Jump to ratings and reviews
Rate this book

แม่รวงทอง ภาคพังตรุ

Rate this book
...เรื่องราวราวปุยเมฆเบาไกลสูงลอยลิบลิ่ว
ล่องลอยมา...แต่ช้าแต่...ออระแร้...ออระชอน...จากท้องฟ้าครามวันวาน
รวงทองเห็นละอองฝุ่นดินแดงลอยฟุ้งตลบม้วน กระทบสายแดดตามโค้งดงอ้อยแต่ไกล
รถเก๋งคันสีน้ำเงินหลุดจากโค้งวิ่งฝ่าฝุ่นดินลูกรังตรงเข้าหมู่บ้าน รี่ใกล้เข้ามา
สังเกตว่าเป็นรถแท็กซี่สีน้ำเงินคาดเหลืองคุ้นตา ปีทั้งปี
มีรถเก๋งวิ่งตีฝุ่นตกหลุมบ่อมายังหมู่บ้านเกวียนควายทุรกันดารไม่กี่คัน
เป็นรถแท็กซี่ยิ่งแล้วใหญ่
นี่คือรถแท็กซี่คันแรกที่วิ่งจากบางกอกมาถึงหมู่บ้านพังตรุ วินาทีนั้น
รวงทองมั่นใจเหลือเกิน ผู้ที่นั่งอยู่ในเก๋งต้องสัมพันธ์พลิกผันชั่วชีวิตรวงทองทางใดทางหนึ่ง
จับจ้องไม่วางตา ยืนรอใต้เงื้อมเงากิ่งก้านมะขามเฒ่าโบราณ ยื่นยาวดังแขนของชะตาโอบ

เรื่องเล่าราวละเมอ
ต้นรากเหง้าวงปีหมู่บ้านพังตรุที่อยู่นี่มากว่าสี่ร้อยปี
ตามหลักฐานถึงชื่อตำบลพังตรุ ปรากฏจารในพระราชพงศาวดาร
เกี่ยวพันกับศึกพม่ารามัญตอนต้นแผ่นดินพระนเรศวร

บางตำบลตะพังตรุ ชาวป่าดงพรานพงพี
เร้นเจียมในทุ่งไพรพนาแสนต่ำต้อย
มิอาจรองรับบุญหนักบุญหนากว่าโลกกว่าสวรรค์จากตองอูเจ้า แต่กระนั้น
ยังได้เป็นผืนดินรองบาท เป็นชยภูมินาคนามใกล้ลำน้ำทวน ใกล้สระตะพังใหญ่น้อย
ให้พระมหาอุปราชามังกยอชวาจอมกษัตริย์พารา ตั้งทัพไชยโดยขบวนดาวล้อมเดือน
บนที่ดอนน้ำหลากมิอาจท่วม ได้ผ่อนบรรเทาเหนื่อยล้า
ได้ชำระพระบาทอาบพระวรกายค้างอ้างแรม จัดกระบวนยุทธวิธีตามตำราพิชัยสงคราม
ส่งม้าลาดไปเสาะหาข่าวศึก ตำแหน่งที่ตั้ง ทางเคลื่อนทัพของพระองค์ดำ พระองค์ขาว

โครมครืนช้างชนะงาตกมันชนงาแย่งงัดได้ล่างนฤนาทสะท้านสะเทื้อน
พ่อพลายงะเยโซงแผดแปร๋น...แหลมกังวานราบทุ่งบาดทรวงทัพ
ปืนไฟแตกปะทุดังพลุไฟพะเนียงครื้นครั่น บันลือศัพท์สำเนียงสงครามท้องทุ่งรบ
ข้าคุ้นเคยมาแต่จำความได้ ข้าผูกคชาภรณ์เครื่องมั่น ปักมหาเศวตฉัตรเป็นพระคชาธาร
ข้าตามเสด็จกระชับหว่างตักพระราชบิดาพระเจ้านันทบุเรง
ขี่คอช้างศึกไสไล่ส่ายเสยกลางทัพดัสกร มาคราวครั้งนี้
คล้อยม่านธุลีแดงตลบฟุ้งคุ้งฟ้าค่อยๆ
จางลงๆ ทำนองศึกอึงมี่เอ็ดอึงค่อยๆ เงียบตาม ขณะความตายเงียบงัน

หมู่บ้านพังตรุจำเนียรกาล
รวงทองแอนด์เดอะแก๊งนางนพมาศ พานรองขันเงิน ทั้งสี่สาว
แต่งหน้าแต่งองค์จัดท่าทางในร้านถ่ายรูป ดลยี่หวา สายสวาท นุ่งกระโปรงมินิสเกิร์ต
สุ่นมาลี รวงทอง สวมเดรสสั้นจุนจู๋ชิ้นเดียว สาวๆ ช่างเปิ๊ดสะก๊าดโฉมฉาย
ภาพเก่าขาวดำหยุดเวลาไว้ที่รอยยิ้มสดใสของผองเพื่อน

กรอบด้านล่างภาพปั๊มนูนอักษร --- งามศิลป์ท่าเรือ

ข้างหลังภาพเขียนตัวหนังสือหวัด ---มิตรภาพพวกเราไม่จืดจาง

ยุคสมัยใดก็มีรัก

ยุครวงทองเป็นสาวน้อยนั้นเขียนตัวหนังสือเป็นสื่อสัมพันธ์ เฝ้ารอ

๑๖ มิถุนายน ๒๕๑๑


รวงทองดีใจที่พี่โป่งไว้ใจ
มอบความฝันให้รวงทองร่วมทะนุถนอม ดีใจมากมายที่พี่ไม่ย่อท้อยอมแพ้
รวงทองส่งกำลังทั้งใจไปให้เสมอ ไม่ว่าหนทางอีกข้างหน้านั้น ยากเย็นลำบากเพียงไร
กว่าความฝันจะเป็นจริง หรือสุดท้ายความหวัง ความฝันปี้ป่น
รวงทองว่าสิ่งสำคัญและน่าภาคภูมิใจที่สุดคือ พี่ได้ลงมือทำเช่นลูกผู้ชาย
ได้ขยับเขยื้อนเข้าไปเรื่อยๆ แล้ว

พี่โป่งคนดี รวงทองร่ำเรียนภาษาไทย
ครูสมจิตจับมือเขียน ก กา กระดานชนวน ครูลวดให้ท่อง ป้าปะปู่กู้อีจู้
ป้าดูปู่กู้อีจู้ อ่านสุดากับคาวี กลอักษร กลบทจินดามณี ถึงชั้น ป.๔ แค่นั้น
ตั้งใจเขียนบรรจงอย่างไร ยังโย้เย้ไก่เขี่ย ตัวเท่าหม้อแกง ไม่สละสลวยทั้งหนังสืออักษร
และความหมายใจความ เลยไม่หวานชื่นตรงตามใจพี่อยากอ่าน

พี่โป่งเป็นนักร้องเวทีประกวดเสียงสวรรค์
เกิดในบ้านลานรำวงลิเก คณะมิ่งขวัญปลักเขว้า เอื้อนเจ้าบทเจ้ากลอน
ชินแต่คำร้องเสนาะหูของครูเพลง พี่โป่งร้องเพลงปลูกดอกไม้ในใจคนฟัง รวงทองปักดำ
ตัดอ้อย ปลูกพริกมะเขือเปราะ ห่างเหินสิ่งสวยงามประเทือง กลิ่นหอมน้ำปรุงรื่นระรวยจากตัวล่ะหรือ
ไม่มีเสียหรอก เข้าใกล้ก็ฉุนผิวติดกลิ่นเขียวโคลน ของน้ำสระน้ำคลอง แป้งน้ำตมนา
ไม่มีหรอกจ้ะ จ๊ะๆ จ๋าๆ หวานสนิทกินใจ จดหมายน้ำคำที่รวงทองเขียนระลึกถึงพี่
พี่อ่านแล้วจึงว่าหวานแค่รสชานอ้อย

รวงทองมีเพียงคำพูดคำจา คำเขียนออกตรงจากหัวใจ
สุดปรารถนาเห็นพี่โป่งประสบความสำเร็จสมหวังดังฝัน ยิ่งกว่าสิ่งไหนทั้งหมด
ก็ออดอ้อนฉอเลาะได้เท่านี้

รวงทองเป็นก้อนดินเหนียวดินนา ได้เป็นเพชรพลอย
มีค่าเท่าทองนพคุณต่อพี่โป่ง รวงทองปลื้มใจมากแล้ว


รวงทองผ่าน ๓๐ เลขกร้านมาได้เอ็ดปี
จากสาวบ้านนอกคอกนา
กลิ่นเนื้อเขียวยังไม่ชำระล้างคลอรีนน้ำประปาเมื่อสิบกว่าปีก่อน
ทอดทิ้งนาทุ่งอ้างว้าง ไร่อ้อยว้าเหว่ว้าง เรือนบาง
มาตั้งต้นชีวิตใหม่ในหลืบกรุงเทพพระมหานคร สร้างครอบครัว สร้างเนื้อสร้างตัว
ทำมาหากินกับผัว


กระดกเหล้าแก้วแรกที่นี่ แม่โขง
เพียวความหวังขื่น

ดูดบุหรี่ตัวแรกที่นี่ สายฝน
พร่างพรายควันฝันมลาย


ได้พบปีศาจพนันที่สิงสู่อยู่ในร่างตนเอง
‘น้ำเต้าปูปลา’ อีกทั้ง ‘ไฮโล’ เสี่ยงดวงแทง ทางเลือกอยู่แค่ ๖ หน้าลูกเต๋า
และน้ำเต้า ปู ปลา เสือ ไก่ กุ้ง บนผืนกระดาษสี่เหลี่ยม อย่างชั่วแค่เสีย แต่มีได้

ทางเลือกชีวิตในวัยฝันคือผืนแผ่นดินโลกกว้าง
เลือกทุ่มแทงพระนครหมอนหมิ่น เลื่อนไหลมาจนตรอกส้มโอหวาน

304 pages, Paperback

First published March 1, 2026

Loading...
Loading...

About the author

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
0 (0%)
4 stars
1 (100%)
3 stars
0 (0%)
2 stars
0 (0%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 of 1 review
Profile Image for Boonyaverse.
32 reviews6 followers
May 6, 2026
สารภาพว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยอ่านผลงานของคุณอภิชาติ เพชรลีลา มาก่อนเลยค่ะ (เคยแต่ดูหนังเรื่องเพื่อนสนิท ซึ่งขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในหนังโปรดตลอดกาล😭) ก่อนจะได้รับหนังสือเล่มนี้เลยทำการบ้านหยิบเอาเรื่อง“กล่องไปรษณีย์สีแดง”ในตำนานมาอ่านก่อน พอจบแล้วก็ถามตัวเองว่านี่เราไปอยู่ซอกหลืบไหนมาเนี่ย ทำไมเพิ่งมาอ่านอะไรเอาตอนนี้ (ยืมวลีดากานดา555) ใครเคยอ่านก็น่าจะนึกออกว่าเป็นเล่มที่ชวนให้นึกถึงความทรงจำขมอมหวาน สัมผัสความสุขความเหงาทะลุหน้าหนังสือ และชวนให้เราอยากนั่งรถไฟไปนั่งเหงาริมทะเลกับไข่ย้อย เป็นกลิ่นอายที่ชอบมากเลยค่ะ (ถือโอกาสรีวิวเล็กๆในโพสต์นี้ไปในตัวเลยค่ะ)

และหนังสือเล่มล่าสุดของคุณอภิชาตินี้ก็ไม่ทิ้งลายเซ็นนั้นเลย ยังพาเราไปสัมผัสกับบรรยากาศของเรื่องเหมือนตาเห็น ผ่านชีวิตเรื่องราวของรวงทอง คุณแม่ของเซ่ตี่ ผ่านบทเพลงลูกทุ่งลูกกรุง พ่อครูแม่ครูเพลงคนดังในอดีต ผ่านการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองครั้งสำคัญที่เราเกิดทันบ้างไม่ทันบ้าง เล่มนี้มีพลังงานเหมือนกล่องไปรษณีย์สีแดง ที่แม้เราแทบไม่มีประสบการณ์ร่วมกับตัวละครเลย แต่อ่านแล้วก็ชวนให้คิดถึงอดีตรากเหง้าของตัวเองบอกไม่ถูก และคิดว่าคนที่ร่วมสมัย เติบโตมากับพ่อครูแม่ครูเพลงต่างๆ อ่านน่าจะชอบเล่มนี้แน่ๆ (เราพอจะเคยฟัง podcast ฟาโรสมาเลยพอเห็นภาพอยู่บ้าง) อยากให้ทุกคนลองไปอ่านกันดูค่ะ

📖
เล่มนี้ฉายภาพชีวิตของ “แม่รวงทอง” ผ่านคำบอกเล่าของ “เซ่ตี่” ลูกชายที่พบว่าตัวเองเป็นโรคเอดส์ในปี 2540 (ซึ่งเป็นปีที่ยาต้าน hiv เพิ่งเข้าไทย) เป็นวรรณกรรมที่ว่าด้วยเรื่องราวชีวิตของสาวไทยบ้านธรรมดาคนหนึ่ง ที่เติบโตมาในทุ่งหน้าหมู่บ้านพังตรุ ได้ตกหลุมรัก ได้ออกมาใช้ชีวิตในเมืองหลวง ก่อนชะตาพัดพามาให้กลายเป็นสะใภ้คนจีนในตรอกส้มโอหวาน คุณอภิชาติได้บอกเล่าเรื่องราวธรรมดาๆ นี้ออกมาได้อย่างแพรวพราวระยิบระยับ ด้วยภาษาที่เหมือนพาเราเข้าไปในฉากชีวิตแต่ละฉากของแม่รวงทอง เหมือนกำลังอ่านบันทึกประวัติศาสตร์เมืองไทยตั้งแต่ยุค 2511-2540 มีความเวอร์ๆ แทรกมาบ้าง แต่ก็เข้ากับบริบทจนมีหลุดยิ้มมาเลยค่ะ

จริงๆ อ่านเล่มนี้จบแล้วอวลไปด้วยความรู้สึก “คิดถึง” ทั้งคิดถึงโมเม้นที่ป๊าแม่นั่งเล่าอดีตของตัวเองให้ฟัง คิดถึงบ้านเก่าที่โตมา คิดถึงชีวิตตอนเด็กๆ คิดถึงทุกบทเพลงที่เคยฟังมา มองชีวิตพ่อแม่แล้วก็คิดถึงว่าเขาโตมายังไง ว่าแล้วก็อยากเอาฉากชีวิตตอนเด็กของป๊าแม่มานั่งคุยเลย




.
ถ้าหากว่าชีวิตคือละคร สถานที่ที่เราเกิดและเติบโตมาก็คงเป็นฉากหลักของบทละครชีวิต และคุณอภิชาติก็ได้นำเสนอเปิดม่านการแสดงด้วยฉาก “หมู่บ้านพังตรุ” ซึ่งเป็นบ้านเกิดของแม่รวงทอง ด้วยการฉายภาพตำนานของหมู่บ้าน พาเราติดตามนายพลสมัยจอมพลสฤษฎิ์ที่ย้อนอดีตชาติไปยังสมัยมังกะยอชวาก่อนจะร่วมศึกยุทธหัตถี แค่ช่วงปฐมบทก็ชวนให้ติดตามแล้วว่าหรือหมู่บ้านนี้จะมีอะไร ถือว่าทำเอาเราปักใจอยู่กับเซ็ตติ้งของหมู่บ้านนี้ละ
.
ถึงอ่านไปเรื่อยๆ จะพบว่าส่วนที่เหลือเป็นเรื่องราวของแม่รวงทองเป็นหลัก แต่พออ่านจบมองย้อนกลับในพาร์ทนี้ก็สะท้อนถึงความเชื่อของชาวบ้านในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ของพื้นที่อยู่นะ ซึ่งพาร์ทนี้ก็เป็นประวัติศาสตร์ยุทธหัตถีอันยิ่งใหญ่ เอามาเปิดเชื่อมกับประวัติชุมชนของคนตัวเล็กๆในหมู่บ้านพังตรุได้เนียนแบบงงๆ
.

ชอบที่พาเราย้อนประวัติของแม่รวงทองผ่านประวัติศาตร์ทางวัฒนธรรม ผลงานเพลง ชีวิตของพ่อครูแม่ครู อย่างการเปิดวิกครูสุรพล สมบัติเจริญ ครั้งสุดท้ายก่อนจะถูกยิงตายก็เชื่อมกับเหตุการณ์เปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของชีวิตแม่ได้ เล่าไปเรื่อยๆ จนถึงยุคสิ้นแม่ผึ้งพุ่มพวง ซึ่งรวงทองก็โตเป็นแม่ลูกสองแล้ว และยังหย่อนกิมมิควรรณกรรมร่วมสมัย ฉากยุทธภพสำนวนโกวเล้งในโรงเตี๊ยมตรอกส้มโอหวานย่านคนจีน มาแบบไม่ได้ตั้งตัวแต่โดนเส้นชาวเบียวแบบเรามาก5555
.
นอกจากนี้การบรรยายเหตุการณ์ชีวิตของแม่รวงทองก็ไม่น่าเบื่อเลยค่ะ ทั้งการทำนา ดูมหรสพ การจีบกันผ่านจดหมายของคนสมัยก่อน ฉากชีวิตทำมาหากินของป๊าอาไห่ วิถีชีวิตของชาวบ้านพังตรุกับชาวกรุงตรอกส้มโอหวาน บรรพบุรุษของฝั่งแม่รวงทองกับฝั่งป๊าไห่ บรรยายได้เห็นภาพเหมือนเราเข้าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คนในหนังสือเลย ชอบพาร์ทที่พูดถึงครอบครัวของแม่รวงทองในยามที่คุณยายแก่เฒ่า แล้วเอาที่ดินไปจำนองใช้หนี้ให้ลูกหลานจนคนในบ้านโกรธกันเนี่ย สมจริงมากเลย ในฐานะที่คลุกคลีกับคดีความของชาวบ้านมาเยอะ สัมผัสกับทัศนคติของชาวบ้านชาวนาแบบใกล้ชิด เรื่องนี้ฉายภาพปัญหาได้สมจริงเหลือเชื่อเห็นภาพสุดๆเลย และคิดว่าหลายๆคนอาจจะรู้สึกรีเลทจริงๆ
.

เป็นหนังสือที่เมื่ออ่านจบแล้วให้ความรู้สึกอบอุ่นและคิดถึงห้วงเวลาในอดีตจริงๆค่ะ แม้เราจะได้แต่จินตนาการภาพตามแต่เป็นความรู้สึกที่พิเศษจริงๆ ภาษาของเล่มนี้สวยงามมาก แต่ระดับภาษามีการเปลี่ยนไปตามบริบทเรื่อยๆ ทำให้ตามเรื่องยากนิด (โดยเฉพาะพาร์ทอดีตชาติ เราถึงกับต้องเปิดพจนานุกรมเลย5555) กับเนื้อเพลงที่แทรกเข้ามาในเรื่องอาจจะมีเยอะหน่อย แอบอ่านข้ามๆ แต่รวมแล้วชอบบรรยากาศเรื่องมากค่ะ เราก็เป็นทั้งคนจีน เป็นทั้งเด็กต่างจังหวัด โตมาในตึกแถว เลยแอบจินตนาการภาพของหมู่บ้านพังตรุและตรอกส้มโอหวานได้อยู่บ้าง เราว่าถ้าใครมีประสบการณ์ร่วมน่าจะเป็นเล่มที่รักได้ไม่ยากเลย แต่ก็แอบอยากรู้เหมือนกันว่าเด็กเจนซีที่เกิดหลังพ.ศ. 2540 ไม่มีประสบการณ์ร่วมเลยเนี่ย อ่านเล่มนี้แล้วจะคิดยังไงนะ รออ่านรีวิวของทุกคนค่ะ
.
ละครชีวิตฉากหมู่บ้านพังตรุของแม่รวงทองปิดม่านลงที่เล่มนี้ พร้อมกับความผูกพันของแม่ต่อหมู่บ้านที่แม่เกิดก็ค่อย ๆ จางลงเรื่อยๆ จุดนี้ก็คิดถึงตัวเองกับบ้านเก่าเหมือนกันเนอะ รู้ตัวอีกทีก็ไม่ผูกพันกับมันแล้ว แต่พอย้อนกลับไปทีไรก็คิดถึงเรื่อยๆ เรื่องนี้จึงทำงานกับความทรงจำของเราได้ดีจริงๆ
Displaying 1 of 1 review