Jump to ratings and reviews
Rate this book

ビジネスマンのための「発見力」養成講座 こうすれば、見えないものが見えてくる

Rate this book
セブン-イレブンのロゴ、最後のnが小文字なのが見えていましたか?
小金井カントリークラブの相場から、あなたは何を見ますか?
女子高生のルイ・ヴィトンから、あなたは何を見ますか?
発見力を磨くには、まず、自分には見えていないものがある、
分かっていないことがあるという意識がとても大事です。

この十年、さまざまな情報へのアクセスは飛躍的に容易になり、
情報量による不平等はずいぶん少なくなりました。
にもかかわらず、同じ情報に触れていても、そこから何を見るか、
そもそも、見えるのかどうかは、相変わらず、人によって大きく異なります。
ほとんどの人が何も見えないでいるところに、
ごく一部の人は、新しいマーケットを見て、新しいサービスを着想し、
株価の動きを察知し、会社の売上げの動向を予測する。その秘密は何なのか?
実は、そこには、それなりの「技」がある。
「見える力」すなわち、「発見力」とも言うべきスキルがあり、仕組みがあり方法論があります。
その「ものが見える力」を身につけていくための方法を惜しみなく披露した本書は、
きっと読者の世界観を大きく変えることでしょう。 (ディスカヴァー携書)

148 pages, Kindle Edition

First published September 13, 2007

4 people are currently reading
33 people want to read

About the author

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
5 (11%)
4 stars
16 (36%)
3 stars
19 (43%)
2 stars
4 (9%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 7 of 7 reviews
Profile Image for Tuitui Liw.
159 reviews7 followers
May 2, 2022
หนังสือแปลจากภาษาญี่ปุ่น ผู้เขียนคือ โคมิยะ คาสุโยชิ ที่เป็นที่ปรึกษาด้านการบริหารชื่อดังของญี่ปุ่น

เนื่องจากงานของเขาคืองานที่ปรึกษา ทำให้ต้องคอยสังเกตสิ่งต่างๆอยู่เสมอ เพราะเขาไม่ได้ทำงานเป็นพนักงานองค์กรนั้นๆ แต่ต้องมาให้คำปรึกษา ต้องมองให้ออกว่าจะปิดจุดอ่อน ดันจุดแข็งขององค์กรที่จ้างเขาได้อย่างไร

เล่มนี้จึงเป็นการรวบรวมประสบการณ์ของ คาสุโยชิ และถ่ายทอดออกมาเป็นหลักสูตรเพิ่มพูน ความช่างสังเกต แบบก้าวกระโดด คนที่มองไม่เห็น ต่อให้มีโอกาสมากมายอยู่ตรงหน้าก็มาไม่ออก ส่วนคนที่มองเห็น แค่โอกาสนั้นผ่านตาไปแว้บเดียวก็มองเห็นแล้ว

ด้วยขนาดหนังสือเล็กกะทัดรัด เห็นเล่มเล็กๆบางๆแบบนี้ ไม่ได้อ่านง่าย อ่านเพลิน อย่างที่คิดตอนแรก เพราะเนื้อหาค่อนข้างหนักไปทางวัฒนธรรมญี่ปุ่น ซึ่งเราคนไทยอาจจะไม่ชิน หรือเข้าไม่ถึงในบางเรื่อง แต่โดยรวมก็ถือว่าพออ่านได้เทคนิคดีๆไปปรับใช้เยอะพอสมควร

หนังสือเล่มนี้ประกอบไปด้วย 5 บท

1. ดูอยู่ แต่มองไม่เห็นอะไรเลย เป็นเรื่องทั่วๆไปในชีวิตประจำวันว่าคนเรามักจะมีความสังเกตสิ่งรอบๆตัวที่เห็นอยู่ทุกวันน้อยมาก แม้แต่นาฬิกาข้อมือที่ใส่ติดตัวทุกวัน มองดูเวลาทุกวัน แต่ถ้าให้เราหลับตา นึกถึงหน้าปัด และลองวาดรูปนาฬิกาของเรา น้อยคนที่จะวาดได้เก็บรายละเอียดครบถ้วน เพราะคนเราจะมองแต่สิ่งที่ตัวเองสนใจ แต่ถ้าเราฝึกตัวเองให้สังเกต ตาไว เราอาจจะเห็นอะไรที่คนอื่นไม่เห็นก็ได้ ยิ่งดูสิ่งต่างๆลึกเท่าไหร่ ก็ยิ่งรู้ว่ามีอีกหลายสิ่งที่ต้องดู


2. ความสนใจและข้อสันนิษฐานช่วยให้มองเห็นรายละเอียด เมื่อเราใส่ใจอะไรบางอยาง เราจะสนใจ สงสัย ตั้งสันนิษฐาน และตรวจสอบ เช่น คาสุโยชิ มีวิธีการวัดว่าโรงแรมไหนเป็นโรงแรม 5 ดาว จากการดูว่าโรงแรมนั้นตัดส่วนขั้วของมะเขือเทศราชินีออกหรือเปล่า เป็นวิธีวัดง่ายๆว่าโรงแรมหรูจะใส่ใจรายละเอียดเล็กๆน้อยๆมากกว่า

หรือเวลาที่ปรึกษาไปดูโรงงาน เขาดูที่พื้นที่โรงงาน ถ้าพื้นสะอาด สามารถตั้งข้อสันนิษฐานได้ว่าโรงงานนั้นมักจะไม่เกิดความผิดพลาดในงาน ถ้าเป็นออฟฟิศ ก็จะดูที่ไม้ประดับ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่ด่วน ทำทีหลังได้ แต่ถ้าออฟฟิศไหนใส่ใจดูแลดี ก็ย่อมหมายถึงกระบวนการทำงานอื่นๆก็น่าจะดีตาม


3. ทำตามตัวอย่างแล้วจะเห็น บทนี้จะสอนวิธีแยกแยะว่าบริษัทไหนดีไม่ดี ให้ดูที่การเอาใจใส่ลูกค้าของพนักงาน ถ้าพนักงานไม่ใส่ใจที่จะช่วยเหลือ ให้ข้อมูลกับลูกค้าเมื่อร้องขอ ก็เป็นสัญญาณที่บอกว่าบริษัทนั้น ใช้ไม่ได้


วิธีดูร้านอาหารที่ทำกำไร จากการดูว่า ถ้าพนักงานอยู่เฉยๆ ร้านนั้นมักจะไม่มีกำไร (ไม่นับร้านหรู Fine Dining เพราะแม้ต้นทุนอาหารเท่ากันแต่ราคาต่อหัวที่ลูกค้าจ่ายไม่เท่ากับร้านทั่วไป บางทีเสิร์ฟโต๊ะเดียวก็ได้กำไรแล้ว)


วิธีเดายอดขายของบริษัท ให้ถามจำนวนพนักงาน เพราะว่ากำไรขั้นต้น (ยอดขายลบด้วยราคาทุน) ของแต่ละวงการธุรกิจมีกำหนดไว้อยู่แล้ว สมมติว่าราคาทุนคือ 30% กำไรขั้นต้นจะเป็น 70% ถ้ากำไรขั้นต้นต่อหัวเป็น 7 ล้านเยน ยอดขายต่อหัวก็จะเป็น 10 ล้านเยน เมื่อนำเอาเลขนี้ไปคูณกับจำนวนพนักงานก็จะพอรู้ยอดขายของบริษัท


วิธีดูงบการเงินใน 1 วินาที ให้ดูว่าหนี้สินหมุนวียนมากกว่าหรือน้อยกว่าทรัพย์สินหมุนวียน ถ้าเงินสด เงินฝาก ลูกหนี้การค้ามีมูลค่ามากกว่า สามารถตั้งข้อสันนาฐานว่าบริษัทนี้น่าจะพอเอาตัวรอดได้

4. วิธีฝึกความช่างสังเกต สะสมความรู้ไว้แล้วนำมาเชื่อมโยงกัน จะทำให้เห็นความสัมพันธ์ของเรื่องราวต่างๆได้ดียิ่งขึ้น อ่านหนังสือพิมพ์ไล่ทีละหน้า ช่วยเพิ่มความสนใจให้หลากหลาย มากกว่าการอ่านบนมือถือหรือหน้าจอ เพราะเราจะเลือกอ่านแต่สิ่งที่สนใจเท่านั้น และอ่านตัวเลขเศรษกิจ เช่นค่าจ้าง ค่าครองชีพ ราคาวัตถุดิบ อัตราว่างงาน เมื่อเราดูบ่อยๆ จากจุด จะกลายเป็นเส้น จากเส้นจะกลายเป็นด้าน และสุดท้ายกลายเป็นลูกบาศก์เมื่อนำข้อสันนิษฐานต่างๆมาประกอบกัน

และการดูสิ่งปกติมากๆก็จะทำให้เห็นสิ่งผิดปกติได้ง่าย หรือการเปรียบเทียบกับของธรรมดา ก็จะทำให้เห็นความพิเศษ


ส่วนบทสุดท้ายเป็น 10 เคล็ดลับการเป็นคนตาไว เพราะการมองเห็นเชื่อมโยงกับการสังเกต เมื่อมองเห็น ก็จะมีความสุขเพราะการค้นพบและฉุกคิดทำให้เราเห็นโลกกว้างขึ้น
This entire review has been hidden because of spoilers.
Profile Image for Peung Sucha.
11 reviews1 follower
October 10, 2021
เนื้อเรื่องโดยรวมทำให้ได้มองและใส่ใจในรายละเอียด ทำให้เราไปคนช่างสังเกตมากยิ่งขึ้น ยิ่งเราได้ทำควาใเข้าใจกับปัญหา ปัญหานั้นๆก็จะทำให้เราได้เรียนรู้ หนังสือเล่มนี้ยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่น เช่น เรื่องของตั๋วรถไฟชินคังเซน หากไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องตั๋วรถไฟมาก่อน อาจทำให้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องที่ผู้เขียนยกตัวอย่างได้ค่อนข้างยาก อาจนึกภาพตามไม่ได้ เนื้อหาส่วนใหญ่มีสอดแทรกมุมมองเกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจร่วมด้วย
Profile Image for KaTe.
67 reviews
June 4, 2023
ไม่ค่อยชอบรู้สึกไม่ได้อะไรเท่าไหร่ แอบคิดว่านักเขียนดูขี้โม้ไปหน่อย
542 reviews6 followers
January 14, 2020
ใส่ใจจะเห็น ฝังใจไม่เห็น
มองดูทุกเรื่อง ตีความทุกอย่าง
สงสัยสิ่งที่เชื่อ ดูสิ่งที่หาย
เริ่มจากหนังสือพิมพ์
Profile Image for Phattranitt Saphu.
9 reviews1 follower
November 23, 2016
สิ่งที่ได้จากหนังสือเล่มนี้ ถ้าเราไม่ยอมรับมุมมองคนอื่นอย่างว่าง่ายก็จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง การหมกมุ่นเป็นสิ่งจำเป็น แต่อย่าดื้อรั้น คนดื้อรั้นจะมองไม่เห็นรายละเอียด คนที่มองไม่เห็นรายละเอียด ก็เพราะเป็นคนดื้อรั้น จะคิดว่าตัวเองถูกเสมอ และไม่เปลี่ยนแปลงมุมมองของตัวเองเด็ดขาด
2 reviews
November 19, 2010
2007/9/13発売。この時点でサブプライム問題→リーマンショックあたりまで予見しているのがすごい。
Displaying 1 - 7 of 7 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.