Jump to ratings and reviews
Rate this book

บุไรฮะ รวมผลงานของนักเขียนกลุ่มปฏิปักษ์สังคม

Rate this book
“เดี๋ยวนี้ไม่ว่าใคร แค่คิดว่าจะใช้ชีวิตอย่างไรให้อยู่รอดในแต่ละวันก็เต็มกลืนแล้วไม่ใช่หรือคะ? ความจริงเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็น่าจะพูดเปิดอกตามตรง แต่นี่อะไร กลับกล่าวอ้างได้ไม่อายปาก... ดีแต่หาเรื่องเทศนาวกไปวนมา เหมือนพายเรือในอ่างอย่างไร้ความหมาย ซ้ำยังประกาศว่านั่นแหละคือวัฒนธรรม ช่างน่าเอือมระอาดีแท้”

รวมงานเขียนวรรณกรรมคลาสสิคญี่ปุ่นของกลุ่มบุไร (Burai-ha) ดะไซ โอซามุ, โอดะ ซาคุโนะสุเกะ และ ซาคากุจิ อังโกะ ผลงานโดดเด่นที่ตีแผ่เสียดสีภาพมนุษย์ผู้สิ้นหวัง การต่อสู้ดิ้นรนเพื่อให้มีชีวิตอยู่รอดท่ามกลางความล่มสลายของสังคมญี่ปุ่น

ท่ามกลางสังคมที่ศีลธรรมเสื่อมถอย สิ่งที่เคยยึดเป็นสรณะ รวมถึงศรัทธาในความดีงามต่างๆ พังทลายลง มนุษย์ขับเคลื่อนใช้ชีวิตไปตามแรงผลักดันแบบไหน

สามนักเขียน สามผลงาน ที่สามารถอ่านต่อเนื่องได้ราวกับร้อยเรียงเป็นหนึ่งเดียวกัน
สนพ. JLIT ชวนทบทวนไปกับคำถามของนักเขียนทั้ง 3 ว่าสังคมคืออะไร? และการกระทำเช่นไรคือการเป็นปฏิปักษ์ต่อสังคม?

220 pages, Paperback

Published June 1, 2021

8 people are currently reading
38 people want to read

About the author

Osamu Dazai

1,116 books9,398 followers
Osamu DAZAI (native name: 太宰治, real name Shūji Tsushima) was a Japanese author who is considered one of the foremost fiction writers of 20th-century Japan. A number of his most popular works, such as Shayō (The Setting Sun) and Ningen Shikkaku (No Longer Human), are considered modern-day classics in Japan.
With a semi-autobiographical style and transparency into his personal life, Dazai’s stories have intrigued the minds of many readers. His books also bring about awareness to a number of important topics such as human nature, mental illness, social relationships, and postwar Japan.

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
13 (25%)
4 stars
27 (52%)
3 stars
11 (21%)
2 stars
0 (0%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 4 of 4 reviews
Profile Image for Pawarut Jongsirirag.
699 reviews140 followers
July 7, 2021
งานเขียนของบุไรฮะ คือความยื้อแย่งระหว่างความต้องการสละทิ้งซึ่งธรรมเนียมรากฐานของตนเอง กับการโหยหาธรรมเนียมรากฐานพวกนั้น ไม่ให้หายไปไหน และหวังไว้ว่าซักวันหนึ่งมันจะกลับคืนมา

กลุ่มนักเขียนปฏิปักษ์สังคม บุไรฮะ แม้ชื่อของกลุ่มจะแสดงถึงความเป็นหัวขบถต่อต้านสังคม แต่หลังจากได้สัมผัสงานของพวกเขาแล้ว งานของพวกเขาคือความขบถที่เกิดจากความเสียใจต่อสิ่งดีงามมากมายที่สูญหายไปจากสงคราม โศกเศร้าต่อเพื่อนมนุษย์และตนเองที่ต้องใช้ชีวิตในสังคมที่เสื่อมทรามแห่งนี้ หนทางในการหลุดพ้น คือการใช้ชีวิตอย่างช่างแม่งต่อสังคม ช่างแม่งต่อชีวิต และช่างแม่งต่อทุกสิ่ง จึงเป็นความขบถที่ไร้ซึ่งความหวัง ไม่ใช่ความขบถที่มีความหวังต่อสังคมในอนาคต แต่กลับกันงานของพวกเขาก็มีน้ำเสียงของความโหยหาความดีงามของสังคมในอดีตก่อนสงครามจะเกิดขึ้น เป็นความสิ้นหวังที่มีความหวังว่าซักวันหนึ่งญี่ปุ่นจะกลับมาเกรียงไกรเช่นเดิม จึงเป็นการชักเย่อทางอารมณ์ที่ก่อให้เกิดความทุกข์อย่างแท้จริง เพราะยังอยากมีความหวังในสังคมที่ไม่ว่าดูยังไงก็ไร้ความหวังโดยแท้

ลักษณะเช่นนี้เห็นได้ชัดเจนมากในงานของ อังโกะ ทั้งงานความเรียงและงานนวนิยาย งานของอังโกะแสดงให้เห็นถึงความสิ้นหวังมากที่สุด และเป็นงานที่แสดงถึงความหวังได้ชัดเจนมากที่สุดเช่นกัน งานของเขาทั้งสองงานนั้นมีความละเอียดทางอารมณ์และความคิดสูงมาก ตัวละครของเขาเหมือนเป็นทางผ่านของความคิด ความรู้สึกของตัวอังโกะเอง ที่สิ้นหวังต่อสังคมหลังสงคราม ซึ่งผู้คนมีความบ้าคลั่งและโง่งมในเวลาเดียวกัน เห็นได้ชัดจากตัวละครสาวปัญญาอ่อนในเรื่องเซ่อซ่าปัญญาอ่อน ที่ใช้ชีวิตเหมือนเป็นสิ่งแปลกปลอมในสังคม ใช้ชีวิตตามความต้องการของตนเท่านั้น ส่วนตัวละครอิซาวะ คือภาพแทนของความหวังในเรื่องนี้ เขาเกลียดและสิ้นหวังต่อสังคม แต่ในเรื่องนั้นเขากลับเป็นคนเล่าถึงความสวยงามของสังคมในอดีตที่ถูกทำลายลงไปหลังสงคราม ในความสิ้นหวังจึงอยากมีหวัง งานของอังโกะทำให้เราเห็นถึงสิ่งนี้จริงๆครับ

ส่วนงานบทละครของดะไซ งานชิ้นนี้แสดงถึงศีลธรรมของสังคมที่คนจำเป็นต้องละทิ้งเพื่อให้ชีวิตนั้นอยู่รอดได้ จึงเป็นภาพแทนของการตะเกียกกายคว้าจับสิ่งใดก็ได้ที่ใกล้ตัว ขณะที่ตนเองกำลังจมลงไปในเสื่อมโทรมของสังคม

และสุดท้ายงานของซาคุโนะสุเกะ งานของเขาแสดงถึงความหวังได้ดีที่สุดครับ เรียกว่างานที่ดูมืดครึ้มของอีกสองท่าน งานของเขาจะดูสว่างที่สุดแล้ว ทั้งนิยายและความเรียง คือการนำเสนอการใช้ชีวิตของคนตัวเล็กๆในสังคมที่เสื่อมลง แม้สังคมจะเปลี่ยนไป จะกระหน่ำซัดความสิ้นหวังใส่มากแค่ไหน เราก็ยังต้องมีชีวิต ก้าวเดินด้วยความหวังว่าซักวันทุกอย่างจะดีเอง

ในภาพรวมแล้วงานของทั้งสาม เกิดขึ้นจากอิทธิพลทางบริบทของสังคมในยุคนั้น ด้านหนึ่งมันจึงเป็นหมุดหมายทางประวัติศาสตร์ที่แสดงถึงความคิดและความเชื่อของผู้คนในช่วงเวลานั้น เราจึงอ่านอย่างวิชาการเพื่อเข้าใจสังคมญี่ปุ่นหลังสงครามก็ย่อมได้ หรืออ่านอย่างงานศิลปะที่แสดงออกถึงความสิ้นหวังที่มีความหวังในงานชิ้นเดียวกัน

หากเราต้องการเข้าใจงานของพวกเขาอย่างแท้จริง การอ่านโดยที่สังคมแวดล้อมของเรามีส่วนคล้ายกับงานของพวกเขานั้น อาจเป็นสิ่งที่จำเป็น แล้วการอ่านในช่วงเวลานี้มันคล้ายกับบริบทในช่วงเวลานั้นหรือไม่ ต้องลองมาสัมผัสงานของพวกเขา นักเขียนปฏิปักษ์สังคม บุไรฮะ ดูครับ
Profile Image for Meaw T..
68 reviews4 followers
August 19, 2023
เป็นสามเรื่องสั้น จากนักเขียนสามท่าน ส่วนตัวเคยอ่านงานของอาจารย์ดะไซเล่มนึง เเละงานของอาจารย์อังโงะเล่มนึงก่อนมาอ่านเล่มนี้ บอกตรงๆว่างานของอาจารย์ดะไซเป็นแนวเดียวกันเลย คือสะท้อนสังคม ความมืดมนของใจมนุษย์และตัวเอกที่ต้องทนอยู่ในสภาพแวดล้อมชวนให้บ้าคลั่ง เราจึงไม่แปลกใจกับงานชิ้นแรกที่อยู่ในเล่มนี้เท่าไหร่

ส่วนงานชิ้นที่สองของอาจารย์ซาคุโนะสุเกะเราว่าค่อนข้างเน้นสภาพสงครามมากกว่าจิตใจมนุษย์ ก็ตามยุคสมัยที่เขียนแหละ ไม่ได้ว้าวมาก

แต่ที่งงที่สุดคืองานสุดท้ายในเล่มของอาจารย์อังโงะ อันนี้ประหลาดใจที่นักเขียนนิยายสืบสวนชื่อดังมีมุมมองแบบนี้ด้วย ลบภาพจำเดิมในใจดิฉันไปเสียสิ้นเลย
Profile Image for Cephalopodophil..
98 reviews
January 11, 2023
รวมงานของนักเขียนกลุ่มปฏิปักษ์สังคม “บุไรฮะ” นำเสนอภาพญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่สองที่เต็มไปด้วยความโศกาอาดูรจากการพลัดพราก ความขัดแย้งทางจิตใจ ความเสื่อมทรามของศีลธรรม และความไร้แก่นสาร ระหว่างการค้นหาอัตลักษณ์ใหม่จากซากปรักหักพัง สำนวนแปลดีมาก อ่านแล้วสะพรึง
Profile Image for Ning.
72 reviews2 followers
September 24, 2021
เรื่องแรกเป็นบทละครของดะไซ ตอนอ่านคำโปรยครั้งแรกก็คิดแล้วว่าน่าจะของดะไซแน่เลย แล้วก็ใช่จริง ๆ เป็นเรื่องของผู้หญิง (เหมือนฉะโย) พออ่านจบ แวบแรกคิดถึงที่ว่าดะไซสนิทกับผู้หญิงเยอะ แต่จากงานที่เขาเขียนแต่ละชิ้น เหมือนเป็นกระบอกเสียงความอัดอั้น ความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงแบบนั้น งานตรงกลางเป็นของโอดะซาคุ เขาพูดตรงไปตรงมาดี ส่วนเรื่องสั้น จะบอกว่าเขาต่อต้านทหาร ไม่ก็มองทหารแบบที่สังคมเรามองทุกวันนี้ก็คงไม่ผิดเท่าไหร่ ส่วนงานของอังโกะ อ่านแล้วแอบสติหลุดเหมือนกัน เหมือนตอนแรกเขากำลังเล่าอยู่ แล้วอยู่ ๆ ก็ระบายความอัดอั้นส่วนตัวออกมา (อาจจะคล้าย ๆ กระแสสำนึก) ส่วนตัวแล้วก็ชอบงานของอังโกะที่สุดเลย
Displaying 1 - 4 of 4 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.