Prapatsara34 reviews6 followersFollowFollowMay 1, 2017บันทึกจากหุบเขาฝนโปรยไพร (2544, กนกพงศ์ สงสมพันธุ์)สนุกมากกกกก!อ่านไปเหมือนกำลังฟังเรื่องเล่า โดยนักเขียนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นมือฉมังของวงการ ในคราวที่ไปอาศัยอยู่ที่บ้านไม้เกือบร้างกลางป่าเขา เพื่ออุทิศให้การเขียนหนังสือ สำนวนไม่ต้องพูดถึง มีชั้นเชิงหาใครเทียบชั้นยาก ส่วนเรื่องราว ก็ตั้งแต่การเล่าเรื่องสบายๆ ติดตลก ไปจนถึงการวิพากษ์ และการค้นหาความหมายของสิ่งต่างๆ ในชีวิต เหมือนได้มองโลกผ่านแว่นตาของผู้มีประสบการณ์แก่กล้า ผู้มีความคิดลึกซึ้ง ชวนให้ตั้งคำถามย้อนกลับมาที่ตัวเอง แม้ไม่ได้เป็นนักเขียน แต่เรารู้สึกว่ามันเกี่ยวข้องกับเราในทางใดทางหนึ่ง เหมาะสำหรับจิตวิญญานที่กำลังแสวงหาความหมายของชีวิตยิ่งนัก(Spoilers)- ตั้งแต่ถูกมองเป็นคนบ้า ชาวบ้านเขาทำสวนหาปลา แต่ไอ้หนุ่มผมยาวนี่(ด้วยความเคารพ) มาจากต่างถิ่น ติดยามาหรือเปล่า มาทำอะไร มาเป็นนักเขียนหรือ? พี่กำลังจะเปิดร้านอาหาร เขียนป้ายเมนูอาหารให้พี่หน่อย เอาตัวใหญ่ๆนะ..เป็นนักเขียนหรือ? พี่กำลังจะสร้างบ้าน เขียนแปลนบ้านให้พี่หน่อย(!?)- เล่าถึงการกระโจนเข้าหาความโดดเดี่ยวบนเส้นทางนักเขียน การมีความรักและมีคู่ชีวิต อันเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ เป็นอุปสรรคสำคัญบนเส้นทางนี้จริงหรือ- เล่าถึงความกลัว บ้านพักหลังนั้น ลูกสาวเจ้าของบ้านเคยผูกคอตาย ปรากฏการณ์ผีอำก็เจอบ่อย แต่คิดว่ามันคือความไม่สมดุลระหว่างสภาวะภายในและภายนอก เสียงเด็กวิ่งเล่นบนหลังคาก็ได้ยินประจำ ไม่ใช่ไม่กลัว แต่ตั้งปณิธานแล้วว่าจะไม่หนี จะอยู่ด้วยกันไปแบบนี้แหละ - เล่าถึงการวิ่งและชีวิตประจำวันในหมู่บ้าน หลังจากใช้สมองคิดมือเขียนมาค่อนวัน จะทำกับข้าวตอนบ่ายสาม ตกเย็นก็วิ่งขึ้นน้ำตกในอุทยานแห่งชาติ นอนดูดาวต่อจนถึงสองทุ่ม (น้ำตกนั่นก็ขึ้นชื่อว่ามีคนตายหลายสิบคนในหนึ่งปี) กลับลงมากินข้าวเย็น นอนเล่นบนเปลสองสามชั่วโมง ตื่นมาเที่ยงคืนนั่งทำงานถึงเช้า..- เล่าถึงการพบเจอฤาษีและนายพราน พบว่าสิ่งที่มีเหมือนกันของ นักเขียน ฤาษี และนายพราน คือต่างเป็นผู้โดดเดี่ยว และต่างเป็นผู้แสวงหาทางจิตวิญญาน- เล่าถึงชีวิตวัยเด็ก (เกิดปี 2509 ที่พัทลุง) สมัยที่พระจันทร์เต็มดวงเป็นเพียงวัตถุเดียวที่ให้ความสว่างตอนกลางคืน (ส่วนตัวชอบเรื่องนี้ที่สุด รู้สึกเหมือนนั่งฟังย่ายายเล่าเรื่องสมัยก่อนให้ฟัง)- เล่าถึงแม่เฒ่า ผู้ใช้ชีวิตตามลำพัง ผู้ที่เกิดมาเผาข้าวหลามจนวาระสุดท้ายของชีวิต แกขายข้าวหลามราคาอันละ 3 บาท... ที่จริงแม่เฒ่าเคยมีครอบครัวที่พร้อมหน้า แต่สามีผู้เป็นพรานกับลูกชายคนโตหายเข้าไปในป่าดงพงลึก ลูกสาวลูกชายคนอื่นๆก็มีเหตุให้จากโลกนี้ไปก่อนผู้เป็นแม่ แต่แกไม่เคยโทษโชคชะตา ทั้งยังยอมรับว่าคงเป็นบาปกรรมที่พ่อของพวกเขาพรากลูกพรากแม่แห่งพงไพรมาเยอะบทส่งท้าย10 ปีให้หลัง กนกพงศ์ กลับไปที่หุบเขาฝนโปรยไพร เขาไม่ใช่คนแปลกหน้า เป็นน้องพงศ์ อาพงศ์ พี่พงศ์ ไม่มีใครสงสัยที่เขาวิ่ง ไม่มีใครขอให้เขียนป้าย ไม่มีใครถามว่านักเขียนคืออะไร เขากลายเป็นนักเขียนของที่นั่น
Phuwong205 reviewsFollowFollowAugust 19, 2017อ่านจบแล้ว รักหนังสือเล่มนี้จัง รักในจิตวิญญาณความเป็นนักเขียนอันยิ่งใหญ่ของคนแต่ง น่าเสียดายที่ได้รู้จักตัวหนังสือของคุณกนกพงศ์ในวันที่เขาจากโลกนี้ไปแล้ว แต่คิดอีกทีเขาก็ไม่ได้หายไปไหนหรอก ไม่ว่าหนังสือเล่มนี้จะถูกเปิดขึ้นอีกกี่ครั้งเขาก็จะยังมีตัวตนอยู่เสมอสำหรับนักอ่าน...ไม่มีวันตาย2017
Anness111 reviews46 followersFollowFollowFebruary 7, 2019เพิ่งเคยอ่านงานกนกพงศ์ เลือกเล่มนี้เพราะดูเชื่อมโยงกับหยดน้ำหวานในหยาดน้ำตา เป็นทรรศนะของนักเขียนแนวเพื่อชีวิตตอนทำงานที่พรหมคีรี ส่วนใหญ่พูดถึงชีวิตกับการทำงาน บางอันอาจดูตั้งแง่ไปนิดแต่โดยรวมคือ ให้พลังและแง่คิดที่ช่วยทำให้ภาพมัวๆ ของชีวิตเราชัดขึ้นนอกจากให้แง่คิดเรื่องการทำงานอย่างลุ่มลึกแล้ว ส่วนตัวชอบมุมมองผ่านสายตาของกนกพงศ์มากๆมีการทบทวนและครุ่นคิดกับตัวเองเสมอ ภาษาการเขียนก็ไม่ได้มีคำพูดคำจาสั่นสองขนาดนั้นแต่เสมือนเป็นสายตาที่เข้าใจโลกจากวัยวานที่ผ่านมา ไม่จำเป็นต้องทำงานนักเขียนหรือสายสร้างสรรค์ก็อ่านได้เหมือนได้ทำความเข้าใจโลก สังคมต่างจังหวัด ความเป็นคนใน-คนนอก และสอดแทรกทุนนิยมไปพร้อมๆ กันเป็นบันทึกชีวิตนักเขียนที่ลุ่มลึกสวยงาม
peppY119 reviewsFollowFollowOctober 14, 2017เป็นนักเขียนสุดแสนขยันและมีมานะมาก ทุกบทตอนจะมีความสนุกสูงสุดแอบซ่อนอยู่ง่ายๆในพรรณนาโวหารถึงชีวิตและความคิด ที่สร้างโครงมาอย่างตั้งใจ ต้องใช้เวลาอ่านนานกว่าหนังสือปกติด้วยรู้สึกว่าต้องทำความเข้าใจความหมายทั้งที่จะแจ้งและระหว่างบรรทัด
Nutdanai57 reviews10 followersFollowFollowJune 11, 2023กลายเป็นว่าชอบช่วงภาคผนวกที่คนอื่นมาเขียนถึงกนกพงศ์ที่สุดเลย เหมือนได้รู้จักเค้าผ่านมุมมองคนอื่นหลังจากที่อ่านมาทั้งเล่มอ่านจบแล้วอยากหนีโลกทุนนิยม เข้าป่าไปดูดกัญชาสักสัปดาห์
Soup Wiwattanapusit11 reviews2 followersFollowFollowMay 11, 2023ไม่ได้รู้จักคุณกนกพงศ์มาก่อน อยากอ่านเพราะหน้าปกและชื่อล้วนๆ ดีใจที่ได้อ่านตอนอายุเท่านี้ รู้สึกเหมือนได้ชำระล้างความรู้สึกที่โดนทุนนิยมกลืนกิน เพราะเล่มนี้ทำให้เรามองเห็นและค้นพบว่ามีสิ่งอื่นที่นอกเหนือจากความสำเร็จในโลกทุนนิยมที่เราถูกสอนมา และสิ่งนั้นดูจะเป็นสิ่งที่เราต้องการมากกว่าตอนแรกคาดหวังแค่ว่าจะได้อ่านเรื่องราวชีวิตในหุบเขาให้ชุบชูจิตใจที่โหยหาการอยู่ในป่า เราก็ได้อ่านสมใจ เพราะมันสนุก ได้ทั้งความรู้ ความสงบและการผจญภัยไปด้วย แต่หนังสือเล่มนี้ไม่ได้แค่เล่าเรื่องชีวิตที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติแค่นั้น แต่มันลุ่มลึกกว่าที่คาดไว้มาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเป็นบันทึกทัศนะด้วยแหละ เลยทำให้เห็นว่านักเขียนเขาเติบโตมายังไง ม���มุมมองอย่างไร มีเหตุผลอะไรสนับสนุน สิ่งที่นักเขียนดูเน้นเป็นพิเศษคือ การวิจารณ์สังคมเมือง เสนอให้เห็นโลกต่างจังหวัดว่าเป็นโลกที่เรียบง่าย สามัญธรรมดา ไม่ได้ขึ้นอยู่กับทุนนิยม ทั้งเวลา สถานที่และผู้คน แล้วมันให้มุมมองที่สดใหม่มากเลย ไม่ได้รู้สึกว่ามัน romanticize อะไร เพราะที่เขาหยิบยกมามันไม่ได้เป็นเรื่องที่ชวนฝันหวานจนลืมดูมิติอื่นๆ (แต่ก็ยอมรับว่ามีเอ๊ะในบางจุด เช่น คุณยายขายข้าวหลามบอกว่าไม่รู้จะขายแพงไปทำไม แต่สุดท้ายก็อดว่าตัวเองไม่ได้ที่มี mindset ชนชั้นกลาง) เรื่องเล่าทั้งหมดทั้งมวลช่วยกระตุกต่อมคิดเราได้เป็นอย่างดี ที่ชอบอีกอย่างคือ การพูดถึงเรื่องจิตวิญญาณ ความหมายของชีวิตในมุมมองที่แปลกใหม่ สำหรับเราเล่มนี้ถือเป็น guidance ที่ดีเล่มนึง นี่สินะความรุ่มรวยทางจิตใจและประสบการณ์จากมุมมองของคนที่เติบโตมากับธรรมชาติ
a nutcase88 reviews3 followersFollowFollowReadMay 23, 2015Traditional ช่างอยู่ในกรอบ_unbearable-to-finish 2015