loonchies239 reviews26 followersFollowFollowFebruary 13, 2022“เพราะความเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายต่างก็ถูกสร้างขึ้นด้วยวัฒนธรรมของแต่ละสังคมที่แตกต่างกัน”“เพศสภาวะหรือความเป็นหญิงชาย ที่ถูกสร้างขึ้นจาก วัฒนธรรมและระบบสัญลักษณ์ที่มีการผลิตซ้ำอยู่เสมอ เป็นเรื่องที่ถูกทำให้เห็นว่าเป็นเรื่องพื้น ๆ เป็นสถานภาพหนึ่งที่มนุษย์ทุกคนล้วนต้องพระพฤติ ปฏิบัติ ประสบพบเห็น หรือมีปฏิสัมพันธ์อยู่ด้วยคลอดเวลาในชีวิตประจำวัน เป็นชะตากรรมที่เลือกไม่ได้ จนลืมไปว่า ทุกสิ่งที่เรามักทึกทักกันว่าเป็น “สามัญสำนึก” “เป็นธรรมดา” หรือ “เป็นธรรมชาติ” นั่นแหละ คือสิ่งที่สมควรมีการอธิบาย ถกเถียง แบะตรวจสอบให้มากที่สุด”———หนังสือพูดถึงตั้งแต่ แนวคิดทฤษฎีข้อจำกัดการนำมาใช้อธิบาย โครงสร้างและการจัดระเบียบสังคม ศาสนา/ความเชื่อ/ค่านิยม คติและอคติ ขยายความถึงบทบาทของผู้หญิงชาติพันธุ์ต่าง ๆ ในแถบนี้และปัญหาที่พวกเธอต้องเจอ———เปิดมาผิดคาดไปหน่อย เห็นจั่วหัวหนังสือว่าเป็นเรื่องเพศสภาวะเราเลยแอบคาดหวังว่าจะเป็นเรื่องเพศสภาวะในแถบนี้ทั้งหมด หนังสือมัน binary อยู่ ~ เน้นพูดแต่ถึงเรื่องชาย&หญิงล้วน ๆ แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะถ้าพูด…หนังสือเล่มนี้ก็คงจะหนาเกินไป แค่นี้ก็หนามาก ตัวอักษรก็บีบสุด ๆ แล้ว หวังจะได้อ่านเรื่อง LGBTQ+ ในอนาคตนะ———พูดถึงเรื่องความเฉพาะตัวของเรื่องเพศสภาวะในแถบนี้ นับว่าบทบาทของชายและหญิงแถบนี้ค่อนข้างเท่าเทียมกว่า ลูกหญิงหรือชายไม่ได้สำคัญมาก เพราะบทบาททางสังคมเกลี่ย ๆ เท่า ๆ กัน จะไปต่างกันอีกทีก็ตอนจะทำลูกเสียมากกว่า ทั้งสองเพศมีบทบาทเสริมกันไป ไม่ใช่ความพยายามแทนที่หรือกดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แนวคิดเหล่านี้ที่กลับเป็นมายาคติเพราะว่ามองผ่านเลนส์ตะวันตกที่ไม่ได้คำนึงถึงความจำเพาะของสังคมแถบ SEA ซึ่งเรื่องความจำเพาะนี้ก็จะได้ขยายความในหนังสือเล่มนี้ชอบที่ตั้งใจจะแย้งเรื่องแสนปวดหัวอย่างการตั้งธงเรื่องชีวภาพและอธิบายหลาย ๆ อย่างโดยใช้เรื่องลักษณะอวัยวะเพศเป็นพื้นฐาน ขยายความว่าจริง ๆ มันมีอะไรที่ต้องคำนึงถึงมากกว่านั้นมาก และต้องคำนึงถึงไปพร้อม ๆ กันด้วย ไม่ใช่แตกยอดไปจากแค่เรื่องใดเรื่องนึง เพราะไม่งั้นเรื่องที่ตีความคงจะเพี้ยนไปหมด ชอบที่เปรียบเข้ากับการปรุงอาหาร มันมีหลายปัจจัย/วิธีการที่นำวัตถุดิบที่มีอยู่มาทำให้เป็นอาหารจานนึง แสดงให้เห็นว่าจริง ๆ “การปรุง” ก็เป็นส่วนใหญ่เลยง่าอาหารจานนั้นจะออกมาเป็นยังไงกฏเกณฑ์หลายอย่างที่ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อจัดแบ่งกลุ่มว่าใครจะแต่งงานด้วยได้ เกี่ยวพันไปกับเรื่องชนชั้นและอำนาจทางสังคม ไป ๆ มา ๆ ไอเรื่องนี้กลายเป็นการสถาปนา “ความบริสุทธิ์” ขึ้นมาเสียฉิบ สร้างอะไรบางอย่างขึ้นมาเพื่อควบคุมต่อรอง/ยกย่อง-กดทับ บทบาททางสังคมที่ทำให้เกิดความแตกต่างขั้วตรงข้ามขึ้นมา ทั้ง ๆ ที่แต่ไหนแต่ไรมันไม่ได้เป็นขั้วตรงข้ามกันการเข้ามาของศาสนาที่ทำให้มุมมองและบทบาทหน้าที่แต่ละเพศสภาวะต่างไป กลับมีเพียงกลุ่มใดกลุ่มนึงได้ประโยชน์มากกว่าแบบเทียบไม่ติด ให้ความชอบธรรมการกดขี่ที่เกิดขึ้น การหันเข้าหาของใหม่เพื่อยกสถานภาพเดิมที่ต่ำกว่า ~ จะว่าไปแล้วมนุษย์ก็แค่อยากจะได้รับการยอมรับและอยู่ในสถานที่ ๆ สบายใจที่สุดรึเปล่า และจะเกิดความพยายามนี้ไปเรื่อย ๆอ่านเล่มนี้แล้วได้คำตอบเรื่องทำไมผีส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงมากขึ้นนะ แล้วก็เห็นความชัดเจนของอิทธิพลศาสนาและบทบาททางเพศมากขึ้น ชอบที่แยกอธิบายแบ่งเป็นกลุ่มสังคม กลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มชายขอบต่าง ๆ ของแถบ SEAเพราะแต่ละกลุ่มมีความเฉพาะตัวอยู่มาก จะอธิบายรวม ๆ ก็คงจะตกรายละเอียดสำคัญไปพออธิบายแยกเป็นกลุ่มเราก็ได้เรียนรู้เรื่องแต่ละกลุ่มมากขึ้นด้วย ถ้าไม่ได้มาอ่านเล่มนี้เราคงไม่รู้จะไปอ่านจากไหน อคติทางเพศที่เกิดขึ้นมาพร้อมกับการพัฒนาเศรษฐกิจวิถีชีวิตคนที่เปลี่ยนไป ทำให้การแบ่งบทบาทหน้าที่ในครอบครัว จากที่เคยต้องทำสิ่งนึงเมื่อความเจริญเข้ามาเลยไม่ต้องทำสิ่งนั้นอีกต่อไป ในขณะที่อีกฝ่ายอาจจะต้องรับหน้าที่อย่างหนึ่งอยู่แบบเดิม การแบ่งบทบาทเดิมที่เคยใช้ได้และส่งเสริมซึ่งกันละกันกลับกลายเป็นการสร้างภาระหน้าที่และความคาดหวัง ความสมดุลทางอำนาจที่เคยมีก็หายไป มีการได้เปรียบเสียเปรียบ การกำหนดบทบาทหน้าที่ที่ยังคงแบบเดิมไม่ได้เปลี่ยนแปลงพัฒนาตามวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปแล้วก็การใช้ประโยชน์เรื่องความเท่าเทียมที่ปฏิเสธความแตกต่าง นำมาสู่ปัญหาอีกหลาย ๆ อย่าง อ่านแล้วก็รู้สึกว่านี่ก็อาจจะเป็นอีกตัวอย่างของ การนำ equality มายาเข้ามาจับ ทั้ง ๆ ที่มันควรจะดำเนินเข้าสู่ equity มากกว่า //คือพอตั้งเป้าจะไปสู่ equality กลับกลายเป็นยิ่งทำให้ปัญหายิ่งใหญ่โตไปใหญ่มากกว่าจะแก่ปัญหารึเปล่า ชายเองก็ลำบาก หญิงเองก็ลำบาก นโยบายของรัฐชาติ บังคับให้ “พัฒนา” แต่กลับหลงลืมเรื่องวัฒธรรมแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ ทำให้เสียอัตลักษณ์ โดนเหมารวม โดนกล่าวหาแปะป้ายว่าเป็นปัญหา ระบบเกียรติยศของชายและหญิงถูกเปลี่ยนความหมายไป กำเนิดจุดแตกหักของความเท่าเทียมทางเพศ เกิดโศกนาฏกรรม เกิดปัญหาโสเภณีและการกดขี่ทางเพศตรงส่วนที่แบ่งเล่าเรื่องตามประเทศนี่สนุกมากคือผู้เขียนหยิบประเด็นมาเล่าได้น่าสนใจ ไม่ซ้ำกัน นกความเฉพาะตัวมาเล่าเรื่อง “ความเป็นหญิงที่ดี” ในมุมมองสังคมต่าง ๆ ใน SEA ~ ตำราสอนหญิง ค่านิยม กฏเกณฑ์ที่ออกมาบังคับวิถีชีวิตหรือบังคับให้อยู่ในพื้นที่/ตำแหน่งหนึ่ง ๆไม่รู้ผู้เขียนแค่ไม่พูดถึง “ตำราสอนชาย” หรือว่าจริง ๆ แล้วมันไม่มีกัน มีไหม? ของผู้หญิงนี่คือเหมือนเป็นวัฒนธรรมร่วม สอนกันถ้วนหน้า //แต่พออ่าน ๆ ไป เจอเรื่องของเขมร เอ้า คือสอนให้มาอบรมชายอีกที คือรวม ๆ สอนให้รู้จักควบคุมดูแลจัดการครอบครัว แต่ใด ๆ เพื่อให้เป็นไปตามที่ “ผู้ปกครอง” อยากให้เป็นอยู่ดี ~ กำหนดว่า “ดี” เป็นอย่างไรไว้ ~ อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าไม่ตรงตามความ “ดี” นั้น จะถูกผลักไปเป็นสิ่ง “ไม่ดี” ไหมนะเรื่องการเข้ามาของลัทธิขงจื๊อในเวียดนาม การต่อต้าน และการถูกเซ็นเซอร์ //บทบาทการต่อสู้ของผู้หญิงเวียดนามช่วงการปฏิวัติ 1920-30 นี่เจ๋งจริง ๆ พี่สาวสุดยอดวัฒนธรรมเรื่องการแต่งงานและหย่าร้างในมาเลเซีย แนวคิดเรื่องการตั้งครรภ์และการคลอด และอะไรที่น่าจะคล้าย ๆ กับ “กระสือ” ของบ้านเราผลพวงของการถูกปกครองโดยชาติมหาอำนาจในฟิลิปินส์ ผลกระทบต่อสิทธิสตรี การต่อสู้เพื่อสิทธิทางประชาธิปไตยการปลดปล่อยและการศึกษาของสตรีในอินโดนีเซีย ชาตินิยม การตื่นตัว และบทบาทการพัฒนาชาติของสตรีความบรรลัยที่มากับการล่าอาณานิคม อิทธิพลและการครอบงำแบบวิคตอเรียน————-สำนวนวิชาการจ๋า ๆ เลย ก็เข้าใจนะ แต่ก็อ่านได้สนุกเพราะเรื่องที่เสนอนั้นเราสนใจพอดี คือเราอยากรู้ว่าทำไมทุกวันนี้มันถึงได้เป็นอย่างที่เป็นอยู่ //หรือจริง ๆ คือทำไม���ราถึงได้เลือก”พัฒนา”มาแบบนี้นะ แล้วเราควรจะเดินไปทางไหนต่อ?เลิกมองผ่านสายตาคนเมืองอย่างเดียว แล้วคำนึงถึงกลุ่มอื่น ๆ บ้าง อ่านแล้วได้มุมมองใหม่ ๆ ที่เราไม่เคยคิดถึงมาก่อนเยอะเลยช่วงแรกอ่านแล้วง่วงทุกบท แต่พอชินสำนวนแล้วก็ไม่ง่วงละแต่ปกหนังสือแบบใหม่นี่แทบอยากจะใส่ถุงมืออ่าน เหมือนดูดน้ำมันจากมือ เป็นรอยนิ้วมือง่ายมากเต็มไปหมด เช็ดออกยากไปอีกที่เคลือบแบบนี้มันไม่ทนนะ เวลาผ่านไปที่เคลือบมันจะลอกออก ดูแลยากนะ——ได้ขยายกะลามาก ลดอคติที่อาจจะเคยมี เป็นหนังสือที่ดีมีสาระ แนะนำให้อ่าน