Jump to ratings and reviews
Rate this book

สิงสาราสัตว์ มานุษยวิทยาว่าด้วยสัตว์และสัตว์ศึกษา

Rate this book
หนังสือเล่มนี้ รวบรวมข้อเขียน 7 เรื่อง ที่เสนอทิศทางการศึกษาทางสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาที่พยายามหลีกเลี่ยงการให้ “มนุษย์” เป็นศูนย์กลางของการศึกษา โดยขยายความสำคัญไปสู่สิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆ ซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นเพียงสภาพแวดล้อมของมนุษย์ - นกกรงหัวจุก งานชาติพันธุ์วรรณา (ethnography) ขนาดสั้นที่ให้รายละเอียดของความสัมพันธ์ระหว่างคนกับนกที่ค่อยๆ เคลื่อนโลกของตนเองเข้าหากันทีละน้อย - งู : สัตว์ร้าย สัตว์เลี้ยง เป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับการทำความเข้าใจโลกของงูเลี้ยง สังคมของคนรักงูสวยงามและชุมชนผู้รักสัตว์เลื้อยคลานของไทย - ชีวิตสุนัขไร้เจ้าของ ศึกษาติดตามชีวิตประจำวันของสุนัขไร้เจ้าของ และพบว่ามีรูปแบบการใช้ชีวิตที่ชัดเจน มีอาณาเขตและการแบ่งพื้นที่ของการหากินอย่างมีแบบแผน - ทำไมเราจึงเกลียดแมลงสาบ? แมลงสาบในสังคมวัฒนธรรม ศึกษาปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสัตว์และที่ทางของสัตว์ในสังคมมนุษย์ - ไปสวนสัตว์ ดู (สวน)สัตว์ แสดงให้เห็นว่าความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ นั้นเชื่อมโยงกับการเดินทาง การสำรวจ การปกครอง - สัตว์ศึกษา: สู่โลกหลังภาพแทน ชี้ให้เห็นถึงบทบาทของทฤษฎีหลังมนุษยนิยม ที่ตั้งคำถามกับแนวทางที่ยกมนุษย์ให้เป็นศูนย์กลางของการให้ค่าความหมายทางวัฒนธรรมและการยกให้มนุษย์เป็นองค์ประธานของการผลิตความรู้

250 pages, Paperback

Published January 1, 2016

3 people are currently reading
24 people want to read

About the author

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
1 (9%)
4 stars
4 (36%)
3 stars
4 (36%)
2 stars
1 (9%)
1 star
1 (9%)
Displaying 1 - 4 of 4 reviews
Profile Image for Ariya.
590 reviews72 followers
April 20, 2018
ประเด็นที่ตั้งต้นในบทความน่าสนใจมาก หลายเรื่องเหมาะกับเขียนเป็นเรื่องยาว และลงรายละเอียด เช่นเรื่องแมลงสาบ นกกรงหัวจุกที่มีความสัมพันธ์กับมนุษย์อย่างลึกซึ้ง (คนน่าจะมีคนทำงานสายมานุษยวิทยา นำจิตวิเคราะห์มาศึกษาเรื่องนี้ต่อ)

แต่ความคิดตั้งต้นของการนำเสนอแง่มุมสัตว์ในที่นี้ ไม่เป็นไปด้วยกันกับเนื้อหาบทความที่กระจัดกระจายและไม่ครอบคลุม (หรือเพราะเป็นกลวิธีเล่นกับ "ความหลากหลาย" ซับซ้อนของ สิงสาราสัตว์อันมากมาย?) บางเรื่องเป็นบทความเล่าประสบการณ์ เป็นสารคดี ไม่ก็เป็นบทความวิชาการ บางบทเขียนเหมือนสเตตัสเฟซบุ๊ค มีไทยคำอังกฤษคำด้วยซ้ำ จนอดตั้งข้อสังเกตไม่ได้ว่า ทำไมถึงยกสัตว์บางจำพวกขึ้นมาพูด เพราะกระแสความสนใจในแวดวงวิชาการตอนนี้อย่างนั้นหรือ อะไรคือมาตรฐานในการหยิบยกงานแต่ละชิ้นมารวมเล่ม

เนื้อหาบางบทนั้นดูแทบจะไม่ผ่านการแก้ภาษา หรือการร้อยเรียงให้เนื้อหาเป็นเนื้อเดียวกันเลย มันจึงเป็นหนังสือความเรียงที่อ่านเพลิน อ่านสนุก อ่านจบแต่ละบทได้ในตัวเอง แต่ในภาพรวมแล้ว ไม่นำไปสู่คำถามเชิงปรัชญาที่บรรณาธิการตั้งไว้ว่า ได้แสดงความพยายามที่จะศึกษาโลกของความเป็นอื่น หรืออ่านแล้วอาจจะทำให้เรากลับมาพิจารณาความซับซ้อนของความเป็นมนุษย์และสัตว์ให้ลึกซึ้งมากเท่าที่ควร


จริงๆ ควรเป็นลิสต์หนังสือที่อ่านจบปีที่แล้ว แต่ตอนนั้นคงลืมบันทึกเล่มนี้ไว้ใน Goodreads จนเพิ่งเข้ามารีวิวตอนนี้ แอบสงสัยว่าทำไมใน database มี community reviews เล่มนี้น้อยมาก ทั้งที่ดูน่าจะเป็นเล่มที่แปลกใหม่และน่าสนใจ แต่มีคนอ่านจนถึงตอนนี้ (นับเฉพาะในเว็บนี้) แค่ 2 คน?
Profile Image for Pawarut Jongsirirag.
705 reviews138 followers
October 29, 2021
มานุษยวิทยาว่าด้วยสัตว์

เป็นอีกเขตเเดนทางวิชาการที่ผมไม่ค่อยคุ้นชินเท่าไหร่ ส่วนมากการศึกษาสัตว์ที่ผมเคยอ่านจะไปทางวิทยาศาสตร์มากกว่า พอมาเจอเล่มนี้ที่ศึกษาทางด้านมานุษยวิทยา เลยเป็นของใหม่ที่ค่อนข้างน่าสนใจ

ความใกล้เคียงที่สุดในการศึกษาสัตว์ของผมคือ การกดไลก์รูปหมาเเมวน่ารักๆในเฟสครับ (ฮา) นอกนั้นคือศูนย์เลย เเทบไม่มีความรู้ในด้านสังคมศาสตร์เลย

ที่เล่าขำๆไปนั้นคือจะบอกว่า ต่อให้ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ก็อ่านเล่มนี้เข้าใจครับ เเถมสนุกอีกด้วยนะ

ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจของ บก เล่มนี้หรือเปล่าที่ผมคิดว่าเรียงบทความจากการอ่านง่ายไปหายาก ไต่ระดับไปเรื่อยๆ โดย 3 เรื่องเเรกคืออ่านง่ายเเละสนุกมาก ตั้งเเต่การเลี้ยงนกกรงหัวจุกที่ผมไม่เคยรู้จักเลย อ่านจบเเล้วถึงกับไปเปิดยูทูบฟังเสียงนกกรงหัวจุกร้องว่าเพราะขนาดไหนคนถึงชอบกันขนาดนี้ หลังจากนกเเล้วเราจะไปเจองูครับ เรื่องที่สองคือการทำความรู้จักโลกของการเลี้ยงงูเป็นสัตว์เลี้ยง ที่ไม่ได้มีอะไรน่ากลัวเลย เเถมมีเเต่สีสันสดใสเเละความมุ้งมิ้งเเบบเเผล่บๆของน้อลลงู

หลังจากนั้น เราจะมาเจอสุนัขครับ เป็รนการวิจัยเชิงสำรวจ โลกของสุนัขไร้เจ้าของในหอกอลฟวิว ที่ มธ ซึ่งพอไปดูช่วงเวลาที่ศึกษาก็พบว่า ผมก็อยู่ในช่วงเวลานั้นพอดี เลยนึกภาพตามได้ง่ายมาก เเละไม่เเน่ว่าผมเคยอาจเดินสวนกับผู้เขียนงานนี้ก็ได้

3 เรื่องเเรกคือน้ำจิ้มครับ อ่านง่าย เรียบเรียงเหมือนเราอ่านบล็อกมากกว่าจะเป็นงานวิจัย พอเราตายใจกับสามเรื่องเเรกเเล้ว เราก็จะเจอของจริงกันเเล้วทีนี้

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมอินที่สุดนะครับ กับการศึกษาว่าทำไมคนเราเกลียดเเมงสาป(วะ) สงสัยมากเป็นพิเศษ เพราะโดยลักษณะพื้นฐานเเล้ว เเมงสาปนี่ไม่ได้น่ากลัวเทียบเท่าเเมงมุม งู หรือ สัตว์เเปลกๆเเบบอื่นเลย เเต่เราก็รู้สึกอี๊มากกับเเมงสาป ยิ่งเวลามันบินนี่คือเอาปืนมายิงกันยังน่ากลัวน้อยกว่า ซึ่งเเกนหลักที่ผู้เขียนศึกษาคือการศึกษาผ่านกระบวนการสร้างความรังเกียจทางสังคม ทำให้มานึกว่าหรือว่าจริงๆเเล้วเราถูกทำให้ยี๊จากสังคม มากกว่าเราจะยี๊มันด้วยตัวเอง

ต่อมาอีกสองเรื่อง คือ ประวัติศาสตร์เเละมุมมองทางมานุษยวิทยาว่าด้วยสวนสัตว์ กับ สัตว์ศึกษา สู่โลกหลังภาพเเทน สองเรื่องนี้คือวิชาการโดยเเท้ไม่มีเทียมใดๆทั้งสิ้น อ่านยากเเต่ก็สนุกในการคิดตามมากนะครับ โดยเฉพาะสัตว์ศึกษา ที่ทำให้เห็นว่ามนุษย์กับสัตว์มีความสัมพันธ์ที่เเปลกเเยกอย่างมีนัยสำคัญที่มนุษย์เป็นคนขีดเเบ่งเองมากกว่าที่ "เรา" จะเเตกต่างจาก "สัตว์"

ไต่หน้าผาสูงมาสามลูกเเล้ว ก็จบด้วยบทเบาๆปิดท้ายว่าด้วย มังกร ของ อ.ชัยวัฒน์ ที่เริ่มด้วยน้ำปลาตราหล่าจา !! อาจารย์เขียนเรื่องนี้เเทบจะเป็นสเตตัสเฟสบุ้คเล่าเรื่องเเบบสนุกๆเลยครับ

เป็นการลงยอดเขา โดย อ.ชัยวัฒน์ ที่จบลงอย่างอิ่มเอม เเล้วทำให้ผมรู้ว่าผมควรกลับไปกดไลก์รูปหมาเเมวน่ารักๆต่อไปอย่างเดิม ดีเเล้วครับ .......
Profile Image for Wannida.
125 reviews49 followers
March 12, 2018
เปิดมิติใหม่ของการศึกษา การทำงานวิชาการสำหรับเรามากๆ
ช่วงแรกอ่านแล้วได้แต่นึกทึ่ง ว่าเรื่องอย่างเรื่องสัตว์เลี้ยง นกกรงหัวจุก หมาจรจัด ฯลฯ ก็สามารถนำมาศึกษาและเขียนเป็นบทความวิชาการ กึ่งงานสารคดีได้
ส่วนบทความช่วงท้าย ก็ทำให้เราเห็นการศึกษาเรื่องสัตว์ที่ควบคู่ไปกับมุมมองต่อโลกของมนุษย์ที่เปลี่ยนไป
น่าสนใจมากๆ
ทั้งในแง่ของความเป็น genre และเรื่องของสัตว์ศึกษา/สัตว์วิทยา ฯลฯ ที่ทำให้เรามองความสัมพันธ์ ปฏิสัมพันธ์ระหว่างเรากับสัตว์ อย่างพิจารณาและใคร่ครวญมากยิ่งขึ้น
Profile Image for 🎵.
36 reviews
August 29, 2024
“ดังประโยคอันมีชื่อเสียงว่า ‘ความงามนั้นขึ้นอยู่กับสายตาของผู้เฝ้ามอง’ (‘Beauty is in the eve of the beholder.’) ความงามนั้นไม่ใช่สิ่งที่เป็นสากล มนุษย์ไม่ได้มองโลกด้วยดวงตาเปล่าเปลื่อยของตัวเอง แต่มองผ่านเลนส์ของระบบวัฒนธรรม ดังนั้นความงาม จึงเป็นเรื่องของการนิยามโดยวัฒนธรรม”

ชอบมาก มาก มาก มาก! เป็น non-fiction เล่มแรกที่อ่านแล้วรู้สึกว่านี่มันโคตรจะ my thing เพราะมีหลายประเด็นที่ชอบหยิบมา geek out กับเพื่อนบ่อย ๆ ความเป็นมนุษย์ สัตว์ศึกษา ภาษาและวัฒนธรรม ฯลฯ ไฟในการอ่าน non-fiction ลุกโชนเลยตอนนี้
Displaying 1 - 4 of 4 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.