เมิ่งเหวินเฟย vs ฟางจิ้ง
เรื่องนี้เราชอบมากค่ะ เป็นนิยายที่อ่านแล้วไม่อยากวางเลย เล่มแรกอารมณ์ตอนอ่านมันจะเรื่อยๆ ไม่ได้มีประเด็นอะไรมาก แต่น่าติดตาม ส่วนเล่มสองนี่มีดราม่าและมีเรื่องให้ลุ้นเรื่อย ๆ เลยค่ะ
โดยรวมเป็นนิยายฟีลกู๊ด ที่อ่านแล้วสร้างกำลังใจได้มากทีเดียว
เราชอบที่เขาแบ่งบทให้พระเอกนางเอกได้กำลังดี ไม่รู้สึกว่ามีใครดรอปเลยค่ะ
มีทั้งเล่าเรื่องงานบริษัทของพระเอก กับงานเชฟของนางเอกซึ่งน่าสนใจไม่แพ้กันเลย
อย่างเช่น เรื่องราวของพระเอก คือเขาเปิดบริษัทสตาร์ทอัพทำแอพพลิเคชันออกกำลังกาย และบริษัทกำลังต้องการระดมทุนเพื่อจะขยายตัว ในเล่มแรกจะเล่าเรื่องงานของพระเอก การที่ต้องเจออุปสรรคในด้านทุรกิจ ความผิดหวัง แต่ด้วยความเก่งกาจและความเข้มแข็งของพระเอก ก็ทำให้เรื่องราวผ่านไปได้ ซึ่งในสายตาคนนอก ก็จะคิดว่าพระเอกเก่งมาก แต่จริง ๆ เขาก็มีมุมที่ท้อแท้เหมือนกัน ซึ่งในตอนนั้น นางเอกได้อยู่เคียงข้างคอยสนับสนุนอยู่ไม่ทิ้งกัน
ส่วนของนางเอก ขีวิตตั้งแต่เด็กไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เรียกว่ามีต้นทุนมาน้อย แต่เป็นคนมีพรสวรรค์และมีความคิดสร้างสรรค์ เธอช่วยกิจการร้านอาหารที่บ้านมาตั้งแต่เล็ก จึงมีความฝันอยากเป็นสุดยอดเชฟ วันหนึ่งคนในครอบครัวค่อย ๆ ล้มหายตายจากไปจนเหลือตัวคนเดียวพร้อมหนี้ก้อนโต สุดท้ายรักษาร้านอาหารเอาไว้ไม่ได้ แต่เธอไม่ยอมแพ้ มุ่มมั่นทำงานเก็บเงินใช้หนี้ และตั้งเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจน
และในตอนที่กำลังลำบาก ในที่สุด ก็เธอก็ได้ไปทำงานเป็นแม่บ้านทำความสะอาดและทำครัวในบริษัทของพระเอก ... ซึ่งตรงจุดนี้ กว่าเขาจะรับเข้าทำงานก็ไม่ง่ายเลย
แล้วท่านประธานก็แอบเล็งคุณแม่บ้านค่ะ ... เป็นห่วงสารพัด แถมยังหาลู่ทางให้เธอได้พัฒนาฝีมือ เรียนรู้และมุ่งสู่ทางที่จะได้เฉิดฉายทางโลกออนไลน์ เรียกว่าดูแลดุจคุณพ่อ
มันเป็นความรู้สึกอบอุ่นมาก ที่พวกเขาเอาใจใส่กันและกัน
ในเล่มสอง เป็นเรื่องของนางเอกเป็นส่วนใหญ่ เธอเริ่มหาแนวทางของตัวเองเจอ กำลังจะได้เข้าร่วมการแข่งขันสุดยอดเชฟที่เธอใฝ่ฝัน ในขณะที่ชีวิตกำลังเริ่มเข้าที่เข้าทาง เบื้องบนก็จัดด่านเคราะห์ใหญ่มาให้ ต้องอาศัยกำลังแรงใจในการฝ่าฟันอย่างมาก
ที่เราชอบอีกอย่างคือ กลุ่มตัวประกอบ ซึ่งมีหลายคู่ที่โดดเด่น ไม่รู้ว่ามีเล่มที่เป็นเรื่องของพวกเขาหรือเปล่า น่าในใจมากเลย