เล่มแรกกับ Out of Tune ของอูเจ๋อไม่ธรรมดา เล่าชีวิตของเซี่ยงซีให้เราอยากเอาใจช่วย วิธีการบรรยายเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไปในเล่มดูเขียนยากจริงๆ จากใจ ถ้าเรื่อยเกินจะน่าเบื่อหมดไฟอ่าน ถ้ามากกว่านี้จะไปทางหวือหวาดราม่าฉูดฉาดแทน แต่เขาเลือกเขียนแนวชีวิตประจำวันและไม่หลุดจากเขตนั้นเลย เขียนออกมามีรสมีชาติไม่จืดชืด เวลายิ้มเราเผลอยิ้ม เวลาน้ำตาซึมก็มาไม่รู้ตัว ดีนะ
ตัวพล็อตมันไม่น่ามีอะไรแปลกใหม่กับตัวเอกรันทดแล้วเจอพระเอกขี่ม้าขาวเข้ามาช่วย แต่มุมมองต่อตัวละครของอูเจ๋อทำออกมาดูดี เคารพ ให้เกียรติเพื่อนมนุษย์ ดึงคอนทราสต์ระหว่างมิจฉาชีพและหมอออกมาเขียน วาดนิสัยให้เซี่ยงซีและหมอเฉิงมีเอกลักษณ์จับต้องได้ เหมือนเขาจับ element บางอย่างของพัฒนาการ (ภูมิหลัง, ครอบครัว, สภาพแวดล้อม etc.) คนออกเลยเขียนตัวละครออกมาเรียลมากด้วย ชื่นชมๆ
เราชอบใจตัวละครในเล่มมาก นิสัยแบบนี้สนุกดี สนุกคือไม่ได้ชอบที่เขาลำบากนะแต่สนุกกับบุคลิกตัวละคร อย่างเช่น <หมอเฉิง> ของเรา คำโปรยปกหลังบอกว่า 'แม้จะสว่างไม่มากนัก' คือ??? (555555) กำลังพูดถึงหมอเฉิงแหละเนอะ ถึงจะไม่ใช่พ่อพระนักบุญมาเกิดแต่นิสัยสนุกน่าสนใจมาก มันเลยทำให้ slice of life ไม่น่าเบื่อ มันไม่ลงแพทเทิร์นเดิมของนิยายทั่วไปเราเลยไม่ต้องมาคิดว่าตัวละครเดาง่ายจัง แต่เอนจอยไปกับตัวละครด้วยขณะอ่าน แค่คิดว่าตอนเที่ยงตอนเย็นจะกินอะไรของหมอแกก็ฮาแล้ว ส่วน <เซี่ยงซี> ชอบหลายอย่างเลย แต่ขี้เกียจติดสปอยไม่งั้นพิมยาวไปแปดหน้า ถ้าเล่มหน้ายังอินอยู่เดี๋ยวเขียนมาอวยเพิ่มนะ เอาเป็นว่ามิติตัวละครใส่ใจเขียนมาจริงๆ ชอบอีกอย่างคือตัวละครหลักไม่มาเอ๊ะอ๊ะอุ๊ทำไมฉันคิดแบบนี้ เขาดูรู้ตัวมีสติดีว่ากำลังคิดกำลังทำอะไรอยู่ น้ำหนักความ mature ของนิยายเลยสูงตามไปด้วย
เล่มหนึ่งชอบ แมสเสจในเรื่องดี บวกกับการเล่านิ่มๆ เรือใบแล่นฉิวท่ามกลางสายลม พายงพายุอะไร อูเจ๋อจะเขียนให้มันชิล ลดดาเมจลง แต่ไม่ลดความดีปทะเลยังลึกล้ำเหมือนเดิม สนุกดี ปวดใจขำยิ้มขมหัวเราะลุ้นตาม ครบ