Jump to ratings and reviews
Rate this book

อาคม #2

ระบำเวท

Rate this book
ภาคต่อของอาคม

ปีเศษหลังจากเอื้อกานต์ ทีเกื้อ สองพี่น้องฝาแฝดผู้มีสัมผัสพิเศษ คลี่คลายคดีฆาตกรรมต่อเนื่องบุคคลสำคัญสำเร็จ 'คิม' ฆาตกรอาคมยอมวางมือ เร้นกายไม่ให้ใครรับรู้ เอื้อกานต์กลับพบคนไข้ที่มาด้วยอาการแปลกประหลาด ร่างกายผู้ป่วยมีพลังงานลึกลับคอยควบคุมโรคร้าย ทำให้มันดื้อด้านต่อการรักษา วัคซีนหรือยาชนิดใดล้วนไม่มีผลกับมัน ที่แย่กว่านั้น ในช่วงวันเวลาใกล้เคียง ก็มีผู้ป่วยอาการเช่นนี้ตามมาอีก จนดูคล้ายจะเป็นโรคระบาดที่เกิดจากไวรัสพิศดารไม่มีอยู่ในสารบบใดๆ... ใครเล่าอยู่เบื้องหลังการแพร่ระบาดของมัน

496 pages, Paperback

First published October 1, 2014

2 people are currently reading
89 people want to read

About the author

ชลนิล

24 books38 followers
Associated Names:
* ชลนิล
* ฉิกกง

ที่มา....ของนามปากกา "ชลนิล"

ที่มาของชื่อ "ชลนิล" จริง ๆฟังแล้วดูปัญญาอ่อนมากนะ ตอนม.2 ผมเขียนนิยายเรื่องแรกชื่อ "ใต้เงามันดาเร"
(เห็นมั้ย ชอบเขียนแนวลึกลับตั้งแต่เด็ก) เรื่องนั้นพระเอกชื่อ ภุชงค์ นางเอกชื่อ อินทนิล (ดอกตะแบก - อินทนิล สีม่วง เป็นดอกไม้ที่ผมชอบมากตอนเด็ก)

พอเขียนจบก็นึกเล่น ๆ ว่าถ้าเขียนภาคสอง ลูกของ ภุชงค์ กับ อินทนิล จะมีชื่อว่าอะไร
ตอนนั้นก็คิดชื่อ ชลนิล - อินทชล ออกมาได้ (เปลี่ยนคำว่าชงค์ เป็น ชล)
พอคิดสองชื่อนี้ได้ก็เกิดอาการชอบมาก อย่าใช้เป็นชื่อตัวละครเลย
เอามาเป็นนามปากกาของเราดีกว่า ! (ตอนเขียน ใต้เงามันดาเร ใช้นามปากกา ตรี อินทนิล)

นามปากกาหลังจากนั้นจึงเป็น "ชลนิล อินทชล" (ลิเกมั้ย)
ใช้เขียนเรื่องสั้นส่งตามนิตยสารต่าง ๆ ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม
โชคดีอย่างยิ่ง ที่ไม่มีนิตยสารเล่มไหนรับเรื่องสั้นผมไปพิมพ์
(เด็กอายุ 14-15 เขียนเรื่องสั้นแบบไหน ใครๆก็น่าเดาออกว่า มันคงไม่ได้เรื่อง)

ตอนม.ปลาย ผมบ้าการ์ตูนญี่ปุ่น ช่วงปิดเทอมเคยไปช่วยทำงานที่สำนักพิมพ์การ์ตูนแห่งหนึ่ง รู้จักพวกบรรณาธิการ ทีมงานการ์ตูนหลายคน เขาถามผมว่าชื่อ "ชลนิล" แปลว่าอะไร? ตอนนั้นผมก็พยายามเล่าที่มา ที่ไป พร้อมคิดคำแปลอย่างสวยงาม
(ตามประสาเด็กนั่นแหละ)

เขาฟังแล้วบอกคำเดียวเลยว่า... "ชลนิล" = "น้ำเน่า" ชล=น้ำ / นิล = สีดำ
น้ำสีดำ มันก็คือน้ำเน่านั่นแหละ ผมได้ยินอย่างนั้นแล้วชอบทันที...เออ...แปลว่า น้ำเน่าก็เข้าท่าดี ไหน ๆ เราก็ชอบเขียนนิยายอยู่แล้ว สมัยนั้น พอเพื่อน ๆ รู้ว่าเราเขียนนิยาย ก็ชอบถามเหมือนกัน "เขียนนิยายน้ำเน่าเหรอ?" เราตั้งนามปากกาแปลว่า น้ำเน่า ไปเลยดีกว่า แทนคำตอบพวกมันไปเลย แถมยังเท่ดี ไม่เหมือนใครด้วย

ทั้งหมดนี้เป็นความคิดสมัยผมเรียนอยู่มัธยม อายุแค่ 15-16 เองมั้ง

พอเรียนจบ มาทำงานอยู่ที่อุดรฯ
มีอยู่วันหนึ่ง เข้าเวร นึกครึ้มอกครึ้มใจ อยากเขียนเรื่องสั้นเล่น ๆ
อาศัยความรู้ที่ได้อ่านจากหนังสือเกี่ยวกับการเขียนเรื่องสั้น
ในห้องสมุดของวิทยาลัยครูอุดร มาเป็นแนวทาง
ลองเขียนตามที่หนังสือเขาสอน-แนะนำ

ผลก็คือ...ได้เรื่องสั้นมาเรื่องหนึ่ง เรื่องสั้นเรื่องนั้นชื่อ "เด็กชาย กองทราย และชิงช้า"
เขียนจบ ผมฝากเพื่อนให้เอาเรื่องสั้นนี้ไปให้อาจารย์ภาษาไทย(ในวิทยาลัยครู)
ช่วยวิจารณ์ - แนะนำ พออาจารย์ท่านนั้นอ่านจบ ก็ฝากเพื่อนผมมาบอกว่า...
"ให้เขาส่งเรื่องนี้ไปที่ นิตยสาร สตรีสาร"

นิตยสาร "สตรีสาร" สมัยนั้น ถือเป็นสนามนักเขียนที่มีมาตรฐานสูง
จนผมไม่เคยกล้าส่งงานตัวเองไปให้เขาพิจารณาเลย
พออาจารย์ภาษาไทยท่านนั้นแนะนำอย่างนี้
ผมเลยทำใจกล้า ส่งเรื่องสั้นไปที่ สตรีสาร โดยใช้นามปากกาว่า "ชลนิล" เฉย ๆ
ตัดคำว่า "อินทชล" ออก เพราะรู้สึกว่ามันเยิ่นเย้อ ลิเกพิกล
(ตอนนั้นโตพอจะรู้แล้วว่า ความคิดสมัยเด็กของตัวเองมันเพี้ยนๆ)

ผลคือได้ลงในนิตยสารสตรีสาร ภายในเวลาเดือนสองเดือน
ความดีใจครั้งนั้น ยิ่งกว่าคนเอ็นทร้านซ์ติดเสียอีก
เพราะนี่เป็นนิตยสารมาตรฐานฉบับแรก ที่ผมได้ลงเรื่องสั้น
แถมเป็นนิตยสารมีชื่อ ที่นักเขียนดัง ๆ หลายคนแจ้งเกิดที่นี่
ไม่ว่าจะเป็น "โบตั๋น" "ประภัสสร เสวิกุล" ฯลฯ

หลังจากนั้นผมก็มีไฟ เขียนเรื่องสั้นส่งสตรีสารอีกหลายเรื่อง
โดยใช้นามปากกาว่า "ชลนิล" มาตลอด
แต่ก็ไม่มีเรื่องสั้นได้ลงอีกนาน จนผมนำเรื่องสั้นที่เขียนส่ง "สตรีสาร" (แล้วไม่ได้ลง)
มารวมทั้งเรื่องสั้น "เด็กชาย กองทราย และชิงช้า"
แล้วส่งไปให้สำนักพิมพ์สนุกอ่านพิจารณา
...โดยไม่คิดว่า...
นี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของรวมเรื่องสั้นเล่มแรกในชีวิต "ละครภูต"
และเป็นการใช้นามปากกา "ชลนิล" บนแผงหนังสือครั้งแรกเช่นกัน

ชลนิล
20 ธ.ค. 56


ผลงาน

1. ต่างเวลา (สำนักพิมพ์สนุกอ่าน)
2. ม่านมนตรา (สำนักพิมพ์สนุกอ่าน)
3. พรุ่งนี้ดาวยังพราวแสง (สำนักพิมพ์สนุกอ่าน)
4. รอยสาป (สำนักพิมพ์สนุกอ่าน)
5. กรงอำพราง (สำนักพิมพ์สนุกอ่าน)
6. เพลิงนาคา (พิมพ์ครั้งที่ 4 สำนักพิมพ์วันดี)
7. เรือนเวลา (สำนักพิมพ์นวนิยายบางกอก)
8. กรงไฟ (สำนักพิมพ์นวนิยายบางกอก)
9. เถ้าน้ำค้าง (สำนักพิมพ์วันดี)
10. อาคม (สำนักพิมพ์คำต่อคำ)

รวมเรื่องสั้น
1. ละครภูต (สำนักพิมพ์สนุกอ่่าน)
2. ผู้ถูกล่า (สำนักพิมพ์สนุกอ่าน) (พิมพ์ครั้งที่1 ใช้ชื่อว่า "ในเงาสนธยา")
3. ลางมายา (สำนักพิมพ์นวนิยายบางกอก) (รวมจากสองเล่มเล็ก"ลางสังหารกับสีสันสยอง")

ผลงานเขียนอื่นๆ
1. ลมหายใจของสายลม (สนพ.สนานคิด) ประเภทบทกวี
2. ที่สุดปลายกระบี่ (สนพ.สนานคิด) รวบรวมถ้อยคำปรัชญาอันแหลมคมจากนวนิยายหลายเล่มของโก้วเล้ง
3. นิทานโทสะ (สนพ.วันดี) รวมบทความที่เขี

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
11 (26%)
4 stars
26 (61%)
3 stars
3 (7%)
2 stars
2 (4%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 9 of 9 reviews
Profile Image for RMN.
219 reviews17 followers
February 2, 2015
เป็นอีกหนึ่งผลงานที่มีพล็อตเรื่องที่โดดเด่นไม่ซ้ำใครมาก ๆ ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวของชลนิลเองที่มักจะใส่เรื่องราวเกี่ยวกับธรรมะสอดแทรกเข้ามาในผลงานของตัวเองอย่างแยบยลอยู่เสมอ ทำให้เรื่องนี้ที่เป็นภาคต่อจากเรื่องอาคมจบลงอย่างสมบูรณ์ ปมที่ผู้เขียนใส่เข้ามาในเรื่องช่างเป็นอะไรที่น่าทึ่งจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปรัชญาที่แทรกอยู่ในบทเพลง Scarborough Fair ของ Simon & Garfunkel ได้ถูกนำมาเป็นปริศนาที่ต้องให้ตัวเอกของเรื่องได้ตีความและไขปริศนา ตอนที่อ่านคำตอบของปริศนานี้ก็เป็นอะไรที่ทำให้เราทึ่งมากจริงๆ แบบว่าคิดได้ไงเนี่ย! นอกจากนี้แล้วยังมีเพลง The Sound of Silence จากวงเดียวกันที่ใส่เข้ามาเพื่อสื่อถึงอดีตและตัวตนของตัวละครอื่นที่มีความโดดเด่นไม่แพ้ตัวเอกอีกด้วย ตอนที่อ่านมาถึงช่วงนี้เป็นอะไรที่ทำให้เราตื่นเต้นกับความสดใหม่ของเรื่องราวมากๆ เลยค่ะ แต่น่าเสียดายที่ช่วงกลาง ๆ เรื่องที่มีการเล่าย้อนถึงที่มาของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด กลับทำให้เราเริ่มรู้สึกเนือย ๆ เล็กน้อย เพราะคิดว่าเรื่องมันเหมือนจะออกทะเลไปนิด ๆ ซะแล้ว

ด้วยความที่เหมือนว่าผู้แต่งมีการตีกรอบให้กับเรื่องราวในตอนสุดท้ายของเรื่องนี้ไว้แล้ว ทำให้เราแอบผิดหวังเล็กน้อยกับแพทเทิร์นในตอนจบที่ออกมา Happy Ending ตามแบบฉบับนิยายรักทั่วไป ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเคยชินกับความไม่หวานจากเรื่องก่อน ๆ ของชลนิลเลยรู้สึกว่าจบได้แบบละค้อนละคร ฮ่า ๆ ถ้าเทียบกับอาคมแล้ว เราคิดว่าเรื่องนี้สเกลใหญ่กว่ามาก มีตัวแปรเยอะ ทำให้การควบคุมตัวแปรต่าง ๆ ในเรื่องนี้ยังทำได้ไม่ดีเท่ากับเรื่องอาคม อาจเป็นเพราะต้องตอบโจทย์ผู้อ่านที่กังขาในเรื่องราวจากเรื่องก่อน พอมาเรื่องนี้เลยเขียนให้แทบจะใส่เหตุผลให้กับทุกประเด็นของทุกตัวละครที่เคยทิ้งปมไว้ในอาคม ด้วยความที่เรื่องราวค่อนข้างเยอะเลยทำให้เหตุผลในบางเรื่องดูอ่อนเกินไป ทำให้พออ่านจบแล้วเหมือนอารมณ์ไม่สุดสักทาง บางประเด็นก็กระชับมากเกินไปนิด บางประเด็นก็ดูจงใจใส่เข้ามามากเกินไปหน่อย บางประเด็นก็ยืดเยื้อโดยใช่เหตุ เลยทำให้เราแอบเสียดายตรงจุดนี้ค่ะ

แต่โดยรวมแล้ว ระบำเวท สามารถตอบโจทย์เรื่องราวภาคต่ออาคมได้ดีค่ะ การวางพล้อต การดำเนินเรื่อง และแง่คิดต่าง ๆ ผู้แต่งผูกโยงได้อย่างน่าทึ่งมาก แต่ถ้าถามว่าตัวเราเองว่าชอบมั้ย คิดว่าเราประทับใจเรื่องอาคมมากกว่าค่ะ

ให้คะแนนความชอบที่ 4/5
Profile Image for Monaliz Juang.
640 reviews
October 17, 2014
เป็นเรื่องที่รอมานานมากกกกก เพราะชอบตัวละครที่ชื่อทรงกลด
และเอื้อกานต์มาตั้งแต่เรื่องอาคม ซึ้งเปิดตัวทิ้งท้ายพระเอกของเรื่องนี้
ไว้อย่างน่าสนใจ นั้นก็คือหมอหมาก

อาจจะเป็นเพราะคาดหวังมาก เมื่ออ่านเล่มนี้จบแล้วคงต้องบอกว่า
หมอหมากพอมาอยู่คู่กับทรงกลดแล้ว บอกได้คำเดียวว่าดับ
อ่านไปเศร้าไป อาจจะเพราะมีความสงสารในตัวทรงกลดอยู่มาก
เกือบร้องไห้หลายครั้งให้กับความรักของเอื้อกานต์ที่เข้าใจคนรักและ
ความรักที่มุ่งหวังแต่เห็นคนที่รักมีความสุขอย่างทรงกลด

เรื่องราวในเล่มนี่ค่อนข้างออกไปในแนวเหนือธรรมชาติเลยทีเดียว
มีแม่มด มีการปล่อยพลัง ออกไปในแนวทางแฟนตาซี เรื่องนี้คิดว่า
ไม่ได้มีตัวร้าย มีแต่คนที่เต็มไปด้วยความน่าสงสารที่ก่อความผิดด้วย
ความแค้น ความรันทดในจิตใจ

เพราะความที่มีเรื่องราวเหนือธรรมชาติเยอะจึงทำให้เรื่องนี้ขาดความสมจริง
สู้อาคมไม่ได้ แต่ยังคงความสนุกน่าลุ้นอยู่ในตัวเรื่อง ความกระชับดำเนินเรื่อง
จึงได้ไม่เท่าอาคมเพราะเนื้อหาที่มากกว่า

อีกสิ่งหนึ่งที่คาดหวังคือตัวหมอหมาก ถึงแม้จะมีอะไรที่พิเศษ แต่ไม่ได้ทำให้เขา
ดูมีบุคลิกโดดเด่นเท่า ทีเกื้อ หรือ ทรงกลดแม้แต่น้อย รวมไปถึงความสัมพันธ์
ของหมอหมากกับเอื้อกานต์ดูเร่งเร็ว จนไม่รู้ว่ารักผูกพันกันถึงขั้น...ได้อย่างไร

สรุปโดยรวมแล้วยังคงให้อาคมเป็นที่หนึ่ง และให้ทรงกลดเป็นตัวละคร
ที่รักตั้งแต่อาคมจนถึงเล่มนี้

Profile Image for Ning.
2,489 reviews201 followers
March 2, 2015
อ่านได้เพลิดเพลินดีแม้ว่ากลางๆจนถึงท้ายเรื่อง
จะออกทะเลไปบ้าง มีแม่มดเจ้าหญิงเจ้าชาย
ตอนจบดูเร่งๆ มึนๆอึนๆ ไปนิด
อ่านแล้วรู้สึกไม่สุด
แต่ยังชอบการดำเนินเรื่อง รวมถึงแง่คิดต่างๆ ที่แทรกเข้ามา
แต่ชอบอาคมมากกว่าเยอะค่ะ
Profile Image for Patt.
27 reviews2 followers
November 3, 2014

ภาคต่อที่เป็นคนละอารมณ์กับอาคม :)

อาคม คืออิงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจริง ในหนังสือพิมพ์ก็มีข่าวคอรัปชั่นบ่อย ๆ
เพราะงั้นเลยอินง่าย เข้าถึง มีอารมณ์ร่วมง่ายกว่าระบำเวท

ระบำเวท ตัวเอกเป็นคุณหมอ ที่มีพลังรักษาแบบพิเศษ มาเจอไวรัสอาคมที่เป็นอะไรที่เรามองไม่เห็น ลัทธิล่าแม่มด ประเทศมูเจน คือทุกสิ่งไกลตัวหมด
อาศัยจินตนาการล้วน ๆ แต่พอทุกอย่างมารวมกัน มันลงตัว ชอบ

ส่วนตัวเมามันส์กับฉากต่อสู้อันอลังการมลังเมลืองที่เมืองมูเจนมาก
คิดถึงภาพมารบูรพาอึ้งเอี๊ยะซือ ปะทะ พิษประจิมอ้าวเฮี้ยงฮง อ่านแล้วอินเห็นภาพ

ชอบความผูกพันของฮันเตอร์คิม กับทรงกลด ประทับใจจนแอบปาดน้ำตา 55

ชอบความน่ารักของหมอหมากกับพลู
ชอบความธรรมดาของหมอหมาก คือ พระเอกมันต้องเด่น เก่ง มีพลังพิเศษ
แต่หมอหมากไม่ใช่ หมอหมากมีใจอย่างเดียว มีหัวใจที่ดีงาม ตั้งมั่น เสียสละ
พร้อมที่จะเข้าใจ ยินดี คือ ยอมทำทุุกอย่างให้คนที่รักมีความสุข
แอบปาดน้ำตาเคืองหมอเอื้อไปที น้อยใจแทนหมอหมาก 55
คือ อ่านแล้วแพ้หัวใจหมอหมาก
ประมาณว่างานนี้ถ้าชลนิลยกหมอเอื้อให้พี่กลดเราจะโกรธ55
ติ่งหมอหมาก ยอมรับ 55

ถ้าพูดถึงเรื่องความรักที่มีต่อหมอเอื้อ พี่กลดไม่ได้แพ้ใครเลย
พี่กลดกับหมอหมากรักหมอเอื้อมาก โคตรสามเส้าอ่ะ

ยังเป็นงานชลนิลที่น่าอ่านเหมือนเดิมค่ะ ไม่ผิดหวัง

ป.ล.ตอนแรกกะให้ 4 ดาว แต่เติมให้เต็ม 5 ดาว เพราะหมอหมากเลยนะ ติ่งสุด ๆ 55
This entire review has been hidden because of spoilers.
Profile Image for Tharachaya.
114 reviews10 followers
November 7, 2014
อ่าน"อาคม"แล้วอารมณ์ค้าง ต้องมาต่อด้วย "ระบำเวท" ซึ่งมีการเพิ่มตัวละครเอกขึ���นมาใหม่ พร้อมเรื่องลึกลับในแนว "กำจัดคนชั่วให้หมดโลก" ที่เป็นเสมือนปริศนาธรรมต่อเนื่องจาก "อาคม" โดยใน"อาคม" เน้นจบด้วย "กรรมวิบาก" ใน"ระบำเวท" จบดีกว่าตรงประเด็นเรื่องคนที่จะกำจัดคนชั่วกลายเป็นคนชั่วเองได้ง่ายๆ ถ้าไม่รู้จักการคุมสติและอำนาจของตัวเอง...ปมของเรื่องสนุก แต่มันไม่พีคเหมือน "อาคม" ซึ่งอาจเป็นเพราะคนอ่านพอจะจับแนวเรื่องได้แล้ว เลยลดความตื่นเต้นลง แต่ที่ดีกว่า"อาคม" คือประเด็น "ความรัก" อ่านจบ รัก'หมอหมาก' ขึ้นมาทันควัน มีบทรักที่ไม่มากไม่น้อยเกินไป กำลังกลมกล่อมพอดีๆ กับนิยายแนวนี้...สรุปใครอ่าน "อาคม" มันต้องจบด้วย "ระบำเวท" แต่ถ้าใครหยิบ "ระบำเวท" ขึ้นมาก่อน กรุณาวางลง และไปหา "อาคม" มาอ่านก่อนค่ะ ไม่งั้นไม่รู้เรื่องแน่ๆ ;-)
Profile Image for Miki.
347 reviews
December 9, 2014
อ่านไปเหมือนนั่งดูผนังที่กำลังมีซอมบี้​ แถมมีเจ้าชายศึกชิลบัลลังก์​ เน้นเรื่องรักๆ​คนละ​อารมณ์กับเล่มที่แล้วเลย
Profile Image for Kamons.
1,329 reviews70 followers
February 21, 2018
2 ดาวครึ่ง

ในนี้คือ It was Ok. คือก็อ่านได้นะจ้ะ แต่ไม่ได้ชอบ

เราว่าปมมันเยอะไป ทั้งรักสามเส้าเราสามคนระหว่างเอื้อกานต์ ทรงกลด และหมอคนใหม่
แล้วยังมีปมตัวละครร้ายตัวใหม่กับอดีตอาจารย์ของทรงกลดอย่าง ฮันเตอร์ คิม อีก ยังไม่พอ-ยังมีเรื่องของภูมิหลังตัวละครของทั้งคู่อีก ซึ่งทั้งหมดดำเนินไปด้วยเส้นเรื่องของไวรัสอาคมที่ร้ายแรงส่งผลต่อคนจำนวนมากอีก
คือยิ่งอ่านปมต่างๆ ยิ่งออกมาเรื่อยๆ จนเราแบบจะเอาอะไรใส่มามากมายขนาดนี้ ยิ่งไปกว่านั้นคือสเกลเรื่องใหญ่มาก เป็นปัญหาระดับประเทศ ไม่ใช่แค่กลุ่มคนวงในเหมือนในเล่มอาคม ยิ่งอ่านเราก็ยิ่งไม่อยากเชื่อ เลยไม่อิน

แล้วเรื่องนี้เหมือนอ่านนิยายแฟนตาซีที่ยิงเวทย์ใส่กันแบบร่ายเวทย์ ยิงอาคมกันหน้าต่อหน้า แต่นิยายแฟนตาซีจริงๆ ยังคิดว่าเวลาอ่านเราจะอินกว่าอีก

อีกปัญหาใหญ่สำหรับเราคือสำนวนภาษาที่เป็นเอกลักษณ์ของผู้แต่งยังคงสร้างปัญหาให้กับเรา คืออ่านแล้วเหนื่อย ยิ่งมาเจอสารพัดปม บอกเลยว่าท้อ---- กับการอ่านมาก อ่านจบเล่มนี่แบบดีใจมาก จบได้เสียที
Profile Image for Lily 百合花.
1,475 reviews107 followers
October 30, 2015
หลังจากสนุกสนานกับการอ่าน “อาคม” มาแล้ว ย่อมพลาดไม่ได้กับ “ระบำเวท” ภาคต่อจาก “อาคม” สนุกมาก แล้วก็ยังเป็น “ทรงกลด FC” ตามเดิม ไม่สามารถเลือกได้ว่าจะรักทรงกลดหรือหมอหมากมากกว่ากัน 555+ แบบว่าหมอหมากน่ารักมากเลยนะ อ่านไปก็ฟินไป แต่ใจก็ทุ่มเทให้กับทรงกลดไปแล้ว อ่านไปเลยแอบสงสาร อยากไปปลอบขวัญทรงกลด ทำไงดีๆๆๆ

ชอบหมอเอื้อกานต์ตอนอยู่ในเรื่อง “อาคม” มากกว่า บอกไม่ถูกว่าทำไม เล่มนี้น่าเสียดายที่เอ่ยถึงทีเกื้อน้อยมาก แล้วก็ไม่มีเอ่ยถึงพ่อของสองแฝดนี้เลย รวมถึงพี่ชายด้วย รู้ว่าไม่มีบทบาทแล้ว แต่ก็อยากให้เอ่ยถึงสักเล็กน้อยก็ยังดี 555+ ส่วนหนูดี สัตตบงกชก็บทน้อยเช่นกัน

ที่ทำให้เงิบได้ก็คือคนที่เป็นอาจารย์ของอาจารย์ และความสัมพันธ์ของอาจารย์ของอาจารย์ที่แท้จริง อ่านแล้วก็รู้สึกทึ่งในตัวคนเขียนมากๆ เลยค่ะ สามารถหาประเด็นมาเชื่อมความสัมพันธ์ ที่เราอ่านแล้วรู้สึกลื่นไหล สนุกและลุ้นมาก รู้สึกอินไปกับเรื่องราว

ชอบทั้งหมอหมากและพลู ชอบชื่อที่ตั้งอ่ะ หมากกับพลู อ่านครั้งแรกหัวเราะออกมาเลย หนูผักกาดบทน้อยกว่าที่เห็น น่ารักดี เลยอยากให้มีบทมากกว่านี้อ่ะ ทรงกลดน่ารักมากมาย รักและสงสารมากๆ เลยอ่ะ อ่านไปก็ปวดใจกับทรงกลด แต่ถ้าข้าพเจ้าเป็นเอื้อกานต์ ก็เลือกไม่ได้หรอกว่า จะเลือกทรงกลดหรือหมอหมาก เพราะน่ารักทั้งคู่เลย รักจริงๆ รักแบบเลือกไม่ได้ ฮ่าๆๆ (มิน่าเราไม่มีให้เลือก)

อ่านจบแล้วอยากให้มีภาคต่อจากนี้อีก อยากให้เป็นเรื่องของทรงกลดจังเลย เดี๋ยวลี่จะยินดีสมัครเป็นแฟนตัวจริงเองนะ ฮ่าๆๆ

ชอบที่สามารถเอาบทเพลงเพลงหนึ่งอย่างเพลง “Scarborough Fair” หรือ “ชื่นรัก” ในภาษาไทย มาสื่อความหมายของโจทย์ที่ตัวละครหลักอย่างเอื้อกานต์ ทรงกลด ต้องมาตีความกับเนื้อเพลง เพื่อหาคำตอบ อ่านแล้วทึ่งในคนเขียนจริงๆ ค่ะ

ส่วนประเด็นของอาจารย์และศัตรูของอาจารย์ เป็นอะไรที่อ่านแล้วทึ่งเหมือนกัน กับบทสรุป และแอบตกใจจริงๆ กับตัวตนที่แท้จริงของศัตรู ใครจะคิดว่าเป็นคนนั้นได้ล่ะ เข็มขัดสั้นมากกับประเด็นนี้ 555+

การรีวิวเรื่องนี้ ยากเหลือเกินที่จะไม่หลุดสปอยล์ออกมา (จริงๆ ก็เหมือนจะยากทุกเรื่องเลย 555+) แต่เรื่องนี้ยากเป็นพิเศษ ขออภัยด้วยนะคะ

[สปอยล์ แบบอดใจไม่อยู่ ขอเขียนไว้ในวันถัดไป Wed 25 Feb 2015]
Profile Image for Or_O.
438 reviews106 followers
June 20, 2015
สี่ดาวเพราะพลู ฮ่าๆ ลำเอียงอย่าบอกใคร
Displaying 1 - 9 of 9 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.