loonchies240 reviews26 followersFollowFollowJanuary 22, 2022“นั่นแหละ…แผ่นดินนี้ง่ายเกินไปสำหรับการป้ายสีคนอื่นและอยู่ยากยิ่งขึ้นสำหรับผู้ที่ไม่ยอมประกาศตนว่าเป็นคนดี”“ถ้าไม่ชอบในสิ่งที่พวกเขาทำแล้วไปทำเหมือนเขาทำไม เราจะทำอย่างนั้นทำไม ในเมื่อเราไม่ชอบกับสิ่งที่เขาทำกับเรา”____หนังสือรวมเรื่องสั้นของนักเขียนหญิงมุสลิมชาวปัตตานีเรื่องสั้นที่ชวนให้เราสงสัยและคิดตามเกี่ยวกับเรื่อง “เรื่องปกติ ใคร ๆ เขาก็ทำ มันก็เป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว” ของสังคมรอบข้างที่เราอยู่ ผู้เขียนเป็น “ผู้หญิง” “มุสลิม” “ชาวปัตตานี/ชาวทะเลใต้” และเลือกจะถ่ายทอดเรื่องราวที่ทำให้เราได้เรียนรู้เรื่องของสามอย่างนี้หรือมุมมองเรื่องต่าง ๆ ผ่านเลนส์ใดเลนส์หนึ่งบ้าง สองเลนส์บ้าง หรือครบทั้งสามเลนส์เลยบ้างไม่ค่อยมีวรรณกรรมไหนเขียนถึงเรื่องเหล่านี้เท่าไร พอมีขึ้นมาก็เลยน่าสนใจเราอยากอ่านเรื่องราวเหล่านี้ให้มากขึ้น_____เคื่องนึงนำเสนอผ่านเรื่องราวของตัวละครในจังหวัดชายแดนใต้ดังนั้นก็เลยจะได้สัมผัสกับเรื่องราววิถีชีวิตคนที่อยู่ในใต้สภาวะ~ที่เหมือนจะอยู่ในภาวะเผชิญความรุนแรง เสี่ยงจะเสียชีวิตได้ตลอด ปัญหาทั้งจากคนเองก็ดี รัฐเองก็ดี ที่ทำให้วิถีชีวิตที่สวยงามก็ต้องเปลี่ยนไปนอกจากปัญหานอกบ้าน ก็ยังต้องเจอกับเรื่องภายในครอบครัวอีก การกดทับทางตรงและทางอ้อม ความคาดหวังของสังคมกับผู้หญิงมุสลิม ความคาดหวังของพ่อแม่ ความคาดหวังของลูก ความคาดหวังของสังคมความรู้สึกของคน ๆ นึงที่ไม่รู้ว่าควรจะต้องแสดงออกไปอย่างไรให้ดีกับทุกฝ่าย เรื่องราวที่ทำให้ต้องสับสนว่าจะมีความทุกข์หรือความสุขได้ไหมการไว้ใจและโดนหักหลัง การเสริมเติมแต่งเรื่องราว จนอาจจะทำให้ชีวิตคน ๆ หนึ่งต้องเจ็บแค้นใจ และนำพาเข้าสู่หนทางที่ทำให้ผู้คนรอบข้างต้องหลีกหนี แม้ว่าจะมีสาเหตุยังไง แต่ผู้คนก็ลืมและไม่ใส่ใจอีกต่อไป เศร้านะแน่นอนว่าไม่ได้ใส่เรื่องเหล่านี้มาโต้ง ๆ ผู้เขียนก็เขียนขึ้นมาว่ามันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น และดำเนินไปแบบนี้ ไม่ได้ใส่ความคิดอะไรเพิ่ม นอกจากความเอ้ะในบางช่วงเราอ่านแล้วเราก็เอ้ะ และตีความต่อและตั้งคำถามได้แบบนี้เองเราเองก็ไม่รู้คำตอบบางเรื่องหรอก แต่เราก็อยากเข้าใจให้มากขึ้นเรื่องการปากเปราะป้ายสี อคติ ฟังข่าวสารไม่คิดวิเคราะห์ จนสังคมตกอยู่ในอิทธิพลของ “เรื่องเล่าไร้เหตุผล” และสังคมก็ไม่สนใจคนที่ได้รับผลกระทบทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ทำผิดอะไรเลย ~ มันไม่ใช่เรื่องที่ควรเกิด ใคร ๆ ก็รู้ แต่ใคร ๆ ก็ทำแบบนั้น และก็ปล่อยให้มันดำเนินไปแบบนั้น ~~~~ ใคร ๆ ที่ว่านั้นคือเราด้วยรึเปล่า?เสียงเล็ก ๆ ที่พยายามสื่อถึงความทุกข์ในใจ เลือกจะอดทนเพื่อใครหลาย ๆ คน ความคาดหวังให้อดทน หากไม่อดทนก็จะกลายเป็นคนไม่ดีไปเสียฉิบ ~ เรื่องที่ขอให้อดทนนั้นสมควรไหมนะ? โกรธได้ไหมนะ?คนเราจะจัดการความทุกข์ใจอย่างไร บางการกนะทำอาจจะเป็นวิธีหลีกหนีจากความทุกข์ใจ ~ เราเป็นใคร รู้เรื่องอะไรแค่ไหน ถึงจะไปตัดสินอะไรใคร ไปต่อว่าใครว่าไม่เหมาะสม?แล้วก็มีเรื่องที่ทำให้เราฉุกคิดขึ้นมาว่า คนเราก็มีหลายบทบาท คนนึงอาจจะเป็นคนดีในบทบาทหนึ่งและเป็นคนเหี้ยในอีกบทบาทหนึ่งก็ได้ และเราอาจจะได้พบเจอกับบทบาททั้งคู่ของใครคนนั้น หรือเราอาจจะเป็นใครคนนั้นสำหรับบางคนอยู่ก็ได้หนังสือเล่มนี้แสดงภาพความเป็นมนุษย์ได้ดีมากเลยมันหลายหลาย มันมีเรื่องไม่สวยงามที่สวยงาม ____หนังสือดี ได้อ่านแล้วชอบถึงเรื่องหลัง ๆ จะจบได้น่าเสียดายไปเสียหน่อย
Ploysay199413 reviews2 followersFollowFollowMarch 17, 2018ถ้าอ่านแค่ 1-3 เรื่องแรกจะรู้สึกว่าใช้ได้ดูมีเอกลักษณ์แม้ซ้ำทางพวกรุ่นเก่าทางใต้ไปหน่อย แต่พอหลังจากนั้นจะพบว่าซ้ำซากมาก ผู้เขียนองค์ความรู้ไม่ค่อยกว้าง เข้ารอบสุดท้ายซีไรต์ได้ถือว่าแปลกทีเดียว คิดถึงข่าวที่เคยได้ยินว่ากรรมการปี 60 เลือกไม่ค่อยดี
Surachai Boonyasiri98 reviews2 followersFollowFollowJanuary 30, 2024งานชิ้นนี้ทำให้รู้สึกอยากอ่านงาน memoir ของผู้เขียน (หรือคืออยากให้เขาเขียนใน genre นั้น) เพราะประเด็นผู้หญิง ครอบครัว ศาสนา ผูกกันหลายทบหลายขดนี้เป็นเรื่องพ้นข่ายความรับรู้ของคนนอกพื้นที่ พอเป็นเรื่องสั้นแล้วก็มีความเป็น fiction ที่มากอยู่ เราก็ไม่รู้จะ treat สิ่งที่อ่านเจอเหล่านี้ยังไง คือเรา form opinion ได้แต่ก็ไม่อยากจะ form bias คงต้องไปเอดูเคตตัวเอง 555555ภาษาในเรื่องง่ายอ่านสะดวก ส่วนเนื้อหาผู้อ่านอาจจะต้องมีความเข้าใจประเด็นพิพาทในเขตพื้นที่อยู่สักหน่อย จะอ่านสะดวกขึ้น รวมถึงภาษามลายู (ไม่แน่ใจว่ามีภาษาอื่นอีกไหม) หรือข้อคำศาสนาบางส่วนที่ปรากฏในเล่มอยากให้ทำเชิงอรรถไว้
ปฐมพงศ์20 reviews10 followersFollowFollowFebruary 21, 2015รวมเรื่องสั้นเหล่านี้ใช้เวลาอ่านไม่มาก การดำเนินเรื่องก็เป็นไปในแนวสัจนิยมที่คุ้นเคย เรียบๆ ง่ายๆ อ่านคล่องยิ่งนัก และด้วยความเป็นสัจนิยมจึงนำเสนอความคิดของผู้เขียนสู่ผู้อ่านได้แจ่มชัดตรงไปตรงมาเข้าใจได้ทันที เขียนได้ครบตามสูตรของแนวนี้ แต่ประเด็นที่เสรอนั้นไม่ได้มีอะไรใหม่ หรือทำให้ 'ซึ้งซ่าน'-เปลี่ยนมุมมองต่อโลกรอบตัว-อะไรทำนองนั้น แต่ก็สะเทือนใจตามแบบฉบับของสัจนิยมจนแทบร้องไห้ ส่วนตัวชอบเรื่อง 'พี่ชาย' กับ 'ความตายในเดือนรอมฎอน' มาก เรื่องแรกส่วนตัวล้วนๆ เรื่องที่สองนั้นแสดงความป่าเถื่อนของรัฐไทยในคุกได้อย่างดี และเป็นความป่าเถื่อนในโลกก่อนสมัยใหม่ คือโลกที่สิทธิเสรีภาพของผู้ถูกคุมขังไม่มี ไม่มีแม้แต่สิทธิที่จะปฏิบัติตนตามคำสอนของพระผู้เป็นเจ้าที่เขาเชื่อThis entire review has been hidden because of spoilers.