Jane96 reviewsFollowFollowMarch 24, 2017ปกตินี่เกลียดหนังสือจำพวก self development นะ แต่ว่าเล่มนี้อ่านแล้วชอบมาก มีสาระ+หาข้อมูลมาดี เขียนแล้วชี้ให้เห็นสารัตถะได้เจ๋งมาก ชอบ!ขอยกให้เปนหนึ่งในหนังสือที่ชอบที่สุด 1 ใน 5 เล่มของปีนี้เลย~สนุก อยากอ่านอีกกกกกกกก
JJ Amonpat15 reviewsFollowFollowDecember 13, 2017หนังสือรวมเรื่องสั้นโดยพี่เคน นครินทร์ (แหม่ เหมือนรู้จักเป็นการส่วนตัว ...เปล่าเลยแต่ชอบการเขียนสไตล์นี้)หนังสือบอกเล่าและวิเคราะห์เรื่องราวขององค์กรณ์และบุคคลที่ประสบความสำเร็จในยุคนี้ ( เช่น กล้อง GoPro, Google, Elon Musk, Banksy ไปจนถึง Kim Kardashian) อ่านง่ายค่ะ อ่านไปเรื่อยๆ ก็เพลินดี เจอระหว่างบรรทัด highlight เน้นๆ ไว้เยอะเหมือนกัน โดยรวมๆ ที่ทุกคนประสบความเร็จก็นั่นแหละ มี passion ที่ดีมาก และเช่ือมั่นในตัวเองระดับนึง นอกจากนั้นก็เชื่อว่าสิ่งที่ทำมันเปลี่ยนแปลงอะไรได้ มันทำให้เกิดประโยชน์ (ไม่นับ case ของ Kim K นะ)2017
REMEMI3ER195 reviews12 followersFollowFollowJuly 5, 2019นับว่าเป็นหนังสือ knowledge ของสำนักพิมพ์ a book ที่อ่านแล้วรู้สึกว่า แม่งเขียนโคตรสนุกเลยอะ >< สารภาพว่าเห็นหนังสือเล่มนี้บนแผงหนังสือมานานมากแล้ว คิดว่าคงเป็นเหมือนหนังสือ how to be successful ทั่วไป แต่ลองอ่านคำนำไปหน้าเดียว น่าสนใจ! คุณพี่นักเขียน เคน นครินทร์ พี่แม่งเขียนหนังสือโคตรสนุกเลยว่ะ วางไม่ลง แบบเข้าใจละว่าไอการเสาะหาจุลินทรีย์ที่ว่า แยกน้ำและกาก แม่งเป็นยังไง ไอที่ว่า "หนังสือเล่มนี้เป็นเสมือนแว่นขยายที่ทำให้เห็นว่า นอกจากความพยายามแล้ว จุลินทรีย์ของหนูตัวสองคืออะไร" แม่งโคตรจริงเลยง่ะ ชอบมาก ><2017
Suwitcha ChandhornAuthor 15 books90 followersFollowFollowNovember 26, 2017เขียนได้ลื่นไหล จับประเด็นได้ดี
Terng56 reviews1 followerFollowFollowOctober 22, 2020เป็นจุดเริ่มต้นแห่ง secret sauce podcast เนื้อหาสนุกและได้แง่คิดในการทำ innovation จากสินค้าที่เรารู้จักเป็นอย่างดี
Khaikung7 reviews2 followersFollowFollowDecember 13, 2017“เขามองโลกในแง่ร้ายเพื่อกระตุ้นให้คนกล้าเผชิญกับปัญหาที่แท้จริง ชี้ให้คนตระหนักกับสิ่งเลวร้ายที่เกิดขึ้นในสังคม สะกิดให้เราไม่เพิกเฉยหรือเอาปัญหาไปซุกอยู่ใต้พรมในทางตรงกันข้าม เขาเอาสิ่งแย่ๆมากางให้เห็นกันจะๆ เพื่อให้เราได้ลงมือแก้ไขมันมากไปกว่านั้นคือ การมองโลกในแง่ร้ายของเขามักจะมีความงามซ่อนอยู่เสมอภาพที่โด่งดังที่สุดที่พอจะบอกว่าแบงก์ซี่ยังมีหัวใจ คือภาพของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งกับลูกโป่งรูปหัวใจที่หลุดลอยไป ในภาพนั้นเธอยื่นมือพยายามไขว่คว้าลูกโป่งที่กำลังถูกลมพัดราวกับไม่มีวันหวนคืนเป็นภาพที่ชวนหดหู่ เศร้าสร้อย สิ้นหวัง เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่ควรจะเติบโตมาในโลกที่สดใส กลับโดนสังคมที่โหดร้ายย่ำยีจนไม่เหลือพื้นที่ให้เธอได้มีแม้แต่รอยยิ้มแต่เมื่อถอยห่างจากภาพนั้น คุณจะเห็นข้อความเล็กๆ เขียนอยู่บนผนังข้างๆ ซึ่งแม้จะไม่มีใครแน่ใจว่าแบงก์ซี่เขียนเองหรือมีคนอื่นมาเขียน แต่อย่างน้อยมันก็แสดงให้เห็นว่างานกราฟฟิตี้ของแบงก์ซีได้บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์บางอย่างให้กับโลกที่โหดร้ายนี้ ข้อความนั้นเขียนว่า‘THERE IS ALWAYS HOPE’‘ยังมีความหวังเสมอ’----------จากตอน“BANKSY ศิลปะในการมองโลกในแง่ร้าย”--------------------ผมเริ่มอ่านหนังสือเล่มนี้ในเช้าวันหนึ่ง และจบหน้าสุดท้ายในอีกสามวันถัดมา เปล่าหรอก หนังสือจำนวนสองร้อยกว่าน่าไม่ได้ยืดยาดเสียจนผมต้องใช้เวลาอ่านนานขนาดนั้น เพียงแต่ในแต่ละเรื่องแต่ละตอน มันต้องมีประโยคชวนคิดบางอย่างให้วนกลับไปอ่านซ้ำไปซ้ำมา ยังไม่นับเวลาที่ต้องเสียไปกับการหาปากกามาจดประโยคเด็ดๆใส่ลงในสมุด และบางจุดที่น่าสนใจยังเร่งเร้าให้ผมเข้าไปทำความรู้จักกับบุคคลที่ถูกกล่าวถึงในตอนนั้นๆเพิ่มเติมอีกหนังสือที่พูดถึงเรื่องคนอื่นที่ประสบความสำเร็จมีเยอะแยะไป แต่มันมีไม่กี่เล่มหรอกที่นำเสนอมันออกมาได้อย่างน่าสนใจ และพี่เคน นครินทร์ เคยทำให้ผมร้องว้าวมาแล้วทีหนึ่งในหนังสือชื่อ Popeye มาคราวนี้เลยไม่ลังเลที่จะหามาอ่าน แม้บางตอนผมอาจจะเคยผ่านๆตามาบ้างจากคอลัมน์ Pop teen ในมติชนสุดสัปดาห์ แต่พอเรื่องราวเหล่านั้นมันถูกนำมามัดรวมกันอย่างจุใจในหนังสือเล่มนี้ หากจะอ่านซ้ำอีกทีก็ไม่มีอะไรเสียหายหากเทคโนโลยีล้ำๆกับผู้ชายเป็นของคู่กัน หนังสือเล่มนี้เหมือนพาเราเข้าไปทำความรู้จักกับองค์ประกอบและไอเดียที่อยู่เบื้องหลังของเล่นเหล่านั้น แม้มันอาจไม่ได้ทำให้มูลค่าของมันเปลี่ยนแปลงไป แต่ความเข้าใจในสิ่งเหล่านั้นอาจทำให้เราอินกับมันมากกว่าเดิมในยุคที่เรามองหานวัตกรรมใหม่ๆมาใช้เปลี่ยนแปลงบางสิ่ง แท้ที่จริงเบื้องหลังความทันสมัยเหล่านั้นกลับเริ่มต้นจากอะไรที่เล็กง่ายเสียจนคาดไม่ถึง ต้องขอบคุณคนเหล่านี้ที่ช่วยให้โลกเรามีสีสันมากกว่าที่เป็นอยู่ และขอบคุณพี่เคน นครินทร์ที่หยิบเรื่องเหล่านี้มาเล่าให้เข้าใจง่าย “นี่ไม่ใช่หนังสือฮาวทูที่จะทำให้คุณสำเร็จได้ในพริบตา ไม่ใช่หนังสือธุรกิจที่แนะนำกลยุทธ์ทำเงินมหาศาล ไม่ใช่หนังสือพัฒนาตัวเองที่จะทำให้ชีวิตคุณดีได้แค่การจัดบ้านครั้งเดียว” ประโยคหนึ่งในคำนำจากผู้เขียนบอกไว้เช่นนี้ และผมเองก็เห็นเช่นนั้นมันไม่ใช่หนังสือที่บอกว่าใครทำอะไรที่ไหนอย่างไรแต่สิ่งที่หนังสือเล่มนี่อาจจะคล้ายๆหนังสือฮาวทูอย่างหนึ่ง จากที่ผมสัมผัสได้ ในหน้าสุดท้ายหลังจากที่อ่านจบ ไฟบางอย่างในตัวประทุขึ้นมาและมีจุดที่ตั้งคำถามกับตัวเองว่าในวินาทีที่ใครหลายคนอยากให้โลกหมุนไปในทิศทางที่ดีมากกว่านี้ แล้วเรา กำลังทำอะไรอยู่2016book
heynanp4 reviewsFollowFollowReadApril 9, 2016หลังจากอ่านแล้ว ชอบการแตกประเด็นในเรื่อง คิดอย่างไรจึงจะผลิตนวัตกรรมได้แบบ Google มากที่สุด เราว่าเนื้อหาในบทนี้เป็นเนื้อหาที่คนทำงานตั้งแต่ระดับใหญ่สุดไปจนถึงลูกกระจ๊อกที่เล็กที่สุดในสำนักงานควรจะอ่านนอกจากนั้นแล้วยังอยากจะเดินออกไปซื้อสมุดบันทึกของ MOLESKINE และถ้า Shake Shack มาเปิดที่ไทยเมื่อไหร่จะต้องไปเป็นลูกค้าแน่นอน (55 เรื่องกินขอให้บอก) อ่อ.. อยากไปทำงานแลกที่นอนที่เชกสเปียร์สด้วย!This entire review has been hidden because of spoilers.
Thanawat12 reviews2 followersFollowFollowOctober 22, 2016ชอบอ่ะอ่านแล้วทำให้มีแรงใจจะทำตามความฝันแต่ละบทเล่าเบื้องหลังความสำเร็จของคนดังระดับโลกแต่ละคนเราอาจจะทำไม่ได้อย่างเขาหรอก แต่ก็ทำให้ฮึดอยากทำนู่นทำนี่ มีประโยชน์มากสำหรับนักศึกษาอย่างเรา