Jump to ratings and reviews
Rate this book

เรื่องเล่าจากข้าวของเครื่องแต่งกาย

Rate this book
รวมเรื่องที่ได้ทำ การจัดหมวดหมู่เรื่องที่มีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ วรรณคดี ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรมต่างๆในอดีตที่น่ารู้ และในบางมุมที่ได้ละเลยไปว่าสิ่งของต่างๆที่ใช้อยู่เป็นประจำนั้นเกิดเมื่อไร มีประวัติความเป็นมาอย่างไร ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ช่วยสะท้อนการดำเนินชีวิตของคนอดีตในหลากหลายด้าน และยังช่วยผู้อ่านในการศึกษาค้นคว้าเรื่องราวประวัติศาสตร์ต่างๆได้สะดวก

"ท่านเคยคิดบ้างหรือเปล่าว่า สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ที่ท่านใช้อยู่เป็นประจำนั้น เกิดมีขึ้นเมื่อไร และมีประวัติความเป็นมาอย่างไร เช่น หวีที่ใช้หวีผมอยู่ทุกวัน มนุษย์ทั่วโลกเขาใช้กันอย่างไร มีวิธีการใช้หรือขนบธรรมเนียมความเชื่อต่างกันหรือไม่
ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย หมวก รองเท้า หมอน มุ้ง กระจก ตู้ เตียง ฯลฯ มีเรื่องหรือเหตุการณ์เกี่ยวข้องที่เราไม่คาดคิดอยู่ด้วยกันทั้งนั้น"

สารบัญ
การแต่งกายของคนไทย
เสื้อ
กระโปรง
กางเกง
สไบนาง
หวี
หมอน
มุ้ง
ผ้าเช็ดหน้า
ร่ม
เตียง
ตู้
กระจก
พัด
คนไทยสวมหมวก
คนไทยสวมรองเท้า

184 pages, Paperback

First published September 1, 2003

Loading...
Loading...

About the author

ส. พลายน้อย

37 books4 followers
นายสมบัติ พลายน้อย เกิดวันที่ 24 พฤษภาคม พุทธศักราช 2472 ที่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จบการศึกษาประกาศนียบัตรประโยคครูพิเศษประถม (พ.ป.) และ ได้รับทุน ให้ไปอบรมการจัดรายการโทรทัศน์เพื่อการศึกษาที่ N.H.K. ประเทศญี่ปุ่น เริ่มรับราชการครั้งแรก เป็นเสมียนสรรพากรและเปลี่ยนอาชีพไปรับราชการครู ต่อมาได้ดำรงตำแหน่งหัวหน้างานโสตทัศนูปกรณ์และเอกสารสิ่งพิมพ์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ และเป็นบรรณาธิการวารสารวัฒนธรรมไทย และได้ลาออกจากราชการเพื่อเขียนหนังสือแต่เพียงอย่างเดียว

นายสมบัติ พลายน้อย หรือ ส. พลายน้อย เป็นนักประพันธ์ที่สร้างสรรค์ผลงานอย่างต่อเนื่อง ระยะเวลากว่า 6 ทศวรรษและผลงานเขียนกว่า 100 เรื่อง เป็นสิ่งพิสูจน์ให้เห็นความเป็นนักเขียนอาชีพ ซึ่งเหลือเพียงน้อยคนแล้วในปัจจุบัน แม้โลกปัจจุบันจะก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการสื่อสารจนผู้คนนิยมค้นคว้าหาความรู้ทางอินเตอร์เน็ต แต่เชื่อมั่นได้ว่าผลงานวรรณกรรมของ ส. พลายน้อย จะเป็นหนังสือที่ให้สาระความรู้ ความเพลิดเพลิน จนถึงเป็นหนังสืออ้างอิงของผู้อ่านไปอีกยาวนาน ในการสร้างสรรค์ผลงานเพื่อเปิดโลกแห่งความรู้ ความคิด และจินตนาการแก่ผู้อ่านมาเป็นระยะเวลายาวนาน ทำให้ ส. พลายน้อย ได้รับการยกย่องจากองค์กรวรรณกรรมและองค์กรวัฒนธรรม ทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง ส. พลายน้อยก็ยังมิได้วางมือจากการอ่านและการเขียน

ชีวิตประจำวันของ ส. พลายน้อย อยู่กับการอ่านหนังสือและการเขียนหนังสือราวกับเป็นส่วนหนึ่งของลมหายใจ จึงกล่าวได้ว่า ส. พลายน้อยได้อุทิศตนเป็นผู้อนุรักษ์ สืบสาน สร้างสรรค์ ส่งเสริม และเผยแพร่ภูมิปัญญาไทยด้วยผลงานสารคดีที่มีวรรณศิลป์อันมีคุณูปการยิ่งต่อสังคมไทย ผลงานได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่เป็นระยะๆ อย่างต่อเนื่อง และยังคงสร้างสรรค์ผลงานอย่างสม่ำเสมอจนได้รับรางวัลและประกาศเกียรติคุณจากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ได้รับยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรมสาขาวรรณศิลป์ (สารคดี ) ประจำปี พ.ศ. 2539 รางวัล “นักเขียนอมตะ” คนที่ 4 ประจำปีพุทธศักราช 2551 และได้รับประกาศยกย่องเป็นปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย พุทธศักราช 2552


ประวัติชีวิต

ปัจจุบันอายุ 81 ปี เกิดวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2472 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บิดาชื่อ นายผล พลายน้อย มารดาชื่อ นางผิว พลายน้อย ภรรยาชื่อนางจงกล พลายน้อย มีบุตรชาย 1 คน ชื่อนายอภิจัย พลายน้อย (ภรรยาชื่อ นางเพลินจันทร์ มีบุตร 2 คน ชื่อธนานันต์และธนัญญา)

ประวัติการศึกษา

ชั้นประถมศึกษา ที่โรงเรียนประชาบาล วัดประดู่ทรงธรรม ชั้นมัธยมศึกษา ที่โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย ประกาศนียบัตรประโยคครูพิเศษประถม (พ.ป.) ได้รับทุนการศึกษาไปอบรมการจัดรายการโทรทัศน์เพื่อการศึกษา ณ สถานีวิทยุ N.H.K ประเทศญี่ปุ่น พ.ศ. 2511

ประวัติการทำงาน

เริ่มทำงานเป็นเสมียนสรรพากรจนอายุได้ 18 ปี รับราชการครู ที่ว่าการอำเภออุทัย เป็นเวลา 5 ปี ข้าราชการพลเรือน กองเผยแพร่การศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ บรรณาธิการวารสารวิทยุศึกษาของสถานีวิทยุศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ และวารสารจันทรเกษม ของกรมการศึกษานอกโรงเรียน รับราชการสังกัดสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กองส่งเสริมและเผยแพร่วัฒนธรรม กระทรวงศึกษาธิการ

พ.ศ. 2527 บรรณาธิการวารสารวัฒนธรรม เกษียณอายุราชการ พ.ศ. 2528 เมื่ออายุ 56 ปี ในตำแหน่งหัวหน้างานเลขานุการ นักวิชาการ ระดับ 6 สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ

หลังลาออกจากราชการแล้ว ทำงานด้านการประพันธ์เต็มตัว เขียนบทความให้แก่นิตยสารต่าง ๆ เป็นประจำสม่ำเสมอ เช่น ศิลปวัฒนธรรม สารคดี เมืองโบราณ ต่วย’ตูน ทั้งยังเป็นอนุกรรมการ ราชบัณฑิตยสถาน อนุกรรมการสำนักงานสร้างเสริมเอกลักษณ์ของชาติ และวิทยากรพิเศษบรรยาย ให้ความรู้ในสถาบันการศึกษาต่าง ๆ

เกียรติคุณที่ได้รับ

พ.ศ. 2517 หนังสือเรื่อง พฤกษนิยาย ได้รับรางวัลจากสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย
พ.ศ. 2532 หนังสือเรื่อง ยาขอบ ชีวิตและงานของผู้แต่งอมตนิยายผู้ชนะสิบทิศ ได้รับรางวัล ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ
พ.ศ. 2535 หนังสือเรื่อง อัญมณีนิยาย ได้รับรางวัลในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ
พ.ศ. 2536 หนังสือเรื่อง สัตว์หิมพานต์ ได้รับรางวัลของมูลนิธิธนาคารกรุงเทพฯ
พ.ศ. 2537 หนังสือเรื่อง เกร็ดย่อยร้อยเรื่อง ได้รับรางวัลของมูลนิธิธนาคารกรุงเทพฯ
พ.ศ. 2538 หนังสือเรื่อง เกิดในเรือ ได้รับรางวัลจากคณะกรรมการพัฒนาหนังสือแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ และหนังสือเรื่อง “จันทรคตินิยาย” ได้รับรางวัลของมูลนิธิธนาคารกรุงเทพ
พ.ศ. 2539 ได้รับประกาศเกียรติคุณจากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เป็น ผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม สาขาวรรณศิลป์ (สารคดี ) ประจำปี พ.ศ. 2539
พ.ศ. 2540 ได้รับพระราชทานปริญญาศิลปศา

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
1 (25%)
4 stars
2 (50%)
3 stars
1 (25%)
2 stars
0 (0%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 2 of 2 reviews
Profile Image for Froggie.
796 reviews40 followers
November 4, 2015
เล่าถึงเรื่องราวเกี่ยวกับของต่างๆที่เกี่ยวข้องกับร่างกาย เช่น เสื้อ กางเกง ตู้ เตียงนอน หมอน มุ้ง ฯลฯ สนุกน้อยกว่าเล่ม "เรื่องข้างสำรับ" จะเพราะมันกินไม่ได้หรือไงก็ไม่รู้ *เก็บความตะกละที่แพลมออกมาเข้าไป* บทแรกนี่แทบอ่านไม่จบ เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับประวัติการแต่งกายของคนไทย ตอนที่อธิบายว่ายุคไหนแต่งยังไงยัง น่าสนใจดี แต่พอเจาะลึกว่าผ้าชื่อแปลกๆแบบนี้มีต้นตอมาจากไหน ชักเริ่มไม่ไหวละ มันวิชาการเกิน อย่างกับหนังสือเรียน ถึงขั้นที่เราแอบคิดว่าถ้าใครจะเขียนนิยาย อาจจะอ่านเล่มนี้เป็นข้อมูลตั้งต้นได้

แต่บทต่อจากนั้นเริ่มตาสว่าง คงเพราะใกล้ตัวขึ้น เกร็ดที่เล่าก็เริ่มมีติดขำขัน เริ่มตั้งแต่บท 'เสื้อ' ผู้เขียนเล่าว่าในแผ่นดินพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสั่งห้ามข้าราชการที่เข้าเฝ้าสวมเสื้อในฤดูร้อนจนกว่าจะถึงเวลาลดโคมชัย ไม่งั้นจะต้องโทษไปถีบระหัดวิดน้ำเข้าสนามหลวง 3 วันบ้าง 8 วันบ้าง (ทำไมรู้สึกว่าน่ารักดี ถึงคงจะเหนื่อยลิ้นห้อยก็เถอะ) ในเรื่องมีเล่าถึงสีประจำกรมต่างๆในสมัยก่อนด้วย เรารู้จักสีกรมท่าละ แต่เพิ่งรู้ว่ากรมอื่นก็มีสีด้วย อย่าง สีมหาดไทย (เขียวแก่เจือดำ) สีกลาโหม (น้ำเงินแก่เจือแดง)

บท สไบนาง กับ หวี สนุกเป็นพิเศษ สงสัยเพราะใกล้ตัวนั่นแหละ ได้ความรู้เพิ่มว่าทำไมคนโบราณไม่ให้หวีผมตอนกลางคืน อ่านแล้วเข้าใจกุศโลบาย แต่ก็สะท้อนใจนิดหน่อยว่าผู้ใหญ่ช่างเห็นเด็กโง่ไปหมด ทำอะไรต้องหลอกกันตลอด โตขึ้นก็ไม่ยอมบอกเหตุผลด้วย ในบท 'หมวก' ผู้เขียนคัดลอกบทความรณรงค์ให้คนไทยใส่หมวกในยุค มาลานำไทย มาให้อ่าน รู้ว่าไม่ควรตัดสินด้วยใจของคนสมัยใหม่ แต่อ่านแล้วรู้สึกอึดอัดเหลือทน มันช่าง propaganda จนไม่รู้จะพูดยังไง

โดยรวมคิดว่าสนุกเป็นบทๆแล้วแต่ความสนใจของคนอ่าน ส่วนเราที่ปกติไม่ค่อยสนใจเครื่องแต่งตัวเท่าไหร่ ให้ 3 ดาว
Profile Image for Srisurang.
Author 15 books153 followers
December 18, 2010
เป็นหนังสือที่ให้ความรู้ข้อมูลดีค่ะ
Displaying 1 - 2 of 2 reviews