Jump to ratings and reviews
Rate this book

เมืองในหมอก

Rate this book
ณ ช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่งไม่ได้ระบุ ณ เมืองใดเมืองหนึ่งที่ไม่ได้ระบุหมอกหนาทึบสีเทาเคลื่อนเข้าปกคลุมเมือง ไม่เพียงบดบังสายตาชาวเมืองมิให้มองเห็น มิให้ดำเนินชีวิตอย่างปกติสุข ทว่ายังบดบังจิตใจมิให้แจ่มใส บดบังหัวใจมิให้มีความหวัง มิให้มีพลังลุกขึ้นต่อสู้กับอำนาจมืดดำที่เข้ารุกรานเมือง

เสรีภาพของชาวเมืองถูกลิดรอน เจตจำนงเสรีของพวกเขาเลือนหายไปในความมืดสลัว และแม้หายนะภัยจากหมอกจะปรากฏแก่ผู้คนอย่างเท่าเทียม แต่กลุ่มชนชั้นสูงกลับใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยในที่หลบซ่อน มีเพียงชนชั้นกลางและชนชั้นล่างเท่านั้นที่ยังต้องดิ้นรนหายใจภายใต้หน้ากากป้องกัน

ในเมืองสิ้นหวังที่มีแต่ผู้คนสิ้นหวัง เขาและเธออาจเป็นความหวังสุดท้ายที่จะนำท้องฟ้า แสงสว่าง อากาศบริสุทธิ์ และเสรีภาพ กลับคืนสู่ชาวเมืองอีกครั้ง

216 pages, Paperback

Published March 1, 2021

Loading...
Loading...

About the author

อนุสรณ์ ติปยานนท์ เป็นนักเขียน นักแปลผู้น่าจับตามองในยุคปัจจุบัน โดยเขามีผลงานรวมเรื่องสั้นเข้ารอบสุดท้ายรางวัลซีไรท์ถึง 2 สมัย ได้แก่ รวมเรื่องสั้น เคหวัตถุ (พ.ศ. 2551) และนิมิตต์วิกาล (พ.ศ. 2554)

อนุสรณ์เข้าเรียนที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร (พ.ศ. 2526) ไปพร้อมๆกับ เข้าเรียนที่ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และตัดสินใจไม่ศึกษาต่อที่ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร แต่ยังคงตัดสินใจเรียนต่อเฉพาะที่ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี

เมืองเย็นเป็นผลงานเขียนเล่มแรกของเขา ผลงานที่สร้างชื่อให้กับอนุสรณ์ส่วนใหญ่เป็นงานเขียนทั้งสิ้น อาทิ เมืองเย็น (บทกวี พ.ศ. 2534), ลอนดอนกับความลับในรอยจูบ (นวนิยาย พ.ศ. 2547),H2O-ปรากฏการณ์แตกตัวของน้ำบนแผ่นกระดาษ (รวมเรื่องสั้น พ.ศ. 2548),Soul Stimulate-ใจออกเริงร่ายไม่หยุดหย่อน (ความเรียงและเรื่องสั้น พ.ศ. 2548), 8 1/2 ริกเตอร์ การตามหาหัวใจที่สาบสูญ (นวนิยาย พ.ศ. 2549),เคหวัตถุ (Household Objects) และล่าสุดกับนิมิตต์วิกาล (รวมเรื่องสั้น พ.ศ. 2554).

เขาได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อหลายฉบับว่า เริ่มต้นจับปากกาด้วยการเป็นนักแปล แต่แล้ววันหนึ่ง เมื่อเพื่อนสนิทของเขาจากไปในเหตุการณ์ 11 กันยายน อนุสรณ์ก็เลยมีความคิดอยากเขียนหนังสือเล่มเล็กๆ สักเล่มหนึ่งเพื่อรำลึกถึงเพื่อน แต่พอเขียนขึ้นมันกลับเพิ่มจำนวนยาวขึ้น

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
3 (5%)
4 stars
17 (28%)
3 stars
23 (38%)
2 stars
12 (20%)
1 star
4 (6%)
Displaying 1 - 5 of 5 reviews
Profile Image for Natt Cham.
176 reviews51 followers
November 7, 2022
เรื่องนี้เขียน โดยสร้างโลกดีสโทเปียจากผลกระทบทางสภาพแวดล้อมแบบวิทยาศาสตร์ และในท้ายสุดก็แก้ไขปัญหาด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์

แต่อ่านแล้วขัดๆ หากจะมองในแง่ความสมจริง รูปแบบการตอบสนองทางสังคม กระบวนการธุรกิจโรงงาน การค้นคว้าวิจัย การแก้ปัญหา ทุกอย่างอ่านแล้วไม่สามารถสร้างโลกให้อยู่ในสิ่งที่บรรยายไว้ได้. ยิ่งเหตุการณ์ในเรื่องเพียงแค่สามปีหลังเกิดมลภาวะเท่านั้น
Profile Image for Chawanat.
100 reviews19 followers
May 19, 2021
ชอบช่วงต้นๆ ของเรื่องมาก ที่ปูให้เห็น setting ของเมืองและการปรากฏของหมอกพิษที่เข้าแทรกแซงวิถีชีวิตผู้คนในเมือง มันได้เผยความเหลื่อมล้ำในสังคมให้เห็นชัดขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ในขณะเดียวกันก็ทำให้เรารู้จัก background ของตัวละครไปพร้อมกัน พาร์ทนี้เล่าได้ดีจนวางไม่ลงเลย แต่เมื่อเรื่องดำเนินไปถึงช่วงกลางๆ เรากลับมีคำถามกับการต่อสู้ของตัวเอกต่อหมอกพิษ ว่ามันจะเรียกว่าการต่อสู้ได้เหรอ? หรือเป็นเพียงแค่การหลบเลี่ยงจากความจริงโดยสร้าง shelter ของตนเองขึ้นมา อย่างไรก็ตามมันก็มีความสวยงามซ่อนอยู่ในบทสนทนา ในห้วงความคิด และในฉากสถานที่บางแห่ง ส่วนที่เราไม่ชอบกลับเป็นช่วงท้ายเรื่อง คิดว่าทุกอย่างดูง่ายดายเกินไปและออกจะโลกสวยไปหน่อย (หรือเราอาจโลกมืดไปก็ได้) โดยรวมแล้วแม้จะมีจุดที่ขัดใจ แต่ก็คิดว่านิยายเล่มนี้ยังคงน่าลิ้มลอง เพราะมันมีรสชาติที่ต่างไปจากผลงานเล่มก่อนๆ ทั้งหมดของคุณอนุสรณ์เลยทีเดียว
Profile Image for Mirai.
602 reviews128 followers
July 25, 2021
"คุณหมายความว่าสิ่งสำคัญที่สุดในการเอาชนะหมอกสีเทาคือศรัทธาของเราหรือ?" (หน้า 134)

เรื่องราวเกิดขึ้นที่เมืองแห่งหนึ่ง ที่มีหมอกสีเทาปกคลุมหนา ทำให้ชีวิตของชาวเมืองไม่อาจดำเนินชีวิตได้อย่างสงบสุข และเริ่มพากันสิ้นหวัง จนกระทั่ง 'เขา' ชาวเมืองคนนึง ได้พบเข้าพบ 'เธอ' ผู้เป็นเหมือนความหวังสุดท้าย

เป็นนิยายขนาดสั้น แนวดิสโทเปียโรมานซ์ผสมไซไฟนิดๆ เป็นเมืองสมมติ และตัวละครก็ปราศจากชื่อเรียกที่แน่ชัด

ชอบการจำลองเมืองดิสโทเปียของผู้เขียนค่ะ บรรยายเห็นภาพได้ชัดเจนดี รู้สึกว่าสถานการณ์และสภาพบ้านเมืองดูคลุมเครือเหมือนมีหมอกหนาสีเทาปกคลุมจริงๆ ดูอย่างดูหยุดนิ่งไม่ไหวติง ผู้คนใช้ชีวิตแบบเอื่อยเฉย เหมือนสู้จนเหนื่อยเลยยอมจำนนต่อภัยพิบัติมลพิษ

เริ่มต้นเรื่องน่าสนใจ ตัวละครหลักก็ทั้งสองคนก็ดูน่าสนใจเช่นกัน แต่ดำเนินเรื่องไปสักพัก เรากลับรู้สึกว่า เนื้อเรื่องสะดุดเพราะหลุดจากประเด็นเป็นระยะๆ คือ เปิดเรื่องมาด้วยปัญหาหมอกพิษสีเทาที่ทำให้ชาวเมืองสิ้นหวัง แต่กลางเรื่องกลับมุ่งเน้นไปทางโรมานซ์ การปลอบประโลมใจกันและกันของสองตัวละครหลัก โดยไม่ได้โฟกัสที่ปัญหาหมอกพิษอีก แต่พอค่อนไปท้ายเรื่องจนจบก็กลับมาที่ประเด็นหมอกพิษอีกครั้ง และแก้ปัญหามลพิษที่ยาวนับนับปีได้เพียงไม่กี่หน้ากระดาษ ดูง่ายดายไปหน่อย

ความดิสโทเปียเลยมีให้เห็นแค่ในระดับการจำลองเมืองและการตั้งเงื่อนไขข้อจำกัดของการดำรงชีวิตเท่านั้น แต่ในแง่การดิ้นรนต่อสู้เพื่อเอาชนะหมอกพิษนี่ยังไม่เด่นชัดมากพอสำหรับเราอะ แต่ถ้ามองว่าความรักคือจุดเริ่มต้นของการพยายามแก้ปัญหาหมอกพิษมันก็ได้อยู่ แต่ก็ดูจะมีความเชื่อมโยงกันน้อยไปหน่อย สัมผัสไม่ค่อยถึงอยู่ดีอะ

แต่โดยรวมก็สนุกดีนะ อ่านได้เรื่อยๆ ภาษาบรรยายในเล่มรู้สึกเหมือนกำลังอ่านบทกวีอยู่ มีการใช้คำซ้ำในหนึ่งประโยคเพื่อเน้นย้ำบางอย่างตลอดเวลา ให้ความรู้สึกแปลกใหม่ดี
Profile Image for Ferna .
23 reviews1 follower
September 1, 2021
เป็นเรื่องราวของหนุ่มสาวและการต่อสู้ในเมืองหมอก ชายชนชั้นล่างจากคนทำงานในโรงงานแยกขยะไปสู่เจ้าของร้านหนังสือ และหญิงชนชั้นกลางนักวิจัยเกี่ยวกับหมอกควัน ทั้งสองร่วมมือกันหาทางออก และไม่ยอมจำนนต่อสภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรม
.
ในฐานะคนเชียงใหม่ เล่มนี้เรายึดโยงกับความรู้สึกของตัวละครได้เป็นอย่างดีในการเติบโตในพื้นที่ที่มีหมอกควันพิษเกิดขึ้นทุกปี ประชาชนต้องเสียเงินเพื่อซื้อหน้ากาก เครื่องฟอกอากาศ ใช้เงินเก็บไปกับการป้องกันตนเองโดยไร้การดูแลจากภาครัฐ เมื่อปัญหาฝุ่นควันไม่ได้เกิดที่เมืองหลวง ความแตกต่างของการปกครองนั้นเห็นได้ชัดเจนเหลือเกิน การโปรโมตเกี่ยวกับนโยบายในการแก้ปัญหาเรื่องฝุ่นควันก็เหมือนกับสายลมที่พัดผ่านไปโดยไม่หยุดแวะลงที่จังหวัดของเราเลย
.
การอยู่กับฝุ่นควันพิษอย่างต่อเนื่องนั้นพรากอะไรหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็น วัยเยาว์ วัยหนุ่มสาว หรือแม้กระทั่งวัยชรา การออกมาพบปะสังสรรค์กันในพื้นที่นอกอาคารนั้นเหมือนเป็นระเบิดเวลาที่จะทำให้ประชาชนเจ็บป่วยและล้มตายเมื่อไหร่ไม่รู้
Profile Image for Chartree Jew.
28 reviews
May 4, 2025
เปรียบเทียบสังคมคนเมือง ที่ยอมจำนนต่อปัญหา และลุกสู้เพื่อคลายปัญหา การเล่าเรื่องเป็นการเล่าความในใจของตัวละครหลักสองคน หักมุมด้วยตัวละครที่สามอย่างแนบเนียน เนื้อหามีเสียดสีการเมืองและสิ่งแวดล้อมอย่างไม่รู้ตัว หรือรู้แล้วไม่แน่ใจว่าใช่ไหม เพราะไม่ได้เขียนอธิบายตรงๆ ให้ผู้อ่านตีความเชิงสัญลักษณ์เอง

เป็นเรื่องสั้นที่มีสถานที่อยู่บนท้องถนน สวนสัตว์ ร้านกาแฟ
และร้านหนังสือ
Displaying 1 - 5 of 5 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.