะต้องเป็นเพราะกรณีแวดล้อม
76

คุณเห็นด้วยกับผมมั้ยว่า ศาสนาไม่จำเป็นต้องมีพระเจ้าไว้สำหรับลงโทษเรา มนุษย์เรา ซึ่งรวมทั้งผมและคุณ จัดการกันเอางได้เหลือแหล่อยู่แล้ว
97

พับผ่า เขียนออกมาได้อย่างไรนะ เก่งเป็นบ้า
Profile Image for Nhischarnun Nunthadsirisorn.
126 reviews49 followers
September 20, 2017
เราได้อ่านเวอร์ชั่นแปลและเรียบเรียงที่เป็นภาษาไทย อ่านแล้วก็ชอบหลายช่วง
ไม่ได้รู้สึกรำคาญวิธีการที่นักเขียนใช้เล่าเรื่อง อาจเพราะคุ้นเคยและผ่านเงาสีขาวของแดนอรัญที่เป็นมหากาพย์แห่งการพร่ำพรรณนามาแล้ว แต่สำหรับบางคนก็อาจจะไม่ชอบแนวนี้ อาจนึกคิดว่าหนังสือทำนองนี้ก็แค่คำบ่น
กระนั้นก็ตาม สำหรับเราแล้ว เล่มนี้มีเล่าเรื่องโดยไม่ต้องเล่า
อย่างไรน่ะหรือ ... บทพูดเดี่ยวของตัวละครหลักนั่นอย่างไรล่ะ ที่ค่อย ๆ เผยแสดงให้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ยิ่งในตอนท้ายสุด ผู้อ่านอย่างเราก็จะได้รับรู้สักทีว่าทำไมตัวละครถึงต้องเอ่ยพูดพล่ามไปเรื่อย
ทั้งที่มันดูไม่เกี่ยวกันเลย แต่ท้ายที่สุด มันก็มาประติดประต่อกันได้ ราวกับว่าจงใจวางเรื่องไว้แล้วนั่นแหละ

นอกจากนี้ เราคิดว่าหนังสือเล่มนี้ ยังเป็นบทอ่านอย่างดีสำหรับนักศึกษาที่เรียนสาขาปรัชญาด้วย หรือไม่ก็พวกที่ชอบถกเถียงเรื่องจิตใจและพฤติกรรมของมนุษย์ เพราะในเรื่องนี้เราได้เห็นความคิดที่บ่อนเเซะค่านิยมทั่วไปอยู่ ถ้าเราได้อ่านเมื่อสิบปีก่อนอาจจะยิ่งตื่นเต้นกว่านี้ด้วย แต่พอมาอ่านตอนขวบปีนี้ ก็เพียงแค่รู้สึกว่าความคิดในหนังสือเรื่องนี้ คล้าย ๆ กับที่เราได้รับฟังมาตอนไปปฏิบัติธรรมที่เมืองอริยะเลย

สรุปแล้ว เราชอบนะ แม้ว่าจะไม่อาจรู้ได้ว่าต้นฉบับภาษาเดิม มีเนื้อหามาหรือน้อยกว่านี้แค่ไหนอย่างไรก็ตาม เพราะสนพฬใช้คำว่า แปลและเรียบเรียง ... โดยรวมแล้วถ้าเกิดใครต้องการสัมผัสงานของAlbert Camus เราก็จะแนะนำเล่มนี้นะ เพราะไม่หนักเกินไปสำหรับเรา บางคนอาจชอบคนนอกมากกว่า แต่คนนอกสำหรับเรา พออ่านจบแล้วมันอึน ๆ หนัก ๆ มาก ไม่เหมาะแก่การอ่านเพื่อหย่อนใจน่ะ

เราเอง,
NX
681 reviews95 followers
February 2, 2019
- อ่านไปกริ๊ดไปเลยทีเดียว
- มันคืองานจับฉ่ายของกามูส์ เหมือนภาพรวมๆงานแกก็อยู่ในหนังสือบางๆกระทับรัดเล่มนี้แล้ว
Profile Image for ราอิช นัน.
15 reviews1 follower
March 6, 2025
La Chute หนังสือของใจ ข้าพเจ้ารักการเสียดสี การถากถาง ธาตุแท้ความเป็นมนุษย์ อัลแบร์ กามู เขียนได้อย่างชาญฉลาด ทำเอาข้าพเจ้ายิ้มหวานและหัวเราะออกเสียงให้หนังสือเล่มนี้อยู่หลายหน ด้วยเพราะข้าพเจ้าชอบฟังใครสักคนพูดมากกว่าเป็นฝ่ายพูดเอง เมื่อได้อ่านคุณคนช่างจ้อเช่นนี้ทำข้าพเจ้ารู้สึกสนุกและยินดีที่ได้อ่าน จากลาเขาในทุก ๆ คืน และพบกับเขาวันใหม่ในทุก ๆ บท ข้าพเจ้ารักวิธีการเขียนในเรื่องโดยแทนผู้อ่านเป็นบุรุษที่สอง ตัวละครของเขาคงอยากเล่าเรื่องราวของเขาให้ใครสักคนฟัง ทั้งเรื่องราวการแสดงละครของเขา เรื่องราวบนสะพานในคืนนั้น ไม่ใช่เพราะเขาเป็นคนเพ้อพล่ามขี้เหงา แต่เป็นเพราะเขาต้องการสารภาพความรู้สึกผิดบาปนี้ให้ใครสักคนฟัง ด้วยหวังว่าตนจะถูกลงโทษ ด้วยหวังว่าใครสักคนจะพิพากษ์บาปในตัวเขา เพื่อที่เขาจะได้เป็นอิสระจากเสียงในหู เสียงของเธอคนนั้นที่สะพาน ก่อนอัลแบร์ กามูจะเขียนให้ทั้งตัวละครและผู้อ่านตระหนักถึงสิ่งสำคัญในตอนจบของหน้าหนังสือ
Profile Image for TEERAWUT MAHAWAN.
101 reviews23 followers
October 22, 2019
ไม่อ่านเอา Dualism ในงานนี้ แต่ก็ไพร่พบประเด็น Moral Dilemma ง่ายๆเช่น หากเจอคนที่กำลังพิพากษาชีวิตตัวเองด้วยการโดดลงแม่น้ำ คุณจะทำยังไง เมื่อภายหลังเค้าตะโกน ขอความช่วยเหลือ นี่มันบัดซบดีจริงๆ
Profile Image for Klin กลินท์.
230 reviews15 followers
May 18, 2020
“*ไม่มีสิ่งใดบริสุทธิ์ผุดผ่องแท้จริง ไม่มีสิ่งใดหรือผู้ใดทั้งนั้นที่ไร้เดียงสา ทว่าในอีกด้านหนึ่งนั้นก็ไม่มีสิ่งใดหรือผู้ใดเช่นกันที่มีมลทินโดยสมบูรณ์ ความไร้เดียงสาและการมีมลทินคือมนุษย์ปุถุชน ความเชื่อมโยงของสองสิ่งนี้ก่อให้เกิดความสมดุลและหลอมรวมตัวเราด้วยตัวเราเอง” ,หน้า 125

“มนุษย์เราแบ่งออกได้สามประเภท ประเภทหนึ่งชอบที่จะไม่มีอะไรต้องปิดบัง เพื่อว่าจะได้ไม่ต้องโกหก อีกพวกหนึ่งตรงกันข้าม ชอบโกหกมากกว่าที่จะไม่มีอะไรต้องปิดบังเสียเลย ส่วนประเภทที่สามเอาทั้งนั้น โกหกก็ชอบ ปิดบังก็ชอบ คุณจะเลือกจัดผมเข้าประเภทไหนก็ตามใจคุณ ผมไม่ว่า...” ,หน้า 102

อ่านหมายเลข 25 กับ “มนุษย์สองหน้า The Fall” I ผลงานของ Albert Camus อัลแบรต์ กามูส์ แปลโดย ตุลจันทร์
: งานชิ้นนี้ของ Camus นั้นมีความแตกต่างในด้านเทคนิคจากหลาย ๆ เรื่อง ซึ่งสิ่งที่ข้าพเจ้าชื่นชอบเป็นพิเศษคือ การเล่าเรื่องในแบบการสนทนาเพียงฝั่งเดียวตลอดทั้งเรื่อง โดยไม่เปิดโอกาสให้ข้าพเจ้าในฐานะผู้ร่วมเดินทางไปพร้อม ๆ กันนั้นตอบกลับ ปริปาก พูดใด ๆ ได้เพียงแต่นั่งฟังเรื่อย ๆ ในท่ามกลางของบรรยากาศต่าง ๆ หากทว่า “ฌอง บัปติสต์ คลามองซ์” ค่อย ๆ ปล่อยให้ข้าพเจ้าได้ขุดลึกลงไปในความเข้าใจในชีวิต ความจริงและความเป็นมนุษย์ของข้าพเจ้าเอง ซึ่งนั่นคือ “มนุษย์มีมากกว่าสองหน้า” เสียอีก ? สุดแล้วแต่ว่ามนุษย์ผู้นั้นจะสร้างใบหน้า สวมทับตนเองให้สมดุลอย่างไร นี่คือ “มนุษย์” ลองสำรวจ ตรวจตราตนเองดูเถิด

“คุณไม่ลองดูบ้างหรือ จะไม่สำรวจตรวจตราอดีตของคุณหน่อยหรือ ลองขุดค้นดูเถอะ ผมรับรองว่าจะได้พบอะไรพิกล ๆ ที่คุณแอบฝังเอาไว้ที่ไหนสักแห่งหนึ่ง - หรือหลายแห่งก็ไม่ทราบ” ,หน้า 111

อ่านในใจ ลองหาอ่านดูครับ 🙂 #มนุษย์สองหน้า #TheFall #AlbertCamus #อัลแบรต์กามูส์ #ตุลจันทร์ สำนักพิมพ์: #สามัญชน #อ่าน #อ่านไปเรื่อยๆ #อ่านไปฟังไป #IntoTheBook #อ่านแล้วอ่านเล่า #อ่านอีก #หนังสือ #ReadAgain #อ่านอีกครั้ง #BooksBAR #AtTheReader #กลินท์แลนด์ #KlinLand #กลินท์และหนังสือ #KlinAndBooks #อ่านในใจ #อ่านเพลิน #ณอ่านTheReaderTheKlinLibrary Official Page ณ อ่าน The Reader- The Klin Library

* ”Nothing certainly is pure: nothing and no one is innocent; but neither is anyone completely guilty. Innocent and guilty: that is man; this conjunction re-establishes the balance and reconciles switch ourselves” - (Bree, 1962- An Ambiguous World- Roger Quilliot. In Camus: A collection of critical essays)
Profile Image for Teerabhat Ruensiri.
47 reviews28 followers
January 17, 2019
แนะนำสำหรับคนชอบอ่านหนังสือทุกคน

คำสารภาพของคนหักหลังโลก ทรยศตนเอง

มนุษย์สองหน้าเล่าเรื่องของณอง-บัปติสท์ผู้ใช้เวลาห้าวันเกลี้ยกล่อมให้คนแปลกหน้าเชื่อว่าเขาไม่ใช่คนดี

เขาทำแบบนี้ทำไม? มันเป็นเพราะเขาทนการเป็นคนไม่บริสุทธิ์ของตนไม่ได้ เขาทนไม่ได้ที่จะต้องยอมรับว่าแม้เขาจะไม่ใช่คนชั่วสารเลว แต่เขาก็ไม่ใช่คนดีอย่างที่เขาคิด และเมื่อเขาไม่ใช่คนดี เขาก็มองไม่เห็นค่าของการมีชีวิตอยู่ต่อไปของเขา

ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่เชื่อว่าอิสรภาพเป็นเรื่องดี และต้องการตกเป็นทาส เพื่อที่จะไม่ต้องแบกรับความรับผิดชอบของตนเอง หรืออย่างน้อยที่สุด ก็บอกคนอื่นได้ว่าคุณต้องร่วมรับผิดชอบความชั่วร้ายของผม ด้วยเหตุนี้เราจึงเลือกที่จะอยู่ใต้คนที่ชั่วกว่าเรา เพื่อจะได้โยนความผิดพลาดในชีวิตเราให้เป็นเพราะเขา คลามองซ์จึงเชื่อว่าสันตปาปาจะต้องเป็นคนที่ไม่ค่อยมีประโยชน์ ผู้นำที่ดีจะต้องแปดเปื้อน เพื่อให้เราโยนความผิดในชีวิตของเราไปยังเขา

แต่ตัวผู้นำ หรือคนที่อยากเป็นผู้ยิ่งใหญ่อย่างคลามองซ์จะรับความไม่บริสุทธิ์ของตนเองได้อย่างไร? ทางเดียวที่เขาจะรับมือความทุกข์ทรมานนี้ได้คือการที่เขาจะต้องชิงตัดหน้ารับความผิดของตนเองก่อนที่ใครจะเห็นว่าเขาทำผิด ต้องชิงป่าวประกาศทั้งความผิดที่ทำจริงๆและความผิดที่อาจจะทำ เพื่อแสดงตัวว่าเขารู้ตัวนะ ไม่ต้องพูด ไม่ต้องตัดสินเขา คลามองซ์เชื่อว่ามีแต่ทางนี้เท่านั้นที่จะทำให้เขารู้สึกดีกับตนได้อีกครั้ง หากเขาเข้าใจเสียว่ามนุษย์ทุกคนมันก็ไม่บริสุทธิ์หมดนะแหละ แต่เขาดีกว่าคนอื่นตรงที่เขารู้ตัว ขณะที่คนทั่วไปคิดว่าตนเองเป็นคนดี เขาก็จะสามารถเป็นผู้ตัดสินที่อยู่เหนือคนอื่นได้

กล่าวโดยสรุปคือมนุษย์ในสายตาของคลามองซ์ไม่มีใครซื่อสัตย์ต่อโลกและตนเองเลย เราอยู่ร่วมกันแบบมือถือสากปากถือศีลและทำเรื่องต่างๆเพื่อวาระซ่อนเร้นของเรา เขาจึงชื่นชอบโรงละครและสนามกีฬาซึ่งเป็นสถานที่ที่ชัดเจนว่าเป็นเรื่องแต่ง เรื่องจำลอง มีกติกาชัดเจนและประกาศให้ทุกคนรับรู้ว่านี่เป็นการละเล่น อีกทั้งยังเปรียบสถานที่ที่เขาเลือกอยู่ว่าเหมือนนรกชั้นสุดท้าย นรกที่ลงโทษคนทรยศ คนที่แสดงตนว่าเป็นคนดี ซื่อสัตย์ เพื่อวาระซ่อนเร้นของตนเอง
This entire review has been hidden because of spoilers.
Profile Image for Drn.Reading.
66 reviews8 followers
February 14, 2021
นวนิยายเปลื้องเปลือยโฉมหน้าคนดี

“มนุษย์สองหน้า” เป็นนวนิยายที่ทำให้เราเห็นส่วนลึกในจิตสำนึกของมนุษย์ ที่มีวิธีการเล่าเรื่องแบบมีตัวละครคนเดียวเป็นผู้เล่า เราจะเห็นฉาก บรรยากาศ สถานการณ์ต่างๆ จากบทสนทนา จะเรียกว่าสนทนาได้รึป่าวก็ไม่รู้ เพราะเราจะได้รับรู้จากฝ่ายเดียวที่เป็นผู้เล่าโดยที่ไม่มีบทของตัวละครอื่นแทรกอยู่เลย แต่เป็นวิธีการเล่าเรื่องที่ทำให้เราหยุดอ่านไม่ได้ นี่คงเรียกได้ว่าเป็นเสน่ห์ที่โดดเด่นของผู้เขียน 'อัลแบรต์ กามูส์' อย่างเลี่ยงไม่ได้

เรื่องราวทั้งหมดของหนังสือเล่มนี้ถูกเล่าผ่านตัวเอกที่ชื่อว่า ฌ็อง-บัปติสต์ กลาม็องซ์ อดีตทนายความ ผู้อ้างตนว่าเป็นผู้พิพากษา-ผู้สำนึกผิด ตอนอ่านเราอาจจะรู้สึกว่าเขาคือมนุษย์สองหน้าที่กระทำความดีแค่เปลือกที่เป็นเบื้องหน้า ลับหลังกลับสับปลับ ฉ้อฉล ตลอดทั้งเล่มเต็มไปด้วยการจิกกัด เสียดสี ที่บางก็รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาเหมือนโดนสะกิดไปด้วย เรียกได้ว่าเป็นหนังสือที่เป็นตัวแทนจิตสำนึกของมนุษย์ธรรมดาสามัญทั่วไปที่มีทั้งด้านมืด ด้านสว่าง และด้านเทาๆ ที่มักจะชอบไปตัดสินคนอื่นและก็สำนึกผิดไปพร้อมๆ กัน แม้ในความจริงแล้วไม่ได้จะสำนึกผิดจริง แต่แค่หาข้ออ้างให้ตัวเองรู้สึกว่าตนบริสุทธิ์เท่านั้น และนี่คงเป็นกระจกสะท้อนบานใหญ่ของมนุษย์ปุถุชนทั่วไปในสังคมได้เป็นอย่างดีที่จะชวนให้พิจารณาคำว่า 'คนดี' ของเราไปพร้อมๆ กับการอ่านหนังสือเล่มนี้ เพราะสุดท้ายเราอาจจะเป็นมนุษย์สองหน้าที่ไม่ต่างไปจากฌ็องก็ได้
Profile Image for Ronn.
46 reviews1 follower
February 7, 2023
"คุณรู้ไหมทำไมเราจึงยุติธรรมและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กับคนตายได้มากกว่าคนเป็น ก็เพราะเราหมดพันธะกับเขาแล้วน่ะซี" น.42

นวนิยายเรื่องสุดท้ายของกามูส์ ที่มีตัวละครมาเล่าเรื่องให้เราเป็น'ผู้ฟัง'อย่างตอบโต้ไม่ได้ แม้สิ่งที่ ฌอง-บับติสต์ คลามองซ์เล่าให้เราฟังส่วนใหญ่แล้วเป็นชีวิตของเขา แต่ก็ยังเป็นกระจกสะท้อนให้เราย้อนกลับมานึกถึงตัวเอง

'มนุษย์สองหน้า' ตีแผ่ความสับปลับของมนุษย์ ตั้งคำถามเรื่องความดี ความชั่ว ความรัก ความตาย ด้วยการเล่าเรื่องที่แปลกใหม่และการเสียดสีสังคมมนุษย์ โลกแห่งการตัดสินและหลอกลวง เหมือนกามูส์ฉีกหน้ากากอันดีงามของสังคม ซึ่งเผยให้เห็นความเสื่อมทรามอยู่ข้างใน
Profile Image for Mo Melody.
221 reviews15 followers
June 13, 2021
เป็น 1 ในวรรณกรรมที่อยากอ่านมานานมาก หลังจากที่เคยดูรายการ พื้นที่ขีวิต ซึ่งเป็นตอนที่ พี่นิ้วกลม พูดถึงหนังสือเรื่องนี้ หนังสือเล่าเรื่องแบบเป็นการสนทนาของคนในเรื่องกับผู้อ่านอย่างเราๆ ทำให้คบคิดและตั้งคำถามถึง ความเป็นมนุษย์สองหน้า ของแต่ละคน ลึกลงไปในจิตใจ คิดว่าเป็นหนังสือที่น่าจะต้องอ่านซ้ำอีกสักรอบแต่ไม่รู้เมื่อไหร่
Profile Image for Ongon.
77 reviews6 followers
October 20, 2022
กระจกเงาชั้นดี
Profile Image for readable forest..
33 reviews4 followers
October 17, 2019
“นวนิยายเปลื้องเปลือยโฉมหน้าคนดี”

เล่มนี้ดีมากกก อ่านเเล้วรู้สึกเหมือนโดนกระเเทกหน้าเบาๆ ทุกๆสิ่งทุกๆประโยคที่ปรากฏอยู่ในเล่มเหมือนกลั่นกรองมาจากความรู้สึกส่วนลึกของจิตใจคน การเเสดงออกในบางสถานการณ์อาจตรงข้ามกับความคิด เสเเสร้งกับความเป็นจริงที่เป็นอยู่ นั้นเเหละคือความจริงของมนุษย์
Displaying 1 - 13 of 13 reviews