Jump to ratings and reviews
Rate this book

ประเทศไทยเปลี่ยน เกณฑ์ทหารต้องเปลี่ยน

Rate this book
หนังสือต่อต้านการเกณฑ์ทหารเล่มแรกของประเทศไทย
รวบรวมข้อถกเถียงและมุมมองอนาคตต่อระบบการเกณฑ์ทหาร

88 pages, Paperback

Published April 1, 2018

Loading...
Loading...

About the author

นิสิตคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
มีความสนใจที่จะอ่านและเขียน

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
3 (42%)
4 stars
2 (28%)
3 stars
1 (14%)
2 stars
1 (14%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 3 of 3 reviews
Profile Image for Tuangchok Jalikula.
8 reviews2 followers
April 21, 2018
"ประเทศไทยเปลี่ยน เกณฑ์ทหารต้องเปลี่ยน: I Can Love My country Without To Be Drafted" เป็นหนึ่งในงานเขียนที่มีเนื้อหาสะเทือนใจผู้อ่านโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทราบว่าเนื้อเรื่องมีเค้าเรื่องมาจากเรื่องจริง แม้ว่าหนังสือเล่มนี้ถูกจัดประเภทให้เป็นงานเขียนประเภท "Fiction" โดยนักเขียนเอง แต่เป็นงานเขียนที่ไม่ไกลเกินที่จะฝัน เป็นงานเขียนที่ไม่เกินจะอนุมานจากความทรงจำของผู้เขียนและผู้อ่านมากนัก จริง ๆ แล้วหนังสือเล่มนี้ควรถูกจัดให้เป็นงานเขียนที่รวบรวมข้อคิดและตัวอย่างการใช้ความรุนแรงในค่ายทหารเสียด้วยซ้ำ หากไม่ติดที่การนำเสนอเรื่องราวของผู้เขียนเอง

ค่ายทหารและชีวิตในค่ายทหาร แน่นอนสำหรับคนไทยหลาย ๆ คนโดยเฉพาะผู้ที่ไม่เคยเผชิญสภาพบังคับ (เหมือนทหารในค่ายทหารเหล่านั้น) และรับฟังการโฆษณาจากกองทัพ (ซึ่งอาจเรียกได้ว่าโฆษณาชวนเชื่อของรัฐนั้น) คงมิอาจเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ว่าชีวิตในค่ายทหารนั้นเป็นอย่างไร ทหารเกณฑ์ซึ่งใช้ชีวิตอย่างไร้ศักดิ์ศรีและถูกมองอย่างไร้ค่าท่ามกลางโลกยุคศตวรรษที่ 21 นั้นเป็นอย่างไร

สำหรับคอนวนิยายที่จะมามองหารูปแบบงานเขียนที่กินใจ และการนำเสนอการดำเนินของเรื่องที่สละสลวย สำนวนภาษาที่ใช้ภาษาที่สนุก ท่านอาจจะมาไม่ถูกที่นักหากจะอ่านหนังสือเล่มนี้ แต่ขอแนะนำว่าด้วยการใช้ภาษาและการพรรณาถึงสภาวะและบรรยากาศโดยรอบนี่คงเป็นจุดหนึ่งที่หนังสือเล่มนี้ได้ให้กับท่านในฐานะวรรณกรรม และท้ายที่สุดหนังสือเล่มนี้คงจะถือได้ว่าเป็นวรรณกรรมแนวดิสโทเปียสำหรับค่ายทหารไทย และหลายส่วนอาจจะทำให้ท่านหลุดหลงไปในโลกของงานเขียนชิ้นนี้อย่างไม่รู้ตัว

มีบทหนึ่งในหนังสือซึ่งพูดถึงกระแสของละครบุพเพสันนิวาสที่กำลังมาแรง ทำให้ผมนึกถึงบทความหลาย ๆ บทความที่พยายามเปรียบเทียบทหารเกณฑ์ (พลทหาร) และระบบไพร่ว่ายังมีกลิ่นอายที่เหมือนกันอยู่มาก แม้บางแห่งก็สรุปว่าเป็นระบบที่สืบทอดอำนาจกันเสียด้วยซ้ำ ซึ่งก็ทำให้ผมยึดโยงและนึกไปถึงงานเขียนของ ซีมง เดอ ลา ลูแบร์ (Simon de La Loubère) ในศตวรรษที่ 17 ที่กล่าวถึงการไม่พัฒนาของสยามว่าเป็นเพราะระบบไพร่ของสยาม ที่ทำให้ระบบเศรษฐกิจไม่เติบโตและชาวสยามไม่พัฒนาแรงงานฝีมือของตน (ซึ่งในภายหลังถูกเปรียบเทียบจากนานาอารยะประเทศว่าเป็นการใช้แรงงานอย่างไม่เป็นธรรม) แม้ว่าในบางครั้งการนำประสบการณ์ปัจจุบัน หรือวิธีคิดปัจจุบันไปตัดสินความคิดหรือแนวคิดในอดีตคงจะไม่เป็นธรรมนัก แต่หากลองกลับจากอดีตแล้วมองดูปัจจุบันที่ถูกนำเสนอในหนังสือเล่มนี้ก็ทำให้อดตั้งคำถามไม่ได้ว่า "มันเป็นธรรมแล้วหรือที่เรายังถูกบังคับใช้แรงงานดังเช่นอดีต"

หนังสือเล่มนี้นำเสนอความไม่เป็นธรรม การคอรัปชั่น และการนิยมความรุนแรงผิดมนุษย์ที่เกิดขึ้น หรืออาจจะเกิดขึ้นในค่ายทหารไทย ที่รับ อบรม และฝึกทหารเกณฑ์ที่ถูกนำไปประจำการในสภาพบังคับ ทั้งยังนำเสนอความเป็นอยู่และสภาพการดำเนินชีวิตที่น่าหดหู่ ทั้งก่อนและหลังไปใช้ชีวิตในค่ายทหารผ่านตัวละครนักข่าว นักเขียน ฯลฯ แม้ว่าหลาย ๆ คนอาจจะมองว่าความเสียหายและการใช้ชีวิตในค่ายทหารเหล่านี้เป็นการเสียสละเพื่อชาติ แต่หากใช้เหตุผลและปัญญาพินิจพิจารณาดูแล้วจะพบได้ไม่ยากว่าความเสียหายหลาย ๆ อย่างนั้นเราไม่สามารถเยียวยาและอาจจะเป็นต้นทุนที่สูงมาก สูงเกินไปที่ถูกนำไปอ้างว่ารับใช้ชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราสามารถทำอย่างอื่นได้ดีกว่า

เป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในบ้านเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูการเกณฑ์ทหารที่ผ่านมา ถึงความจำเป็นของการเกณฑ์ทหารของไทย มีบทหนึ่งในหนังสือที่อาจจะนับได้ว่าเสียดสีและฟังดูอาจจะท้าทายความคิดหลาย ๆ อย่าง ทั้งยังนำเสนอมุมมองใหม่ ๆ หากจะวิจารณ์หรือแนะนำหนังสือเล่มนี้คงจะไม่สามารถเขียนได้อย่างชัดแจ้งนักหากไม่กล่าวถึงพื้นภูมิหลังของผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ในมุมมองและสายตาของผม ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้พยายามเสนอเสมอว่า การรักชาติสามารถทำได้ด้วยเหตุผลและวิธีหลายอย่าง หลายประการแต่ก็มีจำนวนไม่มากนักในสังคมที่เข้ามาถกเถียงในประเด็นที่ผู้เขียนได้นำเสนอ หลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้จบแล้วอยากให้ผู้อ่านทั้งหลาย ได้ลองเปลี่ยนเงื่อนไขของตัวละครต่าง ๆ ให้เข้ากับตนดู แล้วสมมติว่าตนเองเป็นตัวละครเหล่านั้นบ้าง เพราะมันคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าละครเรื่องนี้ก็คือความจริง ความจริงของค่ายทหารไทย

แม้อย่างที่กล่าวไปในย่อหน้าสั้น ๆ ถึงความเป็นไปของงานเขียนเล่มนี้ในสายตาผม แต่วัตถุประสงค์อย่างแท้จริงในงานเขียนชิ้นนี้คือ ทำให้ผู้คนที่เคยคิดว่าปัญหาทุกอย่างอาจจะแก้ด้วยทางตรงกลางและการประนีประนอม ได้เข้าใจและมองเห็นเหตุผลที่เขาจะเข้ามาสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงของการเกณฑ์ทหารและตระหนักในความเป็นจริงที่ว่า ผู้ที่มีความคิดสุดโต่งในแต่ละฝั่งเขาไม่เคยประณีประนอมผู้ใด และไม่มีเหตุผลใดที่สิทธิพื้นฐานของมนุษย์จะต้องถูกประนีประนอมโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อความคิดเหล่านี้ถูกผูกขาดและโยนความรับผิดชอบไปให้ "ความรักชาติ"

สำหรับผู้ที่กำลังจะมีอรรถรส และกำลังมองหาสิ่งประกอบในงานเขียนชิ้นนี้ ช้าก่อน ! อย่าลืมว่านี่คืองานเขียนนวนิยาย อย่าได้เคลิบเคลิ้มถึงความสำเร็จ เพราะสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันก็ไม่ต่างจากที่เกิดขึ้นในหนังสือเล่มนี้สักเท่าไหร่ หากท่านเป็นคนรุ่นใหม่ ยุคใหม่ที่รับไม่ได้และเห็นถึงความล้าหลังและอยุติธรรมที่เกิดขึ้นในค่ายทหารไทยแล้ว ได้โปรดอย่าหยุดนิ่ง ได้โปรดสนับสนุนให้เรื่องราวเหล่านี้สัมฤทธิผล ไม่ว่าท่านจะเป็นฟันเฟืองตัวใด แม้ว่าท่านจะเพียงไม่เห็นด้วย เพราะท่านจะเป็นฟันเฟืองตัวใหม่ที่จะขับเคลื่อนวัฒนธรรมและความคิดของสังคมไทยยุคใหม่ในภายภาคหน้าอย่างแน่นอน

สุดท้ายนี้ก็หวังถึงอนาคตไทยในหนังสือเล่มนี้จะเป็นเหมือนที่วาดหวังไว้ และหวังเช่นเดียวกันว่าในอนาคตผู้คนยุคใหม่จะมองว่าหนังสือเล่มนี้คือจุดนิมิตหมายอันดีถึงการยุติที่สำเร็จผลของการบังคับการเกณฑ์ทหารไทย หากใครผู้ใดที่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยต่อการเกณฑ์ทหาร อยากให้ท่านได้ลองอ่านหนังสือเล่มนี้เผื่อว่าท่านจะเปลี่ยนใจ หรือมีกำลังผลักดันในการเปลี่ยนแปลงในทางใดทางหนึ่งของระบบการเกณฑ์ทหารรับใช้ชาติของคนไทย และสุดท้ายที่สุดนี้ขอฝากถึงทุกท่านว่าอย่าเชือที่ผมเขียนจนกว่าจะได้อ่าน "ประเทศไทยเปลี่ยน เกณฑ์ทหารต้องเปลี่ยน" ด้วยตัวท่านเอง และด้วยจิตวิณญาณท่านเอง
Profile Image for loonchies.
243 reviews28 followers
May 16, 2020

น่าสนใจตั้งแต่คำนำแล้ว
ผู้เขียนออกตัวว่าเป็นเขียนเป็นนิยายเพื่อให้สารย่อยง่ายขึ้น

หลังจากอ่านบทแรกไปด้วยความรู้สึกว่านี่มันนิยายตรงไหนเนี่ย แต่พอบทถัด ๆ ไปก็แน่ใจว่ามันไม่ใช่หรอก
มันคือบันทึกเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงมากกว่า
แต่ก็มีจุดหักให้บอกว่า สงสัยมันก็เป็นนิยายนั่นแหละ เป็นจุดที่ทำให้เศร้านิดหน่อยที่เราไม่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไร จนถึงเวลานั้นมันก็อาจจะยังคงสภาพเหมือนเดิมแบบนี้ต่อไปก็เป็นได้

———

หนังสือเล่มบาง ถืออ่านรู้สึกประหลาดมือ เบามาก
แต่อัดแน่นด้วยความรู้สึก ถึงจะพูดถึงอะไรไม่น่าภิรมย์ แต่อ่านแล้วกลับสัมผัสได้ถึงความหวังนะ
ความหวังที่จะสื่อสาร ชี้แจงเหตุผลว่าทำไมถึงคิดสิ่งที่คิด ทำไมถึงทำสิ่งที่ทำ พยายามเพื่อความเปลี่ยนแปลงไปทำไม ทำเพื่ออะไร
อ่านแล้วเข้าใจมากขึ้น

———-

ช่วงท้ายมีสรุปปข้อเท็จจริงที่อ้างอิงไว้ในแต่ละบทด้วย

อ่านจบหนังสือไม่ได้ถูกเขียนมาด้วยอารมณ์ต้องการแซะ ต้องการมาฟาด ป้ายสีให้มีตัวร้าย ไม่ได้มาแนวนั้นเลย (แต่ถามว่ามีไหมก็มีบ้างนะ แต่ไม่ใช่ใจความสำคัญ)

หากแต่ชวนให้สงสัย ตั้งคำถามคิดตามเหตุผลของเรื่องราวต่าง ๆ ในหนังสือ
เขียนบรรยายสิ่งที่เกิดขึ้น พูดถึงประสบการณ์ของตัวละคร ด้วยความเรียบง่าย มองสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างสิ่งที่เป็น พูดด้วยเหตุผล เห็นด้วยไม่เห็นด้วยเพราะอะไร ทำไมถึงอยากเปลี่ยน ทำไมถึงเรียกร้องการแก้ไข
เหมือนมาบอกเล่าสิ่งที่เกิดขึ้น มันมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในนิยายนี้กับตัวละครแต่ละตัวอย่างไรบ้าง
ส่วนผู้อ่านจะคิดอย่างไรก็ให้ลองคำนึงดู
สิ่งที่ผู้เขียนต้องการชวนให้คิดตามนั้นมีเหตุผลที่มีน้ำหนักมากเลยทีเดียว

———-

มีบทที่สนใจเป็นพิเศษคือบทที่ 7 - ใครไม่เกณฑ์ทหาร ไม่ใช่ผู้ชาย
มีมุมมองจากตัวละครหลากหลายเพศ พูดถึงระบบชายเป็นใหญที่กดทับ”ทุกคน”อยู่ เขียนได้น่าสนใจดี
แล้วขยี้ต่อกับบทที่ 8 ที่ตั้งคำถามกับการผูกว่าทหาร=รักชาติ เป็นเครื่องมือไว้ทำอะไรบางอย่างไม่ตรงไปตรงมารึเปล่า

———-

อ่านแล้วรู้สึกตระหนักถึงปัญหาบางอย่างที่ต้องการการเปลี่ยนแปลงจริง ๆ
Profile Image for Wittawat Thipparat.
4 reviews
April 26, 2018
ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณพี่เนติวิทย์ที่ส่งหนังสือเล่มนี้มาให้ หนังสือ ประเทศไทยเปลี่ยน เกณฑ์ทหารต้องเปลี่ยน เป็นหนังสือที่พยายามฉายภาพ ทำให้เห็นทางเลือกที่มากกว่าการคิดแบบเดียว มีการเล่าแชร์ประสบการณ์ในค่ายทหารของผู้เคยเกณฑ์ทหาร ทำให้เห็นเรื่องราวในนั้นได้ชัดเจน ผมหวังว่าบทเรียนต่างๆที่ได้จากหนังสือเล่มนี้จะทำให้ทุกคนตระหนักถึงปัญหาที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนระดับชาตินี้ แล้วมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนมันด้วยกัน
Displaying 1 - 3 of 3 reviews