4600 and More ระยะต่าง ระหว่างกัน เล่าเรื่องของเนตรชายวัยสามสิบที่ย้ายไปทำงานที่ญี่ปุ่น เขากลับมาไทยในงานเลี้ยงแห่งหนึ่ง เขาได้พบเรย์รุ่นพี่ชายหนุ่มที่เคยเป็นเพียงคนนอกวงโคจร ทั้งสองได้ถักทอความสัมพันธ์ผ่านระยะห่างกว่า 4600 กิโลเมตร ระหว่างกรุงเทพฯ กับโตเกียว โดยเล่าตัดสลับมุมมองระหว่างเนตรกับเรย์เป็นบทๆ ไปจนจบ
เป็นนิยายที่อ่านเพลินมากๆ และมีจังหวะเฉพาะตัวที่ส่วนตัวเราไม่ค่อยได้สัมผัสเท่าไรนัก ถ้าเปรียบการอ่านเล่มนี้เราคิดถึงตัวเองที่วิ่งใน pacing กลางๆ และคง pace นั้นไปจนจบการวิ่ง แต่ไม่ใช่ว่ารู้สึกแบบนี้แล้วเรื่องจะไม่น่าติดตาม ตรงกันข้ามเราอยากรู้บทสรุปความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองมากๆ จนช่วง 2/3 ของเล่มเราเลยรู้สึกว่าการบรรยายช่วงนี้ค่อนข้างย้วยไปหน่อยโดยเฉพาะเรื่องการทำงานของแต่ละคน (แต่ก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เราเข้าใจโลกทัศน์ของทั้งคู่มากขึ้นและทำให้เรื่องไม่ได้มีเพียงแค่ความสัมพันธ์ แต่มีมิติของชนชั้นกลาง คัลเจอร์การทำงานของไทย ญี่ปุ่น ฯลฯ) ถ้าเปรียบกับการวิ่งก็เหมือนอยากวิ่งให้เร็วขึ้นไม่ก็เลิกวิ่งไปอาบน้ำแล้ว แต่พอผ่านช่วงนี้ไปเข้าองก์สุดท้ายเรากลับรู้สึกว่าช่วงท้ายเล่มนั้นให้บรรยากาศสงบ เงียบ ทว่าบาดลึกลงในใจ
ชอบที่เป็นความสัมพันธ์ของคนวัยสามสิบกว่าๆ วัยทำงาน เนื้อเรื่องมันเลยไม่ค่อยมีความฟูมฟาย เรียกน้ำตา แบบเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว แต่การบรรยายของผู้เขียนในบางช่วงโดยเฉพาะการตั้งคำถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่ว่าคืออะไร ก็ทำให้เรารู้สึกอึดอัด และเราเองก็ตั้งคำถามกับตัวเองไปพร้อมๆ กับทั้งคู่เหมือนกันว่า ถ้าเราต้องมีความสัมพันธ์ทางไกล แต่มันดูเป็นไปได้ ดูงดงามขนาดนี้ เราจะยอมแลกกับอะไรบางอย่าง เช่น ถ้าเราเป็นเนตรเราจะยอมกลับมาทำงานที่ไทยไหม มันมีคำถามเชิง What If หลายคำถามที่ผุดขึ้นมาระหว่างอ่าน ถ้าเนตรได้พบกับเรย์และสานสัมพันธ์กันตั้งแต่มหาวิทยาลัย เรื่องราวจะเป็นยังไง หรือถ้าเขาทั้งคู่ไม่เคยเจอกันเลยล่ะ จะดีกับทั้งคู่มากกว่าไหม
ค่อนข้างอินกับช่วงแรกๆ หลังพบเจอกัน เราคิดว่าเราเข้าใจและเคยมี Magic Moment ในคืนแรกที่พบเจอความสัมพันธ์ เราเลยเข้าใจว่ามันปักอกปักใจ และมีบางห้วงที่ทำให้เราย้อนคิดถึง ชอบความสัมพันธ์ของทั้งคู่ที่จะมาพูดคุยกับในยามดึก มัน Tender is the Night มากๆ ชอบที่บทสนทนามันมีทั้งลึกบ้าง ธรรมดาบ้าง และเต็มไปด้วยการทักทายธรรมดา เราว่ามันเรียลดี
ป.ล. ค้นพบว่านอกจากผู้เขียนจะเขียนบทบรรยาย (จากสองเล่มก่อน) ได้เก่งฉกาจและมีความเฉพาะตัวแล้ว บทสนทนาผู้เขียนเองก็เขียนได้เรียลและอ่านลื่นไหลมากๆ จะรอติดตามผลงานต่อๆ ไปนะครับ