Sarun Phobai5 reviewsFollowFollowNovember 2, 2019ถอดบทเรียน กับครูโด้สวัสดีครับเพื่อน ๆ ชาวโซเชียลทุกคน วันนี้ผมมีหนังสือดีๆเล่มหนึ่งที่อยากจะมาแนะนำและรีวิวหนังสือที่มีชื่อว่า “ความสำเร็จดีใจได้แค่วันเดียว” ของคุณธนินท์ เจียรวนนท์ หรือหลายคนคงรู้จักกันในชื่อ “เจ้าสัวซีพี” ซึ่งท่านได้เป็นผู้เขียนด้วยตัวเองเรื่องราวของ “ความสำเร็จดีใจได้แค่วันเดียว” นั้นจะเล่าถึงเบื้องหลังความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นมาถึงปัจจุบัน ความเป็นมาที่ทำให้ซีพี สามารถเป็นบริษัทที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก แท้จริงแล้วเกิดขึ้นได้อย่างไรหลายคนคงมองว่าบริษัทซีพีนั้นเป็นบริษัทที่ผูกขาดคนไทยมาอย่างยาวนาน แต่ทำไม? อะไรที่ทำให้ ซีพี ถึงสามารถผูกขาดประเทศเราได้มากขนาดนี้ สาเหตุใดที่ทำให้ ซีพี ครองตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศมาอย่างยาวนาน จนกระทั่งเป็นบริษัทที่มีรายได้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของเมืองไทย มีมูลค่า ทรัพย์สิน เกินกว่า หนึ่งล้านล้านบาทวันนี้ผมขอถอดบทเรียนซึ่งเราสามารถเรียนรู้ได้จากการเติบโตของบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ผ่านหนังสือ “ความสำเร็จดีใจได้แค่วันเดียว” เล่มนี้ โดยผมจะขอนำ 4 บทเรียนที่ผมมองว่าเป็นหัวใจที่สำคัญในการประสบความสำเร็จของคุณธนินท์ มาเล่าให้ฟัง ถ้าพร้อมแล้วเรามาเริ่มกันเลยครับข้อที่ 1 “ ทำอะไร ต้องรู้จริง ต้องเจาะลึก ศึกษาไปถึงที่สุด” บทเรียนแรกนี้ผมขอพูดถึงหลักการเริ่มต้นทำงานของซีพีซีพีเป็นบริษัทที่เริ่มจากการขายเมล็ดพันธุ์จนกระทั่งเติบโตจากการค้าขายสัตว์ โดยในตอนนั้นคุณธนินท์เห็นว่าไก่เป็นอาหารที่มีราคาแพง ซึ่งมีเพียงเฉพาะคนที่รวยในกรุงเทพเท่านั้นที่จะสามารถรับประทานได้ คุณธนินท์จึงมีแนวคิดว่าทำอย่างไรเราถึงจะสามารถเลี้ยงไก่ ให้มันมีจำนวนมากเพียงพอและตรงตามความต้องการของตลาดและแน่นอนถ้าไก่มีปริมาณมากในตลาดราคาก็จะถูกลงและคนทั่วๆไปก็จะสามารถบริโภคให้ได้คุณธนินเริ่มศึกษาการเลี้ยงไก่อย่างจริงจังโดยได้ไปศึกษาการเลี้ยงไก่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยศึกษาเทคโนโลยีว่าในตอนนั้นมีเทคโนโลยีอะไร ที่สามารถช่วยให้เลียงไก่ได้จำนวนมาก คำถามที่เกิดขึ้นในตอนนั้นคือ “ทำไมคนอเมริกาคนเดียวสามารถลิงค์กันได้ถึง 10,000 ตัว”การเรียนรู้ของคุณธนินท์นั้นเริ่มจากความสงสัยและกล้าตั้งคำถามเพื่อที่จะใช้มันเป็นแรงผลักดันในการหาคำตอบ คุณธนินท์พบว่าการที่เราจะเลี้ยงไก่ให้ได้มากขนาดนั้นเราต้องใช้เทคโนโลยีชั้นสูงและที่สำคัญต้องเลือกใช้เทคโนโลยีให้เหมาะกับบริบทของประเทศเราด้วยถ้าเราไม่ปรับใช้อย่างเหมาะสมสุดท้ายก็จะไม่สำเร็จข้อที่ 2 “ไม่มีใครมีสิทธิ์ผูกขาด”คุณธนินท์ “ว่าไม่มีใครมีสิทธิ์ผูกขาดยิ่งส่งเสริมให้คนมาแข่งขันกันมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคใครทำประโยชน์ให้ผู้บริโภคได้มากกว่าคนนั้นก็ชนะไปยิ่งคู่แข่งมากเรายิ่งต้องพัฒนาตัวเองให้มาก” ผมว่านี่แหละคือเคล็ดลับความสำเร็จของบริษัทซีพี ซีพีเป็นบริษัทที่ริเริ่มทำอะไรก่อนเช่นการเลี้ยงไก่ให้เป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยบวกกับความรู้ที่ศึกษาอย่างลงลึก และพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนคู่แข่งอื่นๆตามไม่ทันจนต้องมาขอความช่วยเหลือนี่แหละผมจึงมองว่าเป็นการผูกขาดของบริษัทซีพี ถ้าเราถอดบทเรียนดีดีแล้วเราจะเห็นว่าจริงๆแล้วซีพีนี้ไม่ได้ผูกขาดเลย เปรียบเสมือนเด็กคนหนึ่งที่เรียนได้เกรดสี่มาตลอดสอบกี่ครั้งกี่ครั้งก็ได้คะแนนเต็มทุกที ไม่เคยสอบตกจน เพื่อน ๆ ในห้องมองว่า เป็นคนขี้โกง แต่ถ้าเรามาย้อนนึกดูดีๆ แล้วเราจะเห็นว่าจริงๆแล้ว กว่าที่ซีพีจะเป็นบริษัทที่สามารถผูกขาดได้อย่างยาวนานได้ขนาดนี้ ก็ต้องล้วนผ่านการลองผิดลองถูกนับไม่ถ้วน จนสามารถเห็นคำตอบที่ถูกต้องและที่สำคัญเป็นคำตอบที่ถูกต้องก่อนคนอื่น ในขณะที่คนอื่นยังไม่เริ่มค้นหาคำตอบเสียด้วยซ้ำ เราเคยอาจจะได้ยินสุภาษิตที่ว่า “ปลาใหญ่กินปลาเล็ก” แต่เชื่อมั้ยครับในปัจจุบันไม่ได้เป็นอย่างนั้นแล้วในปัจจุบันปลาเล็กก็สามารถกินปลาใหญ่ได้ถ้าเห็นก่อนเริ่มทำก่อน ในสมัยนี้จึงเป็นยุคสมัยที่เรียกว่า “ปลาเร็วกินปลาช้า”ข้อที่ 3 “มองอะไรอย่ามองมุมเดียว ถ้าศึกษาอย่างลึกซึ้ง มองมุมอื่นๆให้รอบด้านเราจะเห็นอะไรที่แตกต่าง และกล้าลงมือทำ”บทเรียนนี้ผมขอพูดถึงร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งที่ทุกคนรู้จักกันดีที่เปิด 24 ชั่วโมง ที่เราสามารถเข้าไปซื้อสินค้าได้ทุกเวลาและสะดวกสบายในการจ่ายตังค์ แน่นอนครับร้านสะดวกซื้อที่ผมว่านี้ก็คือ 7-ELEVEN นั้นเอง คุณธนินท์ ได้ไปศึกษาดูงานที่ประเทศสหรัฐอเมริกาอยู่บ่อยครั้ง และได้เห็นร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งที่มีสาขามากมายในอเมริกาคุณธนินท์จึงเกิดความสนใจและต้องการนำเซเว่น-อีเลฟเว่นมาที่เมืองไทยนี่แหละครับ “ปลาเร็วกินปลาช้า” เห็นก่อนทำก่อน ในสมัยนั้นรายได้ต่อหัวของประเทศไทยอยู่ที่ระดับต่ำเจ้าของเซเว่น-อีเลฟเว่นที่มาลิกาจริงเตือนคุณธานินทร์ว่าถ้านำ 7-ELEVEN ไปเปิดที่เมืองไทยมีโอกาสเจ้งแน่นอน เพราะกำลังซื้อน้อยแต่คุณธนินท์ไม่เห็นแบบนั้น “มองอะไรอย่ามองมุมเดียว” จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการพิสูจน์ว่าประเทศไทยก็สามารถมี 7-ELEVEN ได้คุณธนินท์จึงศึกษาและพบว่าคนไทยนั้นถึงจะมีรายได้ต่อหัวต่ำกว่าคนอเมริกาก็จริง แต่มีการกระจุกตัวของผู้คนมากกว่าคนในอเมริกาถึง 10 เท่าซึ่งหมายความว่าในพื้นที่เดียวกันที่มีคนอเมริกาอยู่ 1 คน จะพบคนไทยถึง 10 คุณธนินท์ นำเรื่องราวที่ได้ไปค้นคว้ามานี้ ไปเล่าให้กับเจ้าของ7-ELEVENที่อเมริกา จนกระทั่งเจ้าของ7-ELEVEN ที่อเมริกายอมให้นำ 7-ELEVEN มาเมืองไทยได้ จนทุกวันนี้ 7-ELEVEN เป็นร้านสะดวกซื้อที่ผู้คนเข้าไปใช้จ่ายมากที่สุดในประเทศไทย ข้อที่ 4 ข้อสุดท้าย “ทำธุรกิจต้องครบวงจร”“ผลิตเอง ผ่านกระบวนการเอง ขายเอง จะทำให้ตัดช่องว่างระหว่างผู้ขาย-ผู้ซื้อ ทำให้ต้นทุนการผลิตลด กำไรก็เพิ่ม ราคาสินค้าในตลาดถูกลง แต่ถึงจะถูกลงก็ยังได้กำไรอยู่ดีเพราะขายจำนวนมาก” นี่เป็นหลักการที่สำคัญที่สุดที่ทำให้ธุรกิจของเครือเจริญโภคภัณฑ์เป็นธุรกิจที่เข้มแข็งชัดเจนว่าทุกธุรกิจของซีพีจะเชื่อมโยงกัน ซีพีเลี้ยงไก่โดยการผลิตอาหารไก่เอง เลี้ยงด้วยตนเองโดยใช้ เทคโนโลยีทำให้สามารถควบคุมคุณภาพได้ จากนั้นนำไก่ไปแปรรูปเป็นอาหารในเมนูที่หลากหลาย สุดท้ายนำอาหารที่แปรรูปไปขายสู่ตลาดเอง คือผ่านทาง 7-ELEVENและซุ้มไก่ย่างห้าดาว ที่เราคุ้นเคย การทำธุรกิจครบวงจรเป็นหลักการพื้นฐานที่ทำให้ธุรกิจทุกธุรกิจมีความเข้มแข็งและสามารถเติบโตมีความสามารถในการแข่งขันได้ อีกทั้งยังสามารถควบคุมคุณภาพของสินค้าได้ตามความต้องการ “ความสำเร็จดีใจได้แค่วันเดียว วันนี้สำเร็จพรุ่งนี้อาจล้มเหลว”คุณธนินท์ถึงแม้จะเป็นบุคคลที่ได้ชื่อว่าประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งในโลกก็ยังให้คำแนะนำว่า วันนี้เราเก่ง วันหน้าอาจจะมีคนเก่งกว่า ถ้าวันนี้เราไม่เรียนรู้ วันหน้าก็ตามคนอื่นไม่ทันถ้าวันนี้เราไม่ลงมือทำ วันต่อไปอาจจะมีคนมาทำแทนเรา ส่วนตัวผมมองว่าในยุคสมัยนี้ยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเป็นยุคที่หุ่นยนต์หรือเทคโนโลยีที่สามารถจะมาแย่งงานมนุษย์ได้ ถ้าเราหยุดเรียนรู้ หยุดพัฒนาตัวเอง ไม่ใช่แค่เราหยุดนิ่ง แต่เหมือนเราก็เหมือนถอยหลัง เพราะคนอื่นจะแซงหน้าเราไปอย่างรวดเร็ว และนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งที่ผมได้ถอดบทเรียนจากหนังสือเล่มนี้ในหนังสือเล่มนี้ยังมีเนื้อหาที่น่าสนใจ ประเด็นที่น่าติดตามอีกมาก ถ้าท่านใดสนใจก็อย่าลืมไปตามอ่านดูนะครับผมรับประกันเลยว่าคุณจะได้แนวคิดและไอเดียอีกมากมายแน่นอนขอบคุณสำหรับการติดตามนะครับบทความต่อไปจะเป็นหนังสือเล่มใดอย่าลืมมาติดตามกันนะครับThis entire review has been hidden because of spoilers.
Ounggy6 reviewsFollowFollowReadApril 25, 2020เนื้อหา ถ่ายทอดโดย ธนินทร์ เจียร์วรนนท์สิ่่งที่สะท้อนให้เราเห็น คือ ความสำเร็จไม่ได้เกิดด้วยความโชคดี หรือ การได้เปรียบทางการค้าเพียงอย่างเดียว แต่เร่ิมจากการค่อยๆก่อสร้างจากธุรกิจ ส่วนตัวที่จะทำให้ธุรกิจไปได้ไกล คือ วิสัยทัศน์ของผู้นำ การพัฒนาประเทศ การพัฒนาสังคม เราต้องใจกว้าง มองในภาพรวมการพัฒนาอยู่เสมอเป็นสิ่งสำคัญ เพราะสมัยนี้โลกหมุนไปเร็ว ความสำเร็จเดิมๆ ไม่สามารถใช้ได้ในปัจจุบัน เพราะโลกในทุกวันนี้ มันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ
Znail152 reviews1 followerFollowFollowOctober 22, 2019เป็นหนังสือที่สื่อให้เห็นถึงหลักคิดของคนจีน และนักธุรกิจที่จะประสบความสำเร็จควรจะประกอบอะไรบ้าง ควรจะคิดอย่างไรบ้าง รวมถึงยังชอบไอเดียหลาย ๆ อย่างที่เขามีต่อประเทศซึ่งอยากให้ประเทศเรามีคนนำไอเดียเหล่านั้นทำออกมาได้จริงก็จะช่วยเกษตรกรไทยอีกมากมาย
Pimprapa Phanphai2 reviewsFollowFollowDecember 29, 2019ซีพี ไม่ "ผูกขาด" อย่างที่คิด ...เราต่างหากที่ "ผูกขาดความคิดตัวเอง" การเดินทางของซีพี ทำให้เข้าใจการเป็นธุรกิจระดับโลกต้องผ่านอะไร? มันไม่ง่ายเลย ...ต้องเป็นนักสู้ ไม่หยุดเรียนรู้ ยอมเสียเปรียบ ใจกว้าง รู้จักเลือกคน ใช้คน ส่งต่อได้ และคืนสู่สังคม
Charoonrit Kallayanapattarasit3 reviewsFollowFollowJanuary 2, 2020อ่านจบแล้ว ไม่แน่ใจความคิดตัวเองที่ว่า ซีพี ผูกขาด ชื่อหนังสือนำมาสอนใจตัวเอง
The Observing Mind24 reviews6 followersFollowFollowFebruary 28, 2020Full Review: https://www.theobservingmind.co/book/..."ความสำเร็จ ดีใจได้วันเดียว" คือ หนังสืออัตชีวประวัติ ของเจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสของเครือเจริญโภคภัณฑ์นี่คือหนังสือเล่มแรก จากประสบการณ์ตรง ของมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของประเทศไทย และอันดับที่ 75 ของโลก (ข้อมูลจาก Forbes - Billionaire 2019) ในท้องตลาดนั้น มีหนังสือมากมายที่บอกเล่าเรื่องราวของบุคคลที่ประสบความสำเร็จและเศรษฐีระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นหนังสือบอกเล่าประวัติของ Warren Buffett, Steve Jobs , Mark Zuckerberg, Elon Musk, Bill Gates หรือ Jack Maแต่นั่นก็เป็นเรื่องของคนต่างชาติ ต่างวัฒนธรรม ต่างแนวคิด ต่างสภาพแวดล้อมที่เติบโตมา ผมเชื่อว่า ต่อให้มี 10 Elon Musk , 100 Zuckerberg หรือ 1000 Steve Jobs มาเกิดในประเทศไทย พวกเขาก็คงไม่ประสบความสำเร็จมากดังเช่นที่เราเห็น เพราะนี่คือประเทศไทย ซึ่งมีสภาพแวดล้อม มีบริบท มีวัฒนธรรม มีโอกาส มีปัจจัยที่ท้าทาย มีอุปสรรค ที่แตกต่างกันออกไปมีลักษณะเฉพาะแบบไทยๆ ที่ต้องปรับตัวอยู่ให้เป็นดังนั้นแล้วจึงเป็นเรื่องที่ดี และเห็นได้ไม่บ่อย ที่คนที่ถือว่า "ประสบความสำเร็จที่สุด" และ "อยู่เป็นที่สุด" ในประเทศไทย มาเขียนหนังสือถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับคนไทย เช่นนี้หนังสือ "ความสำเร็จ ดีใจได้วันเดียว" จึงเป็นหนังสือที่ผมคิดว่า ตัวแก่น เนื้อหาสาระนั้นมีความน่าสนใจ และ น่าอ่าน ยิ่งถ้าคุณมีอคติอยู่กับกลุ่มบริษัท CP ก็อยากชักชวนให้ลอง "เปิดใจ" อ่านดูครับ