Jump to ratings and reviews
Rate this book

กายวิภาคของความเศร้า

Rate this book
เรื่องราวของการพลัดพรากลาจาก พวกเขาไม่อาจเหนี่ยวรั้งชะตากรรมของตนเองเอาไว้ได้ พวกเขาถูกทำลายลงอย่างช้าๆ ด้วยความสัมพันธ์อันเปราะบาง กำแพงที่มองไม่เห็น กาลเวลาของนิยาย วนซ้อน กัดเซาะ ร่วงหล่นแล้วจมหายราวกับเขาวงกต ตัวละครเล่าเรื่องผ่านมุมมองของแต่ละคน ด้วยฉากหลังทางสังคม การเมือง ความรัก ความปรารถนา และการค้นหาตัวตนอันเลือนลาง "กายวิภาคของความเศร้า" เราทุกคนมีเรื่องเล่าของตนเอง

>นวนิยายเรื่อง “กายวิภาคของความเศร้า” เกิดจากเรื่องสั้นสามเรื่องของนิวัต ที่เคยตีพิมพ์ตามหน้านิตยสารเมื่อหลายปีก่อน สองเรื่องในชุดแรกเป็นเรื่องสั้นที่เชื่อมต่อกัน (เขียนในปี 2541 และ 2551 ตามลำดับ) เรื่องที่สามเขียนในปี 2547 เป็นเรื่องที่แทรกเข้ามาตรงกลางระหว่างสองเรื่องแรกเพื่อเติมเต็มในส่วนของกาลเวลาที่หายไป โครงเรื่องส่วนที่เหลือเขาเริ่มเขียนในปี 2558 โดยใช้วิธีเขียนรวดเดียวจนจบ จนกลายมาเป็นหนังสือเล่มนี้

>สามบทแรก เวลาในนวนิยายมีความยาวนานประมาณสิบปี ตัวละครที่ลาจากกันแล้วกลับมาพบกันอีกครั้ง ซึ่งเป็นเวลาจริงที่พวกเขาลาจากกันไป รวมถึงเหตุการณ์ต่างๆ ในเรื่องถูกเขียนขึ้นในเรื่องอ้างอิงจากเหตุการณ์ในเวลานั้น

>ตัวละครทุกตัวในเรื่องปราศจากชื่อ ในบางบทตัวละครเล่าเรื่องของตัวเอง เวลาในเรื่องตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ผู้อ่านจะพบพัฒนาการของตัวละคร จากจุดที่ว่างเปล่าไปสู่ความคลุมเครือ จากความคลุมเครือไปสู่ความทุกข์ระทม ผู้อ่านจะสังเกตได้ว่าสภาพทางสังคมจากอดีตถึงปัจจุบัน ตัวละครเปลี่ยนแปลงไปตามแรงเหวี่ยงที่พวกเขาไม่ได้ก่อขึ้นเพียงลำพัง

>เวลาในนวนิยายเรื่องนี้เหมือนเขาวงกต เวลาเหมือนถูกวางซ้อนๆ กันอย่างไร้ระเบียบ ซึ่งเป็นความจงใจที่จะทำให้เงื่อนเวลาของเรื่องมีอิสระ บางฉากเหมือนมีเสียงพูดดังออกมาอย่างไร้ทิศ
ชื่อบทในนวนิยายนำมาจากมูฟเม้นต์ซิมโฟนีหมายเลขเก้าของบีโธเฟ่น ซึ่งเชื่อมร้อยเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านเสียงดนตรีที่เล่นวนซ้ำ เช่นเดียวกับตัวอักษรชื่อเล่มจากการออกแบบของมานิตา ส่งเสริม ได้รับบันดาลใจจากตัวโน้ตเพลง ซึ่งสอดคล้องกับโครงเรื่อง

256 pages, Paperback

Published June 1, 2016

2 people are currently reading
30 people want to read

About the author

นิวัต พุทธประสาท นักเขียนชาวกรุงเทพ มีผลงานรวมเรื่องสั้นและนวนิยายหลายเล่ม ได้รับรางวัลช่อการะเกดยอดนิยมจากผลงานเรื่องสั้น “ภาพสุดท้าย”

นิวัตเป็นผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ thaiwriter.net เว็บไซต์วรรณกรรมเว็บแรกของไทย ที่ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งพบปะสังสรรค์และแลกเปลี่ยนทัศนะในแวดวงวรรณกรรมที่ใหญ่และคึกคักที่สุดในประเทศ

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
8 (27%)
4 stars
14 (48%)
3 stars
6 (20%)
2 stars
1 (3%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 10 of 10 reviews
Profile Image for Catt.
19 reviews8 followers
March 1, 2017
เป็นหนังสือที่ดีมากเล่มหนึ่ง

ด้วยความที่นักเขียนเป็นผู้ชาย ภาษาใช้เล่าเรื่องจึงตรงไปตรงมา ห้วน สั้น เล่าเรื่อยๆ แต่ในความกระชับ ดิบ แข็ง กลับอ่อนไหว ลงลึกถึงอารมณ์ความรู้สึก เข้าใจและบรรยายความเหงาของตัวละครแต่ละตัวได้อย่างลึกซึ้ง และแม้จะเล่าด้วยความหม่นเศร้า เนื่อยนิ่งแต่กลับมีจุดเล็กๆให้ได้ประหลาดใจ ปลุกเร้าความตื่นเต้นหลายช่วงหลายตอน

ไม่มีชื่อตัวละคร เหมือนเราไม่รู้จักตัวตนของเค้าเหล่านั้นจริงๆ สรรพนามเรียกขานจึงมีแต่ ฉัน ผม เธอ เขา เรื่องเล่าผ่านมุมมองของตัวตนแต่ละคน เวียนวนกันไป เวลา เรื่องราว ไม่ต่อเนื่อง แต่ในความสับสน ขาดวิ่นของช่วงเวลา กลับเข้าใจได้ว่าเรื่องราวร้อยเรียงต่อกันอย่างไร

ผู้เขียนสรุปเรื่องราวของเรื่องนี้ไว้เองในช่วงท้ายของเล่ม
"เรื่องราวของตัวละครหลัก 3 ตัว เรื่องรักน้ำเน่าไม่สมหวัง โดยมีฉากหลังสอดแทรกเหตุการณ์ทางการเมือง สังคมวิปริต ความยุติธรรมหล่นหาย การทำลายล้างคือความก้าวหน้า ห้วงเวลาของนิยายไม่ไกลไปจากอนาคตอันใกล้ ไทม์ไลน์จะสับสนไร้ระเบียบจนดูไม่ออกว่ามันควรจะเริ่มตรงจุดไหน เวลาในเรื่องเหลื่อมล้ำกัน ตัดสลับฉาก เปลี่ยนสรรพนามหรือน้ำเสียงคนเล่าเรื่อง จากอีกตัวไปสู่อีกตัว เล่าผ่านบุคคลที่หนึ่ง ที่สอง หรือที่สาม ก็ไม่อาจรู้ บางทีอาจจะมีเสียงที่ดังขึ้นมาอย่างไม่รู้ที่มาที่ไป ตัวเรื่องเหมือนจะเวียนซ้ำ โลกถูกขยำลงในมิติเดียวของเวลาที่ไม่มีขีดจำกัด"

เป็นวิธีการเล่าเรื่องแบบที่ไม่เคยอ่าน นอกจากระตุ้นความเหงา เศร้าลึกในตัวตนของเราเองแล้ว ยังสร้างความใคร่รู้ให้คนอ่านด้วย..ชอบมากๆ

ตอน IV Presto : เล่าเรื่องรักแรกในความทรงจำวัยเด็ก รายละเอียดคล้ายหนังเรื่อง "The great expectation" ไม่รู้ด้วยความบังเอิญหรือตั้งใจ?
Profile Image for รพีพัฒน์ อิงคสิทธิ์.
Author 11 books110 followers
March 7, 2017
นิวัตจูงมือเราเข้าไปทำความรู้จักกับความเศร้า

แต่ความเศร้าที่นิวัตศึกษา ไม่ใช่ความเศร้าของนางเอกในละครที่อ่อนปวกเปียก หรือพระเอก MV ที่ร้องไห้จนรู้สึกว่าค่อนข้างไร้การศึกษา ความเศร้าของนิวัตลึกกว่านั้น ลึกพอที่จะเรียกมันว่ากายวิภาค

หน้าแต่ละหน้า เหมือนคมมีดที่กรีดลงไปบนความเศร้าที่นอนอยู่บนเตียงสแตนเลส ในชั้นแรกคุณอาจเห็นส่วนผสมของความเหงา เปล่าเปลี่ยว และว้าเหว่ที่ขับเคลื่อนให้ความเศร้าเป็นความเศร้า แต่หากผ่าลึกลงไป คุณอาจเห็นว่ากลไกทั้งหมดไม่ได้ขับเคลื่อนมาจากปัจจุบัน แต่เป็นถังอารมณ์เก่าเก็บและประสบการณ์เข้มข้มที่เคี่ยวเวียนอยู่ในหัวใจ

ลองนึกเอาง่ายๆ ในเย็นวันธรรมดาที่คุณมาออกกำลังกายเพื่อลดอาการปวดหลังด้วยการเต้น หลังจากเทรนเนอร์อนุญาตให้คุณหยุดพัก คุณสไลด์เห็นงานแต่งงานของคนที่เคยรักและเกือบได้เป็นคนรัก คุณรู้สึกเศร้าและคิดว่าควรเป็นคุณที่อยู่เคียงข้างในภาพนั้น แต่ลึกลงไปคุณก็ดีใจที่ในที่สุดก็ได้ปลดปล่อยพันธนาการออกไป ในขณะเดียวกัน คุณก็คิดถึงการพรีเซนต์งานเรื่องการขยายตลาดเบียร์ไปยังประเทศลาว และคิดมุขว่าจะทำให้คนร่วมประชุมหัวเราะอย่างไรในบ่ายที่ง่วงงุน อดรีนาลีนคุณหลั่ง ในหัวคุณพรั่งพรูด้วยกระแสความคิดจากในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต โดยมีความเศร้าเป็นหนึ่งก้อนที่ไหลเวียนอยู่ในกระแสนั้น

ความเศร้าของนิวัตก็อาจหน้าตาแบบนี้แหละครับ อาจไม่ทำให้คนส่วนใหญ่ถึงกับจะเป็นจะตาย แต่ก็เป็นส่วนผสมที่ขาดไม่ได้ของโรคแห่งปัจจุบันสมัย

ปล. น่าเสียดายที่ช่วงท้ายๆ ลักษณะการเขียนเริ่มซ้ำๆ และการขมวดปมจบที่จับทางได้ ทำให้ไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่
Profile Image for Ek Guevara.
271 reviews32 followers
August 28, 2016
มีความซับซ้อนในตัวเอง ตัวละครไม่มีชื่อ เล่าเรื่องย้อนไปมา หลายบทหลายตอนต้องอ่านไปสักพักถึงจะเข้าใจได้ว่าหมายถึงตัวละครตัวใด (แต่กระนั้นก็ต้องเผื่อใจเอาไว้ว่ามันอาจเป็นความเข้าใจผิดได้เหมือนกัน) ต่อให้เรามีสมาธิกับมันเต็มที่ มันก็ยังสามารถฉุดอารมณ์ของเราลงไปยังจุดต่ำสุดได้ซ้ำแล้วซ้ำอีก และเราจะจมจ่อมไปกับมันท่ามกลางความหดหู่ได้ไม่ยากนัก
Profile Image for top..
511 reviews117 followers
November 27, 2016
อ่านอย่างรวดเร็วเพราะรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องเดียวกับเล่มก่อนๆ ของคนเขียน อย่างบทแรก กะบทหลังๆ ที่คุณป้าเต้นรำเดียวดายและจุมพิตเด็กหนุ่มนั่นแหละ พยายามประติประต่อเรื่องเอง แต่ก็อย่างที่หลายคนบอกว่ามันอาจไม่ใช่อย่างที่คิดก็ได้

มีหลายจังหวะนึกถึง chungking express ของหว่องการ์ไว

ชอบ แม้ไม่มากเท่าเล่มก่อนๆ แต่ปกเล่มนี้กินขาดจริง
Profile Image for Kubpam So.
88 reviews11 followers
November 26, 2016
ความเศร้าตั้งแต่ชั้นผิวหนังจนลึกถึงขั้วหัวใจ
Profile Image for Sal Pop.
3 reviews
October 27, 2016
ผู้เขียนสื่อสารเรื่องแนวคิด เสรีภาพ ปัจเจกและการเมือง ผ่านนิยาย ได้แนบเนียนและชวนติดตาม
Profile Image for Chalermchai Kurapavee.
74 reviews5 followers
September 21, 2025
ความน่าสนใจของการอ่านเล่มนี้คือการ อ่านต่อจากเล่มที่แล้ว แสงแรกแห่งจักรวาลและเรื่องสั้นอื่นๆ ตอนแรกเริ่มเดิมทีคิดว่าสิ่งที่นักเขียน ปกติที่เขียนกันนั้น มักจะมาจากเรื่องเล่าใหม่ๆที่นักเขียนเขียนจากอารมณ์ความรู้สึกชุดใหม่ แต่นิยายเล่มนี้ไม่ใช่เช่นนั้น

มันเริ่มด้วยการเล่าเรื่องสั้นในเล่มแรกของนักเขียน มันกระซิบพาเราชวนชมอย่างแผ่วเบาว่าถ้อยคำที่เราเคยอ่าน มันจะไม่มีตอนต่อไปจริงๆเหรอ?

แล้วก็ใช่ บางเรื่องสั้นสามารถจบ ปล่อยให้เราเคว้งกับเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างเช่นนั้นได้ แต่ภาคต่อของเรื่องสั้น ดำเนินมาเป็นนิยายเรื่องนี้คือสิ่งเติมเต็มเรื่องราวทั้งหมดในจักรวาลของเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี การกระจายความคิดของแต่ละคร ฉากอิโรติก การเมือง การหล่นหายไปในเรื่องเล่า การถูกลืม การเป็นทรงจำของใครสักคน การรักร้าว การตายจาก การแยกทาง ชอบมาก ดีใจที่ได้อ่านต่อกัน และคงนึกสงสัยในตอนอ่านจบ ว่าถ้าเราไม่เคยอ่านเรื่องสั้นเหล่านั้นมาก่อน ความรู้สึกของเราจะเปลี่ยนไปจากนี้…หรือเปล่านะ
Profile Image for Chanakarn Chananukool.
1 review
May 22, 2017
ชอบการนำเสนอแต่ละตัวละคร ชอบในการตีความของความเศร้า
Profile Image for Panuwat Sukeedech.
8 reviews12 followers
September 5, 2016
ยิ่งอ่านเหมือนยิ่งเดินถลำลึกเข้าไปในห้วงของความเศร้า ทุกตัวละครมีความเศร้ากัดกินหัวใจแต่ในขณะเดียวกันมันก็เป็นแรงขับเคลื่อนให้ตัวละครทุกตัวเดินทางหาคำตอบของชีวิต ผู้แต่งมีรสนิยมมากพอที่จะหยิบจับเอาเพลงและส่วนประกอบต่างๆทางศิลปะเข้ามาวนเวียนอยู่ในเรื่อง ซึ่งนำพาให้เรื่องดูดีและมืดมนยิ่งขึ้นในเวลาเดียวกัน
Displaying 1 - 10 of 10 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.