เทคโนโลยีเปลี่ยนไป แต่ความเหงาในใจไม่เคยเปลี่ยน
การสำรวจพรหมแดนของความเหงาในยุคดิจิตอลและโซเชียลเน็ตเวิร์ก การนำตัวเองเข้าไปทดลองในเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องของวัฒนธรรมในโลกยุคใหม่ไอที โซเชียลเน็ตเวิร์กว่าความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้กระทบต่อผู้คนอย่างไรรวมทั้งผู้เขียนด้วย และเขาก็ใช้คอมเมนต์ตัวเองที่อยู่ในกระแสเหล่านั้น ทำให้การวิพากษ์ที่เกิดขึ้นสั่นสะเทือนออกไปถึงวงนอกด้วย หลายบทความในหนังสือเล่มนี้สะท้อนสภาพสังคมที่เจ็บป่วยและศีลธรรมที่ตกต่ำซึ่งสวนทางกับความเติบโตและการขยายตัวของเทคโนโลยีในปัจจุบัน แต่ผู้เขียนก็ยังมีมุมสะท้อนถึงความพยายามของมนุษย์ที่จะเติมเต็มความว่างเปล่าและความกลวงโบ๋วภายในใจเหล่านั้น ที่ดูเหมือนจะไม่มีวันเติมเต็ม หนังสือเล่มนี้จึงเหมือนการพาผู้อ่านให้ได้มายืนอยู่ตรงหน้ากระจกของโลกดิจิตอลและสำรวจตัวตนของตัวเองและคนรอบข้างด้วยความเข้าใจในโลกของข้อเท็จจริง อีกทั้งยังนำเสนอแง่มุมในการมองหาความงดงามจากความเหงาของผู้คนในโลกยุคไซเบอร์ แล้วเราจะค้นพบว่าเมื่อเราออกจากรังสีของโลกไซเบอร์ เราจะพบความสุข...ที่แท้จริง