Jump to ratings and reviews

Veblen in Plain English: A Complete Introduction to Thorstein Veblen's Economics

Most economists will agree that the task of understanding and teaching Veblen is not an easy one. Locating a book for the non-specialist is even harder, and hence the purpose of this book. This pioneering text fully delivers what its title promises - Veblen in Plain English. For the non-specialist and student alike, Professor McCormick illuminates the ideas of Veblen in a manner that is well written and easy to understand. This is a refreshing and most welcome addition to literature on Veblen. The foreword is by Dr. Rick Tilman, another noted expert on Veblen.

172 pages, Hardcover

First published January 1, 2006

Loading...
Loading...

About the author

Ken McCormick

10 books

Ratings & Reviews

What do you think?

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
18 (51%)
4 stars
14 (40%)
3 stars
1 (2%)
2 stars
1 (2%)
1 star
1 (2%)
Displaying 1 - 5 of 5 reviews
Profile Image for Arthur  Taylor.
240 reviews2 followers
September 21, 2026
*** อ่านฉบับแปลไทย ***

ออกตัวก่อนว่า ไม่ได้เข้าใจเท่าไรนะคนับ ถ้ามั่วก็อย่าว่ากันนะ 😂😂😂

เล่มนี้เป็นการแนะนำแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์ของ ธอร์สไตน์ เวเบลน ที่เรียกว่าเศรษฐศาสตร์สถาบัน ซึ่งมีการวิวัฒนาการแบบดาร์วิน โดยต่างจากที่เป็นกระแสอยู่ในช่วงนั้น คือสำนักนีโอคลาสสิค ที่มองว่ามนุษย์มีความต้องการทางผลประโยชน์ในตัวเองแบบสถิต และสำนักมาร์กซ์ที่มองว่าสภาพแวดล้อมประกอบสร้างความต้องการของมนุษย์ แต่เวเบลนบอกว่า มันมีทั้ง nature/nurture ประกอบกัน แล้วก็มี dynamic กันไปไม่หยุดนิ่งคนับ

เวเบลนมองว่ามนุษย์เรานั้นคือ active agent มีสัญชาตญาณในการทำสิ่งต่าง ๆ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือแบบเดี่ยวและกลุ่ม โดยแต่ละอย่างก็มีรายละเอียด เช่น นักล่า พ่อแม่ ช่างฝีมือ การเล่น อะไรพวกนี้คนับ เราไม่ขอลงรายละเอียดนะ เพราะจำไม่ได้ 555 แต่สรุปคือสัญชาตญาณมันมีทั้งเกื้อกูลและขัดแย้งกันเองในระดับเดี่ยวและกลุ่มคนับ ซึ่งก่อให้เกิดความคุ้นชิน (habit) เป็นพฤติกรรม ชุดความคิด แบบแผนปฏิบัติ ซึมลึกมายาวนาน ก่อตัวเป็นสถาบันในสังคมขึ้นมาคนับ

สถาบันในที่นี้ไม่ใช่สถานที่ วัตถุ แต่เพียงเท่านั้น มันรวมถึงแบบแผนปฏิบัติ ประเพณี วัฒนธรรม ชุดความคิด ความเชื่อ สิ่งนามธรรมต่าง ๆ ที่คนในสังคมยอมรับและปฏิบัติร่วมกัน เช่น กฎหมาย การแต่งงาน ทีมฟุตบอล การผูกเนคไท การหยุดงานวันเสาร์-อาทิตย์ อะไรแบบนี้คนับ ซึ่งมันก่อร่างแล้วก็หล่อหลอมสัญชาตญาณมนุษย์ ทั้งสะท้อนและส่งผลซึ่งกันและกันคนับ โดยมีเทคโนโลยีเป็นตัวกระตุ้นให้เกิด dynamic ทั้งหมดคนับ

ในทัศนะนี้ เทคโนโลยี ไม่ใช่วัตถุ อุปกรณ์ และเครื่องจักรเท่านั้น แต่มันคือองค์ความรู้ กระบวนการ ความคิดความเข้าใจต่าง ๆ ที่สร้างเทคโนโลยีขึ้นมา มันคือเครื่องมือที่ไม่ใช่วัตถุ ซึ่งเทคโนโลยีเป็นผลผลิตร่วมกันของสังคม ต้องอาศัยความรู้ของสังคม ถึงแม้สัญชาตญาณช่างฝีมือและการลองเล่นของปัจเจก จะสร้างความรู้ขึ้นมา แต่คนเดียวก็ไม่สามารถมีความรู้ได้ทุกอย่างได้

ยหตัวอย่าง การทำดินสอไม้ ต้องมีเทคโนโลยีเรื่อง แกรไฟต์ทำไส้ดินสอ เรื่องผลิตไม้ทำตัวดินสอ การผลิตอะลูมิเนียมทำที่ครอบยางลบ การผลิตยางทุำยางลบที่ตูดดินสอ แล้วก็เทคโนโลยีในการประกอบทุกอย่างเข้าด้วยกัน นี่ยังไม่พูดเรื่องการบริหารจัดการโรงงาน พนักงาน การจำหน่าย อะไรพวกนี้อีกนะคนับ คือมันต้องอาศัยเทคโนโลยีในระดับของสังคมถึงจะสร้างอะไรต่าง ๆ ขึ้นมาได้ คน ๆ เดียวมันทำไม่ได้หรอก ดังนั้นเทคโนโลยีจึงเป็นของสังคมส่วนรวมคนับ

จากที่ว่ามา สัญชาตญาณ สถาบัน เทคโนโลยี สิ่งเหล่านี้มารวมกันแล้วเกิดความ dynamic ทางเศรษฐศาสตร์ในระดับสังคม โดยเทคโนโลยีเป็นตัวกระตุ้น เพราะมันเปลี่ยนแปลงไว เป็นสิ่งใหม่ แล้วสถาบันถึงเปลี่ยนแปลงตาม กลายเป็นสถาบันใหม่ที่มากำกับตัวเทคโนโลยี รวมถึงหล่อหลอมสัญชาตญาณให้สอดคล้องไปกับสถาบันนี้อีกทีคนับ ประมาณนี้ เช่น การมาของเทคโนโลยี streaming, VOD มันก็ disrupt สื่อ media แบบเดิมไปหมดเลย จนเกิดสถาบันของการ streaming ขึ้นมาในทุกวันนี้ ที่คนทุกคนแทบจะดูหนังอยู่บ้าน มีวัฒนธรรมร่วมกับ content ที่เสพ หล่อหลอมเป็นพฤติกรรมของเราในระดับสัญชาตญาณ อะไรงี้คนับ

ซึ่งความเป็นสถาบันเองก็มีผลต่อสถาบันอื่น ๆ มันก็ส่งผลให้ dynamic เปลี่ยนแปลงกันไปเรื่อย ๆ อะคนับ อย่างสถาบันการดูหนัง streaming ก็ส่งผลให้เกิดสถาบันการรีวิวหนัง ใคร ๆ ก็รีวิวได้ ส่งผลต่อสถาบันของ social media มีกลุ่มรีวิวดูหนังนั่นนี่ คือส่งผลเป็นทอด ๆ ไปหมดเลยคนับ และก็ส่งผลสะท้อนมาที่สัญชาตญาณด้วย ซึ่งบางทีมันก็ขัดแย้งกันเองในสังคม อย่างภาคธุรกิจที่เน้นประโยชน์ส่วนตน ภาคอุตสาหกรรมที่ผลิตเพื่อส่วนรวม ก็เป็นสัญชาตญาณแบบเดี่ยวและกลุ่มที่ขัดกันคนับ อีกอันก็นายธนาคารและเกษตรกร ทั้ง ๆ ที่เกษตรกรผลิตปัจจัยจำเป็น แต่ไม่มีเกียรติเท่านายธนาคารเพราะสัญชาตญาณการเลียนแบบผู้เหนือกว่า ที่หล่อหลอมจากสถาบันต่าง ๆ ผ่านวิวัฒนาการทางสังคมมาน่ะคนับ เป็นแบบนี้

ก็นี่ล่ะคนับ คือเศรษฐศาสตร์แบบดาร์วิน ที่วิวัฒนาการได้ ไม่ได้สถิตหยุดนิ่ง มีปัจจัยจากทั้ง nature/nurture มีความเป็นสถาบันที่ส่งผลต่อกันไป นี่ก็คือสรุปย่อ ๆ ของเศรษฐศาสตร์สถาบันอะคนับ เราก็จำมาและเข้าใจได้แค่ประมาณนี้ล่ะคนับ หวังว่าจะไม่มั่วมากนะคนับ 😅😅😅

โดยรวมก็โอเคคนับ แปลกใหม่สำหรับเราเพราะไม่เคยรู้จัก เวเบลน มาก่อนเลย 555 ซึ่งแนวคิดมันก็ดู make sense อยู่นะ มีเรื่องการบริโภคเพื่อการโอ้อวด เพื่อสถานะทางสังคม ที่อิงจากกรอบสถาบัน อะไรพวกนี้ด้วย แต่เราไม่ได้ขยายความไว้คนับ เล่าแค่แนวคิดพื้นฐานพอ แค่นี้ก็ยาวเฟื้อยละคนับ 555 แต่ก็มีเรื่องสัญชาตญาณ ที่ยังคิดว่าไม่ละเอียดลึกซึ้งพอ ตรงนี้น่าสนใจ แต่เราว่ายัง study ได้มากกว่านี้คนับ anyway ก็อ่านเพลินดีคนับ ลองอ่านกันดูได้คนับ จบละ 😁😁😁
10 reviews
October 23, 2019
Good intro to Veblen’s key economic theories

Quick and easy read, but very informative. Assumes no previous knowledge of the subject matter, suitable for non-experts wanting an initial introduction to Veblen’s work.
Profile Image for Turki Almusiened.
25 reviews3 followers
April 29, 2016
great book. I had difficulty reading Veblen's writing, but this book makes Veblen economics theories so easy to read.
Displaying 1 - 5 of 5 reviews