Jump to ratings and reviews
Rate this book

เมื่อฉันถูกเรียกปรับทัศนคติ

Rate this book
คำว่า "ปรับทัศนคติ" คิดค้นขึ้นและถูกใช้โดย คสช. เพื่อใช้เรียกและใช้อธิบายพฤติกรรมที่โหดร้ายให้ดูอ่อนเบาลง

หลังการรัฐประหารในปี 2557 คสช. ออกคำสั่งเรียกให้บุคคลสำคัญ ทั้งนักการเมืองและนักธุรกิจชื่อดังเข้าไปพูดคุยในค่ายทหาร โดยอ้างว่า เพื่อทำความเข้าใจและขอให้ร่วมมือกับ คสช. บางคนถูกกักตัวไว้ในค่ายทหารนาน 7 วัน หรือบางคนน้อยกว่านั้น ตามใจ คสช. จะพิจารณา บางคนก็ไม่ได้ถูกเรียกเข้าไปแค่เพียงครั้งเดียว

เมื่อเวลาผ่านไปการใช้อำนาจเรียกคนมาขังไว้ในค่ายทหารไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตัวนักการเมืองคนสำคัญ แต่ลามไปถึงประชาชนธรรมดาที่มีความตื่นตัวและแสดงความคิดเห็นทางการเมือง สื่อมวลชนและนักวิชาการที่ไม่เห็นด้วยกับ คสช. ไปจนถึงแกนนำชาวบ้านในพื้นที่พิพาทต่างๆ ที่อาจได้รับผลกระทบจากแนวนโยบายของ คสช.

ในช่วงแรกเหมือนกับถูก "ปิดปาก"

คนส่วนใหญ่ที่ผ่านการเข้าค่ายทหารแล้วปล่อยตัวออกมาก็เงียบหายไปจากกิจกรรมทางสังคม น้อยคนที่จะกล้าเล่าเรื่องตัวเองให้คนอื่นได้เห็นภาพบ้างว่า กระบวนการที่ถูกเรียกว่า "ปรับทัศนคติ" นั้นทำกันอย่างไร ทหารมีอุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ หลักการทางจิตวิทยา เหตุผลที่ถูกต้องคมคาย หรือความสามารถชั้นสูงอย่างไรจึงทำให้ "ความคิด" นั้นเปลี่ยนแปลงกันได้ หรือจริงๆ คือ ทำไม่ได้

ในผลงานชุดนี้ ไอลอว์ใช้เวลาหลายปี ตามหาคนที่ "กล้าพูด" เพื่อจดบันทึก เรียบเรียง และถ่ายทอด นำเอาภาพที่ติดอยู่อย่างหนักแน่นในความทรงจำของคนรวม 15 คน จากหลายบทบาทและภูมิหลัง มานำเสนอเป็นเรื่องราวชีวิตที่จะสะท้อนให้เห็นภาพกระบวนการ "เจ็ดวันในค่ายทหาร" ที่เกิดขึ้น รวมทั้งบริบทที่มาที่ไป ก่อนและหลังการพยายามยัดเยียดชุดความเชื่อ ผลงานบางเรื่องเคยเผยแพร่บนโลกออนไลน์ไปแล้ว แต่นำมาเรียบเรียงใหม่และตีพิมพ์เป็นหนังสือเล่มอีกครั้งหนึ่ง

แม้ความแตกต่างระหว่างสถานภาพทางสังคม บทบาท และประเด็นที่แต่ละคนเคลื่อนไหว รวมทั้งช่วงเวลาและพื้นที่ที่ถูกเรียกรายงานตัวทำให้ประสบการณ์ที่พบเจอในค่ายทหารแตกต่างกันไป แต่ทุกกรณีก็มีจุดที่เชื่อมโยงกันที่สำคัญ ซึ่งรอให้ผู้อ่านเดินทางไปค้นพบหาและค้นพบด้วยตัวเอง ในหนังสือชื่อ

"เมื่อฉันถูกเรียกปรับทัศนคติ"

175 pages, Paperback

Published March 1, 2020

3 people are currently reading
8 people want to read

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
5 (45%)
4 stars
3 (27%)
3 stars
3 (27%)
2 stars
0 (0%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 3 of 3 reviews
Profile Image for Tanan.
234 reviews49 followers
February 24, 2021
ความรู้สึกระหว่างอ่านคือ ทำไมประเทศเราแม่ง #$@&^% อย่างนี้วะ

(I)
ช่วงรัฐประหาร ต่อเนื่องไปจนถึงช่วงที่ทหารกุมอำนาจ มีหลายคนจากหลากหลายบทบาทถูกคสช.เรียกไป #ปรับทัศนคติ

คำว่าปรับทัศนคติเป็นการเกลื่อนคำให้ดูดี เช่นเดียวกับหลายคำที่รัฐบาลชอบใช้ ซึ่งเนื้อแท้ของการปรับทัศนคติคือ #คุณห้ามแสดงออกว่าเห็นต่าง กระบวนการจับกุมเริ่มได้ทันทีแม้ไม่มีข้อกล่าวหา ไม่ต้องมีหมายศาล ไม่ต้องมีหมายเรียกหมายค้นอะไรทั้งสิ้น

วิธีการมีหลากหลายรูปแบบแล้วแต่พื้นเพนิสัยของผู้เป็นนายว่าจะสั่งลูกน้องมาแบบไหน บางคนทหารตำรวจมาเชิญไปดี ๆ บางคนถูกจนท.หลายนายบุกล้อมอุ้มขึ้นรถไปเหมือนหมูเหมือนหมา หลายคนถูกผ้าปิดตา บางคนถึงขั้นเอาผ้าคลุมหัว ควบคุมตัวไปในค่ายทหาร

ผมย้ำอีกทีว่านี่คือการจับกุมในช่วงคสช. ในช่วงที่ทหารมีอำนาจ ห๊ะ? อะไรนะ? ประเทศนี้ทหารมีอำนาจมานานแล้วเหรอ อืม ๆ ๆ

การเรียกไปปรับทัศนคติ เป็นการจับกุมอย่างถูกกฎหมาย เรื่องที่ผิดมนุษยธรรมอย่างเอาผ้าคลุมหัวกักขังหน่วงเหนี่ยวก็สามารถทำได้ เพราะทำอย่างถูกกฎหมาย นายสั่งตามกฎหมาย (กฎหมายโลกใน 1984 เหรอวะเนี่ย?!)

ในการ #ปรับทัศนคติ ไม่มีการทำร้ายร่างกาย แต่เป็นการคุกคามทางจิตวิทยาที่มีทั้งไม้อ่อนไม้แข็ง ซับซ้อนหลายวิธี บางคนก็เจอทหารก็พูดจาดี บางทีก็ถูกข่มขู่ ครอบครัวถูกเจ้าหน้าที่จับตาดู ให้เขียนชื่อที่อยู่ทั้งของตัวเองและคนในครอบครัวทั้งหมด โทรศัพท์ถูกยืด บางคนถูกถามพาสเวิร์ดเฟสบุ๊ค บางคนถูกลบข้อมูลในโทรศัพท์ หรือบางคนก็ไม่ทำอะไรเลย ปล่อยให้อยู่เฉย ๆ ในที่คุมขัง 7 วัน ทั้งนี้เกือบทุกคนถูกเกลี้ยกล่อมให้เซ็น MOU ว่าจะไม่ทำตัวแข็งข้ออีก

และต่อให้คุณออกมาแล้วยังต่อต้าน ยังมีความคิดที่แตกต่างจากผู้มีอำนาจ คุณก็จะโดนเรียกตัวอีก ทำไปเรื่อย ๆ แบบนี้ ใจคุณจะแข็งขืนกับอำนาจที่กดขี่ได้สักแค่ไหน แม้จะเปลี่ยนทัศนคติไม่ได้ แต่สุดท้ายหลายคนก็ต้องสงบปากสงบคำลง และระมัดระวังตัวเองมากขึ้น

ปรับทัศนคติ ไม่สามารถทำได้ ไม่มีใครสามารถปรับทัศนคติใครได้ แต่สามารถห้ามไม่ให้พูด ห้ามไม่ได้แสดงความเห็นต่อต้านได้ และปล่อยให้ผู้มีอำนาจปกครองประเทศด้วยความหวาดกลัวต่อไป


(II)
ในเล่มมีระหว่างบรรทัดให้อ่านเยอะมาก มุมมองของผู้ถูกจับกุม ท่าทีของผู้มีอำนาจ มีอะไรให้คิดเยอะจริง ๆ เช่นตอนที่เอกชัย หงส์กังวาน และ ศรีสุวรรณ จรรยา โดนจับเพราะเรื่องตรวจสอบหมุดคณะราษฎร ท่าทีของทหารทำให้เห็นชัดยิ่งขึ้นว่าเลยว่าหมุดที่หายไปนั้น ใครสั่ง


(III)
ผมอ่านจบแล้วรู้สึกเลยว่าหนังสือเล่มนี้มีคุณค่าเฉพาะตัวที่หาไม่ได้จากเล่มอื่น หนังสือบันทึกเรื่องราวในมุมมืดของอำนาจในรัฐไทยซึ่งคุณไม่มีวันหาได้จากเล่มอื่นแน่ ๆ ถ้าไม่อ่าน คุณจะไม่มีทางรู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น...จนกว่าจะถึงตาคุณโดนจับ

อรรถรสในแง่วรรณกรรมคงไม่มี แต่คุณค่าในแง่ความจริงที่เกิดขึ้นในประเทศไทยยุคนี้ เป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากเล่มอื่นครับ
Profile Image for loonchies.
242 reviews27 followers
March 20, 2020
เป็นความเรียงกล่าวถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ไม่ได้มีบทวิเคราะห์อะไรด้วยซ้ำ
แค่บันทึกไว้ว่ามันเคยมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น เล่าผ่านมุมมองของคนที่เคยประสบเหตุการณ์นั้นมา

หนังสือเรียบเรียงได้ดี เข้าใจง่าย อ่านแล้วทำให้ตกผลึกอะไรบางอย่าง

.....

สัมผัสได้ว่าเขาก็ไม่ได้ทำอะไรที่รุนแรงหรือใช้กำลัง แต่กลับสร้างความหวาดกลัวอย่างเงียบเชียบ ทำให้อยู่ในจุดก้ำกึ่ง ความไม่แน่นอน ปั่นประสาท จนคนต้องยอมรับการควบคุมโดยปริยาย แม้ว่าจะเคยต่อต้านมากก่อน ตราบใดที่ความกลัวยังคงอยู่ก็จะควบคุมได้

การวิจารณ์ถือเป็นภัย

แล้วก็สังเกตได้ถึงความพยายามนิยามอะไรบางอย่างเป็นแบบของตัวเองขึ้นมา เช่น “ความสงบเรียบร้อย” “ความปกติ” ฯลฯ ซึ่งนิยามที่เขาใช้มันออกจะ “อิหยังวะ” และขัดกับสามัญสำนึก เหมือนมากรอกหูอยู่ฝ่ายเดียวและไม่รับฟังคำโต้เถียง จะทำสิ่งที่ตนตัดสินแล้วว่าถูกต้อง อะไรที่ขัดจากนั้นคือความไม่ถูกต้องเสียหมด และไม่มีความพยายามจะรับฟังหรือโต้เถียงเพื่อหาข้อสรุปที่ดีกว่าสำหรับทุกคน เหมือนจะฟังแต่ฟังแบบขอไปทีแค่ให้พูดได้ว่าเคยฟัง

มันแปลก ๆ ตรงที่ไม่เปิดช่องรับฟังอีกฝั่งอย่างจริงใจเพื่อรับคำแนะนำไปหาทางออกร่วมกันนี่หละ

ถ้าหาก domestic violence ไม่ได้หมายความถึงแค่ว่า จะต้องทุบตีทำร้ายร่างกายหรือจิตใจ หากแต่รวมถึงการจำกัดสิทธิ์ที่จะเป็นตัวเอง ที่จะทำอะไรบางอย่างที่ต้องการ ครอบงำความคิด กดทับอีกฝ่ายหนึ่งไม่ให้แสดงออกหรือตัดสินใจใด ๆ เป็นเหมือนผู้แพ้ที่ไม่มีโอกาสชนะ
การเรียกปรับทัศนคติก็อาจถือได้ว่าเป็น violence ในแบบหนึ่งได้หรือไม่
Profile Image for beerdesu.
18 reviews1 follower
March 14, 2026
บันทึกความทรงจำของนักกิจกรรม นักวิชาการ นักการเมืองจากทีมเศรษฐกิจเพื่อไทย คนเสื้อแดง นักเขียน นักวาดการ์ตูน ชาวนา ยาม และนักศึกษา ที่ถูกคสช.เรียกปรับทัศนคติหลังรัฐประหารเมื่อพฤษภา 2557 ดูจากกระบวนการแล้วเหมือนทหารจะมีฐานคิดที่ปักธงแล้วว่าคนเราไม่มีวันคิดเองได้ การคิดต่างคือการถูกจ้างมา และความเห็นต่างคือการทำลายความมั่นคง ที่สำคัญคือมีการปราบปรามทางความคิดอย่างเป็นระบบโดยใช้จิตวิทยาเป็นเครื่องมือ สะท้อนความอ่อนแอและความเปราะบางของทหารมาก ๆ ——- ที่บอกว่าสะท้อนความอ่อนแอ ก็เพราะทุกครั้งที่ทหารเรียกคนไปคุย จะเน้นทำในที่ลับหรือในพื้นที่ของตัวเองซึ่งก็คือค่ายทหาร จะฟ้องคนก็ต้องขึ้นศาลทหาร เป็นการสร้างกลไกและเครือข่ายมาปกป้องความเปราะบางของตัวเองไว้หมดแล้ว (สรุปทหารมีไว้ทำไม)
Displaying 1 - 3 of 3 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.