Jump to ratings and reviews
Rate this book

คุณหญิงนอกทำเนียบ

Rate this book
ในชีวิตของคนเรา มักมีอย่างน้อยสองสิ่งที่ครุ่นคิดอยู่เสมอ คือความรักและความชัง ความสมหวังในความรัก ย่อมทำให้ผู้ได้รับมีความพอใจ ความริษยาชิงชังย่อมทำให้ผู้ติดอยู่ในมัน ปราศจากซึ่งความสุข ศจี เกิดและเติบโตด้วยพื้นเพต่ำต้อย นังจุก ที่ชาวบ้านแถบนั้นเรียกกันติดปากคือแม่ผู้ให้กำเนิดศจี เธอรักแม่สุดหัวใจ แม่รักเธอยิ่งกว่าชีวิตตัวเอง หากแม่ก็เป็นตัวอย่างของคนที่หมดหวังในชีวิต คนที่ปราศจากที่พึ่งในหมู่คนด้วยกัน จึงเฝ้าแต่หวังว่า จะมีอิทธิปาฏิหาริย์ใดๆ มาช่วยให้ตนมีสภาพดีขึ้น

หากศจี...มองทุกสิ่งรอบตัวด้วยความทะเยอทะยานอยากอันรุนแรง ทว่าเงียบเชียบ เธอรู้ดีว่า ถ้าจะหวัง มือ อื่น ไม่ว่ามนุษย์หรือเทวดา ความหวังของศจีจะไม่มีวันสัมฤทธิผลเป็นอันขาด เช่นนี้...เมื่อศจีอยากได้อะไรก็ต้องใช้ทั้งมือและสมองตนเอง เธอจึงทะยาน (อยาก) ขึ้นอย่างรุนแรง ไม่มีแม้รัก ไม่มีแม้ชัง มีแต่แรงปรารถนาให้ถึงจุดมุ่งหมาย มีแต่การลุกขึ้นต่อสู้ด้วยความทะนงตนแต่ประการเดียวเท่านั้น สุพรรณ-แกมแก้ว-ชีวิน-รัชนีฉาย-คุณหญิงอรุณวตี-คุณปราจิต ทุกคนล้วนอยู่บนเส้นทางของเธอ ทั้งแข่งขันแก่งแย่ง ทั้งชิงดีชิงเด่น ทั้งคือบทเรียนตัวอย่าง ทั้งคือบันได สะพาน และโอกาส โอกาสที่เธอไขว่คว้าไว้โดยมิได้คำนึงถึงสิ่งอื่นใดนอกจาก...คราวนี้แหละ ทีของเราบ้างละ แล้วศจีก็ได้รับการเรียกขานว่า คุณหญิงสุภศจี ทุกอย่างเป็นไปตามแรงปรารถนา แม้แต่ทะเบียนสมรถ ที่เธอไม่ต้องการ ก็ยังต้องเป็นไปเช่นนั้น ศจีเป็น คุณหญิงนอกทำเนียบเต็มตัว และเธอก็เริ่มเข้าใจถ่องแท้ถึงคำพูดของคุณหญิงอรุณวตี คุณหญิงผู้ฟูมฟักเธอ คุณหญิงผู้สอนให้เธอเป็น คุณหญิง ทุกกระเบียดนิ้ว ที่ว่า เกียรติยศเป็นของร้อนเธอเหนื่อยอ่อนต่อความรับผิดชอบต่อเกียรติยศ ทั้งของตนเองที่ต้องสร้างสมบารมีให้มากขึ้น และของผู้อื่น หากก็ยังพยายาม พยายามบนความสับสน

จริงแล้ว ชีวิตของเธอต้องการอะไรกันแน่? แน่นอน ศจีได้มาเกือบครบแล้ว ยกเว้นสิ่งเดียวคือความนบนอบจากใจจริง! และสิ่งนั้น ศจีจะหาคำตอบจากผู้ใด มีหรือ...ที่คนคนหนึ่งจะดำรงตนอยู่ และทะเยอทะยานได้โดยปราศจากความรัก!

856 pages

18 people want to read

About the author

ทมยันตี

110 books140 followers
ทมยันตี เป็นนามปากกาของ คุณหญิงวิมล เจียมเจริญ เกิดที่กรุงเทพมหานคร บิดาเป็นทหารเรือ ส่วนเชื้อสายทางมารดาเคยเป็นชาววัง วิมลศึกษาชั้นประถมปีที่ 1 ถึงมัธยมปีที่ 8 ที่โรงเรียนเขมะสิริอนุสสรณ์ จากนั้นเข้าศึกษาต่อคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่ภายหลังเปลี่ยนมาเรียนคณะพณิชยศาสตร์และการบัญชี จนจบอนุปริญญา วิมลสมรสครั้งแรกกับ นายสมัคร กล่ำเสถียร และได้หย่าขาดจากกัน ต่อมาสมรสกับ ร.ต.ท.ศรีวิทย์ เจียมเจริญ (ยศขณะนั้น) มีบุตรด้วยกัน 3 คน และต่อมาได้เลิกร้างกัน และวิมลได้ฟ้อง พ้นตำรวจเอกศรีวิทย์ เรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรเป็นคดีความยืดเยื้อกันไปถึงสามศาล

ขณะเรียนในชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไปสมัครเป็นครูสอนวิชาภาษาไทยโรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนแวนต์ เมื่อโรงเรียนรับสมัครเข้าเป็นอาจารย์ จึงลาออกจากธรรมศาสตร์ โดยระหว่างสอนหนังสือก็ได้เขียนหนังสือไปพร้อมกันด้วย

หลังจากเป็นแกนนำสำคัญของชมรมแม่บ้านโจมตีขบวนการนักศึกษาในเหตุการณ์ 6 ตุลา พ.ศ. 2519 วิมลได้เป็นสมาชิกสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน และต่อมาในปี พ.ศ. 2520 ได้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ, ปี พ.ศ. 2522 เป็นสมาชิกวุฒิสภา, และปี พ.ศ. 2527 ได้เป็นผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ

นอกจากจะมีความสามารถในการเขียนแล้ว ทมยันตียังเคยมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่นิยมอย่างสูงในฐานะนักพูด แนวการพูดของทมยันตี คือโน้มนำให้ประชาชนรักชาติ เสียสละเพื่อชาติ และมีความยึดมั่นในชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ในช่วงเหตุการณ์ 6 ตุลา พ.ศ. 2519 วิมลมีบทบาทเป็นแกนนำสำคัญของชมรมแม่บ้าน ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มของภรรยาข้าราชการ ภรรยานายพล และแม่บ้าน มีบทบาทโจมตีขบวนการนักศึกษาว่าเป็นผู้บ่อนทำลายมิตรประเทศ (สหรัฐอเมริกา) [1] ภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าว วิมลได้รับแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน

งานเขียนครั้งแรก

วิมลเริ่มเขียนเรื่องสั้นเป็นครั้งแรกเมื่ออายุ 14 ปี ขณะเรียนอยู่ชั้นม. 4 ได้ตีพิมพ์ลงในนิตยสาร ศรีสัปดาห์ และได้เขียนเรื่องสั้นต่อเนื่องอยู่ถึง 11 ปี ขณะที่เริ่มเขียนเรื่องยาวเรื่องแรกคือเรื่อง ในฝัน เมื่ออายุ 19 ปี ใช้นามปากกา โรสลาเรน ตีพิมพ์ในนิตยสารศรีสัปดาห์ วิมลเขียนเรื่องสั้นและนวนิยายจนอายุ 70 ปีจึงเลิกเขียน

นามปากกา 5 ชื่อ ได้แก่

1. โรสลาเรน
เป็นนามปากกาแรก เทียบคำในภาษาฝรั่งเศสแปลว่า "กุหลาบราชินี" ใช้เขียนเรื่องรักพาฝันหรือจินตนิยาย

2. ลักษณวดี
ใช้สำหรับเขียนนวนิยายรัก ส่วนใหญ่เป็นเนื้อหาของเหล่าเจ้าหญิงเจ้าชาย

3. กนกเรขา
ใช้สำหรับแต่งเรื่องตลกเบาสมอง แต่ที่สร้างชื่อเสียงให้มากที่สุดคือ

4. ทมยันตี
นามปากกาที่ใช้แต่งเรื่องราวที่สะท้อนชีวิตและสังคม รวมทั้งแต่งเรื่องแนวจิตวิญญาณ

5. มายาวดี
ใช้เขียนเรื่องเกี่ยวกับศาสตร์แห่งเทวะ หรือเรื่องเล่าจากตำนาน

แม้ไม่ปรากฏว่างานเขียนของทมยันตีเคยได้รับรางวัลสำคัญ แต่เป็นที่ยอมรับทั่วไปว่าทมยันตีถือเป็นนักเขียนที่ประสบความสำเร็จ มีผลงานได้รับความนิยมอย่างสูงเป็นจำนวนมาก เหตุผลที่ไม่มีผลงานของทมยันตีได้รับรางวัลทางวรรณกรรมใด ๆ นั้น เป็นเพราะทมยันตีไม่ประสงค์ให้นำผลงานของตนไปส่งประกวด และปฏิเสธการรับรางวัลทั้งปวง ทมยันตีได้เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “ฉันเคยได้รับรางวัลจากพระหัตถ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ มาแล้ว นั่นคือรางวัลสูงสุดในชีวิต จากนั้นไม่เคยอยากได้รางวัลใด ๆ อีกเลย” และในขณะนี้ ทมยันตีได้เริ่มลงมือเขียนเรื่อง 'จอมศาสดา' ซึ่งจะเป็นเรื่องสุดท้ายที่ทมยันตีจะเขียนแล้ว จากนั้นทมยันตีจะหันหน้าเข้าสู่ความสงบใต้ร่มพระศาสนา

เกียรติยศที่ได้รับ

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ วิมลได้รับเครื่องราชอิสริยาภาณ์ตริตาภรณ์มงกุฎไทย ตริตาภรณ์ช้างเผือกและ ทุติยาภรณ์มงกุฎไทย ต่อมาได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ จุตถจุลจอมเกล้า เป็น “คุณหญิง” เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2548

ผลงานรวมเล่ม

ในนามปากกา "ทมยันตี"

คู่กรรม, กษัตริยา, เถ้ากุหลาบ, กฤตยา, ใยเสน่หา, แม่ดอกสวะ, เมียน้อย, เวียงกุมกาม, ร่มฉัตร, รอยลิขิต, ยอดอนงค์, รักลวง, รักที่ต้องมนตรา, ราชาวดี, แก้วกัลยาของแผ่นดิน, แก้วกลางดง, มงกุฎหนาม, เจ้าแม่, โซ่สังคม, มณีร้าว, เทพบุตรสุดแสบ, แนวสุดท้าย, ใบไม้ที่ปลิดปลิว, แผลหัวใจ, เพลงชีวิต, วันที่รอคอย, สะพานดาว, สองชีวิต, สายรุ้ง, สำรองรัก, ศิวาลัย, สตรีหมายเลขหนึ่ง, สุริยวรรมัน, สุดหัวใจ, อย่าลืมฉัน, อันธการ, อตีตา, อธิราชา, ล่า, ไวษณวี, คำมั่นสัญญา, คู่กรรมภาคสอง, คุณหญิงนอกทำเนียบ, จิตา, จดหมายถึงลูกผู้ชาย, ชามี, ฌาน, ดาวเรือง, ดาวนภา, ตราบาป, ตะวันลา, ถนนสายหัวใจ, ทิพย์, นายกหญิง, นางเอก, บาป, ประกาศิตเงินตรา, พิเธีย, พี่เลี้ยง, พิษสวาท, ทวิภพ, คลื่นชีวิต, รายากุนิง

ในนามปากกา "โร

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
7 (41%)
4 stars
4 (23%)
3 stars
5 (29%)
2 stars
1 (5%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 2 of 2 reviews
Profile Image for Phuwong.
205 reviews
September 26, 2021
ด้วยความทะเยอทะยานที่เก็บไว้ส่วนลึกในใจจากการเติบโตมาในซ่องโสเภณีทำให้ ศจี พยายามถีบตัวเองให้พ้นไปจากโคลนตม และเธอก็เริ่มมองเห็นหนทางเมื่อ แกมแก้ว เพื่อนสนิทชักชวนให้เข้ามาเป็นเลขานุการิณีส่วนตัวของ คุณหญิงอรุณวตี ผู้เป็นแม่ซึ่งเป็นภริยานักการทูตและมีสุขภาพไม่แข็งแรง แท้จริงแล้วอรุณวตีเองก็ซ่อนความเจ็บช้ำไว้ในใจเช่นกันจากการที่ ปราจิต สามีและ รัชนีฉาย น้องสาวต่างมารดาของเธอมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันอย่างออกนอกหน้า เธอจึงหมายมั่นที่จะปั้นให้ศจีทำหน้าที่ทุกอย่างแทนเธอทั้งทางพฤตินัยและนิตินัยเมื่อเธอจากโลกนี้ไปแล้ว เพื่อเอาคืนสามีกับน้องสาว

สนุกและคมคาย ด้วยพล็อตเรื่องแบบนี้ ถ้าเป็นคนอื่นเขียนคงจะเป็นอะไรที่น้ำเน่ายุงชุมมากมาย แต่นี่คือปลายปากกาของทมยันตี เพราะฉะนั้นทุกบททุกตอนตลอดความยาวร่วม 800 หน้า สิ่งที่คุณจะได้อ่านคือคารม คมความคิด การเชือดเฉือนกันอย่างลุ่มลึกทางอารมณ์ ได้ข้อคิดสอนใจผู้หญิงและผู้ชายในเรื่องความทะเยอะทะยาน ความหลง และความต้องการเอาชนะ ฝ่ายนางเอกของเรื่อง ศจี ก็เป็น typical type ตามขนบนางเอกของทมยันตีที่เราพบกันในหลาย ๆ เรื่อง มีความเก็บกด มุ่งมั่น เชื่อมั่น ไม่ยอมแพ้ ซึ่งเมื่อถึงบทสรุปในตอนจบ ผู้เขียนก็ให้คำตอบผ่านศจีแล้วว่าผลตอบแทนที่ได้นั้นคืออะไร และความสุขที่แท้จริงของชีวิตอยู่ที่จุดใดกันแน่ อ่านจบแล้วรู้สึกว่ามันดีมากจริง ๆ ได้อะไรมากมายจากเรื่องนี้ เหมือนได้ยกระดับจิตใจไปอีกขั้น ปลงกับมนุษย์ โลก และสังคมมากขึ้น

ตอนที่อ่านก็ไม่ได้คิดว่านวนิยายเรื่องนี้จะถูกเขียนมาร่วมครึ่งศตวรรษแล้ว เพราะสำนวนภาษา ความเป็นมนุษย์ของตัวละครทุกตัว ไม่ได้ทำเรารู้สึกว่ากำลังอ่านนิยายเก่าเลย ถ้าไม่ได้ไปเปิดเจอเวอร์ชั่นภาพยนตร์ พ.ศ. 2517 สมัย สมบัติ-อรัญญา โห...เก่ามาก นี่แหละคือความสามารถของนักเขียนที่เราต้องยอมรับจริง ๆ
Profile Image for Monaliz Juang.
640 reviews
March 17, 2014
ศจี ผู้หญิงสวยที่สวยทั้งหน้าตาและสมองของเธอ แต่สิ่งทีเดียวที่ทำให้เธอมาอยู่
ในจุดที่เธอถูกเรียกว่า "คุณหญิงนอกทำเนียบ" ก็คือความทะยานอยากของเธอ
ต้องการเอาชนะ ไม่ยอมแพ้ จึงทำให้เธอถูกขนานนามเช่นนี้

อ่านแล้วคงต้องบอกว่าภาษาในเรื่องคมคายตามสไตล์ป้าอิ๊ดมากค่ะ
เฉือดเฉือนกันด้วยปัญญา ตีแผ่ความเป็นผู้ชาย และเตือนสติผู้หญิงได้อย่างแยบยล
ศจีเติบโตมาโดยเก็บกดความทะยานอยากของตัวเองไม่ให้ใครเห็น
ซ่อนทุกอย่างไว้ภายใต้ในท่าทีที่เย็นชา สุดท้ายแล้วเมื่อเธอบรรลุเป้าหมาย
มันคือสิ่งที่เธอต้องการมาตลอดอย่างนั้นหรือ?

ความรู้สึกที่ได้อ่าน คิดว่าเนื้อแท้ของศจีไม่ใช่คนเลวร้าย ถึงแม้เธอจะทะยานอยาก
แต่ไม่ได้ตั้งใจจะอยู่ในจุดที่เธอเดินไปถึง นอกจากมีแรงผลักดันให้เธออยากเอาชนะ
และหนีให้พ้นจากสภาพที่เคยเป็นมาในอดีต จริงๆแล้วนางเอกของเราน่าจะไปได้ไกลกว่านี้
หากเธอไม่เลือกเดินไปบนเส้นทางนี้

ส่วนตัวละครผู้ชายคนอื่นๆในเรื่อง คุณปราจิตชายผู้ไม่รู้จักพอ ชีวินชายผู้ตีค่าราคาคนอื่น
และสุพรรณ ชายผู้มีความทะยานอยากและความคับแค้นใจ สุดท้ายชายทั้งสามคนก็
ได้เรียนรู้บทเรียนจากการกระทำของตนทั้งสิ้น ว่าเขาล้วนได้สูญเสียของมีค่าในมือไป

อรุณวตี ผู้หล่อหลอมให้ศจีเป็นคุณหญิงทุกระเบียบนิ้ว เธอฉลาด เจ้าแผนการ
ในขณะเดียวกันก็น่าสงสารที่ร่างกายอ่อนแอ และโดนทำร้ายจิตใจจากคนที่เธอรักและไว้ใจ

รัชนีฉาย หญิงผู้ไม่เคยมองตนเองว่าผิดในกระทำของตนเอง ทำร้ายผู้คนด้วยปากของเธอ
นิสัยของเธอ

แกมแก้ว ผู้ไม่เข็ดกับความรัก และคิดว่ารักคือการให้เช่นเดียวกับแม่ของเธอ
แต่เพราะคิดแบบผิดๆ กระทำแบบตามใจตนเองสุดท้ายแล้วเธอก็จะได้รับผลการกระทำของ
ตัวเธอเอง

ตัวละครผู้หญิงทุกตัวเปรียบดังสอนใจหญฺิง ให้ระวังชายเจ้าชู้ หรือชายไม่เจ้าชู้ก็ดี
สอนทั้งพฤติกรรม ความคิด ผ่านตัวหนังสือ ผ่านคำพูดของตัวละครแต่ละตัว
ทำให้เรื่องนี้อ่านแล้วได้ข้อคิดมากๆ ชอบบทสนทนาของตัวละครค่ะ
Displaying 1 - 2 of 2 reviews