Jump to ratings and reviews
Rate this book

สยามพากษ์ #7

ทุนนิยมเจ้า

Rate this book
Royal Capitalism : Wealth, Class, and Monarchy in Thailand คือหนังสือที่ว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันกษัตริย์กับระบบทุนนิยมในราชอาณาจักรไทยร่วมสมัย ด้วยเหตุที่หนังสือให้ความสำคัญกับสถาบันกษัตริย์ในฐานะแก่นกลางในการทำความเข้าใจและวิเคราะห์ปัญหาเศรษฐกิจการเมืองไทย อีกทั้งหนังสือยังให้มุมมองในเชิงวิพากษ์ต่อสถาบันกษัตริย์อย่างตรงไปตรงมา ผู้เขียนเคยเชื่อมาตลอดว่า หนังสือเล่มนี้คงจะเหมาะมากกว่าที่จะปรากฏอยู่ในรูปแบบต้นฉบับที่ถูกประพันธ์ด้วยภาษาอังกฤษ และมันคงเป็นการยากที่จะถูกแปลเป็นภาษาไทย จากที่ได้สังเกตการณ์ดูความเป็นไปในราชอาณาจักรไทย ผู้เขียนตระหนักดีว่า ไม่เพียงแต่งานศึกษาสถาบันกษัตริย์ในเชิงวิพากษ์จะหาได้ยากยิ่ง หากแต่มันยังต้องเผชิญหน้ากับปัญหานานัปการ ไม่ว่าจะเป็นการถูกเพ่งเล็ง ยึด และดำเนินคดีโดยเจ้าหน้าที่รัฐ การถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวด โจมตี และด้อยค่าโดยนักวิชาการสายนิยมเจ้า หรือกระทั่งการเซ็นเซอร์ตัวเองของนักเขียนจำนวนไม่น้อยที่อยากนำเสนอมุมมองเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ที่ต่างไปจากสิ่งที่รัฐ วัง สื่อมวลชน และสถานศึกษาทำการโฆษณาชวนเชื่อมาโดยตลอด แต่ไม่กล้านำเสนอสิ่งที่ตนเองคิดออกมาตรงๆ เนื่องจากหวาดกลัวการถูกดำเนินคดีด้วยกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ด้วยเหตุนี้เอง เมื่อ Royal Capitalism ได้รับการตีพิมพ์เป็นครั้งแรกในรูปแบบปกแข็งที่สหรัฐอเมริกาในช่วงต้น ค.ศ. 2020 โดยสำนักพิมพ์ของมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน และได้รับการวางจำหน่ายในระดับนานาชาติในเวลาไล่เลี่ยกัน ผู้เขียนจึงนึกอยู่ในใจว่า จากนี้ไปหนังสือที่ผู้เขียนประพันธ์ขึ้นมาเองกับมือเล่มนี้คงจะมีชีวิตและอิสระเป็นของตนเองที่นอกเหนือไปจากการควบคุมของผู้เขียน ในขณะที่ผู้เขียนยังคงใช้ชีวิตอยู่ในราชอาณาจักรไทยอันเป็นดินแดนที่เสรีภาพทางความคิดและการถกเถียงทางวิชาการถูกจำกัดและควบคุมอย่างเข้มงวด ผู้เขียนเองก็อดรู้สึกภูมิใจไปไม่ได้ที่อย่างน้อยหนังสือที่ผู้เขียนได้ผลิตมันขึ้นมาจะยังคงเป็นไทจากโซ่ตรวนทางปัญญาอยู่ต่อไป ได้รับการเผยแพร่ในระดับสากล และส่งสารไปถึงผู้ที่สนใจศึกษาปัญหาของความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างสถาบันกษัตริย์และทุนนิยมในแผ่นดินเกิดของผู้เขียน

Hardcover

First published September 1, 2022

5 people are currently reading
108 people want to read

About the author

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
20 (51%)
4 stars
16 (41%)
3 stars
3 (7%)
2 stars
0 (0%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 4 of 4 reviews
Profile Image for nisemono偽者.
220 reviews23 followers
March 31, 2025
มีคำกล่าวจะตีเหล็กต้องตีร้อน อ่านหนังสือเล่มนี้ก็เหมาะกับการอ่านตอนหัวร้อนเช่นกัน บรรยากาศการเมืองที่เซาะกร่อนความสัมพันธ์ระหว่างชนชั้นนำ และประชาชนกลับมาอีกครั้ง และดูจากรูปการของรัฐบาลใหม่ คงจะปล่อยเกียร์ว่างเพื่อเอาใจชนชั้นนำ ปล่อยให้มีการดำเนินคดีทางการเมือง โดยเฉพาะมาตรา 112 ทั้งในแง่วิธีปราบปรามและป้องปรามตามคู่ขนานไป เพื่อลดเพดานที่ถูกดันทะลุไปรัฐบาลก่อน รัฐบาลนี้จึงได้มืออาชีพด้านงานอสังหาฯมาดูแลซ่อมแซม เห็นแล้วได้แต่ยิ้มอ่อน

หนังสือบอกเล่าการปรับตัวของราชวงศ์ไทยในยุคทุนนิยม ซึ่งสามารถเอาชีวิตรอดจากการกลืนกินของระบอบทุนนิยม ประมาณว่า ”เกือบหลับ แต่กลับมาได้“ มาได้อย่างไร ในขณะที่ราชวงศ์ทั่วโลกต่างถดถอย ปรับตัวให้ lean ลง เกิดอะไรขึ้นกับราชวงศ์ไทยที่ทะยานขึ้นเป็นราชวงศ์ที่ร่ำรวยมั่งคั่งที่สุดในโลก และณ.สมัยหนึ่ง เป็นรองแค่น้องๆ บิล เกตต์ เท่านั้น (เศรษฐกิจพอเพียงแบบใด)

หนังสือแบ่งเป็น 5 ตอน ขนาดกลาง เนื้อหาแน่นตั้บ อ่านเพลินสนุกปนว้าว อ้างอิงจากหนังสือประวัติศาสตร์หลายต่อหลายเล่ม สำนวนการเล่าไม่น่าเบื่อ เราจะเห็นสัมพันธ์ระหว่าง วัง นายทุน ว่ามีลักษณะความเป็นมาอย่างไร รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่าง ทักษิณ อดีตเคยแรง กับ ร.9 ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร ทำให้เข้าใจแง่คิด แง่มุมจากประวัติศาสตร์และพยากรณ์อนาคตว่าจะไปได้ไกลแค่ไหน

หากสนใจประวัติศาสตร์นอกตำรา เล่มนี้คงจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมอีกเล่มหนึ่งที่ควรหยิบอ่าน ส่วนจะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่วิจารณญานส่วนบุคคล
Profile Image for Chontiwat Udomsiripat.
223 reviews5 followers
April 22, 2024
ทุนนิยมเจ้า เป็นหนังสือที่ผมคิดว่าซ้ายที่สุดในสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน ด้วยเนื้อหาที่ดุเดือดร้อนแรง อ่านแล้วสนุกสนานซาบซ่านในเวลาเดียวกัน พร้อมกับให้ความรู้สึกว่านี่สินะ หนังสือวิชาการแบบฝ่ายซ้ายมาร์กซิสต์

ทุนนิยมเจ้า จะเล่าตั้งแต่ทุนนิยมเข้ามาในประเทศสยาม นับตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 เป็นต้นมา จนถึงรัชกาลปัจจุบัน (รัชกาลที่ 10) ว่าทุนนิยมที่เข้ามาในสยามนั้นเป็นอย่างไรบ้าง โดยปกติแล้ว ทุนนิยมจะเป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบกษัตริย์โดยตัวมันเอง แต่ที่ไหนได้ ทำไมพอทุนนิยมเข้ามาในประเทศไทย มันกลายพันธุ์เป็น “พันธมิตร” กับสถาบันกษัตริย์ได้อย่างไร มันมีกระบวนการอะไรบ้างที่ช่วยฟื้นฟูพลังของสถาบันกษัตริย์ให้กลับมามีอำนาจภายหลังการอภิวัฒน์สยาม 1932

แน่นอนว่าหนังสือเล่มนี้ไม่ได้แค่พาไปดูแค่การพัฒนาของทุนนิยมเจ้าอย่างเดียว หนังสือเล่มนี้ยังพาไปดูถึงขบวนการประชาธิปไตยอย่าง “คนเสื้อแดง” อีกด้วย ว่ามีบทบาทอย่างไรในการต่อต้านทุนนิยมเจ้า และการมาของคนเสื้อแดงนั้น เปลี่ยนทิศทางสังคมไทยอย่างไรจนถึงทุกวันนี้

สุดท้ายแล้ว ทุนนิยมเจ้า ไม่ได้เป็นแค่หนังสือ แต่เป็นเครื่องเตือนในเราว่า หากเราจะทำอะไรสักอย่าง ต้องลงมือทำมันซะ ตั้งแต่การอภิวัฒน์สยาม 1932 จนถึง คณะราษฎร 2020 เรายังคงต่อต้านทุนนิยมเจ้านี้เรื่อยมา ไม่ว่าจะอ่านหนังสือเล่มนี้หรือไม่ก็ตาม การสร้างประชาธิปไตยและรัฐสวัสดิการ จะเป็นฐานสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์

เพราะมนุษย์คือสิ่งศักดิ์สิทธิ มนุษย์คือคนเท่ากัน
Profile Image for Attasit Sittidumrong.
157 reviews16 followers
October 7, 2024
สิ่งที่ทำให้หนังสือเล่มนี้มีความโดดเด่นคือการจัดระเบียบข้อมูลเพื่อสร้างตัวแบบหรือคำอธิบายทางทฤษฎีถึงความยิ่งใหญ่ของสถาบันพระมหากษัตริย์ในรัชกาลก่อนของไทยซึ่งขัดกับสมมุติฐานทางทฤษฎีที่ว่ายิ่งทุนนิยมเจริญก้าวหน้ามากเพียงใด ชนชั้นกระฎุมพีอันเป็นดอกผลที่เติบโตจากความเจริญดังกล่าว จะยิ่งเป็นปฏิปักษ์ที่ท้าทายและทำลายการดำรงอยู่ของสถาบันพระมหากษัตริย์มากขึ้นเท่านั้น

นั่นจึงไม่แปลกที่หนังสือเล่มนี้จะเริ่มต้นด้วยการถกเถียงถึงมูลฐานความสัมพันธ์ระหว่างทุนกับเจ้าในยุโรปตะวันตก โดยเฉพาะการอ้างอิงทฤษฎีของเอิร์นสต์ คันโทโรวิตซ์เรื่องทวิร่างของกษัตริย์ (the king's two bodies) ซึ่งเป็นคำอธิบายทางทฤษฎีว่าด้วยความสำคัญของพระมหากษัตริย์ในระเบียบการเมืองของยุโรปยุคกลาง-ที่ว่ากษัตริย์มีองคาพยพสองร่าง หนึ่งคือร่างกายตามธรรมชาติที่เสื่อมโทรม ผุพังได้ และ สองคือร่างกายทางการเมืองหรือสถาบัน ที่ดำรงตนอย่างเป็นอมตะไม่เสื่อมสลาย-ซึ่งดูเหมือนจะถูกถือว่าหมดความสำคัญในโลกสมัยใหม่ผ่านการพัฒนาทางเทคโนโลยีและการขยายตัวของทุนนิยมที่ได้สร้างชนชั้นนายทุนกระฎุมพีมาแทนที่ (ตามที่คาร์ล มาร์กเคยบรรยายเอาไว้) ทว่า ในกรณีของไทย ทวิร่างของกษัตริย์กลับได้รับการพัฒนาและปรับตัวในระเบียบทางการเมืองจนกลายเป็นไตรร่างของกษัตริย์ (the king's three bodies) ที่ไม่เพียงแต่มององคาพยพของกษัตริย์ว่ามีสองร่าง--คือร่างทางกายภาพและร่างทางการเมือง--แต่ยังมีร่างที่สามที่ก่อตัวสอดคล้องไปกับวิถีการผลิตทางเศรษฐกิจที่พัฒนาขึ้นมาในสังคมไทย นั่นก็คือร่างของทุนนิยมซึ่งปรากฏผ่านการปฏิบัติงานของสำนักงานทรัพย์สินธ์ุส่วนพระมหากษัตริย์ที่ทำหน้าที่เป็นเครือข่ายประสานผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจระหว่างวังกับเจ้าสัว/นายทุนกลุ่มต่างๆ พร้อมๆไปกับดำเนินธุรกิจในตลาดราวกับเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่(ภายใต้การช่วยเหลือของภาครัฐ) ซึ่งความสำเร็จของร่างทุนนิยมดังกล่าวนี้มีส่วนสำคัญต่อการปรับภาพลักษณ์ของพระมหากษัตริย์ให้สอดคล้องไปกับค่านิยมของกระฎุมพีไทยในฐานะชนชั้นที่เดิบโตขึ้นมาจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจตั้งแต่ พ.ศ.2500 โดยเฉพาะการปรับภาพลักษณ์ให้พระมหากษัตริย์ในรัชกาลก่อนเป็นกษัตริย์ผู้ทรงงานหนัก มัธยัส เปรียบเสมือนพ่อของชาวไทย ฯลฯ ทำให้พระองค์กลายเป็น "กษัตริย์กระฎุมพี" ที่สามารถดูดกลืนชนชั้นกระฎุมพีของไทยให้เข้าไปอยู่ในองคาพยพของร่างทางการเมืองและเศรษฐกิจ และทำให้พัฒนาการทุนนิยมของไทยกลายเป็นทุนนิยมเจ้าที่ไม่อาจแยกขาดจากการดำรงอยู่ของสถาบันพระมหากษัตริย์ไปได้

แน่นอน หากมองในระดับทฤษฎี ใช่ว่าข้อเสนอของหนังสือเล่มนี้จะปราศจากข้อถกเถียงที่ชวนให้ตั้งคำถาม ไม่ว่าจะเป็นการใช้อุปลักษณ์เรื่องร่างกายหรือ body เข้ากับระเบียบทางการเมือง เพราะในโลกทฤษฎีการเมืองอุปลักษณ์เรื่องร่างกายคืออุปลักษณ์หลักที่สัมพันธ์โดยตรงกับประเด็นเรื่องอำนาจอธิปไตยและความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับผู้ปกครอง (ซึ่งเป็นสิ่งที่หนังสือไม่ได้แตะ) หรือการพยายามเชื่อมโยงพัฒนาการร่างของกษัตริย์เข้ากับวิธีการวิเคราะห์วิถีการผลิตแบบมาร์กซิสต์ซึ่งน่าสนใจแต่ก็ยังไม่ได้นำเสนอแบบแผนทางทฤษฎีที่ตกผลึกแล้วอย่างชัดเจน แม้แต่การกลับมาถกเถียงเปรียบเทียบในทางทฤษฎีถึงหน้าตาของท��นนิยมแบบเจ้านิยมว่าแตกต่างไปจากทุนนิยมตะวันตกก็ดูเหมือนจะเป็นสิ่งทียังขาดไป กระนั้น หากพิจารณาในแง่ของการพัฒนาทฤษฎีเพื่ออธิบายสังคมไทยก็ต้องถือว่างานเล่มนี้ทำได้อย่างประสบผลสำเร็จ และน่าชื่นชม
Displaying 1 - 4 of 4 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.