Jump to ratings and reviews
Rate this book

ยาขอบกับครอบครัว

Rate this book
เมื่อจดหมายได้คลี่คลายเป็นเรื่องราวชีวิตที่พิลึกพิลั่น ความโศกเศร้าจึงได้เคล้าผสมกับความหรรษา และเรื่องสามัญจึงได้กลายเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์

220 pages, Paperback

First published January 1, 2009

Loading...
Loading...

About the author

นักเขียนเร่ืองสั้นและบรรณาธิการประจำสำนักพิมพ์ 1001 ราตรี ร่วมกับซะการีย์ยา อมตยา (กวีหนุ่มคนนั้นน่ะ) สำนักพิมพ์เล็กๆ แห่งนี้จัดพิมพ์งานกวีนิพนธ์ เร่ืองสั้น งานปรัชญา และอะไรก็ตามที่มีความน่าสนใจ

ปัจจุบันกำลังพยายามจะเขียนเรื่องยาวๆ ให้เป็นผลสำเร็จ หากแต่ยังไม่แน่ว่าจะกลายเป็นเร่ืองสั้นอีกหรือเปล่า

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
3 (20%)
4 stars
5 (33%)
3 stars
4 (26%)
2 stars
3 (20%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 2 of 2 reviews
Profile Image for Pawarut Jongsirirag.
734 reviews146 followers
February 13, 2026
หลังจากเรื่องสั้นสองเล่มของพี่โยได้ออกมาสัมผัสสายลมของวงการวรรณกรรม ก็ถึงคราที่นวนิยายจะออกมาสัมผัสวงการกันบ้าง

ในเชิงของนิยาย ผมว่าพี่โยใช้วิธีการเล่าที่บางเบาเพื่อถ่ายทอดเนื้อหาที่ค่อนข้างหนัก เป็นการชั่งน้ำหนักของสองสิ่งให้เกิดความสมดุล งานชิ้นนี้จึงให้น้ำหนักออกไปในทางกลางๆ ไม่เข้มข้นอัดแน่นแบบเรื่องสั้นสองเล่มก่อน

นิยายเรื่องนี้ใช้รูปแบบของจดหมายในการสนทนากับผู้อ่าน รวมถึงระหว่างตัวละครในเรื่องด้วยเช่นกัน เป็นการรวบรวมจดหมายที่ครอบครัว มิตรสหายและหญิงสาว เขียนถึงยาขอบ ชายหนุ่มที่เลือกที่จะย้ายตัวเองไปอาศัยอยู่ในภาคพื้นยุโรป ภายหลังเรียนจบด้านปรัชญา

ความน่าสนใจอย่างหนึ่ง คือ มันเป็นเรื่องราวที่หากพูดด้วยถ้อยคำของยุคสมัยนี้ การโต้ตอบของผู้คนรอบตัวยาขอบ เรียกได้ว่า การสื่อสารแบบหนักขวา เพราะจดหมายทุกฉบับที่ส่งถึงเขา ล้วนได้รับเพียงความเงียบงันกลับไป ความไม่อาจล่วงรู้ได้ว่าเพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น คำอธิบายที่ถูกมือดีขโมยไปนำไปสู่บทสนทนาและการพูดถึงปรัชญา และนักปรัชญาหลายคนที่ถูกอ้างถึงในเนื้อหาของจดหมาย

การเล่าถึงสองเส้นเรื่องอย่างนามธรรมและรูปธรรม ยังคงเป็นลายเซนอย่างหนึ่งในงานพี่โยแทบทุกชิ้นที่ผมพบเจอ

ความกังวลของความไม่รู้ ก่อเกิดความโกรธา ความรัก ความสงสัย ซึ่งขมวดรวมตัวกันกลายเป็น ปรัชญา หรือ Philo+sophia ที่เป็นคำพูดเท่ๆ อย่าง "ความรักในความรู้" ที่แท้ที่จริงอาจเป็นความงมงายต่อการมีความสามารถที่จะอธิบายทุกอย่างให้ชัดเจนมากกว่าการอุทิศชีวิตเพื่อหาความจริงแบบที่ปากพร่ำบอกกัน

เหมือนกันกับการตามหาความจริงว่า เกิดอะไรขึ้นกับยาขอบกันแน่ ซึ่งท้ายที่สุดคำตอบอาจจะไม่ใช่สิ่งที่นำไปสู่ความรัก แต่เป็นเพียงการถูกสิ่งใดสิ่งหนึ่ง อนุญาตให้ก้าวต่อไปเพื่อหาความจริงอันใหม่ ก็น่าจะพูดเช่นนั้นได้

แปลกดีที่นิยายเรื่องนี้ ทำให้ผมนึกถึง โลกของโซฟี แม้จะยังไม่ได้อ่านเล่มนั้น แต่เท่าที่ได้ยินชื่อเสียงของมันมา ก็น่าจะมีอะไรบางอย่างที่คล้ายคลึงกันก็เป็นได้

แต่ที่แน่ๆ เล่มนี้ดูจะเป็นเค้าลางของช่วงเวลาอีกหลายปี ที่พี่โยจะได้ออกหนังสือรวมบทความ When Philo Met Sophia ซึ่งดูจะไม่ได้เป็นเรื่องบังเอิญแน่ๆ แต่หากความบังเอิญมีรูปร่างอยู่จริง เจ้าตัวนี้ก็ดูขี้เล่นมีอารมณ์ขันกับมนุษย์อยู่ไม่น้อยทีเดียวครับ
Profile Image for Radit Panjapiyakul.
102 reviews11 followers
November 5, 2016
ถ้าจะบอกว่าเราถูกจริตกับงานของกิตติพล สรัคคานนท์ก็คงไม่ผิด พิพิธภัณฑ์แสงเป็นหนึ่งในเรื่องสั้นไทยที่ชอบมาก ในนิยายเล่มแรกนี้ยังคงเป็นงานแนวทดลอง แต่เป็นการทดลองกับการนำสิ่งที่ไม่ตรงกับยุคสมัยมาวางไว้ในเรื่องราวที่เกิดในโลกปัจจุบัน ตั้งแต่ชื่อตัวละครที่ทุกคนเขียนจดหมายซึ่งเหมือนกับชื่อนักเขียนรุ่นเก่าของไทย การสื่อสารด้วยการเขียนจดหมาย หรือการที่ยาขอบตัดสินใจหยุดการเรียนไปอาศัยอารามนักพรตอยู่เพื่อศึกษาการเป็นนักปรัชญา แต่ที่สำคัญคือการใช้สำนวนภาษาแบบของยาขอบหรือศรีบูรพา ด้วยวิธีนี้มันจึงเต็มไปด้วยความเหลื่อมล้ำของความเก่าใหม่ กิตติพลทำให้เราเห็นว่าการใช้รูปแบบฟอร์มเก่านั้นก็ยังสามารถสร้างความหมายที่ลึกซึ้งได้

เราพบว่ามันมีจุดน่าสนใจหลายอย่าง ทั้งการพูดถึงปรัชญา ความสัมพันธ์ต่อเพื่อนและครอบครัว แต่นิยายเรื่องนี้ยังสั้นเกินไปหน่อย ให้ความรู้สึกเหมือนโดนตัดจบ และควรจะมีจุดหักเหที่พัฒนาเรื่องต่อไปได้อีก อารมณ์หลักเดียวที่เราได้จากการอ่านคือความอึดอัดและรอคอยอย่างสิ้นหวังของตัวละครที่เขียนจดหมายไปถึงยาขอบโดยไร้การตอบกลับ เราชอบการการอ้างอิงชื่อและแนวคิดของนักปรัชญานักเขียนที่ทำให้ได้หนังสือน่าอ่านอีกหลายเล่มเลย แม้การอ้างอิงพวกนี้ทำให้บางช่วงอ่านแล้วเหมือนกับบทความวิชาการมากไป
Displaying 1 - 2 of 2 reviews