Mam Thailand103 reviews29 followersFollowFollowMarch 3, 2011หนังสือเล่มนี้อาจารย์ระพีได้แสดงทัศนะคติถึงความล้มเหลวในการพัฒนาชนบท เริ่มตั้งแต่ปี 2475 ที่เปลี่ยนแปลงการปกครอง ผู้นำประเทศ นักการเมือง ข้าราชการเมื่อขึ้นสู่ที่สูง ลืมมองลงต่ำ ลืมตัว รับวัฒนธรรมตะวันตกมาใช้อย่างขาดความเข้าใจและจิตสำนึก ยิ่งเวลาผ่านไปชนบทไทยยิ่งล้าหลัง ลูกหลานชาวไร่ ชาวนาหนีเข้าเมือง ขายที่ดินอันเป็นมรดกตกทอดขณะที่ชาวต่างชาติก็มากว้านซื้อ เมืองหลวงยิ่งแออัด ระยะห่างระหว่างคนจนกับคนรวยยิ่งถ่างกว้างขึ้น ทักษิณมองเห็นจุดอ่อนตรงนี้และนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อตัวเองและพวกพ้อง จนคนไทยต้องฆ่ากันเอง อาจารย์ระพีแนะนำแนวทางแก้ไข การกู้อิสรภาพให้แผ่นดินถิ่นเกิดว่า "แท้จริงแล้วย่อมหมายถึงการกู้อิสรภาพที่อยู่ในรากฐานจิตใจตนเอง อันหมายถึงการอยู่ภายใต้พฤติกรรมเอาชนะกิเลสที่อยู่ในรากฐานจิตใจตนเองให้ได้ในขณะที่รู้สึกว่ามีปัญหาเกิดขึ้น"p. 128 - การเกษตรกรรมเป็นวัฒนธรรมพื้นฐานของคนทุกชาติทุกภาษา ทั้งนี้และทั้งนั้น เนื่องจากมีผลทำให้คนท้องถิ่นได้รับการฝึกอบรมบ่มนิสัยให้เป็นคนรักและหวงแหนแผ่นดินถิ่นเกิดของตน p.77 - การเกษตรกรรมคือความมั่นคงของชาติและการพัฒนาการเกษตรจำเป็นต้องใช้ศิลปะเป็นพื้นฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งศิลปะในการดำเนินชีวิตที่มีจิตวิญญาณหยั่งรู้คุณค่าของพื้นดิน รวมถึงการปฏิบัติงานซึ่งจำเป็นจะต้องมีความอดทนอย่างที่สุด p. 55 - 24 มิถุนายน 2475 ปีแห่งการเปลี่ยนแปลงจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นประชาธิปไตยซึ่งเชื่อมโยงพื้นฐานมาจากวัฒนธรรมฝรั่งโดยใช้วิธีหักด้ามพร้าด้วยหัวเข่า ที่สร้างความเสียหายให้กับชาติไทยมาจนถึงบัดนี้ หรืออีกนัยหนึ่งอาจกล่าวว่าเป็นปีแห่งการทำลายจารีตประเพณีของชาติไทยซึ่งมีมาแต่โบราณกาล p. 41 - เราควรจะโทษคนของเราเอง ที่มักทอดทิ้งเรือกสวนไร่นาอันเป็นมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษเพื่อเข้ามาอยู่ในเมืองกรุง บางรายพ่อแม่เก็บเงินไว้ให้ ก็ละทิ้งเรือกสวนไร่นาเพื่อเข้ามาอยู่ในเมืองกรุงและนำเงินมาถลุงจนกระทั่งแทบไม่มีเหลือ นี่แหละ ที่ฉันมักพูดย้ำอยู่เสมอดว่า การพัฒนาชนบทของเรามันประสบกับความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงมาตลอด p.31 - เกษตรกรคือยามเฝ้าแผ่นดิน หรืออีกนัยหนึ่ง เกษตรกรคือรี้พลที่คุ้มครองปกป้องเศรษฐกิจของชาติให้มั่นคงอยู่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการคุ้มครองที่ดินอันเป็นถิ่นเกิดละดำรงชีวิตของตนเอง(less) favorite