Jump to ratings and reviews
Rate this book

จวบจนสิ้นแสงแดงดาว

Rate this book
นวนิยายอิงประวัติศาสตร์ ที่มีพื้นหลังอยู่ในช่วงยุคสมัยการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เขมรแดงในประเทศกัมพูชา เรื่องราวของ “รุธิระ ธีรวงศ์” ชายหนุ่มสมาชิกตระกูลชนชั้นสูงของพนมเปญ เขาได้ตัดสินใจรับชายคนหนึ่งนาม “อุทิศ” มาเป็นผู้ดูแลความเรียบร้อยภายในบ้าน จนกระทั่งเกือบขวบปีผ่าน เพลิงโหมแห่งคอมมิวนิวต์ก็รุกเร้าเร่งเข้ามาในพนมเปญมากขึ้นทุกที สองนายบ่าวกึ่งคุ้นเคยกึ่งแปลกหน้าจึงต้องพากันระหกระเหเร่ร่อนหนีภัยสงคราม โดยมีจุดมุ่งหมายอยู่ที่สุดเขตข้ามเทือกเขาบรรทัดไปยังฝั่งประเทศไทย

“บางตื่นบางฝัน ผู้ยังความทรงจำลุกขึ้นร้องไห้ แม้จะอยากลืมเลือนแค่ไหน แต่บางสิ่งที่ประทับไว้ไม่อาจลบล้างได้โดยง่าย กาลครั้งหนึ่งเมื่อไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา นิทานแห่งความดำมืดของยุคสมัยถูกบรรเลงท่วงทำนองอันไร้ซึ่งอารยธรรมขึ้นที่นี่ วาทยากรผู้โหดร้ายไม่เคยแสดงตัวจากเงามืด โลกไม่อาจซุกโศกนาฎกรรมไว้ได้แต่ใต้พรม มนุษย์จำต้องเรียนรู้ มองเห็น หวาดกลัวความหวาดกลัวที่ดำรงอยู่ในกาลก่อนหน้า...ความทรงจำจำต้องถูกจดจำ”

216 pages, Paperback

First published June 1, 2021

19 people are currently reading
201 people want to read

About the author

Associated Names:
* กิตติศักดิ์ คงคา
* ลงทุนศาสตร์
* นายพินต้า

กิตติศักดิ์ คงคา เป็นหนึ่งในนามปากกาและชื่อจริงของนักเขียนชาวไทย เป็นที่รู้จักในฐานะนักเขียนนิยายสืบสวนฆาตกรรม

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
91 (58%)
4 stars
49 (31%)
3 stars
12 (7%)
2 stars
2 (1%)
1 star
1 (<1%)
Displaying 1 - 28 of 28 reviews
Profile Image for ดินสอ สีไม้.
1,081 reviews180 followers
February 27, 2023
เล่าเรื่องระหว่างสองชายนายบ่าว
โดยมีฉากหลังเป็นสงครามกลางเมืองกัมพูชา
ในยุคที่เขมรกำลังจะกลายเป็นเขมรแดง
อเมริกาได้ถอนกำลังออกไป
และคอมมิวนิสต์จากจีนกำลังย่างเยื้องเข้ามา

ผู้เขียนถ่ายทอดมิตรภาพระหว่างสองชายด้วยภาษาสละสลวย
แม้ฉากหลังจะเป็นสงคราม
แต่ความสละสลวยก็ยังถ่ายทอดความอ่อนโยน
และมิตรภาพออกมาได้อย่างละมุนละไม
เป็นเล่มที่สวยงาม อ่านเพลิน
ที่เมื่อเปิดออกอ่านแล้วก็อยากจะอ่านต่อไปจนจบ
Profile Image for Makmild.
811 reviews222 followers
September 12, 2021
ภาษาในเรื่องสวยงาม แม้ว่าตอนเล่าก็ยังมีขรุขระเล็กน้อย เช่น ตอนเปลี่ยนฉาก แต่พล็อตเรื่องน่าสนใจ (พล็อตนิยายจีนที่มีฉากหลังเป็นปวศเขมรโดยนักเขียนไทย)

การใช้ตัวเอกที่เป็นคนตาบอดเล่าเรื่องทำให้เราเห็นภาพสงครามไม่ชัด ซึ่งดีมากเพราะมันคือการเล่าย้อนกลับ มันเลยพร่ามัว มีเพียงเสียงของอุทิศที่ทำให้แจ่มชัด มันเลยยิ่งเน้นว่าอุทิศเป็นแสงดาวของชายธีร์ขนาดไหน

เรื่องเล่าอิงประวัติศาสตร์ และการเปลี่ยนผ่านอำนาจ การดิ้นรนของประชาชน ในเล่มนี้ทำให้เห็นชัดผสมกับตัวละครชายสองคนที่โดดเด่นคนละด้าน และมีหนังสือวรรณกรรมต่างๆสอดแทรก ทำให้อ่านสนุก เสียดายที่ประเด็นประวัติศาสตร์ไม่ขยี้ให้หนักกว่านี้ (กล่าวถึงเยอะ แต่ขอกว่านี้)

ตอนท้ายๆ ของเล่มมายน้ำตาไหลเลย อินหนัก จริงๆ เส้นเรื่องเหมือนนิยายจีนกำลังภายใน ที่เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านรัชสมัยต่างๆ ชายธีร์เป็นองค์หญิงผลัดถิ่น และอุทิศเป็นองครักษ์ เลยทำให้อดจิ้นตามภาษาสาววายไม่ได้ ฮ่า ก็น่ารักกันซะขนาดนี้อะเนอะ
Profile Image for w..
58 reviews2 followers
December 26, 2021
ปีนี้เราแทบจะไม่ได้อ่านวรรณกรรมไทยเลย มาเจอเรื่องนี้ในลิสต์ของซีไรต์เลยซื้อมาอ่าน อ่านจบแล้วชอบมาก

ภาษาสวยงามมาก ชอบที่เล่าผ่านชายตาบอด ในช่วงสงคราม มันทำให้มึนงง สับสน พร่าเลือน และทำให้ตัวละครอุทิศมีค่ามากๆ ทั้งต่อรุธิระ และต่อคนอ่าน อุทิศคือแสงดาวแห่งความหวังเพียงหนึ่งเดียวจริงๆ บางทีเราคนอ่านก็เป็นรุธิระที่มืดบอด และทำได้เพียงรับรู้ความจริงจากการบอกเล่าของอุทิศ ซึ่งอาจเป็นความจริงแค่บางส่วน แต่เราก็เชื่อความหวังหนึ่งเดียวที่มีมอบให้

ชอบช่วงท้ายมากๆค่ะ ทำให้เห็นภาพสงครามที่กัดกินความหวัง พรากคนที่รัก เต็มไปด้วยความสูญเสีย ชายธีร์หลังสงครามคือความหวังที่อาจจะหาได้ยาก แต่จำเป็นเพื่อส่งต่อความหวังไปสู่คนรุ่นต่อไป

อ่านจบแล้วเราอยากหาอ่านเกี่ยวกับเขมรแดงเลย ดีใจที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้
July 27, 2021
ชอบมาก แบบ number 1 ยิ่งใครที่รู้ประวัติศาสตร์ของเขมรแดงมาแล้วมาอ่านยิ่งอิน แล้วคือเขียนดีมาก แบบนี่ไม่ใช้คนที่ชอบอ่านแนวประวัติศาสตร์เท่าไรแต่พอมาอ่านเล่มนี้แล้วอินมาก ชอบที่วางให้ตัวเอกคนเล่าเรื่องเป็นคนตาบอดมาก แบบเราจะรู้สถานการณ์แค่ว่าตอนนี้ตัวเอกรู้สึกอะไร ได้กลิ่นอะไร ได้ยินเสียงอะไร แค่นั้นเอง อ่านแล้วคือลุ้นไปกับตัวเอกมากๆ อ่านจบแล้วแบบโคตรประทับใจ ใครอยากฟังรีวิวเต็มๆ ไปฟังได้ที่ ig: @read_zaaps นะคะ (ขอขาย bookstagram ตัวเองนิดนึง 5555)
Profile Image for arthoreads.
7 reviews
February 11, 2026
"นั่นสิอุทิศ ไหนจริงไหนฝัน เรื่องนั้นฉันก็ไม่เคยมั่นใจ..."

เป็นงานเขียนของพี่เบสที่ส่วนตัวรักมากที่สุดเท่าที่เคยได้อ่านมา เราค้นพบว่าเราชอบประเด็นใหญ่ของหนังสือเล่มนี้มากๆ เราชอบและเราอินกับมันมากๆ อีกทั้งมันยังเต็มไปด้วย easter eggs และ gimmick เอาใจนักอ่านแบบสุดๆ คือการคงอยู่ของ dialogue ระหว่างทาง และ meaning ของสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น มันมีความหมายหมดเลย ส่วนตัวเลยแอบรู้สึกว่า หรือนี่จะเป็นงานเขียนที่พี่เบสใส่ทุกอย่างที่ตัวเองรักและอินลงไปจนหมดกันนะ
.
จุดที่โดดเด่นที่สุดของงานเขียนชิ้นนี้ คือเป็นวรรณกรรมอิงประวัติศาสตร์ที่งดงามที่สุดเรื่องหนึ่งที่เราเคยได้อ่านมา มันคือประวัติศาสตร์เมื่อ 50 ปีก่อน ที่ทาบทับกับประวัติศาสตร์ของประเทศเรา แต่ในขณะเดียวกัน เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าประวัติศาสตร์เหล่านั้นมันถูกต้อง ? ในเมื่อคนเขียนประวัติศาสตร์คือผู้ชนะเสมอ (นี่คือ mindset หนึ่ง ที่ทำให้เราไม่เคยสนใจประวัติศาสตร์ เพราะเราไม่รู้ว่ามันจริงแค่ไหน) อีกทั้งมันยังพูดถึงปมความขัดแย้ง ความเชื่อ และความเป็นมนุษย์ได้ลุ่มลึกมากๆ ผ่านการใช้ภาษาที่ไพเราะและสวย เข้ากับบริบทสุดๆ เป็นงานเขียนที่เต็มไปด้วยรายละเอียดปลีกย่อยที่ชวนให้ได้แกะระหว่างอ่านและหลังอ่านจบ หรือจะอ่านเฉยๆ ไม่สนใจก็เพลิดเพลินได้เหมือนกัน
.
จุดที่โดดเด่นอีกอย่างคือ ตลอดทั้งเล่มเต็มไปด้วยเชื้อไฟที่เอาใจสาววายแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยมากๆ คือจะอ่านให้เป็นนิยายเกขมๆ เรื่องหนึ่งก็ได้ แต่จะอ่านให้ไม่เกก็ได้เช่นกัน ตลอดทั้งเล่มมีเลเยอร์ของความจริงและไม่จริงปะปนอยู่เต็มไปหมด มีทั้งมุมมองของตัวละคร และการตีความ รวมถึงช่องว่างระหว่างเรื่องราว ที่เปิดพื้นที่ให้คนอ่านได้มีส่วนร่วมเยอะมากๆ
.
ความเป็นมนุษย์ที่งานเขียนชิ้นนี้พูดมันทรงพลังและเข้ากับยุคสมัยมากๆ ตราบใดที่เราต่างมองว่าการเมืองเป็นเรื่องของทุกคน และเราอยู่ในโลกที่มีทั้งฝ่ายซ้ายและขวาจัดๆ คนตรงกลางล่ะอยู่ตรงไหนในสมการนี้ คำตอบมันจึงต้องมองย้อนกลับไปว่า แล้วถ้าเราไม่มีเรื่องอุดมการณ์ ไม่มีเรืองการเมือง ความเชื่อ เราจะเป็นมนุษย์ธรรมดาๆ ที่อยู่ด้วยกันได้ไหม
Profile Image for Nnpp PuchPin.
32 reviews
May 23, 2024
ชีวิตสร้างจากความหวังหรือความหวังสร้างจากชีวิต?
คำถามที่ตั้งตรงหน้าในปกหลังของหนังสือ จวบจนสิ้นแสงแดงดาว ทำให้เราไปค้นคำตอบพร้อมกันกับตัวละครและหนังสือเรื่องนี้
เราสนใจเล่มนี้เพราะมาจากการอ่านคำนำนักเขียนที่หยิบบทแรกของเรื่องมาเป็นตัวเปิดก่อนเข้าสู่บทแรกในเล่มสารคดีที่ชื่อคน 17 เมษา
จวบจนฯ เป็นนิยายอิงประวัติศาสตร์เหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เขมรแดง เหตุการณ์ที่เรียกว่าโหดร้ายที่สุดเมื่อ 49 ปีที่ผ่านมาผ่านตัวละครหลัก 2 คนอย่างธีร์ รุธิระ ธีรวงศ์ ชายผู้พิการทางสายตากับอุทิศ ผู้ช่วยที่เปรียบเสมือนแสงสว่าง+ดวงตาแทนเจ้านายของเขา
เรื่องราวที่ค่อยๆ กะเทาะและเปิดกว้างต่อการรับรู้ในเหตุการณ์ใหญ่ในประเทศกัมพูชาจนนำไปสู่การลี้ภัยเข้าประเทศไทย จากชายหนุ่มที่ที่อยู่ฝั่งขวาเพราะพ่อแม่ทำงานรับใช้กษัตริย์ของประเทศบ้านเกิดสู่การต้องได้ยินเสียงและรับรู้ถึงความโหดร้ายของกลุ่มเขมรแดงที่ยึดอำนาจ ทำลายผู้คนนับหมื่นแสนคนที่ผู้ที่ยังมีชีวิตรอดต้องจดจำจนวันตาย
ในแง่ของเรื่องราวทำให้เรารู้สึกลุ้นและเดินทางไปพร้อมๆ กับทั้งสองคนในตัวละคร เห็นถึงความโหดร้ายของคนกลุ่มหนึ่งที่ฆ่าคนโดยไม่ปราณีเพียงเพราะอารยะขัดขืน สำนวนภาษาใช้ได้ดี มีการตัดสลับในแต่ละบทด้วยจดหมายจากปังกิ่ง (จีน) ฝั่งพ่อแม่ กับพนมเปญ (กัมพูชา) ฝั่งรุธิระ
เราให้ 5ดาวเต็มๆ เพราะอินตั้งแต่เล่มสารคดีคน 17 เมษาที่พาเดินทางไปยังสถานที่จริงในอดีตจนมาถึงเล่มนี้ (*จวบจนฯ ออกเล่มเมื่อปี 2021 แต่เราเพิ่งได้มาอ่านในปีนี้ค่ะเลยตามเก็บย้อนหลัง)
This entire review has been hidden because of spoilers.
Profile Image for DucklingReader.
90 reviews4 followers
February 23, 2026
การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่แค่การหนีเอาชีวิตรอด แต่ยังเป็นการก้าวข้ามกำแพงของชนชั้น ความคิดทางการเมือง และศักดิ์ศรีที่เคยยึดถือ นวนิยายอิงประวัติศาสตร์ที่มีฉากหลังอยู่ในกัมพูชา โศกนาฏกรรมทางการเมืองที่รุนแรงที่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เรื่องราวพาเราตามติดชีวิตของ รุธิระ ธีรวงศ์ ชายหนุ่มจากตระกูลชนชั้นสูงแห่งพนมเปญ ผู้ตัดสินใจรับ อุทิศ ชายหนุ่มอีกคนเข้ามาเป็นผู้ดูแลส่วนตัว ก่อนที่กระแสคอมมิวนิสต์จะโหมกระหน่ำเข้าสู่เมืองหลวงอย่างไม่มีใครต้านทานได้ เมื่อสถานการณ์เลวร้ายลง เส้นแบ่งระหว่างนายกับผู้ดูแลที่เคยชัดเจนก็ค่อย ๆ เลือนหาย ทั้งสองต้องกลายเป็นผู้ลี้ภัยร่วมชะตา ระหกระเหเร่ร่อนหนีภัยสงคราม มุ่งหน้าข้ามเทือกเขาบรรทัดไปยังชายแดนไทย

เป็ดน้อยเคยอ่านเจอบทความของพี่เบสท์ที่บอกว่า แก่นของเรื่องไม่ได้มีแค่ประวัติศาสตร์ แต่กำลังสื่อสารกับปัจจุบันว่า "เราจะมีความเห็นทางการเมืองต่างกันก็ได้ แต่ยังอยู่ร่วมกันได้เหมือนกัน"

รุธิระในฐานะชนชั้นสูงที่ไม่ชอบคอมมิวนิสต์ กับอุทิศในฐานะประชาชนธรรมดาที่ (จำเป็นต้อง) ฟังพวกคอมมิวนิสต์ คือภาพแทนของความขัดแย้งที่รุนแรงพอจะทำลายกันได้ แต่เมื่อทั้งคู่ต้องเผชิญความตายไปด้วยกัน สิ่งที่สำคัญกว่าความเชื่อใด ๆ กลับกลายเป็น "ความเป็นมนุษย์"

เป็ดน้อยเห็นมิตรภาพของสองคนนี้ชัดมากค่ะ ปลื้มใจแทนรุธิระจริง ๆ ที่มีคนดูแลที่ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อเขาขนาดนี้ และก็เข้าใจอุทิศเหมือนกัน เพราะสิ่งที่รุธิระเคยให้ ไม่ได้ช่วยแค่ตัวเขา แต่ช่วยให้ครอบครัวเขามีชีวิตที่ดีขึ้นด้วย ความผูกพันมันเลยลึกกว่าคำว่าเจ้านายกับลูกน้องไปไกลมาก ถามว่าจิ้นไหม เป็ดน้อยมองเห็นเป็นภาพมิตรภาพมากกว่าที่จะจิ้นให้เป็นแฟนกัน

เรื่องราวหลังจากนั้นจะเป็นอย่างไร เป็ดน้อยไม่ขอเล่าต่อนะคะ อยากชวนให้ไปติดตามกันเอง เพราะมันคือความรู้สึกที่ควรได้สัมผัสด้วยตัวเองจริง ๆ

อ่านจบแล้วอิ่มเอมจนมีน้ำตาซึมเลยค่ะ เล่มนี้สมมงที่กระแสแรงมาก และต้องขอบคุณอาเธอร์ @arthoreads ด้วยที่ช่วยให้เป็ดน้อยเข้าใจตัวละครได้ลึกขึ้นกว่าเดิม

จดหมายจาก รุธิระ ถึง อุทิศ
กระดาษแผ่นสุดท้ายอ่ะค่ะ บอกเลยว่าพีคมาก
อ่านจบแล้วไปอ่านบท 1 ใหม่นะคะ เป็นซึมเลยแหละ
2 reviews
September 12, 2021
โหดร้าย รุนแรง ประกายแสง ความหวัง

นิยายที่สนุกจนวางไม่ลง ทีแรกคิดว่าจะค่อย ๆ ใช้เวลาอ่านแบบละเลียดวันละบทสองบท เพราะช่วงแรกหนังสือดำเนินเรื่องไปอย่างเนิบช้า ทำให้เราเผลอคิดแบบนั้น

แม้ช่วงแรกจะอ่านแบบเพลิดเพลิน แต่มีนัยยะแฝงตามช่วงเวลาประวัติศาสตร์ถูกซ่อนเอาไว้ ทันทีที่เริ่มไขกลไกได้ ทำให้เริ่มรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา และวางหนังสือไม่ลงนับตั้งแต่ตอนนั้น

กลายเป็นว่าหนังสือสนุกจนเผลออดนอนเพื่อติดตามการผจญภัยของตัวละครให้ได้นานที่สุด รายละเอียดในหนังสือไม่ต้องบอกก็รู้ว่าผู้เขียนทำการบ้านมาดีมาก บนฉากหลังของสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ยุคเขมรแดง ไทม์ไลน์ต่าง ๆ ของสงครามการเมืองบริเวณคาบสมุทรอินโดจีนถูกระบุไว้ให้เราได้ศึกษาตามไปด้วย

เหนือสิ่งอื่นใด ความโหดร้ายระหว่างมนุษย์ทำให้หวนนึกถึงความหวังของชีวิต แม้จะมองไม่เห็นแสง แต่ใช่ว่าไม่มีแสงปรากฎอยู่

ที่ใดมีความสิ้นหวังแปลว่าที่นั่นยังมีความหวัง

ส่วนคำถามที่ว่า ‘ชีวิตอยู่ได้ด้วยความหวัง หรือความหวังสร้างจากชีวิต?’ อันนี้ผมไม่แน่ใจว่าสิ่งที่คิดจะถูกต้องเพียงใด แต่เชื่อว่าทุกคนอาจจะได้คำตอบในรูปแบบของตัวเองหลังจากได้อ่านหนังสือเล่มนี้
September 12, 2021
#จวบจนสิ้นแสงแดงดาว
โดย Kittisak Kongka
รีวิว
อ่านจบแล้วให้ความรู้สึกเหมือนกำลังชมภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์ในโรง
เรื่องนี้ภาษาเด่น บรรยากาศเด่น และที่แน่นปึ้กคือข้อมูลประวัติศาสตร์เสน่ห์ของเรื่องนี้มีประเด็นที่น่าสนใจ ถ้อยคำของรุธิระ
#สงครามควรทำให้คนหวาดกลัวไม่ใช่ฮึกเหิม
มาจากบางช่วงบางตอนที่คนเขียนประวัติศาสตร์ทำให้คนเกลียดคนกลุ่มหนึ่งจนเป็นหนึ่งเดียว แต่นั่นมันนำไปสู่สงคราม มันสะท้อนว่าแท้จริงแล้วการบันทึกประวัติศาสตร์จริงแท้แค่ไหนหรือแอบแฝงประสงค์อื่นเอาไว้
ให้ความรู้สึกถูกไล่ล่า การหลบหนีจากพนมเปญสู่สยามทางเส้นทางธรรมชาติไม่ใช่เรื่องง่าย ในเรื่องมีเส้นชัดเจนคือทุกคนพร้อมฆ่าพวกเดียวกันเพื่อชาติที่ตนต้องการ โดยละเลยไปว่าคุณกำลังฆ่าคนเสมือนญาติตัวเองอย่างง่ายดายได้อย่างไร มีฉากสะเทือนใจและหักมุมตลอดทั้งเรื่อง ลุ้นไปกับการฝ่าฟันความตาย
และท้ายที่สุดต้องลุ้นกันว่า อุทิศและรุธิระจะได้อยู่บนโลกปัจจุบันหรือบนฝั่งฝันหลังความตายกันแน่
Profile Image for 百牡丹.
55 reviews10 followers
June 27, 2024
โปรดอย่าลืม โปรดอย่าลืม

จวบจนสิ้นแสงแดงดาวพาเราไปติดตามเรื่องราวของสองนายบ่าวผู้ซึ่งอยู่ในหนึ่งในเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์โลก รุธิระ ธีรวงศ์ เป็นทายาทตระกูลธีรวงศ์ที่ใกล้ชิดติดกับราชวงศ์นโรดม เป็นทั้งชนชั้นนำและฝ่ายขวา ส่วนอุทิศเป็นเพียงชนชั้นกรรมกรที่ต้องหาเลี้ยงชีพตนเองและครอบครัว จนในวันหนึ่งอุทิศต้องมาเป็นผู้ดูแลให้กับรุธิระ

ผู้เขียนยังคงใช้ภาษาที่สละสลวยเหมือนกับงานเขียนอื่นๆ แต่ในคราวเดียวกันก็หนักแน่นและรวดร้าว แม้การเขียนจะเป็นบุรุษที่สามแต่ผู้อ่านกลับได้รับรู้เรื่องราวผ่านมุมมองของรุธิระจนดูจะเป็นบุรุษที่หนึ่งเสียมากกว่า โดยเมื่ออ่านผ่า��มุมมองของรุธิระนั้นก็เปรียบเสมือนได้มองผ่านมุมมองของชนชั้นนำที่เพิกเฉยต่อการเมือง จนกว่าความเดือดร้อนจะมาถึงตัวจึงจะเริ่มสนใจ แต่ไม่ว่าจะอ่านจากมุมมองใด ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าสงครามเป็นสิ่งโหดร้าย
ในตอนแรกเนื้อเรื่องค่อยๆ ดำเนินไปอย่างเนิบนาบแต่หนักแน่น มีการแทรกถึงการเมืองภายในเขมรและการเมืองภายนอกใกล้เคียงอยู่บ้าง อาจเป็นเพราะการเล่าเรื่องผ่านมุมมองของรุธิระและด้วยความรู้ของฉันที่เป็นผู้อ่านที่ไม่ได้ศึกษาข้อมูลมาลึกมากพอ ฉันจึงมองผ่านมุมมองของรุธิระโดยแท้จริง หลายๆ เหตุการณ์จึงไม่ปะติดปะต่อกัน มีหลายข้อมูลที่ถูกหย่อนมาเพียงเล็กน้อย หากเป็นคนที่ศึกษามาแล้วย่อมต้องเข้าใจอย่างแน่นอนว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ฉันกับรุธิระในตอนนั้นไม่ได้ต่างกันมากนักเลย คงจะดีกว่านี้ถ้าข้อมูลมีมากกว่านี้และปะติดปะต่อกันมากกว่านี้

อุทิศเป็นตัวละครที่เป็นที่พึ่งพาให้รุธิระมากที่สุดในยามที่ต้นตระกูลเป็นภัยแก่ตัวเขาเอง อุทิศนั้นดูโตมากจนฉันเกือบลืมไปว่าเขาอายุยังไม่ถึงยี่สิบด้วยซ้ำ แต่หลายคำพูดและการกระทำกลับดูโตเกินกว่าวัย
และหลายครั้งที่ฉันเริ่มสงสัยในคำพูดของอุทิศ มีหลายเหตุการณ์ที่ชวนให้สงสัยว่าความจริงที่อุทิศเล่าให้กับนายฟังนั้นเป็นความจริงเดียวกันกับสิ่งที่ตาเขาเห็นหรือไม่ แต่ไม่มีครั้งใดที่ฉันสงสัยในความภักดีของอุทิศที่มีต่อรุธิระเลย

ในเรื่องนี้ผู้เขียนนำวรรณกรรมระดับโลกหลายเรื่องมาผสานกับเนื้อหาจนถักทอเป็นบทสนทนาระหว่างนายและบ่าว แม้จะไม่รู้จักในหลายๆ เรื่องแต่ก็ไม่ได้ทำให้เสียอรรถรสในการอ่านจนเกินไป แต่หากเคยอ่านมาแล้วก็ยิ่งทำให้บทสนทนาระหว่างทั้งสองลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น

ในเรื่องนั้นเน้นย้ำว่าสงครามไม่เคยเป็นผลดีกับใคร มีเพียงผู้ก่อสงครามเท่านั้นที่ไม่เคยเสียอะไร ประชาชนเป็นเพียงผู้ถูกยืมมือให้ลุกขึ้นมาเข่นฆ่ากันเอง และเป็นประชาชนที่สูญเสียทุกสิ่ง ชาตินิยมที่ถูกทำให้เป็นโฆษณาชวนเชื่อก็เป็นไฟที่โหมกระหน่ำให้ความเกลียดชังต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันหนักข้อยิ่งขึ้น

ท้ายที่สุดแล้วรุธิระตั้งคำถามว่าชีวิตที่แสนสั้นนั้นจะทำอย่างไรให้ทรงคุณค่า ฉันอาจรู้คำตอบของเขาในบางส่วน แต่คงไม่ถ่องแท้อย่างที่เขารู้อยู่แก่ใจของตน แต่ฉันรู้คำตอบของตัวเองแล้วว่าจะทำอย่างไร
This entire review has been hidden because of spoilers.
Profile Image for Natsuda Mungoomklang.
48 reviews3 followers
February 3, 2022
เนื้อเรื่องดำเนินไปในมุมมองของรุธิระ ทำให้เราจินตนาการภาพตามออกเลยว่าในสถานการณ์แบบนั้นมันน่ากลัวขนาดไหน
ซาบซึ้งในความภักดีของอุทิศมากๆ
ฉากที่ต้องแยกจากก็คือน้ำตาไหลเป็นสายเลย
แต่ตอนจบเราค่อนข้างจะค้างๆนะ หรืออาจจะเป็นเราเองที่ไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์ตรงนั้นก็ได้ เหมือนตัดฉากแบบฉึบ
This entire review has been hidden because of spoilers.
Profile Image for U.T. Zense.
1 review
March 19, 2023
การตัดสินใจอ่านนิยายเรื่องนี้เกิดจากควนหาเรื่องที่ตนเองอยากเล่าในรูปแบบละครเวทีซึ่งธีสิสส่งจบในฐานะเด็กเอกละคร(เวที) ด้วยความบังเอญเห็นคำโปรยเกี่ยวกับประวัติศาสตร์กัมพูชาของหนังสือชื่อ “จวบจนสิ้นแสงแดงดาว” ขึ้นมาบน facebook ซึ่งตนเองเคยเรียนวิชาเกี่ยวกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาก่อน จึงมีความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์กัมพูชาอยู่บ้าง และเมื่ออ่านจบก็รู้ได้ทันทีว่าต้องเลือกดัดแปลงนิยายเรื่องนี้เป็นละครธีสิสของตนเอง

“จวบจนสิ้นแสงแดงดาว” เริ่มต้นด้วยปัจจุบันขณะของชายชราที่กำลังปฏิบัติงานการกุศลเพื่อการศึกษาอยู่ในพนมเปญ ผสมด้วยความรู้ขมขื่นปนหวนหาอดีตพุทธศักราช 2517 ณ บ้านธีรวงศ์ที่มีเพียง ‘รุธิระ ธีรวงศ์’ อาศัยอยู่เพียงลำพังถึงแม้จะมี ‘บุญราบ’ ทนายประจำตระกูลคอยมาดูแลความเรียบร้อยภายในบ้าน แต่รุธิระเองก็ยังคงต้องการผู้ดูแลประจำตัวที่จะคอยอ่านหนังสือภาษาอังกฤษให้รุธิระฟัง จนกระทั่ง ‘วิทยา’ เด็กหนุ่มเพิ่งจบจากมัธยมมาไม่นาน ได้เข้าสัมภาษณ์กับรุธิระ เขาสามารถผ่านการสัมภาษณ์ไปได้ด้วยดีด้วยความสามารถทางภาษาอังกฤษไปได้ ภายในบ้านธีรวงศ์อบอวลไปด้วยบทสนทนาที่ว่าด้วยวรรณกรรมและเหตุการณ์บ้านเมืองนอกรั้วธีรวงศ์ทั้งในและนอกประเทศ จนกระทั่งจดหมายฉบับหนึ่งจากพ่อแม่ส่งถึงรุธิระ ประโยคในจดหมายตีความได้ว่ารุธิระจำต้องลี้ภัยจากพนมเปญไปยังชายแดนไทย-กัมพูชาเพราะอีกไม่นานกองกำลังเขมรแดงซึ่งเป็นฝ่ายคอมมิวนิสต์กัมพูชาและเป็นปฏิปักษ์ต่อปัญญาชนและเชื้อพระวงศ์จะตีล้อมพนมเปญ อาจยังความลำบากมาสู่คุณชายแห่งตระกูลธีรวงศ์ได้ แต่นั้นอุทิศกลับตกลงรับปากจะส่งรุธิระให้ปลอดภัยถึงเขตเทือกเขาบรรทัด ชายแดนไทย-กัมพูชา

เหตุการณ์ในพนมเปญผลักไสให้สองตัวละครสองชีวิตนายบ่าวกึ่งแปลกหน้ากึ่งคุ้นเคยระหกระเหเร่ร่อนออกจากพนมเปญ ระหว่างการลี้ภัยสู่ชายแดนสยามนั้นเต็มไปด้วยการสูญเสีย โชคร้ายที่อาวุธอยู่ในมือของกลุ่มคนที่ไร้มนุษยธรรม อุดมการณ์ว่าด้วยความเท่าเทียมทางชนชั้นเป็นเพียงข้ออ้าง ความโหดร้ายที่เกิดจากน้ำมือของเพื่อนร่วมชาติด้วยกันเองนั้นคร่าชีวิตคนกัมพูชาไปมากมาย ชีวิตของพวกเขาไม่ต่างอะไรจากการตกเป็นเหยื่อของความโหดร้ายในหน้าประวัติศาสตร์ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

“จวบจนสิ้นแสงแดงดาว” ถ่ายทอดผ่านภาษาที่ประณีตและมีเอกลักษณ์ ชักชวนให้ทุกคนตั้งคำถามเกี่ยวกับความหวัง อุดมการณ์ทางความคิด แต่หากสำรวจเข้าไปลึกลงไปนั้น มันคือเรื่องราวของ ‘มิตรภาพต่างชนชั้น ความสัมพันธ์ที่นำไปสู่การสานต่อซึ่งอุดมการณ์ ส่งต่อความหวังที่แสนจะริบหรี่แต่ยังคงส่องสว่างอยู่ในใจ’ชวนให้ผู้อ่านอย่างเราได้แต่สงสัยตามไปด้วยว่า 'ความหวังนำพาไปสู่ชีวิต หรือชีวิตนำพาไปสู่ความหวังกันแน่'?
Profile Image for Pop Cayla.
66 reviews1 follower
February 10, 2026
จวบจนสิ้นแสงแดงดาว โดยคุณกิตติศักดิ์ คงคา เป็นวรรณกรรมอิงประวัติศาสต์ มีฉากหลังเป็นสงครามกลางเมืองเล่าเรื่องโศกนาฏกรรมของเขมรแดงในกัมพูชา วันที่ไฟแห่งทุ่งสังหารกำลังโหมล้อมเข้ากรุงพนมเปญ จนสองนายบ่าวอย่าง “รุธิระ ธีรวงศ์” ชายหนุ่มจากตระกูลชั้นสูงและผู้ดูแลนาม “อุทิศ” ต้องระหกระเหินหนีเอาชีวิตรอดโดยมีปลายทางคือฝั่งไทย หนังสือเพียง 240 หน้าแต่กลับอัดแน่นไปด้วยเรื่องราวของสงครามที่เข้มข้น บีบด้วยอารมณ์แห่งความหวาดกลัวตลอดระยะการเดินทางของชายสองคน พบเจอผู้คนประปรายแต่ผู้เขียนทำให้รู้สึกถึงความผูกพันได้อย่างงดงามและเจ็บปวดในขณะเดียวกัน บ้างก็ได้ลา บ้างก็ต้องดับไปพร้อมเสียงดังสนั่นจากการลั่นไกลปืน มันขมขื่น แต่ยังสอดแทรกความหวังเล็ก ๆ ที่ริบหรี่เอาไว้ อย่างที่อุทิศได้กล่าวเอาไว้���่า “สีแดงหมายถึงความหวัง” ชีวิตที่ต้องหาทางรอด ยึดเหนี่ยวฟางเส้นสุดท้ายของศรัทธาให้มากพอที่จะหอบลมหายใจของตัวเองเอาไว้ รอให้ถึงวันที่ความโหดร้ายนี้มันสิ้นสุด เราชื่นชนที่หนังสือกล่าวว่าประวัติศาสตร์จะมีคนรับบทเหยื่อในเรื่องราวนั้นอยู่เสมอ เราขอชื่นชมหนังสือซึ่งเล่าได้ดีในแง่ที่ชาวบ้านตัวเล็กตัวน้อยไม่ได้มีทางเลือก ทุกคนล้วนเลือกเพื่อความอยู่รอดและความคงอยู่ของตัวเองแม้ว่าจะต้องเป็นผู้ร้ายถือปืนก็ตาม สุดท้ายแล้วมันไม่ได้เป็นผลดีกับใคร นำมาซึ่งแต่ความสูญเสีย ดวงวิญญาณที่จากไปอย่างไม่มีวันหวนคืน เวลาและอนาคตของผู้คนที่ควรเฉิดฉายแต่ต้องสังเวยให้กับคนบางกลุ่มเพียงเพราะคนพวกนั้นต้องการถืออำนาจเอาไว้ ในเรื่องความสัมพันธ์ของตัวละคร คุณกิตติศักดิ์ได้ปูเนื้อเรื่องให้เห็นว่าสัญญาทางใจของทั้งคู่มีความเหนียวแน่น ทั้งก่อนหน้า ระหว่าง และหลังการเดินทาง ตายแทนกันได้ เป็นมิตรแท้ และเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นคงตราตรึงใจทั้งสองฝ่ายไปจวบจนสิ้นชีวิต และแน่นอนว่าภาษามีความสวยงาม สละสลวย เนื้อเรื่องน่าสนใจ การเล่าอาจมีขรุขระบ้างในช่วงต้นที่ให้ภาพไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ แต่โดยรวมทำได้ดีโดยเฉพาะช่วงท้าย ๆ มันค่อย ๆ ให้ความรู้สึกที่หนักอึ้งขึ้นเรื่อย ๆ เราอึดอัด และอินมากจนน้ำตาไหลออกมา สรุปคือชอบมาก ไม่ผิดหวัง และแอบหวังว่าหนังสือเล่มนี้จะถูกนำไปแปลเป็นภาษาอื่น เป็นหนังสือควรค่าแก่การถูกค้นพบจริง ๆ
2 reviews
October 28, 2025
If a genie granted me three wishes, I'd use one to erase my memory of this book so I could read it again for the first time, weekly. Kittisak Khongkha's masterful weaving of a profound narrative was enough to keep me glued to the pages. But meticulous prose isn't the only reason this book is going straight onto my "I'd pay a million just to read this again for the first time" shelf.

Rithura and Uthid haunted my thoughts for three days after I finished the book. Their unforgettable journey left a beautiful, yet agonizing, imprint on my heart. The raw emotional depth and intricate character development truly elevate this book beyond simple historical fiction, immersing the reader deeply in their struggles. My first thought after finishing this book was a desperate wish to hug Rithura and Uthid, to absorb some of their pain and offer them solace. Their resilience in the face of unimaginable adversity testifies to the human spirit's enduring capacity for hope and resistance, urging readers to reflect on their own definitions of life.

The next paragraph contains a potential spoiler.

Initially, the letters seemed like a nice touch, but as the story progressed, they evolved into an indispensable narrative device that made my heart race when I read the very last one.

5/5
Profile Image for Murainik_.
100 reviews5 followers
January 30, 2026
จุดที่ขัดใจที่สุดสำหรับชั้นคือเรื่องภาษานี่แหละ ***คหสต***คือมันฟุ่มเฟือยมากกกก คอมโบคำซ้อนซ้ำประสมสมาสสนธิ สัมผัสพยัญชนะสระวรรณยุกต์ คือป๊าดด เป็นกาพย์เป็นกลอน ที่เห็นบ่อยมากคือคำกริยาคำเดียวคนเขียนเอาไวพจน์มาซ้อนต่อกันจนเป็นสามคำคล้องจองกันอะ ก็ไม่ว่าอะไรถ้าคนเขียนจะโชว์ฝีไม้ลายมือคอมโบภาษาไทยระดับs ละนี่ก็ชอบที่ได้เรียนรู้ศัพท์ใหม่ๆบ้าง แต่มันควรอยู่ในบทพรรณนา ไม่ใช่บทบรรยายที่ควรเน้นให้เห็นภาพชัดมากกว่าใช้คำวิลิศมาหราแบบนี้
อีกประเด็นของภาษาคือบทพูด เข้าใจว่าพีเรียดเลยอยากให้บทมันดูลักชู แต่สคริปต์บางอันมันไม่ใช่แค่คำพูดทางการ แต่มันโคตรจะไม่ใช่ภาษาพูดอะ คือชั้นไม่สามารถถูกคอนวิ้นได้เลยว่ามีมนุษย์ที่พูดแบบนี้อยู่จริงๆ จนเวลาอ่านคือชั้นอ่านเป็นเสียงเไสปอยหนังในติ๊กต่อก แต่ก็มีไม่มากเท่าไหร่นะ หลายๆบทก็เป็นบทพูดทั่วไปนี่แหละ

เรื่องความสัมพันธ์ของตัวละคร ถ้าให้พูดตามfactคือก็เมคเซ้นอยู่ที่พวกตัวเอกจะชอบอีกฝ่ายเอามากๆ คุณธีร์มีบุญคุณที่ชุบเลี้ยงอุทิศในฐานะบ่าว ส่วนอุทิศก็เป็นแสงสว่างให้คุณธีร์ แต่ชั้นไม่ค่อยอินเท่าไหร่ อาจจะเพราะเป็นเรื่องสั้นมั้ง ทุกครั้งที่ตัวเอกทำเหมือนผูกพันกันลึกซึ้งชั้นจะรู้สึกว่า it's not that DEEP bro😭 ***คหสต*** ชั้นไม่เห็นว่าอุทิศจะมีเหตุผลในการช่วยคุณธีร์นอกจากจะเพราะคุณธีร์ให้งานทำ คือถ้าเป็นนายจ้างคนอื่นฮีก็จะloyalแบบนี้เหมือนปะ มันไม่มีความต้องคนนี้เท่านั้น หรือการที่คนอื่นไม่เห็นค่าของอุทิศเลย มีแค่คุณธีร์ที่ทำให้รู้สึกว่าอุทิศมีคุณค่า เป็นที่ต้องการ อะไรงี้อะ555
แต่ในฝั่งคุณธีร์ชั้นพอจะอินอยู่นะ คนที่โลกเป็นสีดำมาเจอกับนักเล่าเรื่องแสนเก่ง ใจดีสุภาพอ่อนโยน ใครจะไม่ชอบ555 แต่ตอนที่คุณธีร์ไม่มีอุทิศอยู่ข้างตัวแล้วก็ไม่เห็นว่าจะใช้ชีวิตลำบากขึ้นนิ5555 คือมันไม่มีบรรยายแนวๆ ไม่นะ โลกของชั้นกลับมามืดบอดอีกครั้งเมื่อไม่มีเธอ พอลากันปุ๊ปก็กลับไปใช้ชีวิตต่อได้เหมือนเดิมชิลๆ ฟีลเหมือนคอนเท้นเรียนจบแล้วกดอันฟอลอะ อีกอย่างนี่ไม่ชอบการตัดสินใจที่ให้อุทิศโกหกคุณธีร์ว่าคนนั้นไม่ได้ถูกยิง แค่ขับรถไปแล้วเฉยๆ คือคนที่เชื่อใจว่าทำให้ตัวเองเห็นภาพต่างๆดันมาโกหกแบบไม่เนียนแบบนี้เนี่ยนะ ละจากนี้จะเชื่อได้มั้ยว่าบรรยายสภาพตามความจริง ไม่ใช่โกหกเพื่อให้สบายใจ คุณธีร์นางเป็นผู้ใหญ่แล้วนะเด้ออีหล่า ไม่ใช่เด็กวัยเตาะแตะ

ใดๆคือชอบคอนเซปต์เรื่องประวัติศาสตร์ ความโหดร้ายของสงคราม ละเล่าผ่านมุมมองของคนตาบอดเพื่อเน้นภาพภาวะความสิ้นหวัง มืดแปดด้านในภาวะสงคราม ส่วนจุดที่สนุกที่สุดของเรื่องนี้คือกิมมิคในจดหมายนี่ละ ตอนกลับไปไล่อ่านใหม่คือว้าวมาก
This entire review has been hidden because of spoilers.
Profile Image for Teeranan Sriken.
2 reviews
December 28, 2025
ภาษาเล่มนี้สวย การดำเนินเรื่องไว ใช้เวลาในการอ่านไม่นานมาก

เป็นนิยายอิงสงคราม ประวัติศาสตร์ที่จริงจังเล่มแรกของเราเลย ทนกระแสไม่ไหวเลยขออ่านดูสักหน่อย ตอนแรกคิดว่าจะไม่ชอบเพราะปกติไม่อ่านอะไรจริงจัง 😂 แต่กลับชอบมาก เป็นเล่มที่ชอบ topๆ ของปีนี้เลย

- เราชอบการเรียบเรียงเนื้อหาผ่าน POV ของคุณธีร์ ที่เป็นคนตาบอด มันเหมือนยิ่งทำให้เราเห็น ว่าขนาดตาเรามองไม่เห็น แต่ก็ยังรับรู้ได้ถึงความป่าเถื่อนของสงคราม
- ความสัมพันธ์ของคุณธีร์และอุทิศ เป็นความสัมพันธ์ที่สั้นๆ แต่มันมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นมากมาย และด้วยอยู่ในสงคราม ทำให้เราอินกับมันได้ง่ายมาก
- ชอบการแทรกเนื้อหาที่ทำให้เราได้กลับมาตกผลึกจริงๆ เกี่ยวกับสงคราม หรือแม้แต่ความเป็นอนู่ระหว่างชนชั้น การเข้าถึงการศึกษา การลืมตาอ้าปากของชาวบ้าน มันทำให้เราคิดได้จริงๆว่า สงครามมันไม่ได้ส่งผลดีกับใครเลย มีแต่พรากคนที่เรารัก

5 reviews
January 3, 2026
ยิ่งเข้าใจความหมาย นิยายเล่มนี้จึงลึกซึ้ง

หากจะนิยาม ‘จวบจนสิ้นแสงแดงดาว’ เป็นหนังสือประเภทไหน หากบอกว่าเป็น หนังสือรัก ก็คงไม่ผิดนัก เพราะนิยามคำว่ารัก ไม่ใช่เพียงนิยามได้เฉพาะแบบหนึ่งแบบใดเท่านั้น ความรักในเล่มนี้เป็นความรักที่ทรงคุณค่า และน่าศรัทธา เมื่ออ่านจบคุณจะเข้าใจว่าหนังสือเล่มนี้ ไม่ควรอ่านเพียงรอบเดียว สมมงทุกประการ หากนี่คือนิยายที่นักเขียนรักที่สุด ไม่เพียงแต���หาข้อมูลประวัติศาสตร์ หากแต่ใส่กลเม็ดน้อยใหญ่ให้ผู้อ่านได้มีส่วนร่วม ราวได้โลดแล่นไปในอัตชีวประวัติของบุคคลหนึ่ง ซึ่งคล้ายมีตตัวตนจริงในหน้าประวัติศาสตร์

นี่ไม่ใช่แค่หนังสือนิยายอิงประวัติศาสตร์ หากแต่ยังสะท้อนถึงชีวิต และการ ‘อุทิศ’ ให้แก่สังคม
Profile Image for goodbadugly.
7 reviews
January 5, 2026
เป็นนิยายอิงประวัติศาสตร์ ในช่วงที่เขมรแดง ชายตาบอดอย่างรุธิระ และ อุทิศ (บ่าวรับใช้) ที่คอยดูแลรับใช้ และอ่านหนังสือและจดหมาย ที่ต้องมีการถอดรหัสบางอย่าง และทำให้รุธิระต้องลี้ภัยมาสยาม โดยมีอุทิศที่คอยเป็นแสงสว่างในการนำทางให้ เรื่องนี้ค่อนข้างใช้ภาษาสวย สามารถบรรยายให้เราเห็นภาพตามสถานการณ์ มีหลายคำที่อ่านตอนแรกไม่เข้าใจแต่พอเสิร์ชแล้วจำเข้าคลังคำศัพท์ได้ ช่วงที่ลี้ภัยเป็นช่วงที่นี่ว่าไปหายใจไม่ทั่วท้อง ระแวงตามตัวละคร ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ตอนต่อไป จนมาช่วงท้ายๆเก็บน้ำตาไม่อยู่จริงๆ กับความเทิดทูนนาย ของอุทิศ ที่ยอมตายแทนคุณธีร์ได้ สุดท้ายดีใจที่ทั้งสองยังได้ชีวิตต่อไปหลังสงคราม แม้จะแยกย้ายกันไปมีชีวิตของตัวเอง
This entire review has been hidden because of spoilers.
Profile Image for morareds.
37 reviews5 followers
January 9, 2025
บันทึกการลี้ภัยในเหตุการณ์เขมรแดงของทายาทตระกูลใหญ่ที่ตาบอด ทำให้เรารู้สึกพร่าเลือน สับสน เคว้งคว้าง การเดินเรื่องเข้มข้น ประวัติศาสตร์แน่น ชอบฉากรหัสทางจดหมาย ถึงจะสนุกจนไม่อยากวาง ก็ยังมีจุดที่อ่านแล้วรู้สึกไม่ค่อยเข้ามือเลยทำให้อ่านจบช้ากว่าที่คิด แต่โดยรวมชอบนะ
Profile Image for blueblur1410.
9 reviews
February 19, 2025
ท่ามกลางบรรยากาศถมึงทึงของสงครามเขมร ความสัมพันธ์ของบ่าวนายเหมือนเป็นแสงสว่างเล็กๆในคืนเดือนมืด ที่ชวนให้รุ้สึกอบอุ่นมากๆค่ะ อ่านแล้วทั้งเหงาทั้งระทึก แต่ก็ติดใจสำนวนการเขียนของนักเขียน เป็นเล่มที่ชอบอีกเล่มนึงค่ะ
Profile Image for howaboutpp.
1 review
January 9, 2026
สนุกมากๆๆ นักเขียนเขียนได้น่าติดตาม ภาษาสวยมาก ๆ อ่านเพลินจนจินตนาการภาพออก ด้วยภาษาสวย ๆ กับการเดินเรื่องทำให้เราเข้าอกเข้าใจความเป็นไปตามปดติของคุณธีร์ซึ้งเป็นชายตาบอด สื่ออารมณ์ได้ดีมากจนเหมือนเข้าไปอยู่ตรงนั้นด้วยจริง ๆ สนุกมาก ๆ เป็นเล่มที่เฝ้ารอและไม่ผิดหวัง รัก
Profile Image for Drn.Reading.
66 reviews8 followers
October 29, 2021
ภาษาสวยมากกกกกกกก ชอบมาก งดงามหยดย้อย
Profile Image for vervain.
3 reviews
January 5, 2026
ตอนแรกมีอึดอัดกับภาษาอยู่บ้างแต่อ่านไปสักพักจนชิน พอกลางจนท้ายเล่มจะอ่านทีต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ คุณธีร์ตัวหดเหลือจ้อยเดียวได้ยังไงก็ไม่รู้ :(
3 reviews
January 11, 2026
เลือกใช้ภาษาดี อ่านแล้วรู้สึกมืดบอดตามตัวเอกของเรื่องไปด้วย ทุกอย่างมันมืดมน รับสัมผัสได้แค่ทางผิวและลิ้น ติดที่ว่าพรรณนาฟุ่มเฟือยไปสักเล็กน้อย บางฉากบางตอนกำลังลุ้นๆก็รู้สึกว่ากระชับได้มากกว่านี้
Profile Image for TONG ..
247 reviews1 follower
January 23, 2026
#ShelfReview จวบจนสิ้นแสงแดงดาว

การเดินทางผ่านสงครามแดงของกัมพูชาผ่านสายตามืดบอดของชายหนุ่ม
สารภาพว่ามีท้ออยู่บ้างในการอ่านเพราะหนังสือใช้ภาษาพรรณนาเยอะ
เนื้อเรื่องกระชับ ไม่ได้ซับซ้อน แต่จะหนักไปช่วงของการบรรยายสภาพการณ์
ต้องยอมรับว่าภาษามันสวยจริง แต่ก็ทำให้มันเป็นเล่มที่อ่านไม่ง่ายกับเรา
ชอบการใส่ให้ตัวเอกเป็นผู้พิการทางสายตา รับรู้เรื่องราวผ่านการบอกกล่าว
ทำให้คนเล่าเรื่องสามารถมีพื้นที่เติมแต่งเรื่องราวในส่วนที่ไม่รู้ลงไปได้
หนังสือไม่ได้พยายามขยี้ความสัมพันธ์ของตัวละครหลักมากซึ่งดีพอแล้ว
ผลกระทบจากสงครามมี่ใส่เข้ามาก็ทำได้โอเค เป็นแนวโร้ดทริปผ่านไป
ตอนอ่านจะให้ฟีลเหมือนกำลังอ่าน ‘ข้างหลังภาพ’ ในมุมมองของกีรติ
โดยรวมคือโอเค มีปริศนาเล็กตามประสาที่พอรู้ก็รู้เลย และไม่แย่เลย
แต่ควรอ่านในช่วงจังหวะเวลาที่พร้อมมากกว่านี้อีกหน่อยคงจะดีมาก

7/10 .
Profile Image for nutthani.
9 reviews
December 24, 2025
ประวัติศาสตร์ควรทำให้เราเกรงกลัวในสงครามมากกว่าฮึกเหิม (10 10 10) เพราะสงครามพรากทุกอย่างไปจากเราและไม่เคยเป็นผลดีกับฝ่ายไหนเลย
Profile Image for Ochaphen.
69 reviews
January 18, 2026
เรื่องนี้ไม่ใช่ BL แต่เป็นมิตรภาพที่น้ำตาไหลยิ่งกว่าน้ำป่าไหลหลาก

อาจจะเพราะเป็นเด็กตราด ได้รับความรู้เกี่ยวกับเขมรแดง พนมเปญแตกมาตลอดตั้งแต่เด็ก ก็เลยจะอินเป็นพิเศษ
Displaying 1 - 28 of 28 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.