Jump to ratings and reviews
Rate this book

วิวัฒนาการรัฐอังกฤษ ฝรั่งเศส ในกระแสเศรษฐกิจโลก จากระบบฟิวดัลถึงการปฏิวัติ

Rate this book
หนังสือเล่มนี้เกิดจากคำบรรยายวิชา ภูมิหลังของโลกปัจจุบัน แก่นิสิตปีที่ 1 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นเวลาประมาณ 10 ปี ผู้เขียนเห็นว่าการเรียนรัฐศาสตร์นั้นจำเป็นที่นิสิตจะต้องมีพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในยุโรปตะวันตก ซึ่งเป็นต้นกำเนิดทฤษฎีทางสังคมศาสตร์ จึงได้พยายามจัดทำคำบรรยายขึ้นมา

ความเข้าใจความเป็นไปในยุโรปตะวันตกนั้นควรจะเกี่ยวข้องกับสถาบันทางสังคมที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสองสถาบัน คือ รัฐ และระบบทุนนิยมโลก หนังสือเล่มนี้เป็นการศึกษาถึงวิวัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของสองสถาบันนี้ ตั้งแต่ยุคฟิวดัลจนกระทั่งการปฏิวัติฝรั่งเศส แนวการวิเคราะห์ของหนังสือเล่มนี้คือ วิวัฒนาการรัฐนั้นเกิดจากการที่รัฐมีปฏิสัมพันธ์กับระบบเศรษฐกิจโลก ซึ่งได้แก่ ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม ผู้เขียนได้เลือกศึกษารัฐอังกฤษและฝรั่งเศส ซึ่งเป็นต้นแบบของวิวัฒนาการรัฐสองรูปแบบ นั่นคือรัฐอังกฤษมีวิวัฒนาการระบบทุนนิยมที่ก้าวหน้าที่สุด และได้เป็นต้นแบบของระบบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาแห่งแรกของโลก ส่วนฝรั่งเศสเป็นต้นแบบของรัฐสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ซึ่งนำมาสู่การปฏิวัติทางสังคมที่ทุกชนชั้นมีส่วนร่วม อันได้แก่ การปฏิวัติฝรั่งเศส ค.ศ. 1789 ความแตกต่างของวิวัฒนาการของทั้งสองรัฐมีความสัมพันธ์โดยตรงกับพัฒนาการของระบบทุนนิยมภายในประเทศและปฏิสัมพันธ์ที่สองรัฐมีกับระบบทุนนิยมโลก

แนวการดำเนินเรื่องของหนังสือเล่มนี้ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในยุโรปตะวันตก ซึ่งครอบคลุมเวลานับสิบศตวรรษ ผู้เขียนได้พยายามเรียบเรียงเนื้อหาจากสองแหล่งคือ หนังสือตำราประวัติศาสตร์และยุโรปทั่วไป และจากหนังสือในแนวสังคมวิทยาประวัติศาสตร์ อย่างไรก็ตาม สำหรับหนังสือประเภทหลัง ผู้เขียนมิได้มุ่งนำเอาแนวความคิดหลักจากหนังสือเหล่านั้นมานำเสนอ แต่จะกล่าวถึงแนวทางวิเคราะห์เท่าที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้เท่านั้น สิ่งที่ผู้เขียนคาดหวังคือ ผู้อ่านจะได้พื้นความรู้ทางสังคมศาสตร์ซึ่งมีเนื้อหาทางประวัติศาสตร์ 

หนังสือเล่มนี้แบ่งเป็นบทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

บทแรก เป็นการศึกษารัฐที่กำเนิดขึ้นมาภายใต้กรอบของระบบฟิวดัล โดยชี้ให้เห็นว่า ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เป็นเศรษฐกิจแบบยังชีพนั้น รัฐที่เกิดขึ้นมีลักษณะเป็นความสัมพันธ์ส่วนบุคคลของชนชั้นผู้ปกครอง ซึ่งเป็นผู้ผูกขาดเครื่องมือการใช้กำลัง

บทที่ 2 กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ อันได้แก่ การเกิดเศรษฐกิจเงินตรา หรืออีกนัยหนึ่ง การก่อตัวของระบบทุนนิยมโลกขึ้นในยุโรปตะวันตก และการเกิดเมือง ว่าเป็นเงื่อนไขสำคัญของวิวัฒนาการของรัฐ ในช่วงที่สองของระบบฟิวดัล ซึ่งกล่าวถึงในบทที่ 3 ในช่วงเวลาดังกล่าวเราจะได้เห็นผลกระทบของเศรษฐกิจเงินตราที่มีต่อความสัมพันธ์ในระบบฟิวดัลและการก่อตัวของรัฐสภา

บทที่ 4 กล่าวถึงวิวัฒนาการรัฐในช่วงต่อระหว่างการขยายตัวทางเศรษฐกิจในยุคแรก และยุคที่จะเกิดต่อมาในศตวรรษที่ 16 ในช่วงระยะเวลาดังกล่าวดูเหมือนว่าจะเป็นยุคแห่งความตกต่ำ เกิดการหดตัวทางเศรษฐกิจ สงคราม และโรคระบาด แต่ก็ได้เกิดพัฒนาการที่สำคัญของรัฐ อันได้แก่ ระบบภาษี กองทัพ และรัฐสภา

บทที่ 5 เป็นการศึกษาถึงการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และยุคสมัยใหม่ ซึ่งเป็นบริบทของการเกิดรัฐสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในฝรั่งเศสและอังกฤษ การอธิบายการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจในศตวรรษที่ 16 เป็นการวิเคราะห์ตามทฤษฎีระบบโลกต่อจากบทที่ 2 นอกจากนั้นได้มีการศึกษาถึงการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจสังคมที่สำคัญ ๆ ในศตวรรษที่ 16 ซึ่งรวมถึงการปฏิรูปทางศาสนา

บทที่ 6 และ 7 เป็นการศึกษาพัฒนาการรัฐสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของประเทศอังกฤษและฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 16 และ 17 เราจะสามารถเห็นพัฒนาการรัฐที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ความแตกต่างนี้ส่วนหนึ่งเกิดจากความแตกต่างของระบบทุนนิยมในแต่ละประเทศ

บทที่ 8 และ 9 เป็นการศึกษาถึงการปฏิวัติที่ได้เกิดขึ้นในประเทศอังกฤษและฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 17 และ 18 เช่นเดียวกัน ในกรณีของวิวัฒนาการรัฐ ระบบทุนนิยมมีบทบาทสำคัญต่อการกำหนดทิศทางการปฏิวัติในสองประเทศ


(บางส่วนจาก คำนำ พิมพ์ครั้งที่ 1)



ในการพิมพ์ครั้งที่ 3 โดยสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน ผู้เขียนได้เพิ่มบทที่ 10 ซึ่งเป็นการศึกษารัฐอังกฤษเปรียบเทียบกับฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 18 โดยดูที่ปฏิสัมพันธ์ระหว่างรัฐทั้งสองในรูปของสงคราม การทำสงครามระหว่างกัน สงครามเหล่านี้เกิดจากความพยายามของฝรั่งเศสที่จะขึ้นมาเป็นอำนาจนำ (hegemony) ในยุโรป และดินแดนที่เป็นอาณานิคมของประเทศมหาอำนาจในยุโรป ในต้นศตวรรษที่ 19 สงครามยุติลงด้วยความพ่ายแพ้ของฝรั่งเศสและอังกฤษสามารถสถาปนาอำนาจนำขึ้นมา ไม่เพียงแต่อำนาจนำในยุโรปเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงระบบโลกด้วย


(บางส่วนจาก คำนำ ในการแก้ไขปรับปรุงครั้งที่ 3)

331 pages, Paperback

First published January 1, 2002

7 people are currently reading
41 people want to read

About the author

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
7 (46%)
4 stars
2 (13%)
3 stars
5 (33%)
2 stars
0 (0%)
1 star
1 (6%)
Displaying 1 - 2 of 2 reviews
Profile Image for Sornpon Wichaidit.
29 reviews
March 17, 2021
เป็นหนังสือที่ใช้เวลาอ่านค่อนข้างนานเทียบกับจำนวนหน้า หนังสือเล่มนี้เป็นเหมือนการสรุปรวมความที่น่าสนใจจากหนังสือที่อาจารย์ กุลลดา นำมาจากนักประวัติศาสตร์ที่ศึกษาเรื่องโครงสร้างรัฐที่ให้ความสำคัญกับพลวัฒน์การเคลื่อนที่ของเศรษฐกิจมากกว่าจะเป็นเรื่องในเชิงสงครามหลายๆคน มาขัดเกลาและเรียบเรียงเป็นการอธิบายการก่อกำเนิดของรัฐในลักษณะเปรียบเทียบระหว่าง อังกฤษ และ ฝรั่งเศส เข้าใจว่าอาจารย์ศึกษางานชิ้นนี้น่าจะเพื่อเป็นเครื่องมือในการใช้ศึกษารัฐไทยของเราในการก่อร่างสร้างรัฐในวิทยานิพนธ์ "ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ : วิวัฒนาการรัฐไทย"
.
งานเขียนรายละเอียดแน่นแทบจะทุกบรรทัด ถ้าเราอ่านข้ามๆอาจจะข้ามดีเทลสำคัญที่ใช้ในการอธิบาย ว่ารัฐก่อตัวในรูปแบบนั้นๆได้เลยทีเดียว แต่อ่านแล้วเราจะเก็ตมากว่าการก่อร่างมาของรัฐมีเหตุผล ทำไมรัฐยุคก่อนจึงเป็นระบอบฟิวดัล ทำไมกษัตริย์บางยุคมีอำนาจน้อย บางยุคมีอำนาจมาก ทุกอย่างถูกขับเคลื่อนด้วยพลังทางเศณษฐกิจ การค้าขาย จะเริ่มตั้งแต่ยุคโบรราณ จากตลาดนัดชองปาล เวนิช ลอนดอน ตามช่วงเวลาที่ศูนย์กลางการค้าของโลกในช่วงเวลานั้น ทำไมรัฐจึงก้าวจากระบอบฟิวดัลของยุคกลางไปเป็นระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ซึ่งเล่มนี้จะให้ภาพเหมือนมันเป็นสิ่งที่ห้ามไม่ได้ เพราะไม่ว่ายังไงมันต้องเป็นไป เหมือน หนอนมีความจำเป็นต้องวิวัฒน์เป็นผีเสื้อ ฉันใด รัฐฟิวดัล ก็ต้องวิวัฒนืเรียกอำนาจไปศูนย์กลางเพื่อก่อกำเนิดระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ฉันนั้น เมื่อการค้าระยะไกลก่อกำเนิดขึ้นมา เริ่มตั้งเต้าระบอบทุนนิยม รัฐจำเป็นต้องมีกลไกในการรวบอำนาจเพื่อจัดการรองรับการขยายตัวของการค้าและการผลิต จากระบอบ ฟีฟที่เป็นที่ดินที่ได้จากเจ้า ขุนนางมีหน้าที่รับใช้เจ้า แต่ขุนนางก็มีอำนาจในการบริหารฟีฟเอง เก็บภาษีได้เอง แต่ก็ต้องมีภาระต้องรับใช้เจ้าเพราะถือว่าที่ดินได้จากเจ้า จนการค้าระยะไกลเริ่มเฟื่องฟูก่อกำเนิดเมือง และการปะทะกันของเศรษฐกิจแบบเมืองและแบบฟีฟ จนระบอบฟีฟหมดความสำคัญไปในที่สุด เมื่อไม่มีความสำคัญพอทางเศรษฐกิจระบอบก็เปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองไปเรื่อย และสุดท้ายอาจารย์ได้ให้ภาพว่าทำไมในอังกฤษและฝรั่งเศสถึงสิ้นสภาพจากการเป็นสมบูรณาไป อ่านแล้วค่อนข้างซื้อแนวคิดนี้ แนะนำให้อ่านกัน อาจจะไม่สนุกเร้าใจเหมือนหนังสือประวัติศาสตร์ที่ชอบเอาสงครามหรือความสามารถของบุคคลเป็นศูนย์กลาง เช่น เจ้าคนนี้เก่งประเทศจึงเริญ คนนี้ไม่เก่งประเทศเลยล่มจม มาเป็นเศรษฐกิจเป็นตัวขับเคลื่อนรัฐ กษัติรย์ ขุนนาง ชาวนาติดที่ดิน ชาวบ้าน พ่อค้า กิลด์ ต่างๆ เป็นตัวเล่น สนับสนุน แย่งชิง รับใช้ ทั้งหมดนั้นถูกขับเคลื่อนด้วยพลังอำนาจเศรษฐกิจ
.
สรุป เป็นหนังสือที่อยากให้ทุกคนที่สนใจการเมืองได้อ่านจริงๆครับ จะได้ไม่มองประวัติศาสตร์ที่ตัวบุคคลมากเกินไปนัก ผมอาจจะมีอคติ แต่ผมคิดว่าการศึกษาแค่ความพิเศษของบุคคลอาจจะมีคุณค่าน้อยกว่าและเป็นการอธิบายที่มักง่ายไปซักหน่อย คือเจ้าเก่งเลยเจริญ เจ้าห่วยเลยไม่เจริญ โครงสร้างของรัฐเป็นอะไรที่ซับซ้อนกว่านั้นมาก และนี่เป็นงานที่คุ้มค่าแก่การอ่านจริงๆครับ
Profile Image for Sornpon Wichaidit.
29 reviews
March 17, 2021
เป็นหนังสือที่ใช้เวลาอ่านค่อนข้างนานเทียบกับจำนวนหน้า หนังสือเล่มนี้เป็นเหมือนการสรุปรวมความที่น่าสนใจจากหนังสือที่อาจารย์ กุลลดา นำมาจากนักประวัติศาสตร์ที่ศึกษาเรื่องโครงสร้างรัฐที่ให้ความสำคัญกับพลวัฒน์การเคลื่อนที่ของเศรษฐกิจมากกว่าจะเป็นเรื่องในเชิงสงครามหลายๆคน มาขัดเกลาและเรียบเรียงเป็นการอธิบายการก่อกำเนิดของรัฐในลักษณะเปรียบเทียบระหว่าง อังกฤษ และ ฝรั่งเศส เข้าใจว่าอาจารย์ศึกษางานชิ้นนี้น่าจะเพื่อเป็นเครื่องมือในการใช้ศึกษารัฐไทยของเราในการก่อร่างสร้างรัฐในวิทยานิพนธ์ "ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ : วิวัฒนาการรัฐไทย"
.
งานเขียนรายละเอียดแน่นแทบจะทุกบรรทัด ถ้าเราอ่านข้ามๆอาจจะข้ามดีเทลสำคัญที่ใช้ในการอธิบาย ว่ารัฐก่อตัวในรูปแบบนั้นๆได้เลยทีเดียว แต่อ่านแล้วเราจะเก็ตมากว่าการก่อร่างมาของรัฐมีเหตุผล ทำไมรัฐยุคก่อนจึงเป็นระบอบฟิวดัล ทำไมกษัตริย์บางยุคมีอำนาจน้อย บางยุคมีอำนาจมาก ทุกอย่างถูกขับเคลื่อนด้วยพลังทางเศณษฐกิจ การค้าขาย จะเริ่มตั้งแต่ยุคโบรราณ จากตลาดนัดชองปาล เวนิช ลอนดอน ตามช่วงเวลาที่ศูนย์กลางการค้าของโลกในช่วงเวลานั้น ทำไมรัฐจึงก้าวจากระบอบฟิวดัลของยุคกลางไปเป็นระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ซึ่งเล่มนี้จะให้ภาพเหมือนมันเป็นสิ่งที่ห้ามไม่ได้ เพราะไม่ว่ายังไงมันต้องเป็นไป เหมือน หนอนมีความจำเป็นต้องวิวัฒน์เป็นผีเสื้อ ฉันใด รัฐฟิวดัล ก็ต้องวิวัฒนืเรียกอำนาจไปศูนย์กลางเพื่อก่อกำเนิดระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ฉันนั้น เมื่อการค้าระยะไกลก่อกำเนิดขึ้นมา เริ่มตั้งเต้าระบอบทุนนิยม รัฐจำเป็นต้องมีกลไกในการรวบอำนาจเพื่อจัดการรองรับการขยายตัวของการค้าและการผลิต จากระบอบ ฟีฟที่เป็นที่ดินที่ได้จากเจ้า ขุนนางมีหน้าที่รับใช้เจ้า แต่ขุนนางก็มีอำนาจในการบริหารฟีฟเอง เก็บภาษีได้เอง แต่ก็ต้องมีภาระต้องรับใช้เจ้าเพราะถือว่าที่ดินได้จากเจ้า จนการค้าระยะไกลเริ่มเฟื่องฟูก่อกำเนิดเมือง และการปะทะกันของเศรษฐกิจแบบเมืองและแบบฟีฟ จนระบอบฟีฟหมดความสำคัญไปในที่สุด เมื่อไม่มีความสำคัญพอทางเศรษฐกิจระบอบก็เปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองไปเรื่อย และสุดท้ายอาจารย์ได้ให้ภาพว่าทำไมในอังกฤษและฝรั่งเศสถึงสิ้นสภาพจากการเป็นสมบูรณาไป อ่านแล้วค่อนข้างซื้อแนวคิดนี้ แนะนำให้อ่านกัน อาจจะไม่สนุกเร้าใจเหมือนหนังสือประวัติศาสตร์ที่ชอบเอาสงครามหรือความสามารถของบุคคลเป็นศูนย์กลาง เช่น เจ้าคนนี้เก่งประเทศจึงเริญ คนนี้ไม่เก่งประเทศเลยล่มจม มาเป็นเศรษฐกิจเป็นตัวขับเคลื่อนรัฐ กษัติรย์ ขุนนาง ชาวนาติดที่ดิน ชาวบ้าน พ่อค้า กิลด์ ต่างๆ เป็นตัวเล่น สนับสนุน แย่งชิง รับใช้ ทั้งหมดนั้นถูกขับเคลื่อนด้วยพลังอำนาจเศรษฐกิจ
.
สรุป เป็นหนังสือที่อยากให้ทุกคนที่สนใจการเมืองได้อ่านจริงๆครับ จะได้ไม่มองประวัติศาสตร์ที่ตัวบุคคลมากเกินไปนัก ผมอาจจะมีอคติ แต่ผมคิดว่าการศึกษาแค่ความพิเศษของบุคคลอาจจะมีคุณค่าน้อยกว่าและเป็นการอธิบายที่มักง่ายไปซักหน่อย คือเจ้าเก่งเลยเจริญ เจ้าห่วยเลยไม่เจริญ โครงสร้างของรัฐเป็นอะไรที่ซับซ้อนกว่านั้นมาก และนี่เป็นงานที่คุ้มค่าแก่การอ่านจริงๆครับ
Displaying 1 - 2 of 2 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.