หยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่าน ในฐานะที่เป็นหนังสือเล่มที่รออ่านอยู่บนหิ้ง
อ่านถึงคำนิยม แล้วก็ผมก็พบบทเรียนใหม่บทแรกที่หนังสือเล่มนี้ให้กับผม
ผมควรจะพลิกอ่านเนื้อหาในหนังสือบ้าง ไม่ใช่เพียงพลิกดูคำนิยมสั้นๆที่ปกหลังแล้วจ่ายเงินซื้อมาอ่านให้จบ
ชื่อบางชื่อในคำนิยม ทำให้ผมคิดว่า ผมอาจจะอ่านหนังสือเล่มนี้ไปจนจบ แต่อาจจะไม่เขียนรีวิวอะไรอีก เพราะผมอาจมีบทเรียน การบ้านใหม่ๆให้ต้องขบคิด
ขบคิดต่อไปว่า จากนี้ไป ผมจะอ่านหนังสือเพื่ออะไรอีกบ้าง หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่หนังสือเล่มแรกในแนวนี้ เพียงแต่ผมเพิ่งจะหยิบหนังสือแนวนี้ (แนวไหน ผมเองก็ยังหานิยามที่ผมพอใจยังไม่ได้) ในขณะที่ชาวบ้านเขาอ่านหนังสือแนวนี้กันมาเป็นปีแล้ว
ผมควรจะรู้ตั้งนานแล้วว่า, หนังสือนอกจากจะเป็นแหล่งรวมประสบการณ์ ที่ประมวลกันขึ้นมาเป็นวิชาการ เป็นความรู้ให้ผู้อ่านได้รับประสบการณ์โดยไม่ต้องไปแสวงหาเองแล้ว, อีกหน้าที่หนึ่งมันก็ไม่ต่างจาก Social Network ที่ทำหน้าที่สื่อภาพของตัวตนที่ผู้เขียนต้องการจะให้สังคมรับรู้
หน้าที่ของหนังสือ และความเป็นไปของสังคมที่ผมมองผ่านไปโดยไม่เคยนำมาพิจารณาอย่างจริงจังมาก่อนเลย
ผมจะใช้เวลากับการพิจารณา แต่ในที่สุดทุกอย่างอาจจะเหมือนกับความรู้ทั้งหลายที่ผมมีโอกาสได้สัมผัส
นั่นคือผมจะวางมันไว้ตรงนั้น แล้วมองมันหมุนเวียนไปเงียบๆ