Giyongchy 640 reviews19 followersFollowFollowJanuary 13, 2026ตามมาอ่านจากการขายของใน book club ของพี่อรรถและพี่ปืน เออดีอ่ะ แบคกราวน์จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวกทม.ที่ผ่านมา ผูกโยงเรื่องกับตัวละคร 2 คนที่คอนทราสกันสุดๆ ความรู้สึกยินดี ความรัก ความเหงา ความสิ้นหวัง เสียดสีสังคม ทำได้พอดีและก็หดหู่สุดๆ เป็นเล่มสั้นๆ ที่อ่านแล้วจุกthai-books yaoi
Eye_Candy 8 reviewsFollowFollowMarch 30, 2026เรื่องราวของผู้ชายสองคนที่เริ่มต้นความสัมพันธ์จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศไทย เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ท่ามกลางความชุลมุนของการหนีเอาตัวรอด คนหนึ่งอุ้มชฎาห้อยอุบะดอกไม้ไหว ส่วนอีกคนอุ้มแมวส้มชื่อ “เจ้ามง หรือ มงคล” ติดตัวออกมาจากห้อง 🐈 คนสองคน ต่างวัย ต่างอาชีพ สิ่งที่แบกไว้ก็แตกต่าง แต่กลับมีเรื่องราวสั่นไหวในหัวใจเหมือนกัน การรับฟัง แบ่งปัน เยียวยาจึงเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์อันเลวร้ายนี้.พล็อตดีมาก การตั้งชื่อเรื่อง “เมื่อดอกไม้ไหว” ก็ไพเราะสวยงามสอดคล้องกับสถานการณ์หลักของเรื่องทั้งยังแฝงการอุปมาไว้ได้อย่างแยบคายเรื่องราวของตัวละครหลักอาจไม่จับใจเราเท่าไหร่นัก ”ฌาน“ หนุ่มใหญ่วัย 45 ครูสอนศิลปะที่มีชีวิตเรียบง่าย ไร้ซึ่งความทะเยอทะยาน แต่เมื่ออ่านไปก็สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยวเหงา โหยหาใครสักคนมาเติมเต็ม ส่วน “สหรัฐ” หรือชื่อจริงคือ “ดิลก” หนุ่มน้อยวัย 21 ผู้เติบโตมาจากดินแดนที่แสงส่องไม่ถึง ใช้ชีวิตหลักลอย หาเช้ากินค่ำไปวัน ๆ มีเป้าหมายคือเก็บเงินซื้อเครื่องซักผ้าให้แม่ถึงแม้ว่าทั้งสองตัวละครจะมีความปริร้าวเหมือนกัน แต่ก็มีความต่างกันหลายอย่าง ทั้งทัศนคติและช่วงวัย ซึ่งในความเป็นจริงมันดูจะเป็นไปได้ยากที่จะมาบรรจบไม่รู้ว่าคนเขียนมีเจตนาจะให้คนอ่านรู้สึกคลางแคลง ไม่ไว้เนื้อเชื่อใจสหรัฐหรือเปล่านะ แต่ขณะอ่านเรารู้สึกแบบนั้น อาจเพราะอ่านไปก็นึกไปด้วยว่าคนอายุเท่านี้ วิถีชีวิตแบบนี้ ในหลักความเป็นจริงมันจะเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน พอถึงช่วงเฉลยที่ทำให้เกิดจุดเปลี่ยนของความสัมพันธ์ไปจนถึงตอนจบเราจึงชอบมาก จากที่ไม่ชอบในตอนต้นเพราะรู้สึกว่าตัวละครนี้เพิ่งพ้นไมเนอร์มาได้นิดเดียวเอง ถ้าไม่จบแบบนี้มันจะเหมือนเด็กยากไร้ที่มาเกาะหนุ่มใหญ่อารมณ์เปลี่ยวไปนิดนึง 😭 อนาคตจะเป็นยังไงค่อยว่ากันอีกที แต่ ณ ตอนนี้มันต้องจบแบบนี้จริง ๆ สมเหตุสมผลแล้วส่วนตัวเห็นใจ แต่ไม่ถึงกับสงสารตัวละครสหรัฐ รู้สึกว่าชีวิตเขาไม่ได้ไร้แสงส่องถึงขนาดนั้น แต่เขาเลือกที่จะเดินบนเส้นทางนี้เอง แล้วคิดว่าไม่เมกเซนส์เท่าไหร่ที่การทำงานของเขามันไม่ได้สร้างรายได้มากพอจะเอาไปซื้อความฝันของแม่ แล้วจะทนทำไปทำไม ถ้าบอกว่าที่เลือกเส้นทางนี้เพราะมันเป็นงานที่สร้างรายได้มากยังพอเข้าใจไง ถ้ารายได้ไม่ดีก็น่าจะไปทำอย่างอื่นนะ มันเลยเหมือนจริง ๆ แล้วตัวละครนี้แค่รักสบายหรือเปล่า 🥺 (แต่นางน่าเอ็นดูนะในบางเรื่อง)ชอบซีนที่สหรัฐรู้เรื่องอีผอ.มักมากกับอีเด็กเปรตแล้วโกรธเกรี้ยว เจ็บแค้นที่ฌานถูกอีพวกนี้บีบให้สิ้นหวัง เป็นซีนที่สัมผัสถึงความจริงจากรัฐได้มากที่สุดแล้ว(แต่ตอนจบอยากรู้มากว่าสหรัฐพูดว่าอะไรกับฌาน เดาไม่ออก)สุดท้ายแล้ว ไม่กล้าบอกว่าชอบหนังสือเล่มนี้ได้เต็มปาก เราอ่านงานของดวงตะวันมานานมาก ๆ ตั้งแต่ยังเป็นเด็กสาว เรารู้ว่าคุณเขาเป็นนักเขียนมีความสามารถสูง เขียนได้สนุกและสอดแทรกแง่คิดที่งดงามเสมอ ผลงานวายที่ผ่านมาอย่าง เธอ ผม ฉัน เขา คือเรา คือรัก กับ รักบุรี ก็ทำได้ดี เนื้อหาแสดงทัศนคติต่อความหลากหลายทางเพศทั้งเก่าและใหม่ผสานกันได้อยากลงตัวจนเราตั้งหน้าตั้งตารอผลงานวายเรื่องต่อ ๆ ไปของคนเขียนมาก 🥹แต่ต้องยอมรับว่าผิดหวังกับทัศนคติที่มีต่อรักร่วมเพศและการนอกใจแบบนี้ เมื่อตัวละครที่ชื่อว่า ”ทิพย์“ น้องสาวของฌาน เธอเป็นแฟนคลับของศิลปินหญิงคนหนึ่ง มีเพื่อนที่คอยตามศิลปินด้วยกัน สนิทสนม พูดคุยกันทุกข์สุขกันได้ทุกเรื่อง พบเห็นการละเมิดกฎกติกาของซาแซง แต่ยังคงซัพพอร์ตศิลปินคนนั้นต่อเพราะเสียดายมิตรภาพที่บริสุทธิ์ของเพื่อนแฟนคลับด้วยกัน (ตรงนี้อินมาก เพราะเชื่อว่าหลายคนยังติดตามศิลปินดาราอยู่เพราะผูกพันกับเพื่อนติ่งที่บางครั้งคบหากันยาวนานกว่าเพื่อนสมัยเรียนอีก) แต่เมื่อความรักแบบเพื่อนแปรเปลี่ยนเป็นความรักที่ลึกล้ำกว่านั้น มันไม่ผิดที่เราจะรักใคร เพศไหนก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่มาในรูปแบบของการเป็นชู้สิ 🥺ทิพย์ รัก “ต้นอ้อ” จนถึงขั้นอยากหย่าขาดกับสามีทั้งที่มีลูกด้วยกัน เธอมาปรึกษาพี่ชายแล้วได้คำตอบราวกับว่าเธอไม่ได้ทำอะไรผิด เธอแค่เป็นตัวเอง ห๊ะะะ! (?) และหลาย ๆ การตั้งคำถามของฌานที่เรารู้สึกอิหยังวะตลอดทั้งเรื่อง หลายครั้งที่ฌานมักตั้งคำถามกับความเสียใจของ “นาท” สามีของทิพย์ว่าที่เขาเสียใจ ขื่นขม มันเป็นเพราะทิพย์รักซ้อน หรือเพราะรักเพศเดียวกัน ถ้าคนที่ทิพย์รักเป็นผู้ชายนาทจะเจ็บปวดน้อยกว่านี้ไหม!มันแบบ… คืออะไรอะ ????? มันเกี่ยวอะไรหรือ รักซ้อนก็คือรักซ้อน นอกใจก็คือนอกใจ ไม่เกี่ยวอะไรกับเพศด้วยซ้ำ และมันก็ทำให้เราต้องตั้งคำถามกลับเช่นกันว่ามุมมองแบบนี้คือการฟอกขาวให้กับการไม่ซื่อสัตย์ต่อคนรักโดยเอาความรักร่วมเพศมาเป็นข้ออ้างหรือไม่แล้วที่ฌานตั้งคำถามกับนาทที่คร่ำครวญเรื่องทิพย์ทิ้งลูกทิ้งผัวย้ายไปอยู่กับต้นอ้อว่า “เป็นพ่อประสาอะไร เลี้ยงลูกไม่ได้“ คือมันผิดประเด็นไปหมด อยากให้ตัวละครปล่อยใจสู่เสรี แต่ก็ต้องมีความรับผิดชอบด้วยไง 😭พยายามเข้าใจว่าเล่าผ่านมุมมองของฌานที่เหมือนจะเย็นชาแต่ภายในโหยหารัก มันอาจจะมีแนวคิดว่ารักอยู่เหนือทุกสิ่ง เพ้อ ๆ หน่อย แต่พอเป็นความรักของตัวเองฌานก็ตัดสินใจได้ดีนี่ ให้เกียรติและเคารพตัวเองพอสมควร ไม่ได้บ้งอะไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะความตื้นเขินในการอ่านของเราเองหรือเปล่าที่ไม่สามารถตีความสารจากผู้เขียนได้ลึกซึ้งไปกว่านี้ แต่เท่าที่อ่านมาเราตีความได้แบบนี้จริง ๆ 🥺