What do you think?


ยิ่งหิว ยิ่งสุขภาพดี
"ยิ่งหิวยิ่งสุขภาพดี" เขียนจากประสบการณ์ตรงของ "นพ.โยะชิโนะริ นะงุโมะ" แพทย์ชื่อดังชาวญี่ปุ่นที่กล้ายืนยันว่า ความคิดที่ว่าการกินอาหารอย่างสม่ำเสมอจะทำให้ร่างกายแข็งแรงนั้นเป็นความคิดที่เก่าแล้ว ในทางตรงกันข้าม เมื่อท้องร้องเพราะหิวจะส่งผลดีต่อร่างกาย โดยจะค่อยๆ เริ่มจากในระดับเซลล์แล้วทำให้กลับไปเป็นหนุ่มสาวอีกครั้ง คุณหมอได้ลองผิดลองถูกแล้วพบว่า การเปลี่ยนพฤติกรรมมากินอาหารเพียงวันละมื้อกลับทำให้สุขภาพดีขึ้นและดูอ่อนกว่าวัยอย่างไม่น่าเชื่อ มาทำให้สุขภาพแข็งแรง น้ำหนักตัวเข้าสู่จุดที่เหมาะสม นอนหลับสนิททุกคืน พร้อมทำความรู้จักเคล็ดลับอันหลากหลายที่มีส่วนช่วยให้ผิวพรรณสวย ใส สุขภาพดีอยู่กับคุณไปนานๆ สำหรับผู้ที่รักสุขภาพทุกท่าน หนังสือเล่มนี้จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคุณ
- GenresNonfictionHealth
206 pages, Paperback
First published January 18, 2012
Ratings & Reviews
Friends & Following
Create a free account to discover what your friends think of this book!
Community Reviews
Displaying 1 - 15 of 15 reviews
June 9, 2019
ยิ่งหิว..ยิ่งสุขภาพดี ตีแผ่วิธีการใช้ชีวิตที่ฟังแล้วดูสวนทางกับการใช้ชีวิตในปัจจุบันของมนุษย์ แต่เราว่าสอดคล้องกับวิถีของธรรมชาตินะ มนุษย์คิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางเพราะฉะนั้นเลยหาวิธีการเอาชนะสิ่งมีชีวิตอื่นๆ จนกลายมาเป็นเรารับเข้าไปมากเกินกว่าที่ร่างก่ายเราต้องการจจนเป็นเหตุให้เกิดโรค
หลักการของหนังสือเล่มนี้ :
- ปล่อยให้ท้องหิว ซึ่งการการปล่อยให้ท้องหิวจะกระตุ้นการหลั่ง Growth hormone และทำให้ยีนรอดชีวิต(เซอทูอิน)ทำงาน เพื่อซ่อมแซมร่างกายและยืดอายุ
- กินครบโภชนาการ เมื่อลดเวลากินให้น้อยลงแล้วควรเลือกกินของที่มีคุณค่าเข้าร่างกายจะดีกว่าเอาของไม่มีประโยชน์เข้าสู่ร่างกาย
- เดินเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก แต่ไม่จำเป็นต้องโหมออกกำลังกาย เพราะจะไปเร่งอัตราการเต้นของหัวใจจนเกินไป
- นอนหัวค่ำตื่นแต่เช้า "นาทีทองคือ 4 ทุ่มถึงตี 2" ซึ่งเป็นหลักการที่เคยได้ยินกันทั่วไป
โดยรวมแล้วถือว่าเป็นหลักการที่น่าเชื่อนะ คุณหมออธิบายทุกอย่างเป็นเหตุเป็นผล บางคนอาจคิดว่าเป็นวิธีการที่สุดขั้ว! แต่ถ้าเราเทียบกับพระวัดป่าหรือคนที่ใช้ชีวิตสมถะจริงๆ เราว่าเป็นเรื่องที่ทำได้! แต่สำหรับชีวิตคนทำงานอย่างเรา อาจจะยากนิดนึง
ปล. เราลองกิน if 18/6 (ไม่กล้ากินแค่มื้อเดียวเหมือนคุณหมอ) เราว่าไม่ทุรนทุรายนะ น้ำหนักลดลงและรู้สึกร่างกายคล่องตัวขึ้น
หลักการของหนังสือเล่มนี้ :
- ปล่อยให้ท้องหิว ซึ่งการการปล่อยให้ท้องหิวจะกระตุ้นการหลั่ง Growth hormone และทำให้ยีนรอดชีวิต(เซอทูอิน)ทำงาน เพื่อซ่อมแซมร่างกายและยืดอายุ
- กินครบโภชนาการ เมื่อลดเวลากินให้น้อยลงแล้วควรเลือกกินของที่มีคุณค่าเข้าร่างกายจะดีกว่าเอาของไม่มีประโยชน์เข้าสู่ร่างกาย
- เดินเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก แต่ไม่จำเป็นต้องโหมออกกำลังกาย เพราะจะไปเร่งอัตราการเต้นของหัวใจจนเกินไป
- นอนหัวค่ำตื่นแต่เช้า "นาทีทองคือ 4 ทุ่มถึงตี 2" ซึ่งเป็นหลักการที่เคยได้ยินกันทั่วไป
โดยรวมแล้วถือว่าเป็นหลักการที่น่าเชื่อนะ คุณหมออธิบายทุกอย่างเป็นเหตุเป็นผล บางคนอาจคิดว่าเป็นวิธีการที่สุดขั้ว! แต่ถ้าเราเทียบกับพระวัดป่าหรือคนที่ใช้ชีวิตสมถะจริงๆ เราว่าเป็นเรื่องที่ทำได้! แต่สำหรับชีวิตคนทำงานอย่างเรา อาจจะยากนิดนึง
ปล. เราลองกิน if 18/6 (ไม่กล้ากินแค่มื้อเดียวเหมือนคุณหมอ) เราว่าไม่ทุรนทุรายนะ น้ำหนักลดลงและรู้สึกร่างกายคล่องตัวขึ้น
November 9, 2020
เขียนละเอียดตามสไตล์ญี่ปุ่น ทำให้เข้าใจว่าหลายๆโรคที่มนุษย์เป็นมาจากการพยายามปรับตัวหรือวิวัฒนาการที่ไม่สมบูรณ์โดยสาเหตุมาจากวิถีชีวิตบองเราเอง ต่อจากนี้จะพยายามทดลองทานอาหารวันละมื้อ เดินมากๆ ไม่ดื่มกาแฟ ดื่มชาที่ไม่มีคาเฟอีน นอนในช่วงที่โกรทฮอร์โมนทำงานตามที่แนะนำ ในเล่มอธิบายที่มาที่ไปได้ดีมากว่าทำไมมนุษย์ถึงอยู่รอดได้ดีกว่าในสภาพที่อดอยากหิวโหย และเหน็บหนาว
January 6, 2017
ยกให้เป็นหนังสือเปลี่ยนชีวิตของปี 2015 เลยก็ว่าได้ :D
กล้าปรับพฤติกรรมการกินใหม่ก็เพราะเล่มนี้ล้วนๆ ไม่ได้เชื่อ 100% แต่ก็คิดว่าเรื่องวิวัฒนาการของยีนที่โตช้ากว่าเวลาที่โลกหมุนส่งผลต่อมื้ออาหารก็ฟังสมเหตุสมผลอยู่ ชอบที่หนังสือมันสั่นคลอนความเชื่อ/ข้อเท็จจริงที่ถูกป้อนใส่หัวมานาน ทุกวันนี้ก็ไม่ได้กิน 1 มื้อตามที่หนังสือบอกอย่างเคร่งครัดหรอก แต่กินแบบมีสติมากกว่า มีมื้อสติแตกบ้าง แต่ก็พยายามคุมให้อยู่ในเกมล่ะน่า ;p
กล้าปรับพฤติกรรมการกินใหม่ก็เพราะเล่มนี้ล้วนๆ ไม่ได้เชื่อ 100% แต่ก็คิดว่าเรื่องวิวัฒนาการของยีนที่โตช้ากว่าเวลาที่โลกหมุนส่งผลต่อมื้ออาหารก็ฟังสมเหตุสมผลอยู่ ชอบที่หนังสือมันสั่นคลอนความเชื่อ/ข้อเท็จจริงที่ถูกป้อนใส่หัวมานาน ทุกวันนี้ก็ไม่ได้กิน 1 มื้อตามที่หนังสือบอกอย่างเคร่งครัดหรอก แต่กินแบบมีสติมากกว่า มีมื้อสติแตกบ้าง แต่ก็พยายามคุมให้อยู่ในเกมล่ะน่า ;p
November 8, 2016
ได้รู้ความลับทางด้านการอยู่รอดของเผ่าพันธ์มนุษย์สมัยโบราณในมุมมองทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับกลไกการทำงานของร่างกายเพื่อความอยู่รอด โดยได้นำความลับนั้นมาประยุกต์ใช้กับการกินอาหาร การรักษาสุขภาพ การดูเเลตนเอง เพื่อให้มีสุขภาพดี อ่อนเยาว์ เเละมีชีวิตที่ยืนยาว ได้ความรู้เยอะมาก
April 13, 2022
หนังสือเล่มนี้ค่อนข้างจะทำลายล้างความเชื่อเกี่ยวกับการกินอาหารในแต่ละวันของผมเป็นอย่างมาก ซึ่งผมก็จะยังไม่เชื่อตามหนังสือเลยหรอกแต่ว่าจะพิสูจน์ด้วยการลองทำตามดู และก็อาจจะไปศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวหับความเชื่อเก่าๆที่ว่า อาหารเช้าสำคัญที่สุด หรือ การกินข้าวแล้วนอนเลยเป็นสิ่งที่ไม่ดี
ไอเดียที่สำคัญที่สุดตามชื่อหนังสือ การปล่อยให้ท้องหิวจะทำให้อายุยืนมากขึ้น สุขภาพดี และรูปร่างสมส่วน มีหน้าท้องที่แบนราบ(ถ้าคุณอ่านหนังสือเล่มนี้ล่ะก็ คุณจะเจอไอ้หน้าท้องแบนราบนี่จนเอียนเลยแหละ)
หนังสือให้เหตุผลมาว่ามนุษย์เราเพิ่งจะมาคิดค้นการกินอย่างอิ่มหนำสำราญ aka การกินข้าววันละสามมื้อเมื่อไม่กี่ร้อยปีที่ผ่านมานี้เอง ถ้าเทียบกับการที่มนุษย์ปรับตัวเพื่อต่อสู้กับความอดอยากมาตลอดแสนๆปี การกินข้าววันละมื้อจึงเข้ากับธรรมชาติและร่างกายของเรามากกว่า
มีหลายๆจุดที่เมื่อลองคิดตามหนังสือแล้วเราเห็นด้วย เช่น เวลาหลังเรากินข้าวในแต่ละมื้อเราก็จะรู้สึกง่วงขึ้นมา นั่นเป็นเพราะว่าร่างกายของเราพัฒนาขึ้นมาให้หลับหลังจากที่อิ่ม(หนังสือว่ามางั้นล่ะนะ) ซึ่งมันก็คล้ายคลึงกับคำพูดที่ว่าเมื่อหนังท้องตึง หนังตาจะหย่อน และก็สอดคล้องกับประสบการณ์การนอนในคาบบ่ายตลอดในสมัยมัธยมของผมด้วย555
ดังนั้นถ้าหากต้องเลือกกินอาหาร1มื้อล่ะก็ เราควรกินมื้อเย็นแล้วก็นอนหลับไปเลย
อีกไอเดียนึงของหนังสือก็น่าสนใจคือการกินอะไรเข้าไปทั้งชิ้น เช่น ปลา หรือผัก ที่จะทำให้ได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนและไม่ทำให้ต้องทิ้งอาหารไปอย่างเปล่าประโยชน์(แต่ผมก็ยังทำไม่ค่อยจะได้ล่ะนะ)
ผมขอสารภาพว่าผมอ่านไปเรื่อยๆผมก็ค่อนข้างเบื่อนะ พอถึงจุดๆนึงไอเดียก็เริ่มจะวนๆแล้วล่ะ แต่พออ่านมาถึงบทสุดท้ายมันทำให้ผมตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ตาผมเบิกโพลงเต็มที่(รู้สึกแปลกๆนะที่ใช้คำนี้ แต่เอาน่ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ) กับแนวคิดที่ว่า
ทั้งๆที่มนุษย์ไม่ได้จำเป็นต้องกินอะไรมากมายขนาดนั้นแท้ๆ เรากลับมีการผลิตอาหารออกมามากมาย นอกจากอาหารเหล่านั้นจะเกินความจำเป็นแล้ว การผลิตอาหารเหล่านี้ยังใช้ทรัพยากรของโลกนี้ไปมหาศาลและสร้างผลกระทบต่อธรรมชาติเพิ่มอีก และที่น่าขำคือในขณะที่ผู้คนที่มีอันจะกินกำลังฝืนธรรมชาติของตัวเองในการกินอาหารที่เกินความจำเป็น คนอีกครึ่งโลกกลับประสบปัญหาความอดอยาก ด้วยเหตุผลเหล่านี้ทำให้ผมเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่าถึงเวลาแล้วรึยังที่มนุษย์ควรจะปฏิรูปการบริโภคนิยม ถึงเวลาแล้วรึยังที่เราจะเลิกกินมากกว่าที่จำเป็นและทำให้หลายๆสิ่งกลับสู่สมดุล
ปล.ถ้าหากใครที่อยากทำความเข้าใจเรื่องนี้คร่าวๆสามารถไปดูคลิปhttps://www.youtube.com/watch?v=VbXbx... ของช่องพูดได้ ผมคิดว่าไอเดียหลักๆค่อนข้างคล้ายคลึงกัน
ไอเดียที่สำคัญที่สุดตามชื่อหนังสือ การปล่อยให้ท้องหิวจะทำให้อายุยืนมากขึ้น สุขภาพดี และรูปร่างสมส่วน มีหน้าท้องที่แบนราบ(ถ้าคุณอ่านหนังสือเล่มนี้ล่ะก็ คุณจะเจอไอ้หน้าท้องแบนราบนี่จนเอียนเลยแหละ)
หนังสือให้เหตุผลมาว่ามนุษย์เราเพิ่งจะมาคิดค้นการกินอย่างอิ่มหนำสำราญ aka การกินข้าววันละสามมื้อเมื่อไม่กี่ร้อยปีที่ผ่านมานี้เอง ถ้าเทียบกับการที่มนุษย์ปรับตัวเพื่อต่อสู้กับความอดอยากมาตลอดแสนๆปี การกินข้าววันละมื้อจึงเข้ากับธรรมชาติและร่างกายของเรามากกว่า
มีหลายๆจุดที่เมื่อลองคิดตามหนังสือแล้วเราเห็นด้วย เช่น เวลาหลังเรากินข้าวในแต่ละมื้อเราก็จะรู้สึกง่วงขึ้นมา นั่นเป็นเพราะว่าร่างกายของเราพัฒนาขึ้นมาให้หลับหลังจากที่อิ่ม(หนังสือว่ามางั้นล่ะนะ) ซึ่งมันก็คล้ายคลึงกับคำพูดที่ว่าเมื่อหนังท้องตึง หนังตาจะหย่อน และก็สอดคล้องกับประสบการณ์การนอนในคาบบ่ายตลอดในสมัยมัธยมของผมด้วย555
ดังนั้นถ้าหากต้องเลือกกินอาหาร1มื้อล่ะก็ เราควรกินมื้อเย็นแล้วก็นอนหลับไปเลย
อีกไอเดียนึงของหนังสือก็น่าสนใจคือการกินอะไรเข้าไปทั้งชิ้น เช่น ปลา หรือผัก ที่จะทำให้ได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนและไม่ทำให้ต้องทิ้งอาหารไปอย่างเปล่าประโยชน์(แต่ผมก็ยังทำไม่ค่อยจะได้ล่ะนะ)
ผมขอสารภาพว่าผมอ่านไปเรื่อยๆผมก็ค่อนข้างเบื่อนะ พอถึงจุดๆนึงไอเดียก็เริ่มจะวนๆแล้วล่ะ แต่พออ่านมาถึงบทสุดท้ายมันทำให้ผมตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ตาผมเบิกโพลงเต็มที่(รู้สึกแปลกๆนะที่ใช้คำนี้ แต่เอาน่ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ) กับแนวคิดที่ว่า
ทั้งๆที่มนุษย์ไม่ได้จำเป็นต้องกินอะไรมากมายขนาดนั้นแท้ๆ เรากลับมีการผลิตอาหารออกมามากมาย นอกจากอาหารเหล่านั้นจะเกินความจำเป็นแล้ว การผลิตอาหารเหล่านี้ยังใช้ทรัพยากรของโลกนี้ไปมหาศาลและสร้างผลกระทบต่อธรรมชาติเพิ่มอีก และที่น่าขำคือในขณะที่ผู้คนที่มีอันจะกินกำลังฝืนธรรมชาติของตัวเองในการกินอาหารที่เกินความจำเป็น คนอีกครึ่งโลกกลับประสบปัญหาความอดอยาก ด้วยเหตุผลเหล่านี้ทำให้ผมเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่าถึงเวลาแล้วรึยังที่มนุษย์ควรจะปฏิรูปการบริโภคนิยม ถึงเวลาแล้วรึยังที่เราจะเลิกกินมากกว่าที่จำเป็นและทำให้หลายๆสิ่งกลับสู่สมดุล
ปล.ถ้าหากใครที่อยากทำความเข้าใจเรื่องนี้คร่าวๆสามารถไปดูคลิปhttps://www.youtube.com/watch?v=VbXbx... ของช่องพูดได้ ผมคิดว่าไอเดียหลักๆค่อนข้างคล้ายคลึงกัน
This entire review has been hidden because of spoilers.
June 12, 2023
หลายอย่าง นำไปปรับใช้ได้ แต่ส่วนใหญ่ไม่ชอบ และไม่เชื่อ😆
ผู้เขียน พูดถึงการกินอาหารวันละมื้อ กินผักทั้งต้น กินปลาทั้งตัว(ก้างด้วย) กินมื้อเย็นแล้วนอน เพลิดเพลินกับเสียงท้องร้องจ๊อกๆในระหว่างวัน
เหล่านี้จะทำให้ได้ใช้งานยีนเซอร์ทูอิน Sirtuin ยีนที่จะเกิดเพื่อให้เราเอาชีวิตรอดได้ ในสภาวะที่ร่างกายอดอยากหิวโหย
ยิ่งเราหิวความสามารถในการอยู่รอดก็จะยิ่งทำงานและทำให้เรากลับเป็นหนุ่มสาวอีกครั้ง
ผู้เขียน พูดถึงตัวเองบ่อยมากกกกกกในแง่ที่ว่า เขาอายุ56แล้วแต่ มีอายุหลอดเลือด26ปี อายุกระดูก28ปี สมองอ่อนเยาว์เหมือนคนอายุ38ปี ฯลฯ
โดยรวมอ่านแล้วรับรู้ รับทราบ แต่ไม่ทำตาม😆😆
เดี๋ยวไปอ่านแก่ช้าลงแน่ ฯอีกเล่มนึงก่อน ว่าจะอะไรยังไง
😆😆😆
ผู้เขียน พูดถึงการกินอาหารวันละมื้อ กินผักทั้งต้น กินปลาทั้งตัว(ก้างด้วย) กินมื้อเย็นแล้วนอน เพลิดเพลินกับเสียงท้องร้องจ๊อกๆในระหว่างวัน
เหล่านี้จะทำให้ได้ใช้งานยีนเซอร์ทูอิน Sirtuin ยีนที่จะเกิดเพื่อให้เราเอาชีวิตรอดได้ ในสภาวะที่ร่างกายอดอยากหิวโหย
ยิ่งเราหิวความสามารถในการอยู่รอดก็จะยิ่งทำงานและทำให้เรากลับเป็นหนุ่มสาวอีกครั้ง
ผู้เขียน พูดถึงตัวเองบ่อยมากกกกกกในแง่ที่ว่า เขาอายุ56แล้วแต่ มีอายุหลอดเลือด26ปี อายุกระดูก28ปี สมองอ่อนเยาว์เหมือนคนอายุ38ปี ฯลฯ
โดยรวมอ่านแล้วรับรู้ รับทราบ แต่ไม่ทำตาม😆😆
เดี๋ยวไปอ่านแก่ช้าลงแน่ ฯอีกเล่มนึงก่อน ว่าจะอะไรยังไง
😆😆😆
May 9, 2024
ยิ่งหิวยิ่งสุขภาพดี นพ.โยะชิโนะริ นะงุโมะ
การปล่อยให้ท้องหิวกลายเป็นธรรมชาติของมนุษย์ การอิ่มหนำสำราญกับให้โทษต่อร่างกายถ้าบรรพบุรุษของเราเมื่อ 170,000 ปีก่อน ก็ไม่ได้กินครบทั้งสามมื้อ เป็นเรื่องโบราณที่หน้าเลียนแบบ ในปัจจุบันยิ่งกินยิ่งหิวเราเลยมีน้ำหนักตัวขึ้นมาตามตัวเลขของอายุ เป็นสัญญาณบอกถึงวิวัฒนาการของร่างกายที่เสื่อมถอย อวัยวะทุกส่วนล้วนเสื่อมสภาพแต่ไม่มีอะไหล่เปลี่ยน เมื่ออวัยวะพังระบบก็พังตามไปด้วยเป็นเหตุผลในการที่เราจะต้องเลือกบริโภคและฟังเสียงของร่างกายมากกว่าความอยากของตัวเอง อ่านไปอ่านมามันก็ดูสุดโต่ง อาจเป็นเรื่องท้าทายของชีวิต และจะลองเป็นหนูทดลองให้กับความหิว เพื่อพิชิตอะไรก็ได้แค่อยากทำ
การปล่อยให้ท้องหิวกลายเป็นธรรมชาติของมนุษย์ การอิ่มหนำสำราญกับให้โทษต่อร่างกายถ้าบรรพบุรุษของเราเมื่อ 170,000 ปีก่อน ก็ไม่ได้กินครบทั้งสามมื้อ เป็นเรื่องโบราณที่หน้าเลียนแบบ ในปัจจุบันยิ่งกินยิ่งหิวเราเลยมีน้ำหนักตัวขึ้นมาตามตัวเลขของอายุ เป็นสัญญาณบอกถึงวิวัฒนาการของร่างกายที่เสื่อมถอย อวัยวะทุกส่วนล้วนเสื่อมสภาพแต่ไม่มีอะไหล่เปลี่ยน เมื่ออวัยวะพังระบบก็พังตามไปด้วยเป็นเหตุผลในการที่เราจะต้องเลือกบริโภคและฟังเสียงของร่างกายมากกว่าความอยากของตัวเอง อ่านไปอ่านมามันก็ดูสุดโต่ง อาจเป็นเรื่องท้าทายของชีวิต และจะลองเป็นหนูทดลองให้กับความหิว เพื่อพิชิตอะไรก็ได้แค่อยากทำ
June 13, 2019
มีหลายอย่างที่เราเห็นด้วย และก็อีกหลายอย่างที่ขัดกับความคิดในการรักษาสุขภาพที่เรามีมากๆ
คิดว่าอาจจะเป็นเพราะยังไม่ถึงวัยรึเปล่า เพราะแต่ก่อนเราไม่ออกกำลังกาย พอถึงจุดนึงก็สามารถทำเพื่อสุขภาพแล้วก็กลายเป็นชอบได้
ที่แต่ก่อนไม่เข้าในผู้ใหญ่ที่หันมาวิ่งมาราธอน ตอนนี้เริ่มเก็ตนิดๆ เลยเริ่มทำตามทีละหน่อย ก็มีผู้ใหญ่ที่รู้จักหลายคนหันมากินอาหารมื้อเดียว ตอนนี้ยังไม่เข้าใจ แต่ต่อไปอาจจะเข้าใจและทำตามขึ้นมาก็ได้
ตอนนี้ขอแค่ fasting 15/9 ก่อนนะ วันละมื้อยังไม่อิน
คิดว่าอาจจะเป็นเพราะยังไม่ถึงวัยรึเปล่า เพราะแต่ก่อนเราไม่ออกกำลังกาย พอถึงจุดนึงก็สามารถทำเพื่อสุขภาพแล้วก็กลายเป็นชอบได้
ที่แต่ก่อนไม่เข้าในผู้ใหญ่ที่หันมาวิ่งมาราธอน ตอนนี้เริ่มเก็ตนิดๆ เลยเริ่มทำตามทีละหน่อย ก็มีผู้ใหญ่ที่รู้จักหลายคนหันมากินอาหารมื้อเดียว ตอนนี้ยังไม่เข้าใจ แต่ต่อไปอาจจะเข้าใจและทำตามขึ้นมาก็ได้
ตอนนี้ขอแค่ fasting 15/9 ก่อนนะ วันละมื้อยังไม่อิน
December 24, 2020
แก่นของหนังสือคือประโยชน์ของความหิวและความหนาว หนังสือให้ความรู้รอบตัวเกี่ยวกับสุขภาพและร่างกาย มีหลายๆอย่างที่ลบล้างความเชื่อเกี่ยวกับสุขภาพเก่าๆ สิ่งที่ผมได้จากเล่มนี้คือ พยายามเลิกกินเกินความจำเป็น และปล่อยให้ท้องได้ร้องบ้าง
January 21, 2018
สรุปหลักการง่าย ๆ ๆ...ไม่ต้องกิน...จบ...
January 21, 2019
เรื่องราวการนำเสนอการดูแลสุขภาพ โดยการกินอาหารวันละมื้อ การบริโภคให้ครบคุณค่าทางโภชนาการ และ การนอนหลับ เพื่อให้มีสุขภาพดีจากภายใน รวมทั้งรูปลักษณ์ภายนอกที่บ่งบอกถึงสุขภาพที่ดี
July 2, 2020
มีข้อมูลหลายด้านที่ค่อนข้างจะสวนทางกับข้อมูลที่ได้รับจากหนังสือสุขภาพเล่มอื่นๆ ซึ่งมีความน่าสนใจดีค่ะ โดยสรุปสิ่งที่แนะนำให้ทำ คือ กินอาหารวันละมื้อตากของทั้งชิ้น และนอนหลับในช่วง 4 ทุ่ม- ตี 2
This entire review has been hidden because of spoilers.
May 16, 2021
อ่านเพลินได้ความรู้มากมาย มากกินอาหารวันละมื้อเพื่อสุขภาพดีย้อนวัยกันเถอะ
August 18, 2025
ถ้าอยากรู้ว่าทำไมยิ่งหิวยิ่งสุขภาพดีต้องอ่านเล่มนี้ครับ กินอาหารให้ครบหมู่ ให้เต็มท้องถึง 60% พอ ออกกำลังกายพอประมาณ นอนหลับให้ดี ที่เหลือร่างกายมันดูแลเองครับ
June 12, 2016
อ่านเพลินดี เป็นอีกวิธีที่น่าลอง
หนังสือเล่มนี้ไม่ได้บอกให้อดอาหาร
แต่กินให้น้อยลง ไม่กินเกินจำเป็น ฟังเสียงหิวของร่างกาย
ที่สำคัญคือเมื่อกินแล้วต้องกินให้โภชนาการครบ และนอนหลับเพียงพอในช่วงเวลาสำคัญ.
หนังสือเล่มนี้ไม่ได้บอกให้อดอาหาร
แต่กินให้น้อยลง ไม่กินเกินจำเป็น ฟังเสียงหิวของร่างกาย
ที่สำคัญคือเมื่อกินแล้วต้องกินให้โภชนาการครบ และนอนหลับเพียงพอในช่วงเวลาสำคัญ.
Displaying 1 - 15 of 15 reviews














