บันทึกจากหุบเขาฝนโปรยไพร (2544, กนกพงศ์ สงสมพันธุ์)
สนุกมากกกกก!
อ่านไปเหมือนกำลังฟังเรื่องเล่า โดยนักเขียนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นมือฉมังของวงการ ในคราวที่ไปอาศัยอยู่ที่บ้านไม้เกือบร้างกลางป่าเขา เพื่ออุทิศให้การเขียนหนังสือ สำนวนไม่ต้องพูดถึง มีชั้นเชิงหาใครเทียบชั้นยาก ส่วนเรื่องราว ก็ตั้งแต่การเล่าเรื่องสบายๆ ติดตลก ไปจนถึงการวิพากษ์ และการค้นหาความหมายของสิ่งต่างๆ ในชีวิต เหมือนได้มองโลกผ่านแว่นตาของผู้มีประสบการณ์แก่กล้า ผู้มีความคิดลึกซึ้ง ชวนให้ตั้งคำถามย้อนกลับมาที่ตัวเอง แม้ไม่ได้เป็นนักเขียน แต่เรารู้สึกว่ามันเกี่ยวข้องกับเราในทางใดทางหนึ่ง เหมาะสำหรับจิตวิญญานที่กำลังแสวงหาความหมายของชีวิตยิ่งนัก
(Spoilers)
- ตั้งแต่ถูกมองเป็นคนบ้า ชาวบ้านเขาทำสวนหาปลา แต่ไอ้หนุ่มผมยาวนี่(ด้วยความเคารพ) มาจากต่างถิ่น ติดยามาหรือเปล่า มาทำอะไร มาเป็นนักเขียนหรือ? พี่กำลังจะเปิดร้านอาหาร เขียนป้ายเมนูอาหารให้พี่หน่อย เอาตัวใหญ่ๆนะ..เป็นนักเขียนหรือ? พี่กำลังจะสร้างบ้าน เขียนแปลนบ้านให้พี่หน่อย(!?)
- เล่าถึงการกระโจนเข้าหาความโดดเดี่ยวบนเส้นทางนักเขียน การมีความรักและมีคู่ชีวิต อันเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ เป็นอุปสรรคสำคัญบนเส้นทางนี้จริงหรือ
- เล่าถึงความกลัว บ้านพักหลังนั้น ลูกสาวเจ้าของบ้านเคยผูกคอตาย ปรากฏการณ์ผีอำก็เจอบ่อย แต่คิดว่ามันคือความไม่สมดุลระหว่างสภาวะภายในและภายนอก เสียงเด็กวิ่งเล่นบนหลังคาก็ได้ยินประจำ ไม่ใช่ไม่กลัว แต่ตั้งปณิธานแล้วว่าจะไม่หนี จะอยู่ด้วยกันไปแบบนี้แหละ
- เล่าถึงการวิ่งและชีวิตประจำวันในหมู่บ้าน หลังจากใช้สมองคิดมือเขียนมาค่อนวัน จะทำกับข้าวตอนบ่ายสาม ตกเย็นก็วิ่งขึ้นน้ำตกในอุทยานแห่งชาติ นอนดูดาวต่อจนถึงสองทุ่ม (น้ำตกนั่นก็ขึ้นชื่อว่ามีคนตายหลายสิบคนในหนึ่งปี) กลับลงมากินข้าวเย็น นอนเล่นบนเปลสองสามชั่วโมง ตื่นมาเที่ยงคืนนั่งทำงานถึงเช้า..
- เล่าถึงการพบเจอฤาษีและนายพราน พบว่าสิ่งที่มีเหมือนกันของ นักเขียน ฤาษี และนายพราน คือต่างเป็นผู้โดดเดี่ยว และต่างเป็นผู้แสวงหาทางจิตวิญญาน
- เล่าถึงชีวิตวัยเด็ก (เกิดปี 2509 ที่พัทลุง) สมัยที่พระจันทร์เต็มดวงเป็นเพียงวัตถุเดียวที่ให้ความสว่างตอนกลางคืน (ส่วนตัวชอบเรื่องนี้ที่สุด รู้สึกเหมือนนั่งฟังย่ายายเล่าเรื่องสมัยก่อนให้ฟัง)
- เล่าถึงแม่เฒ่า ผู้ใช้ชีวิตตามลำพัง ผู้ที่เกิดมาเผาข้าวหลามจนวาระสุดท้ายของชีวิต แกขายข้าวหลามราคาอันละ 3 บาท... ที่จริงแม่เฒ่าเคยมีครอบครัวที่พร้อมหน้า แต่สามีผู้เป็นพรานกับลูกชายคนโตหายเข้าไปในป่าดงพงลึก ลูกสาวลูกชายคนอื่นๆก็มีเหตุให้จากโลกนี้ไปก่อนผู้เป็นแม่ แต่แกไม่เคยโทษโชคชะตา ทั้งยังยอมรับว่าคงเป็นบาปกรรมที่พ่อของพวกเขาพรากลูกพรากแม่แห่งพงไพรมาเยอะ
บทส่งท้าย
10 ปีให้หลัง กนกพงศ์ กลับไปที่หุบเขาฝนโปรยไพร เขาไม่ใช่คนแปลกหน้า เป็นน้องพงศ์ อาพงศ์ พี่พงศ์ ไม่มีใครสงสัยที่เขาวิ่ง ไม่มีใครขอให้เขียนป้าย ไม่มีใครถามว่านักเขียนคืออะไร เขากลายเป็นนักเขียนของที่นั่น