Jump to ratings and reviews
Rate this book

หมื่นปีกนก

Rate this book
หมื่นปีกนก คืองานกวีนิพนธ์ที่กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ เขียนขึ้นในปี 2536 - 2538 ในห้วงวัยหนุ่มแน่น ว่าถึงโลกอุดมคติของคนหนุ่ม สดใหม่และเปี่ยมพลัง

ปี 2548 ขณะคิดรวมเล่ม "นิทานประเทศ" เขามีโอกาสขัดเกลาและเขียนคำนำ "หมื่นปีกนก" ไว้เรียบร้อย จากนั้นอีก 100 วัน เขาก็ติดปีกจากลา

104 pages, Paperback

First published January 1, 2009

Loading...
Loading...

About the author

กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ (9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2509 จ.นครศรีธรรมราช— 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549) เป็นนักเขียนรางวัลซีไรต์ ปี พ.ศ. 2539 จากหนังสือรวมเรื่องสั้น แผ่นดินอื่น

กนกพงศ์จบชั้นประถมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนวัดไทรโกบ ประถมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนวัดพิกุลทอง มัธยมศึกษาจากโรงเรียนพัทลุง การศึกษาในระบบขั้นสุดท้ายสาขาวิชาบริหารธุรกิจ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ทว่าไม่จบ ออกมาทำงานด้านสำนักพิมพ์ในช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนหันไปใช้ชีวิตคลุกคลีกับชาวบ้านแถบเทือกเขาหลวง จังหวัดนครศรีธรรมราช

กวีบทแรก “ความจริงที่เป็นไป” ตีพิมพ์ใน “สยามใหม่” ขณะเรียนชั้นมัธยมต้น (2523)

เรื่องสั้นเรื่องแรก “ดุจตะวันอันเจิดจ้า” ขณะเรียนชั้นมัธยมปลาย (2527)

เป็นสมาชิกยุคก่อตั้งของ “กลุ่มนาคร” กลุ่มทำงานด้านศิลปะวรรณกรรมอันสำคัญของภาคใต้

เคยเป็นบรรณาธิการหนังสือไรเตอร์ แมกกาซีน

ปี พ.ศ. 2532 เรื่องสั้น “สะพานขาด” ได้รับรางวัลเรื่องสั้นช่อการะเกด และคัดเลือกแปลเป็นภาษาญี่ปุ่น

ปี 2533 เรื่องสั้น “โลกใบเล็กของซัลมาน” ได้รับรางวัลเรื่องสั้นช่อการะเกดอีกครั้ง

ผลงานหลายชิ้นได้รับการแปลเป็นภาษาญี่ปุ่น มาเลเซีย สเปน ฝรั่งเศส เยอรมันและอังกฤษ รวมทั้งเป็นหนี่งในนักเขียนดีเด่นของอาเซียนที่คัดสรรโดยสถาบันวัฒนธรรมเดวาน แห่งมาเลเซีย

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
4 (57%)
4 stars
1 (14%)
3 stars
2 (28%)
2 stars
0 (0%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 of 1 review
Profile Image for Pawarut Jongsirirag.
741 reviews152 followers
March 7, 2024
ผมว่ามันมีความอ่านยากอยู่พอสมควรนะ ด้วยกลวิธีที่ผมคิดว่าคล้ายกับการเขียนรูปประโยคเชิงพรรณาเอาไว้ก่อน จากนั้นตัดทอนคำที่ฟุ่มเฟือยหรือไม่จำเป็นจริงๆต่อการสื่อสารออกไป จนเหลือสิ่งที่เพียงพอต่อการสื่อสารเเล้วเอาไว้เท่านั้น มันเลยมีความไม่อาจไหลรื่นได้มากนักในการอ่านตัวบท ประกอบกับกลายเป็นกวีไร้ฉันทลักษณ์ทำให้คนที่ไม่คุ้นชินแบบผม หาจุดลงของการอ่านหรือจุดพักจังหวะไม่เจอ มันเลยทำให้อ่านตัวบทได้ไม่ไหลรื่นเลย หรือแท้ที่จริงแล้วก็อาจเป็นไปได้ว่าผมแค่ไม่ชินกับกวีลักษณะนี้ ยังไม่ชินกับกลวิธีของคุณกนกพงศ์ เลยทำให้อ่านได้ไม่ดีเท่าที่ควร

ในส่วนของเนื้อหา คิดว่าเป็นเพราะบทกวีเขียนขึ้นในช่วง 2536 -2538 ที่พลังของเพื่อชีวิตยังไม่ตายไป การนำเสนอความแตกต่างของเมืองและชนบทยังเป็นสิ่งที่นำเสนอกันอยู่ทั่วไป เนื้อหาของบทกวีหลายชิ้น (คร่าวๆก็อาจจะครึ่งนึงของทั้งหมดได้) เลยยังคงเวียนวนอยู่ในเนื้อหาทำนองนี้ ที่เมืองมันไม่ดีนะ ถิ่นฐานเดิมของเรา บ้านของเรามันสวยงามกว่านี้มาก แต่มันก็ค่อยๆถูกทำลายลงด้วยพลังของเมืองและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเนื้อหาลักษณะนี้พอมาอ่านในเวลานี้ มันก็อาจจะดูเก่าไปนิด ตัวบทไม่ได้ทำงานเหมือนในสมัยนั้นที่มันถูกแต่งออกมาอีกแล้ว

ถึงกระนั้น ในบทอื่นๆ เนื้อหายังคงทำงานได้ดีอยู่ครับ แม้เวลาจะผ่านไปเกือบ 30 ปีเเล้ว ตัวบทช่วงนี้พูดถึงถึงการตระหนักถึงชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ไม่มีอะไรคงเดิมได้อีกแล้ว ความอ่อนแอ ความโศกเศร้าภายในของจิตใจของมนุษย์
มันมีความเป็นปรัชญาห่มคลุมตัวบท ที่หยิบใช้องค์ประกอบของธรรมชาติเป็นตัวแทนถึงความจริงในการรู้แจ้ง

ชีวิตของเราก็เท่านี้ ตามหาความจริงกว่าหมื่นรอยเท้า เพื่อพบว่าเรายังคงห่างไกลจากความจริง ไกลห่างดังหมื่นปีกนก
Displaying 1 of 1 review