SIRINDHORN 85 reviews1 followerFollowFollowSeptember 14, 2020วิถีชีวิตคนเราหนีไม่พ้นมีเรื่องกิน เรื่องอาหารเข้ามาในชีวิตประจำวันวิธีการเล่าเรื่องสอดแทรกเอาเมนูอาหารต่างๆเข้ามาเป็นองค์ประกอบรองในแต่ละเรื่องสั้นจึงไม่ใช่เรื่องยากนักเขียนเข้าใจเอาเรื่องอาหารมาประกอบได้ไม่มากมายจนกลายเป็นสูตรอาหารมากกว่าจะเป็นเรื่องสั้นอย่างที่นักเขียนตั้งใจ (หรือเปล่าไม่รู้) แต่ก็ขอบคุณที่มอบความสุขในการอ่านเรื่องสั้นของคุณ (อีกครั้ง) นะคุณจิราภรณ์ขอบคุณด้วยจริงใจจริงๆ
sparksfly_833 reviews2 followersFollowFollowSeptember 20, 2017เป็นหนังสือลำดับที่สามของผู้เขียนที่ได้อ่าน จนเรียกได้ว่าตอนนี้เป็นแฟนผลงานไปแล้วเรื่องสั้นทุกเรื่องในหนังสือเล่มนี้มีจุดเชื่อมโยงร่วมกันคืออาหาร แต่บทบาทความสำคัญของอาหารในแต่ละเรื่องก็มากน้อยแตกต่างกันออกไปมีทั้งเรื่องที่ชอบมาก ชอบปกติ แต่โดยรวมแล้วถือว่าชอบทุกเรื่อง ที่ชอบเป็นพิเศษคือเรื่องอังสนา-นีน่า-อ้อม
Neennimmarn9 reviewsFollowFollowJanuary 18, 2021สนุก กระตุกต่อมความรู้สึก ภาษาเป็นเอกลักษณ์แบบผู้เขียน กลมกล่อม ลงตัว สมกับที่โปรยไว้ในปกหลังว่า “พวกเราเป็นพวกหวาดกลัวการจบ ผวาความสิ้นสุด มนุษย์ก็เลยสร้างเรื่องแฮปปี้เอนดิ้งขึ้นมาเพื่อปลอบประโลมกันเอง”
Bewl2P43 reviews2 followersFollowFollowOctober 25, 2017เป็นเรื่องสั้น 8 เรื่องไม่ต่อกัน ดำเนินเรื่องโดยมีอาหารมาเกี่ยวข้อง ชอบมาก รักมาก มันลงตัว มีหลักธรรมแทรกมาด้วยแบบที่เยียบคายแทบไม่ทันรู้ตัว ชอบจริงๆ
Soung Iimoya209 reviews3 followersFollowFollowDecember 1, 2025รวมเรื่องสั้น อ่านเรื่อยๆ เพลินๆ เหมาะกับอ่านขั้นเวลา หรือเดินทาง
Suhaila Binyoh128 reviews4 followersFollowFollowMarch 18, 2017พอไม่มี "ความทรงจำ " ก็ ว่างเปล่า ~แค่ต้องยอมรับให้ได้ว่า ทุกอย่าง ที่เราให้ความสำคัญสุดท้าย ก็ ไม่มีอะไรเลย ,,, หนึ่งเรื่องสั้นในหนังสือ ที่ไม่ได้ต่างจาก หนึ่งเรื่องสั้นในชีวิตมากนะ ^^" #เขตการปกครองมายองเนส #Shlreadsbooks
SEkung16 reviews1 followerFollowFollowFebruary 24, 2014"เขตการปกครองมายองเนส" รวมเรื่องสั้น 8 เรื่อง ของชีวิตที่แตกต่างกัน (?) ของบรรดาหญิงสาวในโลกนี้ เป็นเรื่องสั้นคล้ายๆ Slice of Life ที่ไม่มีแฟนตาซีใดๆ มาประกอบ มากไปกว่า "ความบังเอิญ" ซึ่งดูกลืนเนียนไปกับเรื่องราวแวดล้อมได้อย่างยอดเยี่ยม หลายเรื่องอ่านแล้วนึกถึงตัวเอง แน่นอนผมเป็นผู้หญิง โดยกำเนิดมาฉันใดก็ยังเป็นอยู่ฉันนั้น ในฐานะนี้ ผมมองว่า "เขตการปกครองมายองเนส" เขียนผู้หญิงในเชิงความจริงอย่างยิ่งยวด ไม่ใช่ในเชิงสัญลักษณ์ถึงความอ่อน ความเงียบ ความเป็นแม่ หรืออื่นใดในทำนองคล้ายกัน จุดนี้ผมชอบมาก"เขตการปกครองมายองเนส" ให้อารมณ์คล้ายตอนอ่าน "พร้อมแล้วที่จะร้องไห้" ของ เอคุนิ คาโอริ ( "พร้อมแล้วที่จะร้องไห้" อารมณ์จะเงียบเหงากว่าสมชื่อ ซึ่งผมอาจนำมากล่าวถึงในโอกาสหน้า) คงด้วยสำนวนละมุน-ละเมียดละไม-กลมกล่อม คล้ายกัน อารมณ์เหมือนเวลาดื่มกาแฟลาเต้หอมๆ กินชูครีมที่ไม่หวานจนเกินไป กินปลาทูกับน้ำพริกกะปิ กินข้าวผัดหมูแบบไม่ต้องเติมน้ำปลาหรือซีอิ๊ว ทั้งหมดนี่แม้ต่างกัน แต่ก็มีจุดร่วมอยู่อย่างหนึ่ง ซึ่งผมจะขอเก็บไว้คนเดียว ไม่บอกใครนะ หุหุทั้ง "เขตการปกครองมายองเนส" และ "พร้อมแล้วที่จะร้องไห้" เป็นผลงานนักเขียนหญิง ที่พออ่านปั๊บ จะนึกภาพอย่างหนึ่งแบบผู้หญิงๆ ออกเลย คือ "คาดเดาไม่ได้" ขยายความได้ว่า เปลี่ยนไปเปลี่ยนมากะทันหัน นึกจะมาก็มา นึกจะจบก็จบ นึกจะทำก็ทำ นึกจะพอใจก็พอใจ นึกจะไม่พอใจก็ไม่พอใจ ไม่ใช่แค่ตัว "เรื่องราว" ในแต่ละเรื่อง แต่หมายรวมถึง "วิธีการดำเนินเรื่อง" ด้วย ทว่าสุดท้ายคงไม่ใช่แค่ความเป็นผู้หญิงที่ทำให้เรื่อง "คาดเดาไม่ได้" แต่คงเป็นปัจจัยแวดล้อมในเรื่องด้วยกระมัง ประกอบกับในชีวิตจริงของเราทั้งหลายก็คาดเดาไม่ได้ พลิกไปพลิกมาอยู่บ่อยครั้งเช่นกัน มิใช่หรือ?เรื่องที่ผมชอบเห็นจะเป็น "ตะลิงปลิง ตะพาบน้ำ และมหรสพเครือญาติในงานศพ" อ่านไปเจอบทสนทนาหนึ่งถึงกับขำพรืด โดยตัวเรื่องคงเป็นสิ่งที่เราพบได้ในชีวิตของหลายครอบครัว นอกจากนี้หากมองในแง่งานเขียน "งานศพ" และ "ความตาย" อาจไม่ใช่เรื่องเศร้าเสมอไป ก็น่าสงสัยอยู่ว่าทำไมคนชอบเขียนเรื่องการตายให้ต้องเศร้า ต้องคั้นอารมณ์ ต้องตกใจ ต้องอื่นๆ มันมีการเริ่มต้นขนบนี้มาแต่ปางใดกัน? จะลองเขียนว่า "ตาบอกด้วยเสียงแหบพร่า แต่แววตาสุกใสขึ้นมาอย่างกะทันหัน แกสั่งให้ฉันหากระดาษมาจดสูตรเครื่องแกงตามคำบอก แกยืนกรานให้ฉันจดจนครบทุกคำจนยอมหลับตานอน แล้วตาก็ไม่ลืมตาขึ้นมาอีกเลย" ดังนี้บ้างมิได้หรือ?เรื่องถัดมาที่ชอบคือ "เรื่องแฮปปี้เอนดิ้งของนักเขียนที่รังเกียจการจบสุข" ไม่รู้ บอกไม่ถูก ผมว่าตัวละครในเรื่องน่ารักดี ไม่มีอะไรมากกว่านั้น ๕๕๕๕๕๕๕หากให้เล่ามากกว่านี้คงเป็นการสปอยล์ ซึ่งผมคงรู้สึกผิดบาปมากหากทำเช่นนั้น เอาเป็นว่าลองไปหาอ่านเถิด ตามร้านหนังสือทั่วไปอนึ่ง สำนวนเล่มนี้พริ้วไหวและเปรียบอะไรได้น่ารักดี ผมชอบเหลือเกินกับ "เมื่อเธอเสิร์ฟไอศกรีมน้อยหน่าเนื้อแน่นปิดท้าย ความหอมหวานได้รับไม้ผลัดและวิ่งนำไปจนถึงเส้นชัย" ใครสนใจศึกษาสำนวนก็ขอแนะนำปล. เซ็งตรงที่ท้ายๆ เล่มเจอคำสลับ (กำลังกล่อมตัวเองอยู่ว่า อาจคิดไปเอง นั่นอาจเป็นหลักภาษาที่ถูกแล้วก็ได้นะ แต่แบบ... อืม...) กับเครื่องหมายอัญประกาศปิดหายไป เลยสะดุดหัวทิ่มไปสามสี่รอบ แต่ไม่เป็นไร ยังพอไหวน่าอ้อ แล้วผมก็ไม่ค่อยชอบการเอาคำภาษาอังกฤษใส่ไปในเรื่องเท่าไหร่ ความรู้สึกแบบ...ใช้คำว่า "delete" แต่ทำไมไม่ใช้ภาษาอังกฤษในคำว่า "เสิร์ฟ" ล่ะ? เห็นแล้วรู้สึกมวนท้องแปลกๆ เข้าใจไปเองว่าอาจอยากนำเสนออารมณ์อีกแบบ แต่ผมเองก็มีอารมณ์ไม่ชอบอีกแบบเหมือนกัน = =
Yanisa Lertsirimunkong87 reviews1 followerFollowFollowOctober 5, 2023รวมเรื่องสั้นตีมอาหารของผู้เขียน ครบทุกรสชาติ ตกตะกอนความคิดได้หลากหลาย2023-read thai-books
plawhal12 reviews38 followersFollowFollowFebruary 19, 2018มันเป็นเรื่องสั้นที่ไม่ได้สั้นขนาดนั้น แต่มีหลายตอนมากที่รู้สึกอยากอ่านต่อไปอีก ยังอยากรู้ว่าปอมจะคุยภาษาแมวได้มั้ย มาเลนนอกซ์จะได้นอนอ่านหนังสือจิบเบียร์บนผ้าลายสก๊อตสีน้ำเงินรึป่าว เรื่องของอังสนา นีน่า และอ้อมจะเป็นยังไงหลังร้านปิดตัวไป แล้วคู่รักในเขตการปกครองมายองเนสล่ะ พวกเขาเจอหน้ากันทุกวันจะมีหวั่นไหวบ้างรึป่าว โดยเฉพาะเรื่องแรกที่สร้างความแระทับใจจนอยากอ่านต่อให้จบเล่ม คือมันทำให้ฉันรู้สึกขยะแขยงพวกที่ดูถูกวานิลา เขินไปด้วยกับเรื่องของพี่พีและมีความสุขกับบทสนทนาบนแท็กซี่
Nawara H.125 reviews39 followersFollowFollowJanuary 6, 2017รักมาก พี่เต้เป็นคนเขียนหนังสือที่เราอ่านแล้วอิจฉา อยากเขียนได้แบบนี้บ้างเป็นหนังสือที่รวมทุกสิ่งอย่างที่เราชอบไว้ ทั้งภาษาแบบผู้หญิง ลูกไม้ในถ้อยคำ อาหารการกิน ความหวานที่ไม่เลี่ยน และความขมที่ไม่ชวนทุรนทุรายมากนัก
Runz Sama113 reviews12 followersFollowFollowOctober 5, 2016เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้น ทั้งคู่.. อ่านสนุกมาก ตัวละครแต่ละเรื่องมีความติสสูง...ชอบ!..555555