ดินสอ สีไม้1,070 reviews179 followersFollowFollowJuly 1, 2022เป็นหนังสือแบบที่ควรจะเต็มไปด้วยพลังแต่มันกลับไร้พลังและแรงผลักดันต่อเราสิ่งที่กฤษณมูรติบอกมันทำให้เรารู้สึกตะหงิดๆ อยู่ในใจตลอดมันเหมือนการแก้ปัญหาไม่ตรงจุดเหมือนเป็นการทำเรื่องยากให้ยากขึ้นกว่าเดิม ..เป็นนามธรรม จับต้องไม่ได้ ทำจริงได้หรือเปล่าก็ไม่รู้เขาบอกว่าเราควรเปลี่ยนแปลงที่ภายในแต่กลับมีเนื้อหาส่วนนั้นน้อยมากเขาเล่าไปรอบๆ ถึงสิ่งต่างๆถึงความเลวร้ายของโรงเรียน สังคม กฎระเบียบ ฯลฯบอกว่าเราควรละทิ้งสิ่งเหล่านั้น แล้วมาเฝ้าดูภายในจิตใจตนเองหากบทต่อไปก็ย้อนกลับไปพูดถึงความเลวร้ายของสิ่งต่างๆ ภายนอกอีกวนเวียนอยู่เช่นนี้ แต่ไม่แตะต้องถึงสิ่งที่เขาให้ความสำคัญเลยแม้แต่เป้าหมายสุดท้ายบนเส้นทางนี้ เขาก็ไม่ได้บอกไว้สุดท้ายแล้ว เราก็ไม่รู้ว่าหนังสือเล่มนี้ต้องการจะบอกอะไรนอกจากบอกให้เราทำลายระบบ ขบถ ต่อต้านกรอบ โครงสร้างสังคมแล้วหันกลับมามองภายในตนเอง ชื่นชมความงามของธรรมชาติหลายครั้งที่เราอ่านถึงจุดหนึ่ง จะมีคำคำหนึ่งผุดขึ้นมาตลอดการอ่านคำนั้นคือ .. แล้วยังไงทำทั้งหมดตามที่คุณบอก .. แล้วยังไงต่อเหรอ?2022 thai
Donakrap Dokrappom189 reviews31 followersFollowFollowMarch 12, 2021หลังจากได้ศึกษางานของกฤษณมูรติมาซักระยะ ก็ไม่ได้มากมายอะไร และก็ไม่คิดว่าตัวเองจะเข้าใจอะไรทั้งได้หมด ผมคิดว่างานของกฤษณมูรติ ไม่ใช้ใครก็อ่านได้ ไม่ใช้เพราะว่ามันยาก แต่ต้องมาด้วยใจที่เปิดรับ และต้องไม่มีใครบังคับให้อ่าน ผมไม่สามารถพูดอะไรมากได้ ไม่อยากบอกเลยว่าการที่ผมได้พบกับงานของกฤษณมูรติเป็นสิ่งที่มีความหมายมากแค่ไหน เพราะการที่จะบอกว่ามันดีอย่างโน่นดีอย่างนี้ช่างคับแคบและตื้นเขินเกินไป งั้นเอาเป็นว่าผมให้ 5 ดาวละกัน
เอกภพ สิทธิวรรณธนะAuthor 6 books36 followersFollowFollowDecember 18, 2015จำได้ว่าอ่านหนังสือเล่มนี้แล้วรู้สึกได้รับกำลังใจกล้าที่จะเป็นอิสระ ที่จะพูด คิด ทำ ตั้งคำถามอะไรที่เป็นกระแสหลักเห็นทางเลือกที่จะทำในสิ่งที่เป็น ในสิ่งที่เชื่อ ในสิ่งที่ต่างจำได้แต่ความรู้สึกฮึกเหิมเมื่อครั้งกระโน้นส่วนซากของสาระนั้น ก็น่าจะไหลเวียนอยู่ในการเลือกน้อยใหญ่ ที่ประกอบเป็นกิจการและตัวตนของข้าพเจ้าในปัจจุบัน
Tum Kanapon146 reviews14 followersFollowFollowApril 8, 2021แด่หนุ่มสาว…จงเก็บความไม่พอใจเอาไว้สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้รับเชิญไปพูดในงานปัจฉิมนิเทศของนักศึกษาแพทย์ปีสุดท้ายที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง อาจจะเพราะชีวิตการเป็นแพทย์ของผมเองนั้นไม่ได้อยู่ในเส้นทางมาตรฐานซักเท่าไหร่ ในการบรรยายวันนั้นมีหัวข้อหนึ่งที่ผมคิดว่าพยายามอยากจะสื่อสาร แต่ในวันนั้นรู้สึกว่าอธิบายได้ไม่ดีเท่าที่ควร เลยอยากมานั่งตกตะกอนเขียนดูอีกครั้งเราจะพบพานกับความไม่พอใจอีกมากมาย สำคัญที่ว่าเราไม่พอใจแบบผิวเผิน หรือแบบลึกซึ้ง ? ชีวิตของคนเรานั้น มีหลายเรื่องที่ทำให้เราไม่พอใจ (หรือเคยทำให้เราไม่พอใจ) ไม่ว่าจะเป็นความไม่ยุติธรรมของสังคม ความไม่มีประสิทธิภาพของระบบ ความเหลื่อมล้ำ ความกดขี่ โดยธรรมชาติแล้ว เรามักจะต้องกดความรู้สึกไม่พอใจนั้นเอาไว้ หากพูดง่ายๆเพราะความไม่พอใจ มักนำไปสู่ปัญหาสองอย่าง คือ นำความเดือดร้อนมาสู่ตัวเรา หรือ นำความสิ้นหวังมาสู่ตัวเรา ความเดือดร้อน และความสิ้นหวังในวันที่เรายังเป็นหนุ่มสาว มีหลายปัญหาเหลือเกินที่เรา ยังมีความจำกัด ทั้งประสบการณ์ อำนาจ และกำลัง ทำให้หลายเรื่องที่เราไม่พอใจอยากเปลี่ยนแปลง ไม่อาจทำได้ หากมองเพียงระยะสั้นๆแล้ว เราอาจสรุปให้ตัวเองว่า ในเมื่อเราเปลี่ยนอะไรไม่ได้ แล้วมันสร้างความเดือดร้อนให้เราด้วย เราจึงควรๆลืมมันไป เข้าใจว่าโลกเป็นอย่างนี้ ก่นด่า แล้วก็ไปทำอย่างอื่น ความไม่พอใจอันผิวเผินความไม่พอใจอันผิวเผินมักจบลงด้วยรูปแบบเดิมๆ เราอาจกดความรู้สึกเอาไว้ หรือ เราระเบิด..โดยบ่นมันออกมา โทษให้ใครซักคนเป็นคนผิด แล้วหวังว่ามันจะเปลี่ยนแปลง (ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมันมักไม่เปลี่ยนแปลง)ความไม่พอใจอันลึกซึ้งคนที่มีความไม่พอใจอันลึกซึ้ง จะไม่มองความไม่พอใจด้วยความโกรธ หรือสิ้นหวัง แต่เขาจะมองมันด้วยความหวัง ความชื่นชมยินดี มองมันแบบเข้าใจ มองแบบรู้ว่าไม่มีอะไรหรอกที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ เพียงแต่บางอย่างนั้น มันอาจไม่สามารถทำได้ทันใด เปรียบเหมือน หากเราอยากวิ่งมาราธาน 42 กม ในวันนี้ ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ เพียงแต่เราต้องซ้อมกันอีกซักพักใหญ่ หากวันที่เราเป็นนักศึกษาแพทย์แล้วรู้สึกว่าทำไมรุ่นพี่ที่อยู่เวรไม่ค่อยสอน ทิ้งเรา วันหนึ่งเมื่อเราเป็นรุ่นพี่ เราจนตั้งใจสอนน้อง อย่างทิ้งน้อง หากคุณเห็นหมอรุ่นใหญ่ๆ พูดจากับคนไข้ไม่ดี หรือดูถูก วันหนึ่งคุณก็จงเป็นหมอที่พูดจาดีสุภาพกับคนไข้ ไม่แบ่งแยก หรือแม้แต่ความเปลี่ยนแปลงที่ซับซ้อนกว่า หากคุณเห็นการคอรัปชั่น คุณเห็นการออกแบบระบบที่ไม่ดี ถ้าคุณไม่ลืม มันจะมีซักวันหนึ่งที่คุณจะมีโอกาสได้ไปอยู่ในจุดที่สามารารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้อย่างแน่นอน (หรือคุณอาจได้ส่งต่อประกายไฟให้ใครบางคนต่อไป)ความสร้างสรรค์ หรือ การเปลี่ยนแปลงที่แท้บนโลกใบนี้ มาจากคนที่มีความไม่พอใจอยากลึกซึ้ง คนที่เก็บความไม่พอใจนั้นไว้ "ไม่ลืม" แม้ผ่านช่วงหนุ่มสาว เมื่อเขาเติบโตขึ้น เขาสะสมมันไว้ เพื่อวันหนึ่งเขารู้ว่า มันจะมีวันที่ประกายไฟ ความไม่พอใจนั้นจะสะสมจนเป็นเปลวไฟ ส่องสว่าง อย่างแน่นอน ด้วยรักและเคารพ
REMEMI3ER195 reviews12 followersFollowFollowJuly 24, 2020เป็นหนังสือที่เหมือนตั้งคำถามให้เราในวัยหนุ่มสาวได้ฉุกคิดและตระหนักถึงชีวิต ความกลัว ความรัก การสร้างสรรค์ เสรีภาพ จิตใจ สังคม การปฏิวัติ การแสวงหาสัจจะ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนสัมพันธ์กับ ‘การศึกษาที่ถูกต้อง’ สิ่งที่เห็นได้ชัดเจน คือ การเน้นย้ำเรื่องของการศึกษาที่ถูกต้อง ไม่ใช่แค่เพียงความรู้ ไม่ใช่สิ่งที่โรงเรียน ครู พ่อแม่ สังคม ประเพณี ความเชื่อ ศาสนา มาตีกรอบความคิดและการกระทำให้เรา มันคือการแสวงหาเสรีภาพที่แท้จริงให้กับตัวเองและผู้อื่น เพื่อความเท่าเทียมและการปฏิวัติที่แท้จริง พยายามอ่านว่าเล่มนี้กำลังบอกอะไรกับเรา มันคือการบอกให้เรากล้าจะตั้งคำถามกับตัวเอง เกี่ยวกับโลก เกี่ยวกับสังคมที่เป็นอยู่ กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง กล้าที่จะแสวงหาชีวิตที่มีเสรีภาพโดยแท้จริง สังเกตได้ว่าไม่ใช่แค่ตั้งคำถามกับชีวิตตัวเราเอง แต่มันเป็นมิติที่ไปไกลกว่านั้นมาก แต่ขณะเดียวกัน สิ่งที่สำคัญที่สุดก่อนที่เราทุกคนจะไปได้ไกลถึงมิตินั้น ก็หนีไม่พ้นที่เราจะต้องเริ่มจากการให้การศึกษากับจิตใจของตัวเราเองเสียก่อน ต้องค้นหา ตั้งคำถาม และรู้จักจิตใจของตัวเองให้ได้ก่อน เมื่อนั้นมิติของการที่ทุกคนในสังคมจะได้รับการศึกษาที่ถูกต้องก็คงตามมา 2020
กำพล สนธิเณร172 reviews4 followersFollowFollowMarch 16, 2023เป็นหนังสือที่คลายคำปาฐกถานักศึกษาจบใหม่ ช่วยตั้งคำถามเพื่อสกิดเราให้หลุดล่อนจากความเคยชินเก่าที่เกิดจากการถูกปลูกฝังผ่านการเลี้ยงดู การศึกษาจากโรงเรียน การปฏิบัติตามบรรทัดฐานทางสังคม ทำให้เราใช้ชีวิตโดยลื่นไหลไปตามกระแสปกติของสังคม ในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ และไม่ป็นธรรมชาติแต่เดิมของเรา ไม่มีการกำหนดสิ่ง ถูก-ผิด แต่ช่วยให้เราพิจารณา เพื่อเข้าใจพฤติกรรมของตัวเอง ยอมรับสิ่งไม่ดี ไม่กดข่ม ทำให้เข้าใจถึงธรรมชาติของความสมบูรณ์แบบหนังสือมุ่งเน้นการเรียนรู้จากตัวเอง มุ่งพัฒนาปัจเจกให้มีชีวิตอย่างมีหลักยึดเป็นของตัวเอง มีความประนีประนอมสูง ไม่ได้ผักดันให้เราทวนกระแสสังคมเพียงอย่างเดียว ซึ่งเกิดจากความเข้าใจตัวเองอย่าลึกซึ้ง
pp58 reviewsFollowFollowAugust 17, 2022ผู้คนรอบข้างตัวเธอ มีพลังความสามารถอยู่น้อยเพียงใดรวมครั้งครู และพ่อแม่ของเธอ ก็เป็นเช่นนั้นด้วยแม้ว่ายังไม่แก่เฒ่า แต่เขากำลังจะตายลงอย่างช้าๆเหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ เพราะเขาถูกบังคับให้สยบยอมอยู่ในสังคมคนเราจะมีอิสรภาพได้นั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือดูการทำงานของจิตตัวเองให้บ่อยคำอธิบายของหลายสิ่งที่เราข้าพเจ้าตามหาถูกเขียนไว้ในหนังสือเล่มนี้ทั้งหมดown
Rotto7 reviews1 followerFollowFollowOctober 29, 2015เมื่อพูดถึงหนังสือแด่หนุ่มสาวที่ปลุกใจคนหนุุ่มสาวได้ดีที่สุด คงไม่พ้นหนังสือกฤษณมูรติ ผมมองว่าการที่หนังสือเล่มหนึ่งสื่้อถึงการเปลี่ยนแปลงสังคมและโลกชัดเจนเล่มนี้ มีนัยในการเปลี่ยนแปลงตนเองอย่างลึกซึ้ง ซึ้งหมายความว่าหนังสือเล่มนี้เหมาะกับการแสวงหาความจริงในคนรุ่นหนุ่มสาวได้ดีที่สุดคำตอบของคนหนุ่มสาวคือแสวงหาชีวิตด้านในของตัวเองว่าเรากล้าจะเป็นตัวของตัวเองได้มากแค่ไหน เพราะมากคนจึงยอมสยบกับอิทธิพลของพ่อแม่หรือครูบาอาจารย์ ยอมตกเป็นทาสสังคมครอบครัว สังคมเพื่อน หรือแม้กระทั้งสามีหรือภรรยา ฯลฯ ความจริงตัวพวกเราน่าจะหาความจริงได้ไม่ยาก แต่เรามักอ่อนแอในเรื่องนี้ยอมตกใต้ความคิดผู้อื่นให้ชี้นำทางว่าเราควรเดินทางยังไง ว่าเราควรเดินตามทางของใครชี้เราไปทางไหน ดังนั้นเราจึงไม่ได้เป็นตัวของตัวเองเลย หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับคนกบฏต่อสังคมรอบข้างอย่างมาก มันชวนให้เราคิดเอาแง่มุมใหม่ๆ มาให้เห็นว่า โลกนี้ยังมีอะไรมากกว่านั้น แต่น้อยคนที่จับหลักสัจจะ ดังนั้นเขาจึงเป็นคนที่เฉื่อยช้าต่อผู้คน เขาไม่เห็นความงาม ไม่เห็นแสงสีเสียงตามธรรมชาติ ไม่เห็น เหล่านกกา สัตว์ต่างๆมากมาย มันให้เราทำงานซ้ำซากๆวังวนเดิมจำเจ มันให้เราเรียนหนังสืออยู่ในกรอบสี่เหลี่ยม มันให้เราอ่านหนังสือท่องจำและไปสอบเพื่อจดจำไปทำข้อสอบเพื่อไปเอากระดาษแผ่นหนึ่งที่เรียกว่า "ใบปริญญา" เราเคยตั้งคำถามไหมเรามีชีวิตเพื่ออะไร นี้คือคำตอบของหนังสือเล่มนี้ คือการแสวงหาของเรา ว่าเราควรจะทำยังไงกับสังคมเน่าเฟะ ผู้เป็นนักปฏิวัติที่แท้เท่านั้นที่เข้าใจรู้สึกนี้ ที่อยากเปลี่ยนแปลงสังคม ไม่ใช่ผู้ทำตามแบบแผนสำเร็จรูปใดรูปหนึ่ง แต่เป็นผู้กบฏจากแบบแผนจากสังคมนั้น เพื่อไปแสวงความรู้ที่แท้ หรือสัจจะที่แท้ เธอควรกบฏต่อสิ่งเหล่านี้หรือไม่หนังสือนี้ไม่ได้บอกคำตอบที่หาทางออกให้กับเรา แต่เป็นการชี้แนะหาทางออกให้กับตัวเรายามเราเราสับสนในสังคมปัจจุบันที่เต็มไปด้วยผู้คนแข่งขัน แย่งชิงสิ่งต่างๆเหล่านาๆ เราจะทำยังไงกับตัวเราและความสัมพันธ์ผู้อื่น คำตอบอยู่ที่ตัวเราว่าเราควรปฏิบัติผู้อื่นยังเริ่มจากสังเกตตนเองอย่างลึกซึ้ง ถ้าเราสังเกตหรือรู้จักตนเองมากขึ้นเท่าไหร่ตัวเราก็รู้จักความรักต่อผู้อื่นมากขึ้นเท่านั้นปล.เคยอ่านมา 5-6เที่ยวแล้ว แต่ก็ไปเอาให้เพื่อนแล้ว T^T งานหนังสือปีนี้จึงได้มาอีก จึงไม่พลาดที่จะไม่ซื้อ
Guts153 reviews27 followersFollowFollowJune 23, 2016I could see myself loving this book had I read it when I was young. It's still a good book though.