Ongorn's Reviews > แค่ 30 นาทีก่อนนอน เปลี่ยนคนยอดแย่เป็นคนยอดเยี่ยม

แค่ 30 นาทีก่อนนอน เปลี่ยนคนยอดแย่เป็นคนยอดเยี่ยม by ทาคาชิมะ เท็ตสึจิ
Rate this book
Clear rating

by
7691966
's review
Nov 10, 2014

it was amazing

อ่านจบเป็นรอบที่ 3 แล้ว
ถือเป็นหนังสือแนว How-to ที่หยิบมาอ่านบ่อยที่สุดในชีวิตก็ว่าได้
นั่นเพราะเล่มไม่หนา ไม่มีเรื่องเล่ายืดยาว จนสุดท้ายจำไม่ได้ว่าคนเขียนอยากสื่ออะไร ^ ^
ในขณะเดียวกันก็ไม่ใช่หนังสือประเภทมีแต่ภาพประกอบเต็มหน้า กับโควทตัวเป้งๆ
ส่วนเนื้อหามีแค่บทละ 3 ย่อหน้า ไรงี้

แต่หนังสือเล่มนี้ แน่นด้วยทฤษฎีขณะเดียวกันก็สั้นกระชับ ตรงประเด็น
นอกจากจะได้ความรู้ ยังจูงใจให้อยากทำตามอีกด้วย
ส่วนภาพประกอบก็น่ารักตามสไตล์ญี่ปุ่น
มีมากพอที่จะทำให้ไม่น่าเบื่อ แต่ก็ไม่มากเกินไปจนกลายเป็นหนังสือภาพ

จริงๆอยากหักคะแนนชื่อเรื่อง เพราะตั้งชื่อได้เว่อร์มาก และไม่เห็นเกี่ยวอะไรกับเนื้อหาเลย
ในเล่มไม่ได้พูดเรื่อง "การทำให้คนยอดแย่ เป็นคนยอดเยี่ยม" สักนิด
แต่เนื้อหาหลักๆ คือ

1) จูงใจให้เราลองใช้เวลา 30 นาทีก่อนเข้านอนเพื่อศึกษาสิ่งใหม่ๆ
อาจเป็นการอ่านหนังสือ อ่านข่าว ...อะไรก็ได้ในแบบที่ "กว้างและตื้น"
เพื่อให้สมองช่วยเรียบเรียงข้อมูลในยามหลับ เพื่อให้กลายเป็นความทรงจำระยะยาวในที่สุด

2) จูงใจให้เราเป็นคนตื่นเช้า

3) จูงใจให้เราสนใจ "ประสิทธิผล" มากกว่า "ชั่วโมงทำงานอันยาวนาน"

หนังสือซีรี่ส์นี้มี 2 เล่ม อีกเรื่องชื่อ "แค่ 30 นาทีตอนเช้า เปลี่ยนความล้มเหลวเป็นความสำเร็จ"
เราอ่านแล้วไม่ค่อยมีอะไรใหม่ เนื้อหาเกินครึ่งซ้ำกับเล่มนี้
ดังนั้น ถ้าอยากประหยัดเวลา อ่านเล่มนี้เล่มเดียวพอแล้วค่ะ
2 likes · flag

Sign into Goodreads to see if any of your friends have read แค่ 30 นาทีก่อนนอน เปลี่ยนคนยอดแย่เป็นคนยอดเยี่ยม.
Sign In »

Reading Progress

Started Reading
November 10, 2014 – Shelved
November 10, 2014 – Finished Reading

Comments (showing 1-2 of 2) (2 new)

dateDown arrow    newest »

Peyaphan Pisutnarakul เห็นด้วยครับ อ่านจบแล้วยังงงอยู่เลยว่าเนื้อหาหลักตามหน้าปกอยู่ตรงไหน และแอบคิดว่าในเล่มบางจุดแปลมาไม่ดีด้วยครับ


Ongorn Peyaphan wrote: "เห็นด้วยครับ อ่านจบแล้วยังงงอยู่เลยว่าเนื้อหาหลักตามหน้าปกอยู่ตรงไหน และแอบคิดว่าในเล่มบางจุดแปลมาไม่ดีด้วยครับ"

ส่วนตัวอ่านแล้วลื่นไหลดี
อาจเพราะชอบอ่านเรื่องสืบสวนของญี่ปุ่น
เราก็เลยชินกับประโยค/ความคิดแปลกๆ เมื่อแปลเป็นไทยอะค่ะ


back to top