Jump to ratings and reviews
Rate this book

หากภายในเราลึกราวมหาสมุทร : กวีนิพนธ์

Rate this book
"หากภายในเราลึกราวมหาสมุทร" หนังสือกวีนิพนธ์ลำดับสองของ "ซะการีย์ยา อมตยา" ที่พยายามจะเชื่อมต่อความหมายดั้งเดิมของกวี ทั้งในฐานะ "ผู้รู้" เข้ากับ "ผู้สร้าง" เป็นการทำกวีที่ส่งผลให้ "สิ่งที่ไม่ปรากฏ" ทั้งหลาย กลายเป็น "สิ่งปรากฏ" ขึ้นมา หากขณะเดียวกันบทกวีหลายชิ้นในเล่ม กลับแสดงให้เห็นว่า ซะการีย์ยาเชื่อว่าการ "ทำกวี" จะสมบูรณ์ได้ก็เมื่อเราได้สัมผัสและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในโลกความจริง โดยเฉพาะบทกวี "หากภายในเราลึกราวมหาสมุทร" ที่เป็นชื่อของหนังสือกวีนิพนธ์ด้วยนั้น แสดงให้เห็นถึงการผูกโยงสัมพันธ์ระหว่างโลกภายนอกและภายใน

144 pages, Paperback

2 people are currently reading
31 people want to read

About the author

ซะการีย์ยา อมตยา นักเขียนไทย-นักแปลจากนราธิวาส จบการศึกษาปริญญาตรีสาขาอิสลามศาสตร์ ด้านภาษาและวรรณคดีอาหรับ จากวิทยาลัยนัดวะตุล อุลามาอ์ ประเทศอินเดีย

ซะการีย์ยา อมตยา เคยได้รับรางวัลชมเชยในงาน MBK Indy Book Awards 2004 และ 'บอกพระเจ้าด้วยหิวข้าว' เป็นหนึ่งในบทกวีที่ชนะการประกวดบทกวีความหวังในเทศกาลฤดูใบไม้ผลิแห่งบทกวี 2004 และในปี 2010 ซะการีย์ยา อมตยา ได้รับรางวัลซีไร้ท์จากงานเขียนเรื่อง "ไม่มีหญิงสาวในบทกวี"

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
6 (27%)
4 stars
7 (31%)
3 stars
3 (13%)
2 stars
0 (0%)
1 star
6 (27%)
Displaying 1 - 6 of 6 reviews
Profile Image for Wuttipol✨.
289 reviews74 followers
November 29, 2021
"บางครั้ง
การอ่านบทกวีเหมือนการมองดวงอาทิตย์
ที่ต้องการแว่นกันแดด
เพราะแสงจัดจ้ามากเกินควร

บางครั้งบทกวีเหมือนดวงจันทร์
จะเห็นได้ชัด
ก็ต่อเมื่อความมืดโรยตัว

บางครั้ง
บทกวีก็เหมือนดวงดาว
จะมองได้
ก็จากที่ห่างไกล ริบหรี่แสง

บางครั้ง
ดาวที่เราเห็นบางดวง
ร่วงหล่นไปเนิ่นนานมากแล้ว"

ถ้าใครเคยอ่านงานแปลของ Rumi มาก่อนจะเห็นอิทธิพลของกวีในงานของซะการีย์ยา อมตยา ที่มนัส ปรัชญาถาวรกุล เคยแปลเอาไว้ ตัวอย่างเช่น

“เธอมิใช่หยดหนึ่งในมหาสมุทร
ทว่าเธอคือมหาสมุทรทั้งมวล
ในหยดหนึ่ง”

หรือ

“ข้าฯได้เพียงมองหาตัวข้าฯที่แท้
ทว่าตัวตนแห่งข้านั้นได้สูญไปสิ้นแล้ว
พรมแดนแห่งชีวิตที่เป็นอยู่
ได้มลายไปท่ามกลางมหาสมุทร
เกลียวคลื่นแตกสลาย
สติฟื้นตื่นขึ้นอีกครั้ง
พระสุรเสียงแห่งพระองค์
ปลุกข้าฯหวนคืนสู่ตัวตนที่แท้
มันเป็นเช่นนี้เสมอ
ทะเลแปรผันตนเองพร้อมบรรดาฟองคลื่น
ก่อร่างสร้างตัวเป็นรูปแบบแห่งสรรพชีวิต
ครั้นทะเลส่งสำเนียงวาจาแห่งพระองค์มาให้สดับ
สรรพางค์กายแห่งฟองคลื่นเหล่านั้น
จึงได้สลายตน
กลับคืนสู่มหาสมุทรอีกครา”

ซะการีย์ยา อมตยา เองก็คงได้แรงบันดาลใจมาจาก Rumi ซึ่งมันก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะเราไม่สามารถคาดหวังให้กวีสร้างสรรค์ผลงานจากสุญญากาศขึ้นมาได้ ไม่มีกวีที่ไหนในโลกทำได้ กวีทุกคนต้องได้แรงบันดาลใจอย่างน้อยมาจากที่ใดที่หนึ่ง ซะการีย์ยา อมตยาก็เคยมีผลงานแปลจากภาษาอาหรับของซัยยิด กุฏบ์ มาก่อน แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรก (หรือครั้งสุดท้าย) ที่กวีหลายๆ คนจะได้รับ "แรงบันดาลใจ" จาก Rumi ซะการีย์ยาอาจจะได้แรงบันดาลใจจากกวีคนอื่นด้วย แต่ถ้าเทียบบทกวีของ Rumi กับของซะการีย์ยา เราจะเห็นอิทธิพลของ Rumi ค่อนข้างชัด ปัญหามันอยู่ตรงที่พอกวีจำนวนมากได้แรงบันดาลใจจาก Rumi บ่อยเข้าๆ ก็จะกลายเป็นว่าพอนึกถึงกวีนิพนธ์อาหรับก็จะนึกถึงแต่ Rumi จนกลายเป็นภาพเหมารวมไปซะแล้ว ทั้งๆ ที่ Abolqasem หรือ Ferdowsi หรือแม้กระทั่ง Nizami Ganjavi ก็ไม่ได้มีผลงานที่ด้อยไปกว่า Rumi เลย ลองเทียบกับตอนที่เรานึกถึงกวีนิพนธ์อังกฤษหรืออเมริกัน เราไม่ได้นึกถึงแต่ Shakespeare หรือ Whitman เรานึกถึง Yeats นึกถึง Dickinson หรือแม้กระทั่ง Frost และอื่นๆ อีกมากมาย

ก็ยิ่งทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่าคนบ้านเราที่ไปเรียนภาษาและวรรณคดีอาหรับแล้วมาเขียนบทกวีทำไมไม่ได้แรงบันดาลใจจาก Hafez หรือ Saadi หรือ Sohrab Sepehri หรือกวีอาหรับคนอื่นๆ (ที่รายชื่อและผลงานคุณภาพคับแก้วยาวเป็นหางว่าว) ในภูมิภาคนั้นบ้าง

อันนั้นยังไม่เท่าไหร่ ปัญหาสำคัญอยู่ตรงที่โวหารภาพพจน์ (อุปมาโวหาร) เปรียบบทกวีกับดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว ฯลฯ นั้นไม่ใช่ของใหม่เลย มีกวีก่อนหน้าซะการีย์ยาที่ใช้โวหารภาพพจน์แบบนี้มาเป็นศตวรรษแล้ว การใช้โวหารภาพพจน์เปรียบไปในทางเดียวกันมันก็จะดูทำให้บทกวีที่หลายๆ คนยกย่องนักหนาดูซ้ำซากไปถนัดตา จะมียกเว้นก็แค่วรรค "ความมืดโรยตัว" ที่ดูใช้ได้เพราะใช้บุคลาธิษฐานได้น่าสนใจ แต่ซะการีย์ยาก็ไม่ได้ต่อยอดไปให้น่าสนใจกว่านั้น ตรงนี้น่าคิดว่าถ้าหลายศตวรรษก่อนมีบทกวีที่เปรียบการอ่านบทกวีกับดวงดาว แล้วปัจจุบันศตวรรษที่ 21 ก็ยังมีบทกวีที่เปรียบการอ่านบทกวีกับดวงดาวอยู่ นั่นหมายความว่ากวีนิพนธ์ไทยร่วมสมัยไม่ได้พัฒนาไปไหนไกลเลยใช่หรือไม่

ส่วนตัวชอบ free verse แต่กวีไทยยุคนี้เขียน free verse แบบไม่เข้าใจลูกเล่นของ free verse หลายๆ บทที่ออกมามันเลยแป้ก ซึ่งน่าเสียดายมาก เพราะพอบทกวีพ้นออกจากกรอบฉันทลักษณ์ได้แล้ว มันมีลูกเล่นแพรวพราวร้อยแปดพันเก้าให้เอามาใช้ได้ แต่ก็ไม่เอามาใช้กัน

การเขียนบทกวีโดยอิงกับ abstraction แล้วพยายามเขียนอธิบายความเชื่อมโยงส่วนต่างๆ ในตัวบทเกินความจำเป็นก็เป็นอีกเรื่องที่กวีสมัยนี้ทำพลาดกันซะเยอะ เช่นวรรคที่บอกว่า "ที่ต้องการแว่นกันแดด เพราะแสงจัดจ้ามากเกินควร" วรรคนี้มีลักษณะเดียวกับอีกหลายๆ วรรคในบทเดียวกันและบทอื่นๆ ที่ไม่น่าจะเป็นวรรคที่จำเป็นต้องมี ซึ่งกวีหลายคนรวมทั้งซะการีย์ยาเองก็ไม่ได้เฉลียวใจกันเลยว่าการทำแบบนี้ทำให้บทกวีขาดความลุ่มลึกไปมาก กลายเป็นบทกวีไม่ต่างกับงานเขียนเฝือๆ ดาดๆ ที่เราเห็นกันจนเซ็งแล้ว อันนี้รวมถึง "บทสนทนาแห่งขุนเขา" ที่อุตส่าห์ไปเขียนถึงฮาวายด้วย
Profile Image for Pawarut Jongsirirag.
724 reviews142 followers
October 21, 2024
กาลก่อนเขาตั้งคำถามกับความเป็นไปของสังคม และผู้คนในฐานะของส่วนหนึ่งสังคม

กาลนี้เขาตั้งคำถามถึงคนในฐานะของกวี และหน้าที่ของหวีที่มีต่อผู้คนและสังคม

แม้คำถามจะเปลี่ยนไป แต่การถ่ายทอดความงดงามและการก่อรูปความสงสัยภายในจิตใจ ยังคงมือถึงและเอาอยู่เสมอ

งานชิ้นนี้ยังน่าประทับใจไม่ต่างจากเล่มแรกครับ
Profile Image for Ariya.
600 reviews73 followers
July 22, 2015
ชอบวิธีการตั้งคำถามถึงการถ่ายทอดบทกวีของคนเขียนเอง ซึ่งนำเสนอความไม่แน่ใจของตนเมื่อต้องเขียนกลอนในฐานะกวีผู้ "ไม่เคยพูดความจริง" เพราะ "เล่าความจริงไม่ได้" ให้ออกมาเป็นบทกวีได้ออกมาซื่อตรงต่อตัวเอง และตอกกลับไปถามสังคมและสิ่งแวดล้อมภายนอกที่มีส่วนทำให้ความเป็นปัจเจกถูกริดรอนไปทีละน้อย ส่งผลให้การถอยกลับเข้าไปสู่ตัวตนราวกับกำลัง "ดำดิ่งลงไปสู่ภายในนั้น" สร้างความคลางแคลงและความโดดเดี่ยวให้เกิดกับผู้เขียนบทกวี กลายเป็นว่านักเขียนต้องกลายเป็นคนอื่น แต่ไม่ใช่เพื่อเข้าใจผู้อื่น และส่วนสำคัญที่ทำให้กวีนิพนธ์ชุดนี้โดดเด่นคือการทำให้การเขียนกลอนไม่ใช่การสื่อความรู้สึกแต่เพียงภายใน แต่จริงๆแล้วเป็นวิธีการตอบโต้กับอำนาจทางการเมืองจากมือที่มองไม่เห็น เป็นวิธีการของคนตัวเล็กที่ตั้งคำถามกับทุกอย่างและดิ้นรนเพื่อแสดงออกถึงจุดยืนและพื้นที่ของตัวเอง
Profile Image for Black Cat.
25 reviews1 follower
October 7, 2025
เป็นงานเขียนของแก ที่ผมรู้สึกธรรมดาที่สุดกว่าเล่มอื่นของแก ทั้ง 1 และ 3
Profile Image for Radit Panjapiyakul.
102 reviews11 followers
December 25, 2014
รวมบทกวีเล่มที่ 2 ของซะการีย์ยา อมตยา ยังคงยอดเยี่ยมลึกซึ้ง โดดเด่นทั้งด้านการใช้ภาษา ประเด็นที่หยิบยกมา quotes และการอ้างอิงต่างๆในเล่มแสดงความรอบรู้ของผู้เขียน เป็นงานที่ไม่ด้อยกว่า "ไม่มีหญิงสาวในบทกวี" เล่มแรกที่ได้รับรางวัลซีไรต์เลย
Displaying 1 - 6 of 6 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.