Jump to ratings and reviews
Rate this book

RUN ME TO THE MOON

Rate this book
"อยากให้คุณได้อ่านหนังสือเล่มนี้ ไม่ใช่เพราะอยากอวดโอ่ว่าแข็งแรง
แต่เพื่อให้เห็นการเรียนรู้ของคนคนหนึ่ง ในวัยที่แทบเรียกได้ว่าเป็นน้ำเต็มแก้ว เริ่มเพิกเฉยต่อการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ แต่การออกวิ่งสอนว่าไม่หรอก ชีวิตยังมีอะไรอีกมากนักให้เรียนรู้ ไม่ใช่แค่เรื่องวิ่ง แต่ทุกๆ เรื่อง..."

240 pages, Paperback

Published January 1, 2016

2 people are currently reading
45 people want to read

About the author

12 เรื่อง ที่คุณไม่จำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับ โตมร ศุขปรีชา

1. เขาเป็นคนเกลียดกลัวแมลงสาบอย่างยิ่ง เพราะค่ำคืนหนึ่ง มีผู้ทำกระป๋องยาฆ่าแมลงหกลงไปในกล่องลึกลับใกล้ห้องนอน ในกล่องนั้นเป็นที่สิงสถิตของแมลงสาบ พวกมันจึงกรูกันออกมาในยามค่ำคืนขณะที่เขานอนหลับ พวกมันไต่หน้า แขน ตัว ยั้วเยี้ยอยู่ในความมืด เขาต้องเอาผ้าห่มมาคลุมตัว แล้วร้องตะโกนให้คนมาช่วย

2. หนังสือเล่มแรกของเขา มีชื่อว่า 'กาแฟและชา หมาและแมว' รวบรวมงานเขียนยุคแรกของเขาเอาไว้ ตั้งแต่ก่อนหน้าจะมาเป็นบรรณาธิการนิตยสาร GM อยู่นานถึง 13 ปี

3. เขาชอบการเดินทางและสังเกตสังกาชีวิตผู้คน หนังสือที่เขาเขียนจึงมีเรื่องราวเกี่ยวกับการเดินทางอยู่หลายเล่ม อาทิเช่น 'ผู้ปูโต๊ะกับลมหมอ : การเดินทางธรรมดาในห้าทวีป' 'เดินทางระหว่างหู' แต่ในบรรดาหนังสือที่เขาเขียนทั้งหมด มีเพียงเล่มเดียวที่เขียนขึ้นใหม่ตั้งแต่ต้นจนจบ เป็นสารคดีกึ่งเรื่องแต่งที่พาไปสำรวจวิธีคิดของคนญี่ปุ่นในประเทศญี่ปุ่น ชื่อ ‘ย่องเบาเข้าญี่ปุ่น’

4. งานเขียนที่เขาชอบเขียนอีกประเภทหนึ่ง คืองานว่าด้วยชีวิต จึงมีหนังสืออย่าง 'Mailbox' ที่เขาเขียนจดหมายถึงผู้คนมากมาย หรือ 'วาระสุดท้าย' ที่พาผู้อ่านไปสำรวจช่วงสุดท้ายในชีวิตของผู้คนและสิ่งต่างๆ นอกจากชีวิตผู้คน เขายังชอบสังเกตชีวิตสัตว์ และมีผลงานรวมเล่มสารคดีเกี่ยวกับชีวิตสัตว์อย่าง 'โลกใหญ่ใบมด' ที่เคยได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 100 หนังสือดีในทางวิทยาศาสตร์ด้วย

5. Genderism เป็นงานเขียนอีกเล่มหนึ่งที่ผู้อ่านหลายคนชื่นชอบ งานชุดนี้เกิดขึ้นเพราะคำท้าทายของบรรณาธิการอย่างอธิคม คุณาวุฒิ ว่าเขาจะสามารถอธิบายปรากฏการณ์ต่างๆของสังคมไทยโดยผ่านกรอบการมองเรื่องเพศได้ไหม เขารับคำท้านั้น จึงก่อให้เกิดคอลัมน์ชื่อเดียวกัน และกลายมาเป็นหนังสือชื่อเดียวกัน

6. ดูเหมือนเขาจะเขียนงานแนว Non Fiction มามาก ในบรรดาหนังสือที่เขาเขียนทั้งหมด มีเพียงเล่มเดียวที่เป็นรวมเรื่องสั้น มีชื่อว่า ‘หญิงสาวผู้ตกหลุมรักฯ’ ชื่อเต็มๆของหนังสือเล่มนี้คือ หญิงสาวผู้ตกหลุมรัก 'พระพุทธเจ้าฯ' ซึ่งหมายถึงหญิงสาวผู้ตกหลุมรักหนังสือชื่อ The Buddha of Suburbia อันเป็นหนังสือของฮานิฟ คุเรชิ โดยเนื้อหาของเรื่องสั้นในเล่ม เกี่ยวพันกับความรักต้องห้ามอันหลากหลาย

7. นอกจากงานเขียน เขาทำงานแปลมากเล่ม ตั้งแต่ผลงานเล่มแรกอย่าง Kitchen Confidential ของเชฟแอนโธนี บอร์เดน, South of the Borders, West of the Sun (การปรากฏตัวของหญิงสาวในคืนฝนตก) ของฮารูกิ มุราคามิ, One Flew Over the Cuckoo's Nest (ข้ามผ่านพันธนาการ) ของเคน คีซีย์, An Edible History of Humanity (ประวัติศาสตร์กินได้), Onward (ถอยไปข้างหน้า) ของโฮเวิร์ด ชูลทซ์, The Sense of an Ending (ณ ที่สิ้นสุดของบางสิ่ง) ของจูเลียน บาร์นส์ เป็นต้น

8. เขาไม่เคยตอบได้เลยว่าชอบทะเลหรือภูเขามากกว่ากัน เขาเคยคิดว่าถ้าตายไป อยากถูกฝังเอาไว้บนภูเขาที่มีหน้าผาอยู่ติดกับทะเล แต่เขารู้ว่ามันคงไม่อาจเป็นจริงได้ เนื่องจากที่ดินประเภทที่ว่า คงราคาแพงมหาศาล

9. เขาคิดว่าชีวิตนั้น ยิ่งอยู่ก็ยิ่งตระหนักว่ามันมีเหตุผลในตัวเองน้อยลงเรื่อยๆ แต่บางเหตุผลที่ยังเหลืออยู่ คือการมีชีวิตอยู่เพื่อเล่นบอร์ดเกม

10. ช่วงขวบปีหลังๆ เขาหันมาทำงานโทรทัศน์ อย่างรายการ 'วัฒนธรรมชุบแป้งทอด' ทางช่อง ThaiPBS ซึ่งได้รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ ทำให้บางครั้งเขาก็คิด-ทำหนังสือมาทั้งชีวิต แทบไม่เคยได้รับรางวัลอะไรเลย เป็นแต่กรรมการ (เช่น รางวัลวรรณกรรมเยาวชนแว่นแก้ว, รางวัลเซเวนบุ๊คส์, รางวัลซีไรต์) แต่พอทำโทรทัศน์เพียงปีเดียว ก็ได้รับรางวัลเลย เช่นนี้หมายความว่า...

11. กีฬาที่เขาชอบที่สุด ไม่ว่าจะเล่นหรือดู คือเทนนิส นักเทนนิสที่เขาโปรดปรานมากที่สุด คือกุยเยร์โม คอร์เรีย ชาวอาร์เจนตินา เป็นนักเทนนิสที่เก่งคอร์ตดินที่สุดในยุคก่อนนาดาล เฟรนช์โอเพ่นปี 2004 คือฝันร้ายของเขา เพราะคอร์เรียเข้าชิงกับแกสตอง เกาดิโอ ทุกคนในโลกเชื่อว่าคอร์เรียชนะแน่นอน เขาถ่างตาดู แต่แล้วคอร์เรียก็เจ็บ ทำให้พ่ายแพ้ไป คืนนั้นเขานอนไม่หลับ ถ้าหลับเมื่อไหร่ก็ฝันร้าย เขาจึงหลับๆตื่นๆจนถึงเช้า และเสียใจยิ่งนักที่คอร์เรียมา ‘แขวนแร็กเก็ต’ ด้วยการเล่นที่เมืองไทย แต่เขาไม่รู้ข่าว เลยไม่ได้ไปดู แต่แอบเชื่อว่าที่คอร์เรียเลือกมาแขวนแร็กเก็ตที่เมืองไทย เพราะเขาเคยเขียนอีเมลไปให้กำลังใจและบอกว่าเป็นแฟนเทนนิสจากไทย แต่ที่จริงคอร์เรียอาจอยากมาเที่ยวพัทยาก็ได้ อย่างไรก็ดี ปัจจุบันนี้เขาใช้จักรยานเป็นยานพาหนะ เลิกใช้รถยนต์ และหันมาวิ่งอย่าง (ค่อนข้าง) จริงจัง

12. ตอนเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เขาไม่ชอบเชียงใหม่เลย แต่ตอนนี้ เขากลับปลูกบ้านไว้ที่นั่น (โดยไม่รู้ว่าบ้านอยู่ใกล้กับแนวรอยเลื่อนของแผ่นดินไหว) อยากไปนั่งๆนอนๆอยู่ที่นั่น แต่พอไปแ

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
9 (10%)
4 stars
33 (38%)
3 stars
30 (35%)
2 stars
11 (12%)
1 star
2 (2%)
Displaying 1 - 12 of 12 reviews
Profile Image for Wannida.
125 reviews49 followers
May 15, 2016
เราหยิบ run me to the moon มาอ่านด้วยความมั่นใจ ด้วยความเชื่อมั่นในชื่อคนเขียนและเล่มนี้ไม่น่าจะทำให้เราผิดหวัง ท่ามกลางกระแสการวิ่งที่ฮิตขึ้นมาอย่างรวดเร็ว หนังสือเกี่ยวกับบันทึกประสบการณ์วิ่งก็ออกมาสอดรับกับปรากฏการณ์นี้ ออกมาเร็วและค่อนข้างเยอะจนเรารู้สึกว่าเริ่มเกลื่อน

แต่ชื่อผู้เขียนทำให้เราไม่ลังเลที่จะหยิบมาอ่าน หยิบอ่านปกหลัง เปิดอ่านคำนำ รู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของ เกร็ดความคิดบนก้าววิ่งของฮารูกิ มูราคามิ ซึ่งก็ไม่ประหลาดใจ ตื่นเต้นด้วยซ้ำว่าข้างในจะเป็นอย่างไร สิ่งที่โตมรเรียนรู้จากการวิ่งน่าจะเป็นอย่างไร

ออกตัวก่อนว่าไม่เคยอ่านงานเล่มของโตมร แต่อ่านงานคอลัมน์ บทความ สัมภาษณ์ และตามสถานะเฟสบุ๊คมาตลอด ชอบ
การเขียนวิเคราะห์อย่างเป็นธรรมชาติของเขา และคิดว่าเป็นคนมีความรู้กว้างและมุมมองน่าสนใจ แต่ในเล่มนี้กว่าครึ่งเล่มกลับหมดไปกับการเกริ่นเรื่องวิ่งที่สำหรับเรามองว่าไม่ต่างกับการอ่านสถานะเฟสบุ๊คเท่าไรนัก การพยายามสร้างอารมณ์ขันให้ผู้อ่านด้วยการใช้คำสวิงสวายที่เรามองว่ามาผิดที่ผิดเวลาและค่อนข้างน่ารำคาญ การพยายามบล๊อกตัวเองตลอดเวลาของผู้เขียน เช่น เมื่อกำลังจะอธิบายหรือเล่าถึงเนื้อหาเป็นวิทย์ๆ ใช้ศัพท์เฉพาะ ก็จะต้องแทรกหรือวงเล็บว่าคุณผู้อ่านอย่าเพิ่งตกใจ หรือเครียด เราพูดถึงเรื่องนี้ไม่นานหรอก หรือผมเองก็งงคำนี้เหมือนกัน บลาๆๆ คือเราเข้าใจว่าผู้เขียน(หรือสำนักพิมพ์) อาจอยากให้โทนของหนังสือเล่มนี้ดูสบายๆ เป็นกันเองกับคนอ่าน แต่การแทรกมาตลอดเวลา ย้ำ ตลอดเวลา แบบนี้ของผู้เขียน จะไม่เป็นการดูถูกคนอ่านไปหน่อยหรือ คือเนื้อหาก็ไม่ได้หนักอะไรอยู่แล้ว แล้วก็แทรกมุก(ซึ่งไม่ขำและน่ารำคาญ) เอนเตอร์เทนคนอ่านตลอด เช่น อารมณ์กำลังอ่านบทวิเคราะห์หรือความรู้อยู่เพลินๆ ให้ชื่อเฉพาะอะไรสักอย่างมา ก็แทรกขึ้นมาว่า (โอ๊ย ชื่อยาว!) เพื่ออะไร

อีกประเด็นคือการใช้คำทับศัพท์ จำเป็นขนาดไหนที่ต้องใช้คำทับศัพท์ภาษาอังฤษ โดยไม่มีวงเล็บหรือคำอธิบายใดๆ ในหนังสือ อีกอย่างคือเรามองว่าบางคำสามารถหลีกเลี่ยงคำทับศัพท์ได้ เช่น แพนิก ยอมรับว่ารอบตัวเราก็มีคนใช้ทับศัพท์แบบนี้เยอะ แต่การใช้ทับศัพท์ภาษาพูดมากมายขนาดนี้ก็ให้สงสัยว่า เส้นกั้นระหว่างภาษาเขียนกับภาษาพูดนี่เป็นเส้นบางๆ มาก และในกรณีนี้แทบจะไม่มีเลย และอีกกรณีคือ การใช้ทับศัพท์เฉพาะ เช่น trauma โดยไม่มีการอธิบายขยายความใดๆ คือในวงคนวิชาการหรือภาษาพูดก็ใช้กัน แต่พอมาเห็นหนังสือแบบนี้ก็รู้สึกว่าการใช้คำทับศัพท์ที่เป็นศัพท์เฉพาะ ก็จำกัดวงผู้อ่านไปโดยปริยาย มันไม่เอื้อหนุนสำหรับคนอ่านที่หลากหลายหรือป่าว?

ส่วนเรื่องเนื้อหาก็เฉยๆ อย่างที่บอกคือกว่าครึ่งหมดไปกับฝอย และมุกคุยกับผู้อ่าน ช่วงที่เราโอเคที่สุดคือช่วงท้ายๆ ที่เป็นโตมรเวอร์ชั่นที่เราคุ้นเคย แล้วก็ตัดจบจนเรางงว่า อ่าว พูดถึงมุมมองแค่นี้หรอ งี้เราอ่านสถานะเฟสบุ๊คเอาก็ได้…

อ่านจบเราก็กลับมานั่งคิด หรือเราคาดหวังกับความเป็นหนังสือเล่มมากไป
สำหรับเรา เมื่อซื้อหนังสือเล่มมาอ่าน นั่นเท่ากับการลงทุน อย่างน้อยๆ เราก็คาดหวังความจริงจัง การใช้ภาษาที่ดี ประกอบไปกับเนื้อหาและตัวตนผู้เขียนที่เป็นเอกลักษณ์ เมื่อไรกันที่การเขียนแบบลำลอง เช่น การเขียนสถานะเฟสบุ๊ค กับการเขียนหนังสือออกมาเป็นเล่มเป็นรูปธรรม แทบไม่มีเส้นกั้นระหว่างกัน

แล้วอย่างนี้เราจะอยากอ่านหนังสือเล่มกันอีกหรอ ก็ในเมื่อซื้อหนังสือเล่มมาอ่านก็ไม่ต่างกับการอ่านสถานะเฟสบุ๊คเท่าไรนัก
Profile Image for Suwitcha Chandhorn.
Author 15 books90 followers
March 30, 2018
ช่วงต้น ๆ ค่อนข้างเวิ่นเว้อจนนึกว่าจะไม่เข้าเรื่อง (เข้าใจว่าเขียนให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้าของสนพ.) แต่ในที่สุดก็วกกลับมายังจุดที่ถนัดและน่าอ่านจนได้ นั่นคือเริ่มกล่าวถึงเรื่องของการวิ่งโดยมีวิทยาศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง (ชอบตรงจุดนี้) พี่หนุ่มเขียนเรื่องยากให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น โดยไม่น่าอึดอัดจนรู้สึกแปลกแยก เหมือนเหยาะซอสพอเหมาะลงบนอาหาร ชอบตรงนี้ครับ
Profile Image for รพีพัฒน์ อิงคสิทธิ์.
Author 11 books109 followers
June 6, 2016
อ่านแล้วนึกถึงตัวเองสมัยที่ยังเป็นเด็กอ้วน (มาก) กับช่วงชีวิตการวิ่ง 3 รอบ

รอบแรกสมัยมัธยมปลายตอนต้น ตอนนั้นฟิตอะไรไม่รู้ ตื่นขึ้นมาวิ่งตอนเช้าก่อนไปโรงเรียน จำไม่ได้เหมือนกันว่าเลิกไปตอนไหน และทำไมถึงเลิก

รอบสอง กลับมาวิ่งอีกครั้งสมัยมหาวิทยาลัย ใช้เวลาว่างตอนเย็นหลังเลิกเรียนไปวิ่ง ตอนหลังเลิกเพราะต้องดูแลชมรมถ่ายภาพที่โดนบังคับให้ไปเป็นประธาน (คือต้องเข้าไปนั่งเฝ้าห้อง เล่นตลก และทำอาหารให้น้องๆ แดก)

รอบสาม หลังกลับมาจากเนเธอร์แลนด์ มันครั่นเนื้อครั่นตัว เพราะอากาศที่นู่นหนาวมาก จนไม่ได้ออกกำลังกายเว้นแต่ว่าจะปั่นจักรยานไปตามสถานที่ต่างๆ กลับมาเลยวิ่งแหลก จนมาถึงปัจจุบันก็ยังไม่เลิก ทั้งไม่เลิกวิ่ง และไม่เลิกอ้วน (ฮา)

หนังสือของพี่โตมรเล่มนี้มีรสชาติแปลกแปร่ง แปลกขนาดที่อ่านไปหนึ่งบทแล้วต้องพลิกว่านี่พี่โตมรเขียนจริงๆ ใช่ไหม แต่มันก็ได้รสชาติไปอีกแบบ ผมได้รู้ว่าพี่โตมรอ้วน ได้เกร็ดความรู้สำหรับนักวิ่ง แต่ที่สำคัญคือได้แรงบันดาลใจ (ที่กำลังจะหมด) ในการเข้าร่วมวิ่งมินิ ฮารล์ฟ ฟูล มาราธอนกับเขาบ้าง

บอกตามตรง ผมเคยเกลียดการวิ่งแบบนั้นมาก
ไม่รู้ทำไมต้องตื่นเช้า ต้องเตรียมอาหาร ต้องเสียเงิน เพื่อไปวิ่งในที่ที่คนเยอะๆ เสียงดังๆ (คือเกลียดมาก) ในขณะที่สามารถหยิบรองเท้าออกมาวิ่งในสวนแถวบ้านหรือที่ทำงานได้โดยทำระยะไม่แตกต่างกัน และออกกำลังกายเหมือนๆ กัน

ไม่รู้สิ ผมวิ่งมาสักพัก มันให้ความรู้สึกว่า ‘ชนกำแพง’ คือวิ่งไม่ไกลกว่านี้แล้ว (สุดแค่สิบกว่าโล แต่ไม่เคยไกลกว่านั้น) และอาจขาดหมุดหมายว่าจะวิ่งต่อไปทำไม (ถ้าผอม) การมุ่งมั่นฝึกซ้อมเข้าร่วมมาราธอนอาจเป็นหมุดหมายหนึ่งกระมัง

ขอบคุณสำหรับหนังสือสนุกๆ อีกเล่มครับ
Profile Image for Prachayon Nitiwattananon.
11 reviews25 followers
July 27, 2016
อ่านจบได้ ไม่ถึงวัน

เนื้อหาเพลินๆ เลอะเทอะๆนิดหน่อยๆ
Profile Image for Araya Pichitkul.
172 reviews18 followers
November 6, 2016
อ่านแล้วไฟลุกโชน อยากลุกมาวิ่ง ซึ่งก้อได้วิ่งบ้างไม่ได้วิ่งบ้าง อ่านเพลินดี มีมุกตลกสอดแทรกเป็นระยะ ชอบการวิ่งอย่างประณีต และท้ายเล่มที่ให้เพื่อนๆ(นามสมมติ) มาเขียนความในใจ
Profile Image for REMEMI3ER.
195 reviews12 followers
July 5, 2019
อ่าน "Run Me to The Moon" ของคุณโตมรจบแล้ว ค่อยๆอ่านสะสมทีละนิด ขอบอกตรงนี้เลยว่าพออ่านจบก็ค้นพบว่าอายุไม่ใช่ข้อจำกัดของการวิ่งจริงๆ อ่านสนุก มีนามสมมติเยอะมาก ตลกด้วย ได้ความรู้และสาระรอบตัวใหม่ๆหลายอย่างเลย ไม่เคยรู้ว่ากินกล้วยก่อนวิ่งจะช่วยให้ร่างกายมีพลังงาน เพิ่งรู้ว่าเห้ยเวลาวิ่งหัวนมผช.เสียดสีกับเสื้อจนเลือดไหลได้ด้วยอะ ได้รู้ศัพท์วงการวิ่งแปลกๆที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน จากอดีตที่คุณโตมรเคยเกลียดวิชาพละ แต่คุณโตมรออกวิ่งเพราะมีแรงจูงใจ ค่อยๆวิ่งทีละนิด ค่อยๆเขยิบจากความง่ายไปยาก ตบท้ายด้วยแง่คิดตอนท้ายที่ได้จากการวิ่ง มีคำพูดนึงที่เราชอบมาก "แท้จริงแล้วสิ่งที่เราเคยเกลียดมันมีคุณค่าซ่อนอยู่ เมื่อแหวกม่านค.เกลียดทั้งหลายออกไปมองให้เห็นถึงสิ่งที่ซ่อนอยู่ได้ ที่สุดเราก็จะหายเกลียด"และชอบบทที่ "การวิ่งคือวิธีร้องไห้ของร่างกาย" แล้วพูดถึง Forrest Gump ที่วิ่งข้ามทวีปเพราะความเศร้า
Profile Image for Olé Vorawee.
65 reviews
June 17, 2019
หนังสือเล่า(และบ่น)เส้นทางสู่การวิ่งฮาล์ฟมาราธอนของโตมร ที่นอกจากสนุกแล้วยังได้เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับการวิ่งอีกด้วย ในตอนแรกอาจจะไม่คุ้นเคยกับลีลาการเล่าเรื่องแบบนี้ (ปกติอ่านแต่แบบสุขุม+วิชาการจ๋า) งานเขียนนี้ลีลาเยอะมาก แต่ไม่ได้เยอะจนน่ารำคาญ โดยรวมอ่านเพลินๆ ดี แล้วยังทำให้ร้อนวิชา อยากออกไปวิ่งเลย
Profile Image for Thanawat.
441 reviews
June 25, 2017
Run me to moon สร้างความเพลิดเพลินได้ในระยะสั้น
แต่การออกไปวิ่ง สร้างความเพลิดเพลินให้ในระยะยาว
โตมร ศุขปรีชา ได้สร้างแรงบันดาลใจให้คนอ่าน หยิบรองเท้ากับหูฟัง ออกไปวิ่งได้สำเร็จเรียบร้อย
Profile Image for Tiabtawan Limjittrakorn.
121 reviews33 followers
July 24, 2016
ไม่สนุกอย่างที่คิด ใครอยากได้พร้อมยกให้
Profile Image for Tanisorn Kanjanahattakij.
1 review
September 21, 2016
อ่านแล้วอยากลุกขึ้นวิ่ง รอวันนั้น.. วันที่จะเริ่มวิ่งได้อีกครั้ง
Profile Image for Surote Wongpaiboon.
6 reviews2 followers
December 9, 2016
ใช้ได้เลยสำหรับคนอยากรู้เรื่องการเริ่มต้นวิ่ง แรงบันดาลใจ ของใช้ที่จำเป็น การคิดคำนวณคร่าวๆ สำหรับการวิ่ง รวมทั้งยังสามารถอ่านแบบสนุกๆคู่ๆกันได้อีกด้วย :D
Profile Image for Kittisak Kaewneam.
23 reviews1 follower
February 16, 2019
ติดตามบทความในเว็บไซต์ของพี่มากกว่างานเขียนหนังสือ ทำไมรู้สึกว่าบทความดูเฉียบแหลม คมคายกว่า หนังสือเล่มนี้ก็อ่านง่าย โดยเฉพาะครึ่งเล่มหลังที่ตรงจริตมากกว่า
Displaying 1 - 12 of 12 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.