Natt Cham176 reviews51 followersFollowFollowNovember 7, 2022เรื่องนี้เขียน โดยสร้างโลกดีสโทเปียจากผลกระทบทางสภาพแวดล้อมแบบวิทยาศาสตร์ และในท้ายสุดก็แก้ไขปัญหาด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์แต่อ่านแล้วขัดๆ หากจะมองในแง่ความสมจริง รูปแบบการตอบสนองทางสังคม กระบวนการธุรกิจโรงงาน การค้นคว้าวิจัย การแก้ปัญหา ทุกอย่างอ่านแล้วไม่สามารถสร้างโลกให้อยู่ในสิ่งที่บรรยายไว้ได้. ยิ่งเหตุการณ์ในเรื่องเพียงแค่สามปีหลังเกิดมลภาวะเท่านั้นsci-fi thai-ไทย utopia-dystopia
Chawanat100 reviews19 followersFollowFollowMay 19, 2021ชอบช่วงต้นๆ ของเรื่องมาก ที่ปูให้เห็น setting ของเมืองและการปรากฏของหมอกพิษที่เข้าแทรกแซงวิถีชีวิตผู้คนในเมือง มันได้เผยความเหลื่อมล้ำในสังคมให้เห็นชัดขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ในขณะเดียวกันก็ทำให้เรารู้จัก background ของตัวละครไปพร้อมกัน พาร์ทนี้เล่าได้ดีจนวางไม่ลงเลย แต่เมื่อเรื่องดำเนินไปถึงช่วงกลางๆ เรากลับมีคำถามกับการต่อสู้ของตัวเอกต่อหมอกพิษ ว่ามันจะเรียกว่าการต่อสู้ได้เหรอ? หรือเป็นเพียงแค่การหลบเลี่ยงจากความจริงโดยสร้าง shelter ของตนเองขึ้นมา อย่างไรก็ตามมันก็มีความสวยงามซ่อนอยู่ในบทสนทนา ในห้วงความคิด และในฉากสถานที่บางแห่ง ส่วนที่เราไม่ชอบกลับเป็นช่วงท้ายเรื่อง คิดว่าทุกอย่างดูง่ายดายเกินไปและออกจะโลกสวยไปหน่อย (หรือเราอาจโลกมืดไปก็ได้) โดยรวมแล้วแม้จะมีจุดที่ขัดใจ แต่ก็คิดว่านิยายเล่มนี้ยังคงน่าลิ้มลอง เพราะมันมีรสชาติที่ต่างไปจากผลงานเล่มก่อนๆ ทั้งหมดของคุณอนุสรณ์เลยทีเดียว
Mirai602 reviews128 followersFollowFollowJuly 25, 2021"คุณหมายความว่าสิ่งสำคัญที่สุดในการเอาชนะหมอกสีเทาคือศรัทธาของเราหรือ?" (หน้า 134)เรื่องราวเกิดขึ้นที่เมืองแห่งหนึ่ง ที่มีหมอกสีเทาปกคลุมหนา ทำให้ชีวิตของชาวเมืองไม่อาจดำเนินชีวิตได้อย่างสงบสุข และเริ่มพากันสิ้นหวัง จนกระทั่ง 'เขา' ชาวเมืองคนนึง ได้พบเข้าพบ 'เธอ' ผู้เป็นเหมือนความหวังสุดท้ายเป็นนิยายขนาดสั้น แนวดิสโทเปียโรมานซ์ผสมไซไฟนิดๆ เป็นเมืองสมมติ และตัวละครก็ปราศจากชื่อเรียกที่แน่ชัดชอบการจำลองเมืองดิสโทเปียของผู้เขียนค่ะ บรรยายเห็นภาพได้ชัดเจนดี รู้สึกว่าสถานการณ์และสภาพบ้านเมืองดูคลุมเครือเหมือนมีหมอกหนาสีเทาปกคลุมจริงๆ ดูอย่างดูหยุดนิ่งไม่ไหวติง ผู้คนใช้ชีวิตแบบเอื่อยเฉย เหมือนสู้จนเหนื่อยเลยยอมจำนนต่อภัยพิบัติมลพิษเริ่มต้นเรื่องน่าสนใจ ตัวละครหลักก็ทั้งสองคนก็ดูน่าสนใจเช่นกัน แต่ดำเนินเรื่องไปสักพัก เรากลับรู้สึกว่า เนื้อเรื่องสะดุดเพราะหลุดจากประเด็นเป็นระยะๆ คือ เปิดเรื่องมาด้วยปัญหาหมอกพิษสีเทาที่ทำให้ชาวเมืองสิ้นหวัง แต่กลางเรื่องกลับมุ่งเน้นไปทางโรมานซ์ การปลอบประโลมใจกันและกันของสองตัวละครหลัก โดยไม่ได้โฟกัสที่ปัญหาหมอกพิษอีก แต่พอค่อนไปท้ายเรื่องจนจบก็กลับมาที่ประเด็นหมอกพิษอีกครั้ง และแก้ปัญหามลพิษที่ยาวนับนับปีได้เพียงไม่กี่หน้ากระดาษ ดูง่ายดายไปหน่อยความดิสโทเปียเลยมีให้เห็นแค่ในระดับการจำลองเมืองและการตั้งเงื่อนไขข้อจำกัดของการดำรงชีวิตเท่านั้น แต่ในแง่การดิ้นรนต่อสู้เพื่อเอาชนะหมอกพิษนี่ยังไม่เด่นชัดมากพอสำหรับเราอะ แต่ถ้ามองว่าความรักคือจุดเริ่มต้นของการพยายามแก้ปัญหาหมอกพิษมันก็ได้อยู่ แต่ก็ดูจะมีความเชื่อมโยงกันน้อยไปหน่อย สัมผัสไม่ค่อยถึงอยู่ดีอะแต่โดยรวมก็สนุกดีนะ อ่านได้เรื่อยๆ ภาษาบรรยายในเล่มรู้สึกเหมือนกำลังอ่านบทกวีอยู่ มีการใช้คำซ้ำในหนึ่งประโยคเพื่อเน้นย้ำบางอย่างตลอดเวลา ให้ความรู้สึกแปลกใหม่ดี dystopia health mystery ...more
Ferna 23 reviews1 followerFollowFollowSeptember 1, 2021เป็นเรื่องราวของหนุ่มสาวและการต่อสู้ในเมืองหมอก ชายชนชั้นล่างจากคนทำงานในโรงงานแยกขยะไปสู่เจ้าของร้านหนังสือ และหญิงชนชั้นกลางนักวิจัยเกี่ยวกับหมอกควัน ทั้งสองร่วมมือกันหาทางออก และไม่ยอมจำนนต่อสภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรม.ในฐานะคนเชียงใหม่ เล่มนี้เรายึดโยงกับความรู้สึกของตัวละครได้เป็นอย่างดีในการเติบโตในพื้นที่ที่มีหมอกควันพิษเกิดขึ้นทุกปี ประชาชนต้องเสียเงินเพื่อซื้อหน้ากาก เครื่องฟอกอากาศ ใช้เงินเก็บไปกับการป้องกันตนเองโดยไร้การดูแลจากภาครัฐ เมื่อปัญหาฝุ่นควันไม่ได้เกิดที่เมืองหลวง ความแตกต่างของการปกครองนั้นเห็นได้ชัดเจนเหลือเกิน การโปรโมตเกี่ยวกับนโยบายในการแก้ปัญหาเรื่องฝุ่นควันก็เหมือนกับสายลมที่พัดผ่านไปโดยไม่หยุดแวะลงที่จังหวัดของเราเลย.การอยู่กับฝุ่นควันพิษอย่างต่อเนื่องนั้นพรากอะไรหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็น วัยเยาว์ วัยหนุ่มสาว หรือแม้กระทั่งวัยชรา การออกมาพบปะสังสรรค์กันในพื้นที่นอกอาคารนั้นเหมือนเป็นระเบิดเวลาที่จะทำให้ประชาชนเจ็บป่วยและล้มตายเมื่อไหร่ไม่รู้
Chartree Jew28 reviewsFollowFollowMay 4, 2025เปรียบเทียบสังคมคนเมือง ที่ยอมจำนนต่อปัญหา และลุกสู้เพื่อคลายปัญหา การเล่าเรื่องเป็นการเล่าความในใจของตัวละครหลักสองคน หักมุมด้วยตัวละครที่สามอย่างแนบเนียน เนื้อหามีเสียดสีการเมืองและสิ่งแวดล้อมอย่างไม่รู้ตัว หรือรู้แล้วไม่แน่ใจว่าใช่ไหม เพราะไม่ได้เขียนอธิบายตรงๆ ให้ผู้อ่านตีความเชิงสัญลักษณ์เอง เป็นเรื่องสั้นที่มีสถานที่อยู่บนท้องถนน สวนสัตว์ ร้านกาแฟและร้านหนังสือ