เริ่มอ่านตั้งแต่กรกฎาแล้วละค่ะ แต่พักบ้าง อ่านอย่างอื่นคั่นบ้าง เลยมาจบเอาตอนกันยา
เนื้อเรื่องจะเล่าถึงปริศนาการหายตัวไปของหญิงสาวสามคนที่ข้องเกี่ยวกับวังศิลาดำ ทำให้นางเอกต้องปลอมตัวมาเป็นพยาบาลที่ปราสาทเพื่อสืบหาความเชื่อมโยงและหาเบาะแสคนที่หายตัวไป โดยมีนักข่าวท้องถิ่น เพื่อนสนิทพี่ชาย เป็นคนคอยช่วยเหลือและส่งข่าวห่างๆ
แต่นอกจากไม่พบเบาะแสหญิงสาวที่หายตัวไปแล้ว นางเอกยังพบความประหลาดของคนที่นั่น และเรื่องราวเหนือธรรมชาติ
งานนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิดซะแล้ว
+++
เอาแค่เนื้อเรื่องก่อน เนื้อเรื่องลึกลับชวนติดตาม ทำให้สนใจว่าจะเกิดอะไรขึ้น
แต่โอมีปัญหาหลายอย่างในการอ่านเรื่องนี้
1. ตัวละครไม่เป็นธรรมชาติ หลายครั้งบทไม่สมเหตุสมผล ไม่ชวนให้เชื่อถือ
เรื่องไม่เป็นธรรมชาติ โอรู้สึกติดขัดตั้งแต่เปิดตัวนางเอก บทพูดกับพี่ชาย บทพูดและการแสดงออกกับนักข่าว มันดูปลอม จริตบางอย่างมันไม่ใช่ สังเกตคนเขียนที่เป็นผู้ชายส่วนใหญ่จะมีปัญหากับจริตการแสดงออกของตัวละครหญิง คือมันจะล้น จะโอเวอร์แอคติ้งในบางกิริยา ผู้หญิงอ่านจะรู้สึกตงิด คล้ายกับที่คนอ่านผู้ชายอาจจะทะแม่งกับการบรรยายตัวละครชายของนักเขียนหญิง
เรื่องไม่สมเหตุสมผล เช่น การปล่อยน้องสาวมาสืบคนเดียวห่างความช่วยเหลือ และก็โผล่มาอีกทีตอนท้าย ดูขาดความรัดกุมและไม่ห่วงหากันเกินไป
ประเด็นไม่รัดกุม และไม่ห่วงหานี้มีอีกหลายเรื่อง เช่น ตอนให้สาวช่างทำผมบุกเดี่ยวในปราสาท ซึ่งไม่สอดคล้องทั้งเหตุผลและสถานการณ์ในตอนนั้น
ประเด็นเรื่องอารมณ์ ความรู้สึกแปลกใจ สงสัย เศร้าใจ ที่ต่อเนื่องมาจากเหตุการณ์ก็ไม่ชวนให้เชื่อถือ เกิดเรื่องนี้ควรตกใจใช่ไหม ควรเสียใจ โกรธใช่ไหม ควรสงสัยสักนิดไหม ความรู้สึกจำพวกนี้มันหายไป
2. โอไม่ชอบการใส่เครื่องหมายในเรื่องนี้เลย ทั้งอัศเจรีย์ (!) และปรัศนี (?) มากและเกินจำเป็น เล่มหนึ่งนี่แทบจะใส่ทุกย่อหน้า ทุกประโยค หาหน้าที่ไม่มีเครื่องหมายนี่ไม่มีเลย แล้วที่ใส่มาก็ไม่ตรงกับจังหวะกดดันในเรื่อง เครื่องหมายพวกนี้เป็นตัวเน้นคำค่ะ ถ้าใส่มากจะรู้สึกเหมือนโดนกระแทกเสียงใส่ทั้งเรื่อง เกือบทำให้โออ่านไม่จบ โชคดีที่เล่มสองดีขึ้น จังหวะลงตัวมากขึ้น
3. เรื่องรักในเรื่องไม่ชวนคล้อยตาม ต้องบอกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แนวรัก เพียงแต่มีพระนาง มีเรื่องความรักมาเอี่ยวด้วยปลายๆ แต่มันไม่น่าเชื่อถือ โอว่าสู้ไม่ต้องใส่เรื่องรักอะไรเลยมา เรื่องน่าจะสมเหตุสมผลมากกว่า
4. จังหวะคลี่คลายปริศนาก็ยังไม่ดี อย่างเล่มหนึ่ง มีแต่เรื่องชวนสงสัย ใส่เข้ามาเรื่อยๆ พอมากเข้าเรารู้สึกเอียนแล้ว ไม่คลี่คลายสักเรื่อง พอช่วงเฉลยเล่มสองก็ใส่พรวดๆ เข้ามา คนอ่านก็ได้แค่เออออตาม มันไม่ใช่อารมณ์
เกิดเหตุ>>ติดตาม>>สงสัย>>คลี่คลาย>>สงสัย>>ติดตาม>>คลี่คลาย
แต่มันเป็น
เกิดเหตุ>>ติดตาม>>สงสัย>>สงสัย>>สงสัย>>คลี่คลาย>>คลี่คลาย>>คลี่คลาย
เพราะฉะนั้นมันเกินจุดอิ่มของความรู้สึกอยากรู้แล้ว มีแต่ เฉลยๆ มาเหอะ พอเฉลยก็ไม่ว้าวซะแล้ว
5. สำนวนไม่ลื่นไหลบางช่วง
ยกตัวอย่าง หน้า 354 (เล่ม2)
"เปรี้ยง!"
อสูรร้ายในคราบมนุษย์ผงะหงาย พริบตาที่ลูกกระสุนพุ่งตัดผ่านร่างของมันแล้วทะลุุชั้นผิวเนื้อออกไปโดยไม่ระคายแม้แต่ปลายเล็บ ภาพที่ปรากฏแก่สายตาไม่ต่างกับการแหวกกระสุนผ่านผิวน้ำมิใช่เนื้อหนังมังสามนุษย์แม้แต่น้อย ร่างทะมึนของมันเพียงแต่หยุดชะงักไปชั่วครู่แล้วแสยะยิ้มจนเห็นเขี้ยวสองข้างของมุมปากเป็นประกายระยับ นัยน์ตาแแดงก่ำเพ่งมองมาไม่ลดละและเขม็งมั่น
- เปรี้ยง >> โอไม่ค่อยชอบใจนักที่มีเสียงธรรมชาติมาในเครื่องหมายคำพูด เพราะมันไม่ใช่คำพูด แต่ก็ไม่ได้ถึงขนาดรับไม่ได้ ก็มีนักเขียนหลายคนทำน่ะนะ
แล้วถามว่าข้างบนอ่านเข้าใจไหม ก็อ่านเข้าใจค่ะ เพียงแต่อ่านแล้วจะชะงัก ไม่ลื่น
- ร่างอสูรร้ายผงะหงาย แต่กลับไม่ระคายแม้แต่ปลายเล็บ สองอย่างนี้มันขัดแย้งกันเอง และการบรรยายก็เห็นภาพอยู่แล้ว พอให้บอกให้ภาพซ้ำเลยไม่จำเป็น
โอลองเปลี่ยน
เปรี้ยง!
อสูรร้ายในคราบมนุษย์ผงะหงาย แต่กลับไม่อาจทำอันตรายแม้แต่ปลายเล็บ พริบตาที่ลูกกระสุนพุ่งตัดผ่านร่างของมันแล้วทะลุุชั้นผิวเนื้อออกไปนั้น ไม่ต่างกับการแหวกกระสุนผ่านผิวน้ำมิใช่เนื้อหนังมังสามนุษย์แม้แต่น้อย ร่างทะมึนของมันเพียงแต่หยุดชะงักไปชั่วครู่แล้วแสยะยิ้มจนเห็นเขี้ยวสองข้างของมุมปากเป็นประกายระยับ นัยน์ตาแแดงก่ำเพ่งมองมาไม่ลดละและเขม็งมั่น
โดยรวมแม้เรื่องจะน่าสนใจ แต่มีเรื่องชวนขัดใจพอสมควรทีเดียว คำผิดมากด้วย (2+2.5)/2 = 2.25 ดาว