Boonyaverse32 reviews6 followersFollowFollowMay 6, 2026สารภาพว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยอ่านผลงานของคุณอภิชาติ เพชรลีลา มาก่อนเลยค่ะ (เคยแต่ดูหนังเรื่องเพื่อนสนิท ซึ่งขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในหนังโปรดตลอดกาล😭) ก่อนจะได้รับหนังสือเล่มนี้เลยทำการบ้านหยิบเอาเรื่อง“กล่องไปรษณีย์สีแดง”ในตำนานมาอ่านก่อน พอจบแล้วก็ถามตัวเองว่านี่เราไปอยู่ซอกหลืบไหนมาเนี่ย ทำไมเพิ่งมาอ่านอะไรเอาตอนนี้ (ยืมวลีดากานดา555) ใครเคยอ่านก็น่าจะนึกออกว่าเป็นเล่มที่ชวนให้นึกถึงความทรงจำขมอมหวาน สัมผัสความสุขความเหงาทะลุหน้าหนังสือ และชวนให้เราอยากนั่งรถไฟไปนั่งเหงาริมทะเลกับไข่ย้อย เป็นกลิ่นอายที่ชอบมากเลยค่ะ (ถือโอกาสรีวิวเล็กๆในโพสต์นี้ไปในตัวเลยค่ะ)และหนังสือเล่มล่าสุดของคุณอภิชาตินี้ก็ไม่ทิ้งลายเซ็นนั้นเลย ยังพาเราไปสัมผัสกับบรรยากาศของเรื่องเหมือนตาเห็น ผ่านชีวิตเรื่องราวของรวงทอง คุณแม่ของเซ่ตี่ ผ่านบทเพลงลูกทุ่งลูกกรุง พ่อครูแม่ครูเพลงคนดังในอดีต ผ่านการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองครั้งสำคัญที่เราเกิดทันบ้างไม่ทันบ้าง เล่มนี้มีพลังงานเหมือนกล่องไปรษณีย์สีแดง ที่แม้เราแทบไม่มีประสบการณ์ร่วมกับตัวละครเลย แต่อ่านแล้วก็ชวนให้คิดถึงอดีตรากเหง้าของตัวเองบอกไม่ถูก และคิดว่าคนที่ร่วมสมัย เติบโตมากับพ่อครูแม่ครูเพลงต่างๆ อ่านน่าจะชอบเล่มนี้แน่ๆ (เราพอจะเคยฟัง podcast ฟาโรสมาเลยพอเห็นภาพอยู่บ้าง) อยากให้ทุกคนลองไปอ่านกันดูค่ะ 📖เล่มนี้ฉายภาพชีวิตของ “แม่รวงทอง” ผ่านคำบอกเล่าของ “เซ่ตี่” ลูกชายที่พบว่าตัวเองเป็นโรคเอดส์ในปี 2540 (ซึ่งเป็นปีที่ยาต้าน hiv เพิ่งเข้าไทย) เป็นวรรณกรรมที่ว่าด้วยเรื่องราวชีวิตของสาวไทยบ้านธรรมดาคนหนึ่ง ที่เติบโตมาในทุ่งหน้าหมู่บ้านพังตรุ ได้ตกหลุมรัก ได้ออกมาใช้ชีวิตในเมืองหลวง ก่อนชะตาพัดพามาให้กลายเป็นสะใภ้คนจีนในตรอกส้มโอหวาน คุณอภิชาติได้บอกเล่าเรื่องราวธรรมดาๆ นี้ออกมาได้อย่างแพรวพราวระยิบระยับ ด้วยภาษาที่เหมือนพาเราเข้าไปในฉากชีวิตแต่ละฉากของแม่รวงทอง เหมือนกำลังอ่านบันทึกประวัติศาสตร์เมืองไทยตั้งแต่ยุค 2511-2540 มีความเวอร์ๆ แทรกมาบ้าง แต่ก็เข้ากับบริบทจนมีหลุดยิ้มมาเลยค่ะจริงๆ อ่านเล่มนี้จบแล้วอวลไปด้วยความรู้สึก “คิดถึง” ทั้งคิดถึงโมเม้นที่ป๊าแม่นั่งเล่าอดีตของตัวเองให้ฟัง คิดถึงบ้านเก่าที่โตมา คิดถึงชีวิตตอนเด็กๆ คิดถึงทุกบทเพลงที่เคยฟังมา มองชีวิตพ่อแม่แล้วก็คิดถึงว่าเขาโตมายังไง ว่าแล้วก็อยากเอาฉากชีวิตตอนเด็กของป๊าแม่มานั่งคุยเลย.ถ้าหากว่าชีวิตคือละคร สถานที่ที่เราเกิดและเติบโตมาก็คงเป็นฉากหลักของบทละครชีวิต และคุณอภิชาติก็ได้นำเสนอเปิดม่านการแสดงด้วยฉาก “หมู่บ้านพังตรุ” ซึ่งเป็นบ้านเกิดของแม่รวงทอง ด้วยการฉายภาพตำนานของหมู่บ้าน พาเราติดตามนายพลสมัยจอมพลสฤษฎิ์ที่ย้อนอดีตชาติไปยังสมัยมังกะยอชวาก่อนจะร่วมศึกยุทธหัตถี แค่ช่วงปฐมบทก็ชวนให้ติดตามแล้วว่าหรือหมู่บ้านนี้จะมีอะไร ถือว่าทำเอาเราปักใจอยู่กับเซ็ตติ้งของหมู่บ้านนี้ละ .ถึงอ่านไปเรื่อยๆ จะพบว่าส่วนที่เหลือเป็นเรื่องราวของแม่รวงทองเป็นหลัก แต่พออ่านจบมองย้อนกลับในพาร์ทนี้ก็สะท้อนถึงความเชื่อของชาวบ้านในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ของพื้นที่อยู่นะ ซึ่งพาร์ทนี้ก็เป็นประวัติศาสตร์ยุทธหัตถีอันยิ่งใหญ่ เอามาเปิดเชื่อมกับประวัติชุมชนของคนตัวเล็กๆในหมู่บ้านพังตรุได้เนียนแบบงงๆ .ชอบที่พาเราย้อนประวัติของแม่รวงทองผ่านประวัติศาตร์ทางวัฒนธรรม ผลงานเพลง ชีวิตของพ่อครูแม่ครู อย่างการเปิดวิกครูสุรพล สมบัติเจริญ ครั้งสุดท้ายก่อนจะถูกยิงตายก็เชื่อมกับเหตุการณ์เปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของชีวิตแม่ได้ เล่าไปเรื่อยๆ จนถึงยุคสิ้นแม่ผึ้งพุ่มพวง ซึ่งรวงทองก็โตเป็นแม่ลูกสองแล้ว และยังหย่อนกิมมิควรรณกรรมร่วมสมัย ฉากยุทธภพสำนวนโกวเล้งในโรงเตี๊ยมตรอกส้มโอหวานย่านคนจีน มาแบบไม่ได้ตั้งตัวแต่โดนเส้นชาวเบียวแบบเรามาก5555 .นอกจากนี้การบรรยายเหตุการณ์ชีวิตของแม่รวงทองก็ไม่น่าเบื่อเลยค่ะ ทั้งการทำนา ดูมหรสพ การจีบกันผ่านจดหมายของคนสมัยก่อน ฉากชีวิตทำมาหากินของป๊าอาไห่ วิถีชีวิตของชาวบ้านพังตรุกับชาวกรุงตรอกส้มโอหวาน บรรพบุรุษของฝั่งแม่รวงทองกับฝั่งป๊าไห่ บรรยายได้เห็นภาพเหมือนเราเข้าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คนในหนังสือเลย ชอบพาร์ทที่พูดถึงครอบครัวของแม่รวงทองในยามที่คุณยายแก่เฒ่า แล้วเอาที่ดินไปจำนองใช้หนี้ให้ลูกหลานจนคนในบ้านโกรธกันเนี่ย สมจริงมากเลย ในฐานะที่คลุกคลีกับคดีความของชาวบ้านมาเยอะ สัมผัสกับทัศนคติของชาวบ้านชาวนาแบบใกล้ชิด เรื่องนี้ฉายภาพปัญหาได้สมจริงเหลือเชื่อเห็นภาพสุดๆเลย และคิดว่าหลายๆคนอาจจะรู้สึกรีเลทจริงๆ .เป็นหนังสือที่เมื่ออ่านจบแล้วให้ความรู้สึกอบอุ่นและคิดถึงห้วงเวลาในอดีตจริงๆค่ะ แม้เราจะได้แต่จินตนาการภาพตามแต่เป็นความรู้สึกที่พิเศษจริงๆ ภาษาของเล่มนี้สวยงามมาก แต่ระดับภาษามีการเปลี่ยนไปตามบริบทเรื่อยๆ ทำให้ตามเรื่องยากนิด (โดยเฉพาะพาร์ทอดีตชาติ เราถึงกับต้องเปิดพจนานุกรมเลย5555) กับเนื้อเพลงที่แทรกเข้ามาในเรื่องอาจจะมีเยอะหน่อย แอบอ่านข้ามๆ แต่รวมแล้วชอบบรรยากาศเรื่องมากค่ะ เราก็เป็นทั้งคนจีน เป็นทั้งเด็กต่างจังหวัด โตมาในตึกแถว เลยแอบจินตนาการภาพของหมู่บ้านพังตรุและตรอกส้มโอหวานได้อยู่บ้าง เราว่าถ้าใครมีประสบการณ์ร่วมน่าจะเป็นเล่มที่รักได้ไม่ยากเลย แต่ก็แอบอยากรู้เหมือนกันว่าเด็กเจนซีที่เกิดหลังพ.ศ. 2540 ไม่มีประสบการณ์ร่วมเลยเนี่ย อ่านเล่มนี้แล้วจะคิดยังไงนะ รออ่านรีวิวของทุกคนค่ะ.ละครชีวิตฉากหมู่บ้านพังตรุของแม่รวงทองปิดม่านลงที่เล่มนี้ พร้อมกับความผูกพันของแม่ต่อหมู่บ้านที่แม่เกิดก็ค่อย ๆ จางลงเรื่อยๆ จุดนี้ก็คิดถึงตัวเองกับบ้านเก่าเหมือนกันเนอะ รู้ตัวอีกทีก็ไม่ผูกพันกับมันแล้ว แต่พอย้อนกลับไปทีไรก็คิดถึงเรื่อยๆ เรื่องนี้จึงทำงานกับความทรงจำของเราได้ดีจริงๆ