Jump to ratings and reviews
Rate this book

Neuropolitics: Thinking, Culture, Speed (Volume 23)

Rate this book
Why would a political theorist venture into the nexus between neuroscience and film? According to William Connolly-whose new book is itself an eloquent answer-the combination exposes the ubiquitous role that technique plays in thinking, ethics, and politics. By taking up recent research in neuroscience to explore the way brain activity is influenced by cultural conditions and stimuli such as film technique, Connolly is able to fashion a new perspective on our attempts to negotiate-and thrive-within a deeply pluralized society whose culture and economy continue to quicken. In Neuropolitics Connolly draws upon recent brain/body research to explore the creative potential of thinking, the layered character of culture, the cultivation of ethical sensibilities, and the critical role of technique in all three. He then shows how a series of films-including Vertigo, Five Easy Pieces, and Citizen Kane-enhances our appreciation of technique and contests the linear image of time now prevalent in cultural theory. Connolly deftly brings these themes together to support an ethos of deep pluralism within the democratic state and a politics of citizen activism across states. His book is an original and rigorous study that attends to the creative possibilities of thinking in identity, culture, and ethics.

240 pages, Hardcover

First published January 1, 2002

11 people are currently reading
189 people want to read

About the author

William E. Connolly

38 books36 followers
William E. Connolly is a political theorist known for his work on democracy and pluralism. He is the Krieger-Eisenhower Professor of Political Science at Johns Hopkins University. His 1974 work The Terms of Political Discourse won the 1999 Benjamin Lippincott Award
--
wiki

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
20 (32%)
4 stars
19 (30%)
3 stars
20 (32%)
2 stars
2 (3%)
1 star
1 (1%)
Displaying 1 - 7 of 7 reviews
Profile Image for Attasit Sittidumrong.
157 reviews16 followers
June 21, 2025
เป็นเล่มที่ตื่นตาตื่นใจมาก วิลเลี่ยม คอนนอลลี่ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้เป็นศาสตราจารย์ด้านทฤษฎีการเมืองสายวิพากษ์ชาวอเมริกัน งานของแกจะมีลักษณะที่นำเอาทฤษฎี/ปรัชญาสำนัก “หลังโครงสร้างนิยม” มาประยุกต์เพื่อสร้างคำอธิบายถึงประเด็นเรื่องพหุนิยมหรือ pluralism อันเป็นประเด็นใหญ่ในแวดวงรัฐศาสตร์อเมริกัน เล่มนี้เองก็มาในทำนองเดียวกัน แต่ที่แปลกไปหน่อยก็คือนอกจากจะอาศัยแนวคิดทางทฤษฎี/ปรัชญาจากสำนักหลังโครงสร้างนิยมแล้ว แกยังนำเอาข้อค้นพบจากการศึกษาทางประสาทวิทยาและ cognitive science มาประยุกต์เพื่อขยับหน่วยการศึกษาทางรัฐศาสตร์โดยเฉพาะการนำเสนอแนวคิดเรื่อง “การเมืองจุลภาค” หรือ Micropolitics

คอนนอลลี่เริ่มต้นนำเสนอแนวคิดเรื่องการเมืองจุลภาคโดยชี้ชวนให้ตระหนักถึงลักษณะที่เป็นจริงของโลกใบนี้ในฐานะเงื่อนไขทางภววิทยาที่รองรับการทำงานของการเมืองแบบดังกล่าว โดยตัวแกเสนอให้ละทิ้งวิธีคิดที่พิจารณาธรรมชาติบนทัศนะเชิงกฎเกณฑ์ว่าเป็นระเบียบที่ขับเคลื่อนด้วยกฎซึ่งแยกขาดจากตัวมนุษย์ขณะที่มนุษย์จะทำได้เพียงแค่ค้นหาและอธิบายการทำงานของกฎดังกล่าวเท่านั้น เนื่องจากคอนนอลลี่แกเห็นว่าทัศนะดังกล่าวเป็นทัศนะที่แยกห่างจากวิถีของโลกที่เป็นอยู่ เพราะโลกที่เป็นอยู่คือโลกที่เปี่ยมไปด้วยการเปลี่ยนแปลง ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกล้วนเปลี่ยนแปลง ไม่มีคุณลักษณะเฉพาะหรือ Being ที่ถาวร จะมีก็แต่ Becoming หรือการ “กลายเป็น” ที่สิ่งหนึ่งจะถูกโลกทำให้เปลี่ยนและกลายเป็นอีกสิ่งหนึ่งเสมอจนไม่สามารถกำหนดกรอบกฎเกณฑ์ใดๆได้ ไม่เว้นแม้แต่ตัวมนุษย์เองที่สุดท้ายแล้วก็จะ become ไปสู่สิ่งอื่น ในแง่นี้ ทั้งโลกและมนุษย์จึงไม่ใช่สิ่งที่แยกขาดจากกัน โลกไม่ใช่แค่พื้นหลังที่ตายตัวไร้พลวัตรรอให้มนุษย์ถอดรหัส ตีความและเข้าถึง แต่คือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเฉกเช่นเดียวกับมนุษย์ที่ไม่เคยแยกขาดจากโลกหากแต่เป็นส่วนหนึ่งภายในพลวัตรการเปลี่ยนแปลงของโลกนี้เอง

ข้อเสนอของคอนนอลลี่ที่ชี้ชวนให้ตระหนักถึงสภาวะ becoming ของโลกใบนี้นั้นย่อมบ่งบอกถึงอิทธิพลที่ตัวแกได้รับจากกิลล์ เดอเลิซ(Gilles Deleuze) ผู้นำเสนอว่าการคิด (Thinking) ของมนุษย์เองก็อยู่ภายใต้แรงที่ขับดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไม่ต่างไปจากสรรพสิ่งอื่นๆในธรรมชาติ กล่าวคือสำหรับเดอเลิซแล้วการคิดจะไม่ใช่แค่กิจกรรมที่ขับเคลื่อนผ่านการใช้เหตุผลครุ่นคิดอย่างสำนึกรู้ แต่จะเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรียกกันว่า affect หรือการโต้ตอบไร้สำนึกของมนุษย์ที่มีต่อแรงและการเปลี่ยนแปลงจากภายนอก โดยคอนนอลลี่ยืนยันความหนักแน่นในข้อเสนอของเดอเลิซดังกล่าวผ่านการอ้างอิงไปถึงผลการศึกษาทางประสาทวิทยาหรือ cognitive science ซึ่งมีการค้นพบการทำงานของกลีบสมองส่วนอมิกดาลา(Amygdala) ที่ทำหน้าที่เป็นเสารับและตอบสนองการเปลี่ยนแปลงรอบๆตัวอย่างรวดเร็วของมนุษย์ ทั้งยังผลิตสารกระตุ้นอารมณ์/ความรู้สึกที่จะกำหนดแบบแผนหรือประเด็นการคิด/ไม่คิดให้กับมนุษย์ก่อนที่มนุษย์จะสำนึกรู้และคิด ด้วยเหตุนี้คอนนอลลี่จึงสรุปว่าการคิดของมนุษย์นั้นมิได้ขับเคลื่อนผ่านการใช้เหตุผลอันหนักแน่นภายใต้จิตอันมั่นคง แต่คือการโต้และสนองตอบกับ The affection หรือแรงกระทบจากการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติที่จะส่งผ่านร่างกายและอวัยวะต่างๆเข้าสู่ตัวมนุษย์ผู้นั้น จิต(mind) จึงไม่เคยอยู่เหนือและควบคุมร่างกาย(body) ขณะที่ความคิดเองก็ไม่เคยเป็นแค่ผลจากการรีดเร้นตรรกะและเหตุผลแต่เพียงอย่างเดียว ตรงกันข้าม การปรับตัวของร่างกายที่มีต่อแรงกระทบทั้งหลายทั้งปวงจากภายนอกต่างหากที่มีส่วนสำคัญในการก่อรูปการคิดให้กับมนุษย์

จากข้อสรุปดังกล่าว คอนนอลลี่จึงนำเสนอแนวคิดเรื่องการเมืองจุลภาคในฐานะกรอบการวิเคราะห์กิจกรรมทางการเมืองที่มิได้มุ่งความสำคัญไปที่สถาบันทางการเมืองหรือการโต้เถียงบนฐานของการใช้เหตุผล แต่จะมุ่งเน้นความสำคัญไปที่การสร้าง affect บางอย่างที่ส่งผลต่อความคิด/ความรู้สึกก่อนที่มนุษย์จะสำนึกรู้และคิด โดย affect ที่กรอบการวิเคราะห์แบบการเมืองจุลภาคมุ่งให้ความสำคัญนั้นจะเน้นไปที่การนำเสนอคำ, ภาพ, ภาพเคลื่อนไหว, เสียง, เรื่องเล่า, บทสนทนาต่างๆในสังคมการเมืองซึ่งสามารถสั่นคลอนอารมณ์ความรู้สึกของผู้ชม/ผู้ฟังได้ ในแง่นี้ หน่วยการศึกษาสำคัญสำหรับการวิเคราะห์ภายใต้กรอบการเมืองแบบจุลภาคจึงอยู่ที่เครือข่ายของนิยาย, ภาพยนตร์, ละคร, รายการโทรทัศน์, ข่าว, โฆษณา, เพลง, การแข่งขันกีฬา, การอภิปรายในสภาตลอดจนภาพ/งานศิลปะ เนื่องจากเครือข่ายของสิ่งเหล่านี้ต่างก็บรรจุไว้ซึ่งแรงที่สามารถกระทบกับจิตใจของผู้อ่าน/ผู้ชม/ผู้ฟังได้ทั้งสิ้น ประเด็นไม่ได้ที่อยู่ที่เนื้อหาที่นิยายหรือภาพยนตร์เรื่องใดเรื่องหนึ่งต้องการจะสื่อออกมา แต่จะอยู่ที่เครือข่ายในชุดของคำที่นิยายเล่มหนึ่งในเวลานั้นมีร่วมกันกับชุดของภาพ/ภาพเคลื่อนไหวในละคร/ภาพยนตร์/ข่าว/โฆษณาตลอดจนชุดของเสียงดนตรีและเพลงอื่นที่ต่างก็สอดผสานร่วมกันจนเกิดเป็นกระแสเกื้อหนุนและขยายประเด็น/วาระของเครือข่ายดังกล่าวที่จะส่งผลต่อการกำหนดอารมณ์ความรู้สึกตลอดจนจิตไร้สำนึกรวมไปถึงทัศนะที่ผู้คนในสังคมการเมืองมีต่อสังคมและโลก

แน่นอน หากพิจารณาแบบผิวเผิน บางคนอาจมองว่าแนวคิดเรื่องการเมืองแบบจุลภาคนี้เไม่ได้มีอะไรแตกต่างจากแนวคิดเรื่องการเมืองวัฒนธรรม ที่ให้ความสำคัญกับสื่อและสินค้าทางวัฒนธรรมทั้งหลาย(นิยาย, ภาพยนตร์, ละครหรือเพลง) ในฐานะเวทีของการครอบงำ/ต่อต้านวัฒนธรรมทางการเมืองของผู้คนในสังคมการเมืองหนึ่งๆ กระนั้น ข้อต่างสำคัญระหว่างกรอบการวิเคราะห์แบบการเมืองจุลภาพและการเมืองวัฒนธรรมก็จะอยู่บนฐานทางภววิทยาที่ต่างกัน กล่าวคือในขณะที่การเมืองวัฒนธรรมอาจมองเครือข่ายของสื่อและสินค้าทางวัฒนธรรมว่าเป็นเพียงช่องทาง/เวทีสำหรับถ่ายทอดอุดมการณ์ความคิด/ความเชื่อทางการเมืองของฝ่ายที่กุมอำนาจรัฐหรือฝ่ายที่ต่อต้านอำนาจรัฐ แต่เครือข่ายในชุดของคำ/ภาพ/ภาพเคลื่อนไหว/เสียงที่ส่งผลก่อเกิดเป็นแรงกระทบหรือ affect ต่อผู้คนในสังคมการเมืองตามกรอบการวิเคราะห์แบบการเมืองจุลภาคนั้นกลับไม่ได้มีสถานะเป็นเครื่องมือตอบสนองเป้าหมายทางการเมืองของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่จะเป็นเครือข่ายที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ตามกระแสสังคมทางวัฒนธรรมที่ต้อง becoming ไปตามวิถีของโลก การเมืองแบบจุลภาคจึงไม่ใช่การเมืองของการต่อสู้ช่วงชิงเพื่อกำหนดคุณค่าทางวัฒนธรรมระหว่างฝ่ายต่างๆ แต่คือการเมืองที่ความรู้สึกนึกคิดรวมไปถึงจิตไร้สำนึกของมนุษย์จะถูกแทรกแซงและกำหนดโดยกระแสการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาหนึ่งๆเสมอ เป้าหมายของการเมืองแบบจุลภาคจึงไม่ใช่เรื่องของการคิดค้นแนวทางที่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งจะฉวยใช้เพื่อต่อสู้ช่วงชิงความหมายทางการเมืองบนเวทีทางวัฒนธรรม แต่คือการเรียนรู้เพื่อรู้ทันความคิดของตนเอง เพื่อตระหนักรู้และเข้าใจถึงวิถีของโลกที่เต็มไปด้วยพลวัตรเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ตลอดจนเพื่อขยับขยายความคิดของตนเองด้วยการเปิดพื้นที่ให้กับ The un-thought หรือสิ่งที่ตนยังคิดไม่ได้ให้สามารถคิดได้ในอนาคต
Profile Image for Kathleen.
398 reviews90 followers
January 2, 2011
A lot of this wasn't really useful to me because of it's focus on film. However, it was encouraging to read this because in this book an important thinker of our times advocated the need for considering the connections between our cognitive processes and our political lives (which is exactly what I am doing in my dissertation).
Profile Image for Estelle McInnis.
35 reviews6 followers
October 15, 2012
Very intriguing but a tad off point. I felt this book was more a fusion of philosophy and film with some basic conceptions of neuroscience.
Profile Image for Melissa.
220 reviews6 followers
June 14, 2017
You can't just string nonsense words together and call it a book. I mean, I guess you physically can, but you shouldn't. Otherwise, it reads like Neuropolitics.
Profile Image for Patricio Rojas.
11 reviews4 followers
August 6, 2017
This book has aged well. Its main proposals are as relevant today as they were in 2002 - the call to cultivate an ethos of deep pluralism, the need to emphasize the role existential faith plays even in the most rational practices of thought, and the urgency to highlight the role technique, ritual and micropolitics play in ethics and politics. A fertile invitation to think that draws imaginitevly and coherently from film to neuroscience, from Deleuze to Freud, from the articulation between brain/body/culture to the way democracy unfolds in our present.
Profile Image for c..
3 reviews2 followers
March 29, 2014
"If you subtract the elements of time and creativity from your picture of nature, all the boasting in the world about the creativity of thought will ring hollow."
--William E. Connolly, Neuropolitics: Thinking, Culture, Speed
Displaying 1 - 7 of 7 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.