เป็นแฟนคลับอ.นภดลมานาน ตามตั้งแต่อจ.เขียนลง storylog จนมาทำพ็อคาสท์ Nopadol's Story ก็ตามต่อ เราตามหมดยกเว้นเรื่อง OKR เพราะขี้เกียจเรียนรู้เครื่องมือใหม่ค่ะ เราว่า balanced scorecards ดีมากๆ อยู่แล้ว แต่ก็เข้าใจว่า bsc มันยิบย่อย เข้าใจยาก คนทั่วไปลงมือทำเองคงไม่ถนัด
จนนั่งอ่านหนังสือกับ #คืนวันศุกร์bookclubเงียบๆ ถึงได้ฤกษ์หยิบมาอ่าน เพราะก็อยากรู้แหล่ะว่ามันต่างกับ bsc ยังไง เราสนใจในแง่การวางแผนและวัดผลส่วนบุคคล อ่านแล้วก็รู้สึกว่าอ.นภดลอธิบายง่ายจัง
ไม่รู้เหมือนกันว่าคนที่ไม่มีพื้นเรื่องการวัดผลมาก่อนเลยจะอ่านรู้เรื่องไหม แต่เราว่า OKR มันคือฉบับย่อแบบกระชับของ bsc ซึ่ง... ถ้าคุณชัดเจนกับตัวเองแบบตอบตัวเองได้เลยว่าต้องการอะไร โอเค คุณเอา OKR ไปใช้ได้เลย เพราะอจ.ก็บอกสเต็ปการทำให้แล้ว แต่เราคิดว่าคนอาจจะยังเชื่อมโยงความคิดเองจริงๆ ไม่ได้น่ะ เพราะคนทั่วไปไม่แน่ใจว่าตัวเองต้องการอะไร 'จริงๆ' กันแน่
เราเป็นคนชอบการวัดผลและก็สนับสนุนให้ทุกคนวัดผลในเรื่องส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับ KPI ที่องค์กรกำหนด ส่วนตัวคิดว่า 'พัฒนาองค์กรและชีวิตด้วยแนวคิด OKRs' ตอบข้อสงสัยเราได้ดีว่า OKR ต่างกับ bsc ยังไง
และเราชอบที่อจ.สามารถอธิบายทุกอย่างให้ดู simple ได้ไปหมดเลย ทั้งที่ตอนคิดภาพตามและเชื่อมโยงความคิดตามในหัวมันโยงหลายซ้อนมากนะ😅 และเราชอบการยกตัวอย่างเปรียบเทียบของอจ.ค่ะ เห็นภาพและเข้าใจได้ชัดเจน
ใครเป็นแฟนอจ.นภดล เล่มนี้อ่านสบายๆ ค่ะ
อย่าลืมเขียน mission, vision, obectives กับ key results ของตัวเองนะคะ อจ.แกว่าคนที่เขียนน่ะเป็น 0.1% ของประชากรเลยทีเดียว 555 แต่การวัดผลมันมีประโยชน์จริงๆ ใครเคยลองย่อมรู้ดีค่ะ
อจ.มีอธิบาย OKR เรื่อยๆ ในพ็อดคาสท์รายวันของแก เราชอบเนื้อหาที่อจ.แบ่งปันเรื่องการพัฒนาตัวเองค่ะ สนุกดี