เล่มแรกให้ 4 ดาวแต่เล่มสองให้ 5 ค่ะ
สะดุดตาเล่มนี้ครั้งแรกเพราะปก เนื่องจากเป็นคนชอบป่าไผ่และสีม่วง แต่แปลกใจเล็กน้อยที่ปกไม่เห็นหน้าผู้ชายแต่โฟกัสไปที่กระต่าย เมื่ออ่านไปสักพักถึงได้เข้าใจว่าเค้าตั้งใจออกแบบปกอย่างมีเงื่อนงำตามท้องเรื่องคือกระต่ายตาใส นิสัยตรงไปตรงมา ไม่เป็นพิษเป็นภัย ออกจะขี้ตื่นแต่ก็น่ารักน่าเอ็นดูที่ตกอยู่ในคามดูแลของคุณชายชุดม่วง แต่มีการทับซ้อนของความฝันเกี่ยวกับคู่รักปริศนา ป่าไผ่และโศกนาฏกรรมจึงเป็นเรือ่งที่นำด้วยความตลกจบด้วยความสนุก แต่ยังมีกลิ่นอายดราม่า การเมืองและข้อคิดปะปนอยู่บ้างระหว่างการดำเนินเรื่อง
#ต่าย สาวไทยตาโตอดีตเด็กกำพร้าสู้ชีวิต เพิ่งจะสอบติดมหาลัยก็หลงข้ามมิติมาสู่แคว้นหนานกลางป่าในชุดเสื้อยืดรูปกระต่าย โชคชะตากำหนดให้พบอดีตนักฆ๋าที่กลับใจหันมาบำเพ็ญตนเพื่อเป็นเซียนเลยได้รับการดูแลสั่งสอนเป็นศิษย์รักอยู่ 5ปี
ช่วงแรกจะดำเนินเรื่องเร็ว นางเอกเบื่อชีวิตสงบขอลาไปตั้งตัวที่เมืองหลวง แต่ระหว่างทางเกิดสารพัดเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องไปเกี่ยวข้องกับคู่สามีภรรยาขี้อายที่ไม่เก่งกล้าเรื่องทำลูก หมอยาเถื่อนที่สอนเรื่องสมุนไพร คุณชายลึกลับที่หนีการตามล่าและเกิดเหตุที่ทำให้กลายเป็น One night stand ของนางเอกที่ใช้ชื่อใหม่ว่า #เสี่ยวทู่จื่อ หรือกระต่ายน้อย ช่วงกลางเรื่องจะเห็นบุคลิกของนางเอกเริ่มเปลี่ยนไปจากที่เป็นคนกล้า โผงผาง กลายเป็นคนที่มีชนักติดหลังเพราะค่ำคืนที่ต้องหายาคุมฉุกเฉิน นางเอกกลายเป็นคนไม่กลัวแต่ไม่อยากมีเรื่อง ไม่รู้แล้วปลอดภัยดีกว่าเผือกแล้วเดือดร้อน
#คุณชายสี่หวงเชียนเล่อ เป็นลูกชายของแม่ทัพใหญ่สกุลหวง สกุลที่เป็นแบ็คอัพของฮ่องเต้และรัชทายาท คานอำนาจกับไม้เบื่อไม้เมาอย่างสกุลเหลียงของฝ่ายสนม พี่ใหญ่สกุลหวงเป็นแม่ทัพ คุณชายรองเป็นสายบุ๋นเสนาบดีมาดดุ คุณชายสามเป็นเซเลบเพลย์บอยสายข่าวและเจ้าของร้านเสื้อผ้าชื่อดัง คุณหนูห้าสาวงามคือว่าที่ชายารัชทายาท คุณชายสี่คือปริศนาของวงกอซซิบยุคนั้นว่าทำไมเพื่อนซี๊ขององค์รัชทายาทถึงไม่ยุ่งเรื่องรบ ไม่สนเรื่องรัก ไม่แลการเมือง วันๆเอาแต่วาดภาพ เดินทางท่องเที่ยว ชอบทำหน้านิ่งเป็นเสาหิน เห็นท่าจะเป็นลูกชังถึงได้แยกออกจากจวนแม่ทัพมาสร้างบ้านที่ล้อมรอบด้วยป่าไผ่ คุณชายสี่ชุดม่วงเลยยิ่งตกเป็นข่าวว่าเป็นชาวสีม่วงหลังจากรับผู้ติดตามเป็นหนุ่มน้อยตาโตนามว่า #เสี่ยวทู่จื่อ
ความสัมพันธ์ของพระนางจะค่อยๆเปลี่ยนไปตามเวลา และปริศนาชาติภพที่มาในภาพฝัน ในเล่มแรกจะคล้ายกับคู่ของเจ้าน้อยและทัดดาวบุษยา ต่างกันตรงที่ฝ่ายชายมักจะพูดหรือแสดงออกแบบมีนัยยะ แต่ฝ่ายหญิงตั้งท่าหลบแต่มอบความภักดี ในทางเดียวกันพระรองอย่างรัชทายาทถือว่ามีบทเด่นไม่แพ้พระเอกเพราะเป็นรักสามเส้าที่ผูกกันไว้ด้วยความภักดีและมิตรภาพที่ต่างฝ่ายต่างทำเพื่อคนที่ตนรัก หน้าที่และความรักจึงเป็นจุดหักเหที่ทำให้เกิดการข้ามภพข้ามชาติเพื่อมาเรียนรู้การเป็นฝ่ายสูญเสียหรือฝ่ายถูกกระทำ หรือในอีกแง่หนึ่งคือการมองในมุมต่าง มองแบบใจเขาใจเราเพื่อให้เข้าใจอดีตชาติที่ยังไม่เข้าใจและไม่คิดจะให้อภัย
เล่มสองมีกลิ่นอายดราม่าในชาติภพอดีตช่วงสั้นๆ แต่เข้าใจว่านักเขียนไม่ได้ต้องการลงลึกในจุดนี้ การดำเนินเรื่องเลยพลิกกลับมาเคลียร์ปมกันได้ง่ายด้วยวิธีเล่าเรื่องจากฝ่ายชาย หรือเปิดเผยเหตุการณ์แบบไม่ต้องให้เดาทางให้ซับซ้อนแบบในเล่มแรก กุญแจไขปริศนาก็ออกแบบมาให้ลงล็อคทีละเปลาะๆ เพื่อเข้าสู่บรรยากาศซ้อนทับของการทำสงคราม ความเสียสละและการเฉียดตายกันอีกครั้ง
ตัวละครค่อนข้างเยอะจนน่าเสียดายที่บางคนไม่มีบทเด่นในขณะที่บางคนเตะตานักอ่านจนอยากให้มีภาคต่อ ในส่วนของภาษาใช้คำบรรยายกึ่งไทยกึ่งจีนสไตล์วัยรุ่นตามประสานางเอกที่ค่อนข้างรั่วเอาตัวรอดเป็นยอดดี ต่างจากพระเอกที่คุมโทนบุคลิิกคุณชายได้เกือบตลอด ยอมรับว่าชอบพระรองในเล่มแรก แต่พออ่านพระเอกในเล่มสองแล้วออร่าความรัก ความขี้หวงและห่วงนางเอกยิ่งกว่าชีวิต ความไม่พูดแต่คิดจริงทำจริงซ่อนแผนไว้แนบเนียนทำให้ต้องย้อนกลับไปเปิดเล่มแรกใหม่ว่าพระเอกพูดหรือทำอะไรไว้บ้าง โดยรวมแล้วจากที่คิดว่าวางพล็อตเปิดทางง่ายเกินไปกลับเป็นมองว่าในความไม่มีอะไรคือมีภาพซ้อนของเหตุการณ์ที่นักเขียนได้วางผังและเรื่องที่ต้องการจะสื่อไว้ได้ไม่เลวทีเดียว
ถ้ามีเวลาคงจะหาผ่านภพบรรจบฟ้ามาอ่านดูสักที