Thanawat441 reviewsFollowFollowMarch 17, 20205 ดาวเท่านั้นชัชพล ลงหลักปักธง เป็นนักเขียน pop-sci มือต้นๆ ของประเทศไปเรียบร้อยแล้ว“สงครามที่ไม่มีวันชนะ” เป็นหนังสือ pop-sci ที่เขียนด้วยสไตล์วรรณกรรมที่เล่าเรื่องประวัติศาสตร์การต่อสู้ระหว่างมนุษย์กับเชื้อโรคผู้เขียนเล่าเรื่อง ท้าวความไปตั้งแต่นุคที่ค้นพบเชื้อโรคด้วยการส่องดูจากเลนส์ที่ฝนด้วยมือ มาจนถึงยุคที่เชื้อโรคเป็นศัตรูมนุษย์รู้จักเป็นอย่างดี แต่ไม่มีทางที่จะเอาชนะได้เปิดบทแต่ละบทด้วยเรื่องเล่าที่ชวนติดตาม แล้วต่อด้วยเนื้อหาทางประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์การแพทย์แล้วปิดบทด้วยการโปรยเนื้อหาบทต่อๆ ไปได้อย่างน่าติดตาม ทำให้ลากยาวอ่านเล่มนี้เล่มเดียวจนจบไม่วอกแวกไปอ่านเล่มอื่นคั่นเลยทีเดียวนอกจากนี้ยังพ่วงประวัติศาสตร์โลกแง่มุมอื่นๆ เช่น สงครามโลก ที่สอดคล้องกับประวัติศาสตร์ทางการแพทย์ได้อย่างลงตัวและแนบเนียนแม้จะเป็นหนังสือที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์แต่อ่านแล้วไม่รู้สึกว่าถูก bombard ด้วยชื่อคนหรือปี คศ เลย เรียกว่าถ้าจำไม่ได้ก็ยังได้เนื้อหาแบบเต็มๆ อยู่ดีชอบตอยท้ายของเล่มมาก เพราะเป็น message ที่ผู้เขียนตั้งใจจะสื่อสารกับสังคมโดยตรงนั่นคือการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างสมเหตุสมผลยาปฏิชีวนะที่ในยุคหนึ่งถูกเรียกว่า “Miracle drug” เพราะใช้รักษาการติดเชื้อได้ทุกรูปแบบ ลดอัตราการตายได้อย่างฮวบฮาบ กลับกลายมาเป็นดาบสองคมที่สร้างบาดแผลที่เรื้อรังให้กับสังคม นั่นคือการเกิด “เชื้อดื้อยา”ชัชพล เล่าถึงที่มาที่ไปได้อย่างยอดเยี่ยม บอกผลกระทบ และทางออกไว้ชัดเจนในบทส่งท้ายผมคิดว่าสิ่งที่นักเขียนท่านนี้ทำ เป็นการรับผิดชอบต่อสังคม และเป็นไฟส่องทางที่ทรงพลังมากnon-fiction
Melody Blood3 reviews2 followersFollowFollowAugust 12, 2018เป็นเล่มที่หยิบไปจ่ายตังแบบงงๆเพราะถูกใจกับชื่อเรื่องอย่างแรง แล้วก็ไม่ผิดหวัง อ่านเพลินมากๆ ยิ่งถ้าเป็นคนชอบประวัติศาสตร์+การแพทย์อยู่แล้ว จะตื่นตาตื่นใจมากๆ สนุกมาก!!!
Wanyiwa1,601 reviews134 followersFollowFollowJune 23, 2023เป็นบทความที่พูดถึงการต่อสู้กันระหว่างมนุษย์กับเชื้อโรค ที่นักเขียนเล่าเหตุการณ์ในช่วงตั้งแต่ก่อนที่วิชาแพทย์จะเป็นวิทยาศาสตร์ ไปจนถึงการเกิดของทฤษฎีเชื้อโรคและการต่อสู้ระหว่างมนุษย์กับเชื้อโรค ซึ่งแม้จะเล่าด้วยไทม์ไลน์ที่กระโดดไปมา แต่การเรียบเรียงเนื้อหาคือทำได้ดีมาก มีการแบ่งเหตุการณ์ออกเป็นช่วงๆ มีการโยงเรื่องราวของบทที่แล้วไปยังบทถัดไป มีการเกริ่นทิ้งท้ายในบทก่อนหน้าที่กระตุ้นความสนใจให้คนอ่านอยากจะอ่านต่อ ภาษาที่ใช้ก็เข้าใจง่าย และในเวลาที่ต้องเปรียบเปรยก็ยกตัวอย่างที่มองเห็นภาพได้ไม่ยาก เล่าสนุก ปะติดปะต่อเรื่องราวเก่งแม้บางตอนจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจากคนละมุมโลกและจากคนละวงการเลยก็ตาม ร้อยเรียงได้เป็นระบบดี และก็ยังมีอารมณ์ขันในบางจังหวะด้วยเป็นการเล่า non-fiction ที่อ่านได้เพลินและไม่น่าเบื่อเลยค่ะmedical non-fiction
Pawarut Jongsirirag705 reviews140 followersFollowFollowAugust 4, 2020ด้าน pop-science ต้องยกให้คุณหมอ ชัชพล ยืนหนึ่งจริงๆเล่มนี้เล่าถึง ประวัติศาสตร์การต่อสู้ของมนุษย์กับเจ้าเชื้อโรคตัวจิ๋ว หนังสือเเบ่งเป็น 4 บทใหญ่ๆ บทเเรก - เล่าถึงประวัติศาสตร์การรักษาผู้ป่วยของเเพทย์สมัยตั้งเเต่ยุคกรีกเลย สมัยที่ถ้าคุณป่วยเเม้เพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสมัยนี้ โอกาสรอดก็ยากเอาการบทสอง - ความเป็นมาของการค้นพบเชื้อโรค ที่ทำให้วงการเเพทย์เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือบทสาม - ประวัติศาสตร์การคิดค้นยาฆ่าเชื้อ ใครจะไปคิดว่ามันมีที่มาจาก การย้อมสีผ้า !!บทสุดท้าย - การสู้กลับของเชื้อโรค ผู้ที่เคยพ่ายเเพ้ เเต่ตอนนี้มันกลับมาใหม่ พร้อมสกิลที่เรียกว่า “การดื้อยา”ทั้ง 4 บท ทำให้เห็นภาพรวมของการสู้รบปรบมือกับเชื้อโรคได้ดีมากๆครับ เนื้อหาไม่เบาไปหรือหนักไป กำลังพอดีๆอ่านได้เพลินๆ อ่านไปจะประทับใจกับความช่างสงสัยเเละการตั้งคำถามของเหล่านักวิทยาศาสตร์ในเรื่องมากๆครับ ถ้าไม่ได้ช่างสงสัยเหล่านี้เเล้วละก็ เราอาจจะยังไม่มียาฆ่าเชื้ออย่างทุกวันนี้ เเละการหายจากโรคคงทำได้เเค่หวังพึ่งโชคเท่านั้นนอกจากส่วนเนื้อหา สิ่งที่ทำให้เล่มนี้อานได้ง่ายเเละสนุก คือวิธีในการเขียนของคุณหมอด้วยครับ ด้วยการที่เเบ่งบทย่อยถี่มาก เเละเเต่ละบทจะนำเสนอประเด็นใดประหนึ่งอย่างชัดเจน บทย่อยนี่จะไม่กี่หน้านะครับ ทำให้เราโฟกัสกับมันได้ดีมาก ไม่ปวดหัว ซึ่งอาจเจอในบางเล่มที่โยงเนื้อหากันไปมา ทำให้อ่านยากมาก เเต่ด้วยวิธีของคุณหมอ เลยอ่านได้เรื่อยๆ เเถมจบในเเต่ละตอน จะตั้งคำถามเเละข้อสงสัยเพื่อต่อยอดไปยังบทย่อยถัดไป ทำให้ต้องอ่านไปเรื่อยๆ รู้ตัวอีกทีก็อ่านจบเล่มเเล้วครับ...อ่านจบเเล้วจะรู้ว่า นี่อาจเป็นสงครามที่เราไม่มีวันชนะเพราะเจ้าพวกตัวจิ๋วๆเหล่านี้ ร้ายกาจอย่างไม่น่าเชื่อจริงๆครับ. non-fiction
Mook Woramon899 reviews201 followersFollowFollowMay 13, 2018เป็นหนังสือประวัติศาสตร์ที่อ่านง่ายและไม่น่าเบื่อแถมยังชวนติดตามอีกต่างหาก คือไม่คิดเลยว่าจะเขียนประวัติศาสตร์ได้น่าติดตามขนาดนี้ มีการบอก timeline เหตุการณ์ชัดเจนไม่ต้องนั่งมโนยุคสมัยเองหนังสือเล่าถึงประวิติศาสตร์ที่มาของการแพทย์ยุคเก่าเปลี่ยนผ่านมาจนถึงการแพทย์ยุคใหม่ และโยงมาถึงการต่อสู้ของมนุษย์กับเชื้อโรค ได้เห็นว่าการพัฒนาก้าวกระโดดของวงการแพทย์เกิดที่ฝั่งตะวันตกล้วนๆและเกิดจากการช่างสังเกตและทดลองอย่างมีระเบียบขั้นตอน แต่น่าเศร้าที่บั้นปลายของผู้ค้นพบสิ่งใหม่ๆมักจะจบไม่สวยงามนัก เพราะสิ่งที่เค้าค้นพบยิ่งใหญ่เกินกว่าคนในยุคจะเข้าใจ กว่าจะพิสูจน์ได้ว่าถูกต้องก็เพิ่งมาสร้างอนุสาวรีย์เคารพกันทีหลัง เฮ้ออออแต่ประเด็นหลักที่หนังสือเล่มนี้สื่อได้ดีคือการมีอุบัติการณ์เชื้อดื้อยามากขึ้นในปัจจุบันก็มาจากฝีมือมนุษย์นั่นเอง สงครามนี้มนุษย์ไม่มีทางชนะได้แน่นอน ส่วนนึงก็เพราะสิ่งมีชีวิตทุกชนิดต่างมีเจตจำนงค์ในการวิวัฒนาการเพื่อการอยู่รอด และอีกส่วนคือมนุษย์ยังใช้ยาฆ่าเชื้ออย่างพร่ำเพรื่อโดยไม่จำเป็น เชื้อดื้อยาย่อมอยู่ยงคงกระพันขยายโคโลนีเพื่อมาสู้รบกับเราตลอดไป
Suwitcha ChandhornAuthor 15 books90 followersFollowFollowApril 14, 2018หนังสือเล่มนี้เล่าเรื่องประวัติศาสตร์การแพทย์ (หรือการต่อสู้กับเชื้อโรค) ได้อย่างสนุกสนาน เรียงลำดับเรื่องและผูกคนที่เกี่ยวข้องเข้ามาหากันได้อย่างมีชั้นเชิง แสดงให้เห็นถึงเรื่องราวที่เกี่ยวกับการรักษาโรคตั้งแต่สมัยโบราณมาจนถึงปัจจุบัน หนังสือยังให้ความรู้ด้วยว่าทำไมเราจึงควรกินยาให้ครบโดส เชื้อดื้อยาได้อย่างไร และทำไมบริษัทยาถึงไม่ยอมพัฒนายาใหม่ ๆ และเราควรจะตอบสนอง (หรือทำตัวอย่างไร) เพื่อให้รับมือกับโรคได้อย่างที่ควรรู้สึกว่าเล่มนี้เรียบเรียงเรื่องราวได้ดีและลึกยิ่งกว่าเล่มก่อนหน้าที่เขียนมาด้วย ไม่รู้เป็นเพราะเป็นเรื่องใกล้ตัวของผู้เขียนหรือเปล่านะ
Pipat Tanmontong114 reviews16 followersFollowFollowDecember 9, 2020สงครามที่ไม่มีวันชนะ: ประวัติศาสตร์การต่อสู้ระหว่างมนุษย์และเชื้อโรคหนังสือเล่มนี้หมอเอ้ว ชัชพล เกียรติขจรธาดา ผู้เขียน พาเราย้อนรอยไปในประวัติศาสตร์ของมวลมนุษย์ก่อนที่เราจะรู้ว่ามีสิ่งมีชีวิตตัวเล็กจิ๋ว เล็กเกินกว่าที่เราจะมองเห็นด้วยตาเปล่า จากวันที่เราไม่รับรู้ถึงการมีอยู่ของพวกมัน จนเราค้นพบมัน เรื่อยมาจนถึงตระหนักถึงความสำคัญของพวกมันที่มีผลต่อสุขภาพของพวกเรา ไล่ไปจนถึงวันที่มนุษย์เราพบหนทางสู้กลับ ช่วงแรก หมอเอ้ว พาเราไปสัมผัสกับบรรยากาศของโลกในยุคก่อนที่คนเราจะเข้าใจผลของ”เชื้อโรค”ต่อสุขภาพของมนุษย์เรา สมัยนั้นก้อมีคนเจ็บไข้ได้ป่วยเหมือนปัจจุบันนี่ล่ะ แล้วบรรดาคุณหมอยุคก่อนที่จะมีการพัฒนาองคืความรู้เรื่องเชื้อโรคนี่เค้าให้การรักษากับคนไข้กันอย่างไรกันนะ? มันมีหลักมีเกณฑ์ที่เชื่อถือได้อย่างไรมั้ย? ส่วนนี้ของหนังสือทำให้ผมตระหนักขึ้นมาได้ว่า แพทย์เองก็มีขีดจำกัดในการวินิจฉัยโรคอยู่ การสื่อสารและทำความเข้าใจอาการของโรคที่ผู้ป่วยเป็นนั้นมีความสำคัญมาก พวกเราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอธิบายอาการต่างๆของเรา รวมถึงกิจกรรมที่เราทำก่อนมีอาการเจ็บ-ป่วยให้ชัดที่สุดเพื่อประสิทธิภาพในการวินิจฉัยโรคช่วงต่อมาผู้เขียนพาเราไปทำความรู้จักกับการกำเนิดของทฤษฎีเชื้อโรค ซึ่งจะมาเปลี่ยนกรอบคิดของมนุษย์เรา อันนำไปสู่การปฏิวัติวงการแพทย์มาเป็นการแพทย์แผนปัจจุบัน ทั้งส่วนการเล่าถึงการกำเนิดของทฤษฎีเชื้อโรคและการกำเนิดยาปฏิชีวนะนั้น หมอเอ้วเขียนได้สนุก ชวนติดตาม ราวกับเรากำลังอ่านนิยายสอบสวนชั้นเยี่ยมสักเรื่องเลยทีเดียวช่วงท้ายของเล่มเป็นช่วงที่วงการแพทย์ค้นพบ”เชื้อดื้อยา” ทั้งสาเหตุของการเกิดเชื้อดื้อยา และ อันตรายร้ายแรงของการใช้ยาปฏิชีวนะที่อาจย้อนกลับมาส่งผลเสียของมนุษย์ นั่นทำให้รู้ว่าสงครามระหว่างมนุษย์และเชื้อโรคเราไม่ได้เป็นฝ่ายที่ได้เปรียบเหมือนที่เคยคิดไว้แต่อย่างใด หนำซ้ำการคาดหวังชัยชนะแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดนกับเชื้อโรคนั้นเป็นเรื่องเพ้อฝันขนาดไหนสงครามที่ไม่มีวันชนะ เป็นหนังสือเล่มที่อ่านสนุกที่สุดของคุณหมอชัชพล ขนาดที่ว่าอยากให้หนังสือเล่มนี้กลายเป็นแบบเรียนมาตรฐานของหลักสูตรมาตรฐานเลยนะ รู้สึกเสียดายจริงๆ ว่าทำไมตอนเด็กไม่เคยเจอครูที่สอนวิทยาศาสตร์ได้สนุก และ เข้าใจง่ายแบบนี้บ้างนะ? ผมคิดว่าสังคมอาจไม่จำเป็นต้องการสร้างเด้กที่มีความเป็นเลิศทางวิชาการขนาดได้รางวัลระดับนานาชาติหรอก หากแต่ต้องสร้างนักวิชาการที่มีความรู้รอบด้านและสื่อสารให้ผู้คนทั่วไปเข้าใจได้ในวงกว้างอย่างผู้เขียนหนังสือเล่มนี้
Wanrada | 丽达46 reviews21 followersFollowFollowMarch 18, 2021✿ 4 stars - มันมาถึงจุดที่ชั้นเอ็นดูหมอคอค (ซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์) ประหนึ่งเป็นตัวละครจาก fiction ได้ยังไง 55555 สนุกมากกก ชอบในความสมูทของจุดเชื่อมโยงเรื่องราว ซึ่งมันทำให้เราเห็นภาพได้ง่ายขึ้นnon-fiction
คุณชายกอล์ฟ นิรัติศัย130 reviews26 followersFollowFollowDecember 29, 2021[ รอบ 2 ] 29 DEC 2021สงครามระหว่าง มนุษย์อายุ 200,000 ปี กับเทพเจ้าสงคราม อายุ 3 พันล้านปี [แบคทีเรีย, เชื้อรา, ไวรัส] คงไม่จบลงง่ายๆ แน่นอน[ รอบแรก ] 07 APR 2020อ่านโคตรสนุก‼️ และเปิดกะโหลกมาก‼️ประวัติศาสตร์การต่อสู้ของมนุษยชาติกับเชื้อโรค การกำเนิดของทฤษฎีเชื้อโรค — germ theoryเข้ากับสถานการณ์ตอนนี้เลยคุณหมอเอ้ว เขียนเก่งมาก ที่ทำให้หนังสือ วิทยาศาสตร์ การแพทย์ ที่น่าจะแห้งแล้ง น่าเบื่อ กลายเป็นเรื่องราวที่มีชีวิตชีวา มีเลือดเนื้อ น่าติดตามสำหรับผม เหมือนดูหนังแอคชั่นมันๆ เรื่องหนึ่งเลย แนะนำครับ เล่มนี้ 👍👍👍favorites non-fiction pop-sci ...more
Pairash Pleanmalai400 reviews31 followersFollowFollowSeptember 13, 2018สิ่งที่ชอบสิ่งแรกคือ ปกรูปเล่ม มันให้ความรู้สึก เหมือนกระดานดำที่ใช้สอนแพทย์รุ่นเก่าพูดถึงเนื้อหา ยังน่าสนุกและเขียนได้น่าติดตามตลอดเล่ม ทำให้เราเข้าใจและนึกภาพออกว่า สมัยก่อนแพทย์รักษาผุ้ป่วยอย่างไรในเมื่อยังไม่รู้จักคำว่า เชื้อโรค และไล่เรื่อยมาจนถึงยุคที่เริ่มมองเห็นเชื้อโรค และหาวิธีกำจัด จนไม่น่าเชื่อว่า ยาทุกวันนี้เริ่มมาจากการคิดค้นสีสังเคราะห์ แล้วทำไมเยอรมันจึงมีบริษัทที่คิดค้นยาเยอะสุด ดีสุดอยู่ที่นั้นและจุดสำคัญที่สุดของหนังสือเล่มนี้คือให้เราตระหนักถึง การใช้ยาปฏิชีวะนะ และภาวะการดื้อยา อย่างเห็นภาพที่สุด
Nuttawat Kalapat685 reviews47 followersFollowFollowMay 9, 2021ในยุคโควิด เล่มนี้ยังทำให้รู้ว่า วงการแพทย์ ต้องต่อสู่กันต่อไปครับหมอ ชัชพล เขียนดีเหลือเกินครับหนังสือ ประวัติศาสตร์ อ่านแพทย์ที่อ่านเข้าใจง่ายและสนุกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกผมไปอยู่ไหนมาทำไมเพิ่งได้อ่าน เป็นความรู้รอบตัวที่ดีมาก...หนังสือพาเราย้อนไปตั้งแต่สมัยโบราณกาล ที่เพิ่งเริ่มมีหมอเกิดขึ้นครั้งแรกโดยที่ยังมีความเชื่อว่าโรคยังมาจากปีศาจร้ายอยู่ มาจากบัญชาสรรค์และ ไล่ๆมาจนถึงการห้ามผ่าศพ การแพทย์ ไม่เจริญยุคนึงเพราะมีข้อห้ามทางศาสนาจน ยุคคนยังไม่รู้จักเชื้อโรคจนกล้องจุลทรรศน์เกิดขึ้น มาถึงยุคการแพทย์สมัยสงครามโลก และ สุดยอดการอุบัจิของยาปฏิชีวนะ .มีหมอคนไหนบ้างที่เปลี่ยนโลกและพลิกวงการ จนทำให้เราสะดวกสบายเช่นทุกวันนี้.หลายครั้ง ความสำเร็จคือความเพียนพยาม และ หลายครั้งคือความบังเอิญโคตรๆ.บางครั้งคนที่สำคัญมากๆ ก็มักตายไปก่อนที่จะรู้อิทธิพลของตัวเอง.หลายๆครั้งความสำเร็จต้องเกิดจากการทดลองซ้ำแล้ว���้ำอีก เกิดกจากความร่วมมือกันจากคนหลายๆ วงการ.การสร้างประวัติศาสตร์ที่ impact ทำไมคนไม่ยอมรับในยุคที่มันเกิดขึ้น .หนังสือแบบนี้นี่ ถ้าเด็ก มัธยมต้น หรือ มัธยม ปลายได้อ่าน อาจมีผลต่อการตัดสินใจเลือกเรียนเลยนะ มันเจ๋งมาก5510/10
peppY115 reviewsFollowFollowOctober 21, 2021อ่านหมอเอ้วมา4-5เล่ม เล่มนี้ชอบสุด ข้อมูลกำลังพอดีตอบจบหัวข้อที่เปิดโดยไม่ชะงักคนอ่านเหมือนบางเล่มก่���นหน้าที่อ่านแล้วแอบหงุดหงิดว่าอย่าเพิ่งตัดเรื่องสิ ความสัมพันธ์ระหว่างวิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรมถ่านหิน พ่อค้าผ้า แฟชั่น วงการแพทย์ สงครามโลก ทำให้รู้สึกชัดๆอีกครั้งว่าใดใดในโลกล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกัน ส่วนที่รู้สึกว่าควรพอใจในสิ่งที่ตนมีคือ อ่านจบแล้วความโรแมนติกของการเกิดก่อนหน้านี้ร้อยปีคือหดหายลงไปเลย 5555
Mollie Pan28 reviews13 followersFollowFollowNovember 4, 2018เนื้อหาความรู้แน่นๆ หนังสืออธิบายเรื่องราวระหว่างเชื้อโรคกับมนุษย์ ตั้งแต่วิทยาการสมัยโบราณ พัฒนามาเรื่อยๆ มีเทคโนโลยีใหม่ แนวคิดใหม่เข้ามา กว่าจะได้ยามาแต่ละตัวช่างยากลำบาก นี่ถ้าเราเป็นคนในยุคก่อนแล้วป่วยนี่ ตายแน่นอน 55 หนังสืออ่านง่าย อ่านเพลินมาก น่าติดตามยิ่งกว่านิยาย แถมได้เกร็ดประวัติศาสตร์เพียบ ยืนปรบมือให้กับผู้เขียนที่สามารถอธิบายอะไรยากๆให้คนธรรมดาเข้าใจง่าย แล้วเขียนหนังสือสนุกด้วย 😄
Pit Jongwattanakul1 reviewFollowFollowMay 31, 2020คุณหมอเขียนสนุก ใช้ภาษาง่าย อ่านแล้วน่าติดตาม เพิ่มความรู้ให้กับผู้อ่านเป็นอย่างมาก
Tanan234 reviews47 followersFollowFollowFebruary 2, 2021ไม่รู้จะหาคำไหนมาสรรเสริญเยินยอนพ.ชัชพลได้อีกแล้ว วิทยาศาสตร์ที่เคยฟังหูซ้ายทะลุหูขวาสมัยเรียน คุณหมอเล่าได้อย่างมีชั้นเชิง และน่าติดตามมาก ๆ ถ้าจะมีนักเขียนสักคนที่สามารถอวยได้แบบไม่กลัวหน้าแหก หมอเอ้วเป็นหนึ่งในนั้น
Inkey's Bookpacker89 reviews15 followersFollowFollowMarch 10, 2023"การไปมีเพศสัมพันธ์กับคนหน้าตาดีไม่ทำสามารถให้เราหน้าดีขึ้นได้ แต่การแลกเปลี่ยนพันธุกรรมในแบคทีเรียเป็นเช่นนั้นได้"Book: สงครามที่ไม่มีวันชนะWrtier: นพ. ชัชพล เกียรติขจรธาดาหยิบมาเพราะพาดหัวด้วยชื่อหนังสือล้วนๆ ขนาดปกโดนซีลไว้ พลิกไปพลิกมา เลือกแล้วเลือกอีก ก็อดใจไม่ไหว พ่ายแพ้ให้ความอยากรู้อยากเห็นว่า อะไรหนอที่เป็นสงครามที่มนุษย์ไม่มีวันจะชนะได้เลยภาพรวมจากคำโปรยด้านบนที่ว่า "การไปมีเพศสัมพันธ์กับคนหน้าตาดีไม่ทำสามารถให้เราหน้าดีขึ้นได้ แต่การแลกเปลี่ยนพันธุกรรมในแบคทีเรียเป็นเช่นนั้นได้" นั้น แทบจะตอบโจทย์และเป็นบทสรุปได้ทั้งหมดของหนังสือเล่มนี้ ที่เล่าถึงประวัติศาสตร์การต่อสู้ระหว่างมนุษย์และเชื้อโรคหมอเอ้ว ผู้เขียน ได้พาเราท่องเที่ยวไปในประวัติศาสตร์ของการแพทย์ ในแบบที่เด็กเรียนสายศิลป์อย่างข้าพเจ้าออกจะ no idea มากๆ แต่เทคนิคการเล่าเรื่องที่สนุกสนาน มีการเรียบเรียงอย่างเป็นระบบ และเล่าแบบมีลำดับขั้นตอน timeline ที่ชัดเจน ทำให้เราเข้าใจเรื่องราวในแต่ละช่วงได้ไม่ยากความสนุกสนานน่าติดตามเป็นเรื่องของการค้นพบเทคนิคต่างๆ ในทางการแพทย์ที่มีอยู่ในแต่ละบท เริ่มตั้งแต่การค้นพบเล็กๆ ที่มีคุณค่า นำไปสู่การพัฒนาที่ยิ่งใหญ่ของวงการแพทย์และยาในปัจจุบันในภาวะที่ทุกคนก็กำลังระแวดระวังเกี่ยวกับโรคระบาด หนังสือเล่มนี้ก็เป็นความรู้ในแบบย่อยง่ายอีกเล่มนึง ที่จะทำให้เราได้มีความเข้าใจการเจริญเติบโตของเชื้อโรค การกลายพันธุ์ของแบคทีเรีย การเติบโตและเปลี่ยนแปลงของวิวัฒนาการ และที่สำคัญ การพยายามต่อสู้ของสิ่งมีชีวิตสองชนิด คือ มนุษย์ และแบคทีเรีย ซึ่งเราเองก็อาจคาดไม่ถึงว่า สิ่งมีชีวิตเล็กๆ นี้จะมีอิทธิพลกับร่างกายของเราได้มากมาย และมนุษย์อย่างเราก็ยังคงต้องต่อสู้ให้กับแบคทีเรียต่อไปอย่างไม่มีวันจบสิ้นเกร็ดเล็กๆ ที่น่ารักที่อยากให้ไปทำความรู้จักในหนังสือเล่มนี้คือ อะนิมาคูล คืออะไร และคุณจะรู้ว่าที่มาของชื่อน้ำยาบ้วนปากลิสเตอรีนนั้นได้มาจากใคร?ในหนังสือมีพาร์ทที่เล่าถึงการผลัดกันแพ้ ผลัดกันชนะ เหมือนสงครามจริงๆ ระหว่างมนุษย์กับแบคทีเรีย มาตลอดเวลาของวงการแพทย์ ตั้งแต่ยุคของฮิปโปคราตีสมาจนถึงปัจจุบันขอสรุปตรงนี้ได้เลยว่า มนุษย์ที่เพิ่งเกิดมาได้แค่ 570 ล้านปีอย่างพวกเราคงต้องออกแรงกันอีกมาก เพื่อที่หวังว่าจะเอาชนะสิ่งมีชีวิตผู้แข็งแกร่งที่เกิดมามากกว่า 3,000 ล้านปีอย่างแบคทีเรีย ได้ สมชื่อหนังสือ สงครามที่ไม่มีวันชนะ จริงๆ#สงครามที่ไม่มีวันชนะ
Froggie793 reviews40 followersFollowFollowMarch 19, 2020เป็นหนังสือการเล่าประวัติศาสตร์การต่อสู้ระหว่างมนุษย์และแบคทีเรียก่อโรค อ่านเพลินพร้อมสาระ เนื้อหาสรุปเข้าใจง่าย สำนวนน่าติดตาม แต่ละบทจะไม่เกิน 10 หน้า โดยช่วงท้ายจะทิ้งเศษขนมปังให้เราอยากอ่านบทต่อไปเสมอ ทำให้คำว่า "อีกบทละกัน" ผุดในสมองบ่อยจนรู้ตัวอีกทีก็จะจบละ หนังสือเปิดเล่มให้เป็นปริศนาด้วยเรื่องของแซมเมลไวส์ คุณหมอที่เสนอให้นายแพทย์ล้างมือก่อนทำคลอด วิธีการนี้ช่วยชีวิตแม่ๆไว้ได้มาก แต่เจ้าตัวกลับถูกจับส่งโรงพยาบาลบ้า ผู้เขียนเลยชวนตั้งคำถามว่าทำไม จากนั้นจึงพาย้อนกลับไปถึงทัศนาการแพทย์ตั้งแต่ยุคโบราณ จากสมัยกรีกจนถึงกำเนิดทฤษฎีเชื้อโรค ตามด้วยการคิดค้นยาปฏิชีวนะ จบลงด้วยสงครามแบคทีเรียดื้อยาในปัจจุบันอ่านสนุกทุกตอน ชอบที่ผู้เขียนอธิบาย "พลาสมิด" ให้คนไม่รู้เรื่องอย่างเราเข้าใจในระดับหนึ่ง และการลักลอบนำเพนิซิลินออกนอกประเทศด้วยการป้ายเชื้อรากับเสื้อโค้ตก็สนุกดี (อย่างกับหนังสายลับแน่ะ) และประทับใจเป็นพิเศษกับหมอคอค พ่อบ้านใจกล้า ผู้มีความใฝ่ฝันจะไปผจญภัยรอบโลก แต่เมียจะอยู่แต่เยอรมัน ตัวเองเลยกลายเป็นหมอชนบทเดินต๊อกๆรักษาคนไข้ เมียเห็นผัวจ๋อยจนน่าสงสารเลยซื้อกล้องจุลทรรศน์เป็นของขวัญ (สมัยนั้นถือเป็นของเล่น น่าจะประมาณเกมคอนโซลในปัจจุบัน) แกเลิฟ PS4 เอ๊ย กล้องจุลทรรศน์ของแกมาก จัดการ DIY ของรอบตัวมาทำห้องทดลองแบบบ้านๆจนกระทั่งพบสาเหตุของโรคแอนแทรกซ์ และสร้างโมเดลพิสูจน์โรคที่มีประสิทธิภาพให้นักวิทยาศาสตร์รุ่นหลังๆอ่านจบรู้สึกขอบคุณบรรดาแพทย์ผู้กล้าที่ต่อสู้กับเชื้อโรคจนเราได้มีชีวิตรอดจนถึงทุกวันนี้ รวมถึงนิสัยซกมกป้ำเป๋อของเหล่านักวิทยาศาสตร์ช่างสังเกตที่ทำให้โลกเราค้นพบอะไรหลายอย่างจาก "เออ มันแปลกดีนะ" (อย่าให้คุณคนโดะมาจัดโต๊ะคุณเป็นอันขาด!)4 ดาวyear-2020
Rachanont51 reviews9 followersFollowFollowOctober 6, 2018คุณหมอเค้าเขียนเล่าหลายเรื่องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์วงการแพทย์ได้สนุกและเข้าใจง่ายกว่าที่เคยเรียนมา โดยหลายๆ เรื่องก็เกี่ยวข้องกับวงการเภสัชกรรมด้วย ตั้งแต่- โลกในยุคที่ยังไม่รู้จัก Pathology ต้องรักษาอาการเจ็บป่วยด้วยการทำร่างกายให้สะอาด แล้วสวดอ้อนวอนพระเจ้า (ซึ่งผ่านมาหลายพันปีแล้ว ก็ยังพบเห็นวิธีรักษาแบบนี้ได้อยู่) - การเรียนรู้แบบห้ามสงสัยในความรู้ที่ถูกสอนทำให้การแพทย์ตะวันตกถูกแช่แข็งมานับพันปี - อะนิมาคูล ชื่อเรียกของจุลินทรีย์ในสมัยที่พึ่งถูกค้นพบ สมัยที่มนุษย์ยังไม่รู้จักเชื้อโรค นั่นคือเมื่อ 200 กว่าปีก่อน- อุตสาหกรรมยาเริ่มต้นมาจากการทำน้ำมันดินจากถ่านหิน และการทำสีสังเคราะห์เพื่อย้อมผ้า- เชื้อราที่ใช้ทำยาเพนิซิลลินในเชิงอุตสาหกรรมทุกวันนี้มาจากเปลือกผลเมล่อนเน่าในเมืองพีโอเรีย ไม่ใช่จานเพาะเชื้อของเซอร์ อเล็กซานเดอร์ เฟลมมิง- ยาเพนิซิลลินเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้กองทัพอังกฤษชนะนาซีในสงครามโลกครั้งที่สอง (เพนิซิลลิน VS ซัลฟา)- คำแนะนำให้กินยาปฏิชิวนะจนครบโดส มีที่มาจากการทดลองใช้ยาเพนิซิลลินในคนครั้งแรก- ประวัติศาสตร์การดื้อยาที่เหมาะกับการเอาไปใช้อธิบายประชาชนให้เห็นถึงความสำคัญในการต่อสู้กับเชื้อโรคดื้อยาหนังสือเล่มนี้อ่านสนุกเช่นเดียวกับหนังสือเล่มอื่นๆ ของหมอเอ้ว แนะนำให้ทุกคนอ่าน โดยเฉพาะน้องๆ นิสิต/นักศึกษาเภสัช จะทำให้เรียนหลายๆ วิชาได้สนุกขึ้น ได้เข้าใจถึงความยากลำบากในการรักษาผู้ป่วยในยุคที่ยังไม่รู้จักเชื้อโรค ได้รู้ว่าการดูแล โดยเริ่มจากการเข้าใจในตัวคนไข้ก่อน มีมานานนับพันปีแล้วhistory
Woranart116 reviewsFollowFollowOctober 7, 2019หนังสือเล่มนี้เล่าเกี่ยวกับพัฒนาการทางการแพทย์ว่ามนุษย์ต่อสู้กับแบคทีเรียมาอย่างไรและเหตุใดปัจเจกบุคคลควรตระหนักถึงความระมัดระวังในการใช้ยาปฏิชีวนะให้มากขึ้น.ได้เห็นทั้งกรอบความคิดของแพทย์ยุคเก่าความพยายามค้นคว้า ตั้งสมมติฐาน ออกแบบการทดลอง เพื่อหาสาเหตุของโรค และการรักษาการผสมผสานความรู้จากศาสตร์ด้านอื่นๆ เข้ากับการแพทย์อุปสรรคและข้อจำกัดต่างๆ ที่แพทย์หรือนักวิทยาศาสตร์เผชิญ (ซึ่งบางครั้งกลายเป็นผลดี)แม้กระทั่งดราม่าในวงการ.ให้ห้าดาวอย่างไม่มีข้อกังขาเล่าสนุกตั้งแต่บทนำเปิดเรื่อง เนื้อหาน่าติดตาม ด้วยการจบแต่ละบทด้วย Cliff-hangingเล่าเรื่องตัดสลับบ่อยแต่ก็เข้าใจได้ว่าผู้เขียนตั้งใจจะอธิบายให้ผู้อ่านเข้าใจเนื้อหาจริงๆชอบรูปเล่ม การเข้าเล่ม และการเลือกใช้กระดาษภาพประกอบช่วยให้อ่านง่ายขึ้น เพราะมีชื่อแพทย์และนักวิทยาศาสตร์หลายคน
Author2524 reviewsFollowFollowDecember 17, 2018เรื่องราวของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก ที่ครองโลกมาตั้งแต่ก่อนยุคไดโนเสาร์ อยู่กับมนุษย์เรามาเนิ่นนาน ก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆมากมาย โดยที่เราไม่เคยทราบถึงการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตนี้แต่ด้วยความสามารถของนักวิทยาศาสตร์ในอดีต ก็ทำให้เราค้นพบสิ่งมีชีวิตนี้ รวมถึงพัฒนาคิดค้นยาฆ่าเชื้อเพื่อต่อกรกับสิ่งมีชีวิตนี้อย่างไรก็ตามสิ่งที่กล่าวมาข้างต้น หาใช่ชัยชนะของมนุษย์ไม่ เพราะสิ่งมีชีวิตที่สามารถอยู่รอดมาได้ตั้งแต่สมัยบรรพกาลจวบจนปัจจุบัน ก็มีความสามารถที่จะต่อกรกับมนุษย์ได้อย่างสบายการต่อสู้นี้จะจบลงอย่างไร มีจุดสิ้นสุดหรือไม่ ลองเข้าไปติดตามกันใน "สงครามที่ไม่มีวันชนะ"กันครับ
Tanaporn269 reviews15 followersFollowFollowApril 2, 20204.9999999...🌟ที่เขียนแบบนี้เพราะสมบูรณ์แบบมากแล้วในเรื่องข้อมูลสำหรับคนทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ในวงการยาหรือแพทยศาสตร์ และคงไม่มีอะไรจะต้องพูดอีกเพราะผู้อ่านแทบจะร้อยทั้งร้อยประจักษ์ตรงกันว่าหนังสือเล่มนี้เหมาะแก่การอ่านเพลิน ๆ แต่ได้ความรู้มากแค่ไหนสิ่งเดียวที่อยากเสนอแนะคือเรื่องสะกดคำ จริง ๆ เจอน้อยมากแค่ 2-3 จุด ต้องขออภัยที่จำไม่ได้ทุกจุดแต่จุดที่สะดุดตาที่สุดคือจุดในหน้า 257 คือ ค.ศ.1998-1992 น่าจะต้องเปลี่ยนเป็น ค.ศ.1988-1992 มากกว่าทั้งนี้ทั้งนั้นชอบเล่มนี้มากค่ะ ชอบในทุก ๆ ด้านอยากให้เมืองไทยมีหนังสือความรู้ที่อ่านง่ายแต่ไม่ถึงกับใส่แต่เนื้อหาง่าย ๆ เข้าไปอย่างเดียว👍👍👍adults based-on-true-stories could-read-again ...more
Sura Siri348 reviews6 followersFollowFollowAugust 3, 2025หนังสือประวัติศาสตร์โดยเขียนถึงวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ ซึ่งเขียนโดยคนไทย-คุณหมอเอ้ว เป็นหนังสือประวัติศาสตร์ที่เขียนสนุก ลื่นไหลต่อเนื่องจนวางไม่ลง การเล่าเรื่องเชื่อมโยงแบบไม่มีที่ติเลย คุณหมอเล่าเรื่องก่อนที่การแพทย์จะเป็นวิทยาศาสตร์ย้อนกลับไปสามพันปีก่อน การค้นหาเชื้อโรค การต่อสู้เชื้อโรคด้วยวิธีการต่างๆ และสงครามที่ไม่มีวันจบระหว่างมนุษยชาติและสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆที่พยายามดิ้นรนแข่งกับพวกเรามานานแสนนาน
Kubpam So88 reviews11 followersFollowFollowAugust 30, 2018มหากาพย์เชื้อโรคกับมนุษย์ ฉบับอ่านง่าย ที่จะทำให้เห็นพัฒนาการแนวคิดในการรักษา “โรค” บนแกนเวลาของประวัติศาสตร์ “โลก” ตั้งแต่ยุคกรีก ตื่นเต้นกับการค้นพบสาเหตุของโรคและยาปฏิชีวนะที่เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตมนุษย์ในช่วง 100-200 ปีที่ผ่านมา และ “เชื้อดื้อยา” จะกำหนดอนาคตต่อไปข้างหน้าด้วย //ยิ่งถ้าเรียนสายวิทย์ จะยิ่งอ่านสนุกจนว่างไม่ลง
aida321 reviews21 followersFollowFollowJune 22, 2021เป็นหนังสือที่ควรค่ากับการเสียเงินซื้อและเสียเวลาอ่านด้วยประการทั้งปวง ดีมาก ดีที่สุด นี่ไม่ได้อวยพร่ำเพรื่อ นอกจากจะเนื้อหาแน่นแล้วยังเรียงไทม์ไลน์ อธิบายให้เห็นภาพเข้าใจง่าย ไม่น่าเบื่อแม้แต่นิดเดียว อ่านแล้วรู้สึกไฟลุก เห็นค่าของการวิจัย การไม่ยึดติดกับความรู้เดิมๆ มันทำให้เกิดเรื่องมหัศจรรย์ได้มากขนาดนี้ แถมท้ายเล่มยังมีสรุปทบทวน +อ้างอิงท้ายเล่มที่ไม่ใช่แค่ให้เปิดผ่านไปเฉยๆ
Nares Damrongchai9 reviews1 followerFollowFollowFebruary 23, 2022เป็นหนังสือที่ค้นคว้ามาอย่างดีมาก เล่าเรื่องไ���้อย่างน่าติดตามทุกตอน ที่สำคัญคือเชื่อมโยงเรื่องราวให้เห็นภาพในบริบทใหญ่ ทั้งในมิติประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ ใจความสำคัญที่ไม่อยากให้คนที่อ่านเล่มนี้พลาดก็คือ ปัญหาใหญ่ของมนุษย์กำลังจะเกิดขึ้นจากการใช้ยาปฏิชีวนะพร่ำเพรื่อ และบริษัทยาก็ไม่ได้มีแรงจูงใจที่จะพัฒนายากลุ่มนี้ขึ้นมาใหม่มากนัก นี่คือระเบิดเวลาลูกใหญ่มากของมนุษยชาติ
Kittichet Chuenchoom58 reviews3 followersFollowFollowApril 17, 2022ประวัติศาสตร์การแพทย์ที่ไม่เคยรู้มาก่อน + การเล่า ลำดับเรื่องที่สนุกมากที่มนุษย์อายุยืนขึ้นในยุคเราเพราะการค้นพบและถูกนำมาใช้จริงของเนื้อหาในเล่มนี้สงครามโลกครั้งที่ 2 ชนะได้ส่วนนึงก็เพราะการรัก���าแบบใหม่ที่ถูกค้นพบ เกิดความได้เปรียบมหาศาลอ่านเถอะครับ คุ้มค่าแน่นอน ขอเชียร์ นานๆจะมีงานคนไทยที่ชอบมากครับ
Alexander Magmai11 reviewsFollowFollowMarch 29, 2018เป็นหนังสือเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของการแพทย์ที่สนุก เข้าถึงได้ง่าย ทำให้ติดตามอย่างมีประเด็นสร้างแนวคิดให้ผู้อ่าน การเล่าเรื่องที่เฉพาะทางให้ให้คนอ่านทุกกลุ่มเข้าถึงได้ถือว่าเป็นเรื่องใหม่ของหนังสือไทย ถือเป็นหนังสือแนะนำสำหรับผู้อ่านหน้าใหม่ ทำให้เหมาะแก่การฝึกหนังสือที่ใช่นิยาย
Wanmata287 reviews10 followersFollowFollowNovember 11, 2018ประวัติศาสตร์การค้นพบเชื้อโรค และการค้นหายาเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรคเหล่านั้นเขียนเรียบเรียงได้ดี ไม่น่าเบื่ออ่านแล้วลุ้นตามอยากให้คนได้อ่านเยอะๆ และช่วยกันเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจในการใช้ยาปฏิชีวนะที่ถูกต้องไม่กินยากันพร่ำเพรื่ออีกต่อไปเพี้ยง!
ดินสอ สีไม้1,070 reviews179 followersFollowFollowNovember 28, 2024มนุษย์ผ่านการสูญเสียเพราะความไม้รู้มามากมายกว่าทฤษฎีทางการแพทย์จะเป็นรูปเป็นร่างแต่ถึงอย่างนั้น เราก็ยังเรียนรู้กันอยู่อย่างไม่สิ้นสุดนี่เป็นอีกหนึ่งการเรียนรู้ ที่จะทำให้เราได้เข้าใจได้สร้างพื้นฐาน ได้ต่อยอดเป็นหนังสือที่อ่านสนุก แต่ความรู้ที่มาคู่กับความสนุกนั้นก็มีค่ามากกว่ามาก2024 thai