What do you think?
Rate this book


172 pages, Paperback
Published March 1, 2019
ตัวละคร
โครงกระดูก, แม่มด, หญิงสาว
พล็อต
ฆาตกรรมเพราะความรักที่นำมาซึ่งความสุข
เรื่องย่อ
เมื่อแม่มดใช้ความฉลาดดั่งมนตราช่วยเหลือเหล่าหญิงสาวซึ่งมีปัญหาเพราะความรัก ผู้เดินหลงทางมายังร้านหนังสือ "โครงกระดูกแม่มด" ณ โลกแห่งหนังสือซึ่งไร้ตัวตน แต่สามารถมอบความหวังในการมีชีวิตใหม่ให้กับพวกเธอ คู่มือแห่งการแก้แค้น และฆาตกรรมที่จะนำความสุขมาให้ To Love with Death
การใช้ภาษาและกลวิธีการนำเสนอ
สั้น กระชับ ไม่สำบัดสำนวน เวิ่นเว้อ โดดเด่นด้วยการผูกโยงเรื่องเล่ากับเรื่องราวในวรรณคดี สอดแทรกด้วยร้อยแก้ว ร้อยกรองจากวรรณกรรมต้นฉบับซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ และได้เพิ่มคุณค่าและความหมายให้กับเรื่องเล่ายิ่งสมบูรณ์ขึ้นไปอีก แม้เรื่องราวถูกร้อยเรียงเป็นเรื่องสั้นซ้อนเรื่องสั้น ทว่าคนอ่านก็ไม่ได้รู้สึกอ่านยากหรือสับสนแต่ประการใด ยิ่งไปกว่านั้น กลับรู้สึกน่าติดตามขึ้นด้วย เหมือนได้แม่ครัวซึ่งมีรสมืออันยอดเยี่ยม ปรุงอาหารออกมาได้กลมกล่อม และหน้าตาสวยงาม
ความรู้สึก��มื่ออ่านจบ
คิดว่าจะเป็นมีเรื่องแม่มด เวทย์มนต์อะไรแบบนั้น (ฮา) อย่างไรก็ตาม "แม่มด" ในเรื่องก็คล้ายแม่มดอยู่นั่นแหละ ด้วยลักษณะทางกายภาพ (หน้าเรียวเล็กคางแหลม จมูกงุ้มงอเหมือนตะขอ ผมสีเงินยวงทั้งศรีษะ - จินตนาการไปถึง "แม่มด" ในเรื่อง "แม่มด" ของ โรอัลด์ ดาห์ล เลย) แถมนางยัง "มีอำนาจทำบางอย่างที่ผิดปกติธรรมดาได้" ด้วย ทำไมจะไม่ใช่แม่มดล่ะ
แม้จะเป็นหนังสือเล่มบางแต่เนื้อหาอัดแน่น สนุก น่าติดตาม มีกลิ่นอาย นิยายฆาตกรรม สืบสวนสอบสวน จนวางไม่ลง อะไรที่ไม่น่าเชื่อก็ให้คิดว่าเป็นแฟนตาซีไป ประทับใจการนำวรรณคดีที่เรารู้จักกันดีมาดัดแปลงเนื้อหาให้เข้ากับยุคสมัย เช่น บท "ปริศนาข้อที่ ๔ - คุณลืมอะไร (ยักษ์ เงือก ราชินี และเจ้าหญิง) วรรณกรรมอะไรเอ่ยที่มี ยักษ์ เงือก ราชินี และเจ้าหญิง .................. พระอภัยมณี อย่างไรล่ะ
เอกลักษณ์ของนิยายเรื่องนี้ซึ่งเราชื่นชมอย่างยิ่งก็คือ การวิพากษ์พฤติกรรม "พระเอก" ในวรรณคดีไทยโบราณเทียบเคียงไปกับพฤติกรรมของตัวละครชาย ไม่ว่าจะเป็น ขุนแผน, พระอภัยมณี, อิเหนา ฯลฯ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีสมบูรณ์พร้อมด้วยโทษสมบัติของมนุษย์เพศชายแต่กลับเป็นถึง "พระเอก" จุดอ่อนของหนังสือจึงดูท่าจะตกที่ผู้อ่าน หากไม่มีความรู้เรื่องวรรณคดีไทยมาก่อน ก็อาจจะอ่านสนุกน้อยลงนิดหน่อย
"ทำยังไงจะฆ่าคนได้" คงจะเป็นพล็อตหลักของนิยายเรื่องนี้ และยังเป็นประโยคเปิดเรื่องซึ่งเร้าใจให้ชวนติดตาม (เราคนหนึ่งล่ะที่สนใจหนังสือเล่มนี้เพราะประโยคเปิดเรื่องประโยคนี้)
"อ่านหนังสือ" แม่มดตอบ "อ่านเล่มเดียวก็รู้แค่วิธีเดียว คนเราเกิดมาแบบเดียว คือถูกคลอดออกมา แต่ตายได้หลายแบบ อ่านเยอะก็มีทางเลือกเยอะ อย่างนี้ไม่น่าสนใจกว่าหรือ" นี่น่าจะเป็นกลยุทธชักจูงผู้คนให้หันกลับมาอ่านหนังสือที่เด็ดที่สุดที่เคยได้ยิน โลกของหนังสือก็เหมือน "ศัลยา" โครงกระดูกประจำร้านที่ตั้งชื่อตาม ตัวละครจากนวนิยายเรื่อง "นี่แหละโลก" ของดอกไม้สด ผู้สิ้นชีวิตเพราะความรัก และเป็นหน้าปกของนิยายเรื่องนี้ ประหนึ่งผู้เขียนจะประชดว่าคนที่ยังอ่านหนังสือคงจะมีแค่พวกที่ตายไปแล้ว เพราะคนสมัยใหม่เสพความบันเทิงและข้อมูลจากแหล่งอื่น เช่น โทรศัพท์มือถือ
"โทรศัพท์มือถือควรเป็นเครื่องมือค้นหาความจริง แต่มนุษย์ใช้มันเพื่อหลีกหนีความจริง มันควรเป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มเวลา แต่มนุษย์ไม่เคยมีเวลาเพียงพอในจอสี่เหลี่ยมนั้น ผู้คนสามารถย้อนไปยังช่วงเวลาดีที่สุดซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้ แม้ว่าในความเป็นจริง ช่วงเวลาและผู้คนในนั้นหายไปแล้วตลอดกาล"
สุดท้าย ตัวละครหญิงทุกตัวในนิยายเรื่องนี้ล้วนประสบชะตากรรมเดียวกันคือ สามีนอกใจ อันเป็นปัญหาอมตะของชีวิตครอบครัว จริงอยู่ว่า ผู้อ่านบางคนไม่คิดว่าผู้หญิงทุกคนจะเจ็บปวดเพราะความรัก และในสมัยนี้ ความรักนั้นอาจไม่ได้เกิดระหว่างเพศชายเพศหญิง ทว่าก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการถูกทรยศ นอกใจ ย่อมนำความบอมช้ำมาให้ไม่มากก็น้อย หนังสือเล่มนี้จึงได้ชักชวนให้ผู้หญิงลุกขึ้นมาปฏิวัติ อาจไม่ถึงกับต้องฆาตกรรมสามีตนเองเหมือนในนิยาย แต่ขอแค่ลุกขึ้นสู้ กล้าตอบโต้ ยืนหยัด ไม่ยอมจำนนต่อการถูกกดขี่ อย่างน้อยเพื่อรักษาศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของตน สร้างคุณค่าให้ตนเอง และทำให้ชีวิตตนเองดีขึ้น
อ้างอิง - https://www.allmagazineonline.com/kil...