Jump to ratings and reviews
Rate this book

วายัง อมฤต

Rate this book
โลกของ วายัง อมฤต คือโลกของอุดมคติ เป็นโลกที่อาจแลดูเลื่อนลอยคล้ายเงาดำบนฉากขาวในการแสดง วายัง กุลิต แต่แท้ที่จริงแล้วเมื่อมองลงไปในความจริงมันกลับมีบางสิ่งที่จับต้องได้อยู่ในนั้น อุดมการณ์อันแข็งแกร่ง อุดมคติอันตกผลึก ความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงโลกไปสู่สิ่งที่ดีกว่า โลกของผู้ถูกกดขี่ โลกของผู้ถูกเอารัดเอาเปรียบ โลกของผู้คนที่ไม่มีสิทธิแม้จะพูดในสิ่งที่เขาคิด คือศัตรูของโลกแห่ง วายังอมฤต

เงาสีดำที่ปรากฏให้เห็นอาจเพลิดเพลิน ตื่นตา หรือเร้าใจ แต่นั่นคือการล่อหลอก ตัวหนังและผู้เชิดที่หลบอยู่ด้านหลังสิคือสิ่งที่แท้จริงกว่า

เงาสีดำอาจหายไปจากจอสีขาวในบางขณะ แต่ตัวหนังยังคงอยู่ตลอดเวลา เหตุการณ์อาจไม่เกิดขึ้น แต่ผู้มุ่งมั่นที่ต่อสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงยังดำรงอยู่ เป็นเช่นนั้นนับร้อยนับพันปีจากที่หนึ่งสู่อีกที่หนึ่ง จากชนชาติหนึ่งสู่อีกชนชาติหนึ่ง จากจิตสำนึกหนึ่งสู่อีกจิตสำนึกหนึ่ง สิ่งเหล่านี้กินเวลาอันยาวนาน และมันกลืนกินชีวิตทุกคนแม้กระทั่งชีวิตของผมด้วย

มิสเตอร์ ไฮน์ริช เบิล มันเป็นเรื่องยากที่ผู้ที่ไม่ยอมให้อุดมคติกลืนกินเช่นคุณจะเข้าใจ มันเป็นเรื่องยากที่ผู้ที่ไม่เคยสัมผัสโลกแห่ง วายัง อมฤต เช่นคุณจะเข้าใจ เส้นทางเข้าสู่โลกแห่ง วายัง อมฤต เป็นเส้นทางอันมีเกียรติ ศักดิ์สิทธิ์ และเรียกร้องการเสียสละ โลกของ วายัง อมฤตเป็นโลกที่เรียกร้องให้ท้ายที่สุด เราทุกคนต้องละทิ้งตนเองไป หลงเหลือเพียงภาพเงาดำชั่วขณะบนฉากขาวเท่านั้น

192 pages, Hardcover

Published January 1, 2019

4 people are currently reading
36 people want to read

About the author

อนุสรณ์ ติปยานนท์ เป็นนักเขียน นักแปลผู้น่าจับตามองในยุคปัจจุบัน โดยเขามีผลงานรวมเรื่องสั้นเข้ารอบสุดท้ายรางวัลซีไรท์ถึง 2 สมัย ได้แก่ รวมเรื่องสั้น เคหวัตถุ (พ.ศ. 2551) และนิมิตต์วิกาล (พ.ศ. 2554)

อนุสรณ์เข้าเรียนที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร (พ.ศ. 2526) ไปพร้อมๆกับ เข้าเรียนที่ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และตัดสินใจไม่ศึกษาต่อที่ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร แต่ยังคงตัดสินใจเรียนต่อเฉพาะที่ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี

เมืองเย็นเป็นผลงานเขียนเล่มแรกของเขา ผลงานที่สร้างชื่อให้กับอนุสรณ์ส่วนใหญ่เป็นงานเขียนทั้งสิ้น อาทิ เมืองเย็น (บทกวี พ.ศ. 2534), ลอนดอนกับความลับในรอยจูบ (นวนิยาย พ.ศ. 2547),H2O-ปรากฏการณ์แตกตัวของน้ำบนแผ่นกระดาษ (รวมเรื่องสั้น พ.ศ. 2548),Soul Stimulate-ใจออกเริงร่ายไม่หยุดหย่อน (ความเรียงและเรื่องสั้น พ.ศ. 2548), 8 1/2 ริกเตอร์ การตามหาหัวใจที่สาบสูญ (นวนิยาย พ.ศ. 2549),เคหวัตถุ (Household Objects) และล่าสุดกับนิมิตต์วิกาล (รวมเรื่องสั้น พ.ศ. 2554).

เขาได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อหลายฉบับว่า เริ่มต้นจับปากกาด้วยการเป็นนักแปล แต่แล้ววันหนึ่ง เมื่อเพื่อนสนิทของเขาจากไปในเหตุการณ์ 11 กันยายน อนุสรณ์ก็เลยมีความคิดอยากเขียนหนังสือเล่มเล็กๆ สักเล่มหนึ่งเพื่อรำลึกถึงเพื่อน แต่พอเขียนขึ้นมันกลับเพิ่มจำนวนยาวขึ้น

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
4 (12%)
4 stars
12 (37%)
3 stars
13 (40%)
2 stars
2 (6%)
1 star
1 (3%)
Displaying 1 - 6 of 6 reviews
Profile Image for TEERAWUT MAHAWAN.
101 reviews23 followers
September 5, 2019
ขนลุก! วรรณกรรมการเมือง กับการเล่าเรื่องซ้อนเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ มีทั้งอินโดนิเซีย ฝรั่งเศส เยอรมัน มีโม้ด มีแตะไทยยุคหลัง2475นิดนึง พอให้ได้ยล
Profile Image for Chontiwat Udomsiripat.
227 reviews6 followers
February 17, 2026
ตั้งแต่อ่านงานอาจารย์ต้นที่มีตีมเกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ 2 เริ่มมาจากจุงกิงฯ 8 1/2 ริกเตอร์ มาจนถึงเล่มนี้ 'วายัง อมฤต' เอาจริงสามเล่มนี้เหมือนเกิดอยู่ในจักรวาลเดียวกัน จุงกิงฯนั้นเกิดขึ้นที่สยาม 8 1/2 ริกเตอร์นั้นเกิดขึ้นที่กรุงเทพฯ และวายังฯนี้เกิดขึ้นที่อินโดนีเซีย

ด้วยวายังฯ นั้นแปลกเเยกกว่าเพื่อน เซ็ตติ้งฉากหลังที่บันดุง มีตัวละครมากมายหลายเชื้อชาติ ผสมโรงกับที่ว่าอินโดฯเป็นดินแดนที่น่าค้นหา มีภูเขาไฟ มีธรรมชาติและหมู่เกาะต่าง ๆ ฟีลแบบประเทศลับแล ซึ่งเรารู้อะไรเกี่ยวกับอินโดฯน้อยมากทั้ง ๆ ที่เป็นชาติอาเซียนด้วยกันแท้ ๆ ซึ่งความลับแลนี้เอง อาจารย์ต้นได้ใช้ประโยชน์จากมันในการสร้างสรรค์ตัวละครขึ้นมา ให้ดูลับแล ดูน่าพิศวง ดูน่าค้นหา พร้อมกับบรรยากาศชวนตามต่อว่าอะไรคือความจริงกันแน่

และความหมายของคำว่า "วายัง" นั้นหมายถึง ศิลปะการแสดงอย่างหนึ่งของอินโดนิเซียโดยใช้ตัวหนังเชิดบนจอผ้า ผู้ชมจะได้เห็นเงาของตัวละครที่แกะสลักจากตัวหนังบนจอผ้าสีขาว อากัปกิริยาของตัวละครนั้นแสดงผ่านการเชิดของผู้เชิดที่ดำเนินไปตามเรื่องราวที่ใช้ในการเล่น

ถ้าหากแปลความหมายแบบนี้ เราที่เป็นผู้อ่านล้วนแล้วแต่ถูกเชิดไปตามจังหวะด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจริง เรื่องหลอก เรื่องแต่ง แสงเงาที่ทับซ้อนกันเปรียบเสมือนความซับซ้อนของเนื้อเรื่อง ตัวละคร หรือแม้กระทั้งตัวละครที่มีชีวิตจริง ๆ อย่าง "กรมพระ" ก็อาจจะเป็นตัวหลอกเราในประเด็นหลักก็ได้

ถึงแม้ว่าฟังดูแล้วซับซ้อน แต่กลวิธีการเล่าเรื่องของอาจารย์ต้นไม่ซับซ้อนเลย -- ค่อย ๆ คลายปมทีละนิด ให้เราเห็นภาพว่าความจริงคืออะไร แน่นอนว่าสงครามและความสูญเสียนั้นเกิดขึ้นจริง ไม่มีความซับซ้อนในเรื่องความตาย ความตายดำรงอยู่ได้ด้วยตัวมันเอง

ถ้าจะหางานคนไทยที่สนุกสนาน มีความซับซ้อนแบบเอนจอย อ่านไม่ยาก ชวนอ่านเล่มนี้เลยครับ
Profile Image for Suphap Duangsan.
141 reviews13 followers
September 16, 2019
"...เราทุกคนไม่ต่างจากภาพเงาของตัวหนังวายังที่ปรากฏบนฉากการละเล่นสีขาว เมื่อการแสดงจบสิ้นลง ภาพเงานั้นหายไป ไม่มีใครสนใจแม้กระทั่งการมีอยู่จริงของสิ่งที่ก่อให้เกิดภาพเงาเหล่านั้น ความใส่ใจที่ว่าช่างวุ่นวายเกินไปสำหรับโลกแห่งความเป็นจริง การทำความเข้าใจภาพเงาเหล่านั้นซับซ้อนและเจ็บปวดเกินไปสำหรับโลกแห่งความเป็นจริง"

ฟรังซัวส์ อูแบง/ไฮน์ริช เบิล

_________________________

วายัง อมฤต
อนุสรณ์ ติปยานนท์ เขียน

สำนักพิมพ์ Din-Dan Book

_________________________

ภาพเงาของความเจ็บปวด...ย่อมสะท้อนให้เห็นอีกด้านแห่งความเป็นจริงที่รวดร้าวกว่าอยู่เสมอ

จนบางครั้งเมื่อใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางโลกแห่งความจริงและโลกแห่งความลวงมายาวนาน

เราจะแยกความเจ็บปวดในโลกทั้งสองใบออกจากกันได้อย่างไร?

นิยายเล่มที่ 5 ของอนุสรณ์ ติปยานนท์ดำเนินเรื่องอิงประวัติศาสตร์สงครามมหาเอเชียบูรพาในชวา ท่ามกลางวาระซ่อนเร้นของเหล่าผู้ดำรงชีวิตบนแผ่นดินเกิดที่ต้องการจะปลดแอกผู้รุกรานวายร้ายหมายเลขหนึ่งของเอเซียในขณะนั้น "ญี่ปุ่น"

เหตุผลสำคัญสุดสำหรับผมที่อ่าน 'วายัง อมฤต' สนุกคือความเปี่ยมเสน่ห์ของเหล่าตัวละครที่โลดแล่นมีชีวิตในหนังสือเล่มนี้ทั้งฝ่ายร้ายและฝ่ายดี ปูมหลัง,ลักษณะนิสัยและแรงจูงใจที่นำไปสู่ชะตากรรมที่หลีกเลี่ยงไม่พ้น...บนความขัดแย้งที่ย่อมมาถึงไม่ช้าก็เร็วของทั้งสองฝ่าย

ไม่ได้อ่านนิยายไทยร่วมสมัยสนุกและมีเสน่ห์แบบนี้มาหลายปีแล้วครับ
Profile Image for Wuttipol✨.
289 reviews74 followers
January 11, 2022
ตอนแรกก็เข้าใจไปว่า ไฮน์ริช เบิล/ฟรังซัวร์ อูแบง เข้ามาอินโดนิเซียเพราะจะมาแปลงานของกรมพระฯ แต่ปรากฏว่าไม่ใช่ เพราะที่จริงแล้ว ไฮน์ริช เบิล/ฟรังซัวร์ อูแบง มาด้วยวัตถุประสงค์ของการเป็นทหารรับจ้างที่ได้รับการว่าจ้าง อนุสรณ์พยายามเล่าถึงกรมพระฯ เป็นระยะๆ แต่ถ้าเรากลัมาทบทวนที่อ่านไปจะเห็นว่า ในแง่วรรณศิลป์ ชุดเรื่องเล่าของกรมพระฯ เต็มไปด้วยความไม่เข้ากันกับเอกภาพของตัวเรื่อง กลายเป็นส่วนที่ไม่จำเป็นในเรื่อง อนุสรณ์พยายามยัดส่วนที่ไม่จำเป็นในเรื่องนี้ให้ปรากฏตัวอยู่เสมอ คงเพราะกลัวว่าคนอ่านจะลืม แต่พออ่านจบแล้วเราจะได้ข้อสรุปว่าเรื่องของกรมพระฯ นั้นไม่จำเป็นต้องรู้หรือไม่จำเป็นต้องเล่าก็ได้ เพราะว่าพออ่านจบแล้วเราก็จะอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมต่อมาในเรื่อง อนุสรณ์ถึงไม่ได้ให้ความสำคัญแก่เรื่องเล่าของ “กรมพระฯ” ในการไขปริศนา เหมือนเขียนมาให้เป็นแค่เรื่องเล่าที่เป็นตัวล่อให้เข้าใจทิศทางของเรื่องผิดไป
Profile Image for Natt Cham.
176 reviews51 followers
September 11, 2021
ด้วยการเล่าเรื่องที่เปี่ยมล้นด้วยลีลาและเรื่องราวที่เป็นปริศนาน่าสนใจ ไม่ยากเย็นนักที่จะหลงไปกับประวัติศาสตร์ที่เลวร้ายในหลายๆ สถานการณ์สถานที่
เป็นอีกหนึ่งเรื่องเล่าที่น่าประทับใจ และยังมีร่องรอยเรื่องราวติดค้างอยู่ในความคิดหลังจากอ่านจบ
Profile Image for yourteaandmybooks.
70 reviews2 followers
December 23, 2024
สนุกดี อ่านแล้วแยกแยะยากเลยว่า อะไรคือสิ่งที่เกิดในประวัติศาสตร์จริง ๆ อะไรเป็นเรื่องแต่ง ผู้เขียนทำได้แนบเนียนมาก (ส่วนหนึ่งคิดว่าเพราะนี่ไม่ค่อยมีความรู้ด้านนี้เองด้วย) แต่ชอบที่ผู้เขียนเลือกนำเสนอสิ่งที่เกิดขึ้นในภูมิภาคนี้ช่วง ww2 นะ แบบเราก็ไม่ค่อยรู้ว่าในช่วงเวลานั้น แถวนี้เกิดอะไรขึ้นบ้างอะ รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ต่อให้อ่านแล้วบางช็อตแอบงงเพราะเราสติหลุดบ้างนั่นนี่ แต่ผู้เขียนโปรยเสน่ห์อะไรบางอย่างเอาไว้ระหว่างการดำเนินเรื่องอะ ต่อให้อยากวาง จะนอนแล้วก็วางไม่ลงสักที55535533552

หลังอ่านซ้ำอีกรอบ : สนุกมาก เหมาะสำหรับการอ่านแบบบ้าพลัง ยิ่งอ่านแล้วรีแคปหาข้อมูลประกอบไปด้วยคือฟินมากๆๆๆๆ (ปวดหัวไปสักนิด แต่สนุกจริง 😭😭😭😭👍🏻👍🏻👍🏻👍🏻👍🏻 เจ๋งมาก เป็นการโดนหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่แสนเต็มใจ)
Displaying 1 - 6 of 6 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.