Jump to ratings and reviews
Rate this book

รวมบทความ ธงชัย วินิจจะกูล #2

โฉมหน้าราชาชาตินิยม

Rate this book
ณ ปัจจุบัน น่าจับตาว่าอุดมการณ์ราชาชาตินิยมใหม่ซึ่งติดพ่วงอยู่กับการเป็นกษัตริย์นักประชาธิปไตยและเป็นที่นิยมของประชาชน (populist king) จะแปลงโฉมปรับตัวไปอย่างไรในบริบทความขัดแย้งของการเมืองเหลือง-แดง ซึ่งกินเวลานานนับทศวรรษแล้วและช่วงเวลาของการเปลี่ยนผ่านก็ใกล้เข้ามาทุกที อีกทั้งคนจำนวนไม่น้อยก็กังขาว่าเครือข่ายสถาบันฯ เป็นปฏิปักษ์กับประชาธิปไตยและนักการเมืองซึ่งได้รับความนิยมสูงสุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทยสมัยใหม่หรือไม่

โฉมหน้าราชาชาตินิยม คือการรวมบทความว่าด้วยประวัติศาสตร์ของธงชัย วินิจจะกูล ที่มีประเด็นแวดล้อมแนวคิดเรื่องราชาชาตินิยมเก่า/ใหม่ หากนับจากปีที่นำเสนอบทความแรกคือ “ประวัติศาสตร์การสร้าง ‘ตัวตน’” (2530) จนถึงบทความล่าสุด “ความรู้เกี่ยวกับตัวตนของไทยภายใต้โลกคับแคบแบบเจ้ากรุงเทพฯ” (2557) น่าทึ่งว่านับเป็นเวลาเกือบ 30 ปีที่ธงชัยครุ่นคิดวิเคราะห์ถึงปริมณฑลต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากประวัติศาสตร์ไทยแบบราชาชาตินิยม หากไม่สำคัญ มีหรือคนคนหนึ่งจะใช้เวลาถึงครึ่งค่อนชีวิตในการพยายามตีแผ่แบมันให้เห็นกันจะๆ

กล่าวสำหรับเรา ฟ้าเดียวกัน หวังว่าการเผยให้เห็น “โฉมหน้า” ของ “ราชา­ชาตินิยม” ผ่านหนังสือเล่มนี้ จะช่วยให้สังคมไทยได้เปิดมุมมองใหม่ๆ ที่ต่างจากมุมมองของเจ้ากรุงเทพฯ ซึ่งครอบงำเรามานานนับศตวรรษ และมุมมองใหม่ๆ นี้อาจมีที่ว่างให้กับประวัติศาสตร์ของประชาชนไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์บาดแผล ประวัติ­ศาสตร์ท้องถิ่น (ที่ข้ามพ้นกรอบอุดมการณ์แบบชาตินิยมที่มีกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลาง) กระทั่งประวัติศาสตร์การสร้างชาติที่ถือกำเนิดจากประชาชนจริงๆ ต่อไปในอนาคต

244 pages, Paperback

Published October 1, 2016

11 people are currently reading
221 people want to read

About the author

ศาสตราจารย์ ธงชัย วินิจจะกูล นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ชาวไทย เกิดและโตที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย อดีตรองนายกองค์การบริหารองค์การนักศึกษามหาวิทยาธรรมศาสตร์อดีตเป็นผู้นำนักศึกษาซึ่งถูกจับกุมในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ต่อมาย้ายไปสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 ปัจจุบันเป็นศาสตราจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประวัติศาสตร์ไทย ที่มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน แมดิสัน สหรัฐอเมริกา

เขามีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในด้านประวัติศาสตร์วัฒนธรรมและวิทยาการของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยุคต้นสมัยใหม่และสมัยใหม่ (คริสต์ศตวรรษที่ 19 และต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20) โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับการปะทะกันทางภูมิปัญญาและวัฒนธรรมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับอารยธรรมตะวันตก ประวัติศาสตร์ความคิดและการเมืองวัฒนธรรมของสยาม/ไทย ตั้งแต่ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ถึงปัจจุบัน ประวัติศาสตร์ชาตินิยม ประวัติศาสตร์ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ความทรงจำ ประวัติศาสตร์บาดแผล และวิธีที่สังคมจัดการกับอดีตที่เป็นปัญหาเหล่านั้น

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
37 (50%)
4 stars
31 (42%)
3 stars
4 (5%)
2 stars
1 (1%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 8 of 8 reviews
Profile Image for รพีพัฒน์ อิงคสิทธิ์.
Author 11 books109 followers
May 11, 2018
เล่มนี้สนุกมาก ให้ภาพแกนกลางความคิดของ อ.ธงชัยได้ชัดเจน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ยังไม่เคยอ่าน Siam Mapped แถมตอนท้ายเล่มก็แซ่บมาก เพราะเป็นการโต้ทางวิชาการระหว่างนักประวัติศาสตร์สองท่าน แต่อ่านแล้วสนุกดี

แนะนำอย่างยิ่งครับ
Profile Image for Thanawat.
441 reviews
October 24, 2020
อิ่มสมอง ไม่สามารถวางหนังสือ ปิดจบ แล้วเข้าใจทั้งหมดได้ทันที แต่ต้องนั่งพัก นั่งคิด นั่งทำความเข้าใจกับข้อมูลที่ทรงพลังที่ได้รับจากหนังสือ ที่มาทำลายมายาคติเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทยลง ทำลายกำแพงเส้นแบ่งเขตแดนในจินตนาการแล้วขยายพรมแดนความรู้ความเข้าใจไปในโลกอีกใบหนึ่ง ที่ “ชาติ” ถูกสร้างขึ้นอย่างชาญฉลาด

ในฐานะมนุษย์เดินดินกินข้าวแกงที่ไม่ได้เรียนมาทางนี้โดยตรง อ่านจบแล้วจับเรื่องราวการสร้างชาติด้วยคติ “ราชาชาตินิยม” ได้หลักๆ อยู่สองอย่าง ซึ่งทำให้ไม่มีทางมองประวัติศาสตร์ไห้เหมือนเดิมได้อีกต่อไป คือ

หนึ่ง อุดมการณ์ราชาชาตินิยมที่ถูกสร้าง
รักชาติ = ต้องรักเจ้า เพราะ ราชา = ชาติ
นี่คือสุดยอดแห่งการสร้างอุดมการณ์ สร้างความเป็น “เรา” ที่ ราชากับชาติ ผูกติด ผสานเป็นเนื้อเดียวกันอย่างเนียนกริ๊บ มันถูกลากโยงมาจากการสร้างชาติด้วยระบบดินแดนของเราที่บูรพกษัตริย์ไปกอบกู้มาจากการโดนตีบ้าง โดนยึดบ้าง การช่วงชิงการให้ความหมายว่า ราชา = ชาติ มันทำให้การควบคุมคนในชาติ กำหนดทิศทางของอุดมการณ์หลักมันดูง่ายขึ้น และเมื่อผลิตซ้ำ มันเลยกลายเป็นความจริง
ดราม่าซาบซึ้งในวีรกรรมกู้ชาติ กู้เอกราชของบรรพกษัตริย์ จากประวัติศาสตร์การเสียดินแดนในฐานะลูกแกะ ที่ถูกหมาป่ามาไล่เขมือบ เพื่อช่วงชิงความหมายและความชอบธรรมในการฟื้นคืนอุดมการณ์กษัตริย์นิยม ภายหลังการปฏิวัติ 2475 ถูกสร้างความหมายขึ้นแถวๆ ยุคหลัง 2500 ที่สฤษฎิ์ต้องการที่จะใช้อุดมการณ์นี้ต่อต้านอำนาจสายคณะราษฎร์
โดยมีผู้ที่เป็นตัวนำเด่นเลยคือกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ที่เขียนเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ขึ้นใหม่ เชิดชูบูชา เพราะว่ากษัตริย์ทำให้เรามีแผ่นดินอยู่ในทุกวันนี้
แต่ผู้เขียนปฏิเสธว่าไม่ กษัตริย์ของเราไม่ได้กู้ชาติจากการเสียดินแดน นำมาสู่ข้อสองที่ว่า

สอง ไทยไม่ได้เสียดินแดน และราชาก็ไม่ได้กู้ชาติ
เรื่องนี้หนักเลย ข้อมูลที่ได้รับมันเปลี่ยนความทรงจำเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่เคยรับรู้ ที่เคยเรียนมาไปทั้งหมด และผู้เขียนให้ความสำคัญมาก ด้วยเหตุที่ว่ามันเป็น narrative หลัก ที่เอามาเชิดชูกษัตริย์ในฐานะผู้กอบกู้เอกราช และพัฒนามาเป็นอุดมการณ์ ราชา = ชาติ หรือราชาชาตินิยม
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?
สยาม-ไทย ในฐานะรัฐสมัยใหม่ ไม่ได้มีประวัติศาสตร์ลากยาวมาจากสุโขทัย - อยุธยา - ธนบุรี - รัตนโกสินทร์ ตามแบบฉบับแบบเรียนไทย ที่มีการรบ การเสียดินแดน สลับกับการกู้ชาติ แล้วจบแบบ happy ending
เจ้าผู้ปกครองสยามกลับมีลักษณะแบบเจ้าอาณานิคมเหนือประเทศราช ไม่ได้ปกครองเหนือ boundery ที่มีขอบเขตดินแดนชัดเจน แต่เป็นอำนาจเหนือกลุ่มคนเสียมากกว่า ตัวเจ้าผู้ปกครองไม่ได้ไปปกครองด้วยตัวเองแต่อาศัยการสวามิภักดิ์ โดยที่เหล่าประเทศราชนั้นก็สวามิภักดิ์ต่อขาใหญ่อื่นๆ ด้วย ทั้งเพื่อเอาตัวรอด ทั้งเพื่อคานอำนาจ นอกจากนี้ ผู้ปกครองสยามยังแทบไม่ได้สนใจเรื่อง boundery ของสยามเองเลยแม้แต่น้อย แต่สิ่งที่สนใจกลับเป็นอิทธิพลเหนือกลุ่มคนเสียมากกว่า ถึงระดับขั้นสามารถยกพื้นที่ดินแดนเล็กๆ ที่ไม่ได้สลักสำคัญให้ฝรั่งเป็นเครื่องตอบแทนได้สบายๆ ส่วนการเขียนเขตแดนนะหรือ ก็ให้ฝรั่งนักทำแผนที่ชี้ทาง ลากเส้นเอา
ที่ peak สุดคือการเสียดินแดนให้ฝรั่งเศสใน ร.ศ. 112 ก็ไม่ใช่การเสียดินแดนที่แท้จริง แต่เป็นการพ่ายแพ้ต่อการแย่งชิงดินแดนระหว่าสยามและฝรั่งเศสในฐานะหมาป่าสองตัวที่มีความแข็งแกร่งต่างกันต่างหาก ไม่ใช่หมาป่ากับลูกแกะตามคำอุปมาในประวัติศาสตร์ และหมาป่าตัวที่อ่อนกว่าอย่างสยามก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้
การสร้างดราม่าเรื่องการเสียดินแดน การกอบกู้เอกราชของบรรพบุรุษจึงเป็นเพียงวาทกรรมซ้ำๆ ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อสร้างความเป็น “พวกเรา” ให้เชิดชูบรรพกษัตริย์ กล่อมประชาชนเดินดินกินข้าวแกงให้อุทิศตัวเพื่ออุดมการณ์ราชาชาตินิยม

หนังสือเล่มนี้อ่านไม่ง่าย ซึ่งหนังสือของ ธงชัย วินิจกูล อ่านไม่งานซักเล่ม
แน่นอนว่าไม่มีใครรู้ว่าทฤษฎีที่ ธงชัย วินิจกูล เขียนมันอธิบายประวัติศาสตร์ชาติไทยได้จริงหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ คือ หลักฐานอ้างอิงในหนังสือเล่มนี้น่าจะมีเยอะกว่าหนังสือประวัติศาสตร์ตามแบบฉบับราชการที่เราเรียนกันมา
การอ่านหนังสือเล่มนี้ เหมือนได้ไฟฉายแรงๆ ที่ส่องมาตรงๆ ที่ดวงตา ช่วยให้สว่างจ้ามากขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน
Profile Image for Tanan.
234 reviews47 followers
April 3, 2021
#โฉมหน้าราชาชาตินิยม เล่มนี้เป็นหนังสือรวมบทความว่าด้วยประวัติศาสตร์ของอาจารย์ธงชัย ว่าด้วยแนวคิดเรื่องราชาชาตินิยมทั้งเก่าและใหม่ หากนับจากบทความแรกที่นำเสนอในปี 2530 จนถึงบทความสุดท้ายที่นำเสนอในปี 2557 และรวมถึงปัจจุบัน นั้นเท่ากับว่าอาจารย์ธงชัยพยายามเผยโฉมหน้าประวัติศาสตร์มาเป็นเวลากว่า 30 ปี

.
แล้วราชาชาตินิยมคืออะไร?

.
อาจารย์เรียกชาตินิยมที่มีอำนาจครอบงำในสังคมไทยว่า "ราชาชาตินิยม" คือชาตินิยมภายใต้กษัตริย์ ประวัติศาสตร์แม่บทของราชาชาตินิยมนี้ว่าเป็นเรื่องเล่าว่าด้วยการต่อสู้เพื่อเอกราชของชาติภายใต้การนำของพระมหากษัตริย์ ซึ่งโครงเรื่องก็คือ
ถูกต่างชาติคุกคาม
พระมหากษัตริย์ผู้ทรงปรีชาสามารถนำการต่อสู้จนกอบกู้หรือรักษาเอกราชไว้ได้
เกิดความสันติสุข เจริญรุ่งเรืองดังเดิม

.
เนื้อเรื่องประวัติศาสตร์ไทยจะวนลูปและถูกปลูกฝังด้วยแนวคิดนี้ โดยเฉพาะช่วงหลังเราจะเห็นได้จากหนังสือแบบเรียนในการศึกษาภาคบังคับที่มีเนื้อหาในลักษณะ เช่นพระมหากษัตริย์ทรงพระปรีชา ทรงตรากตรำทำงานหนักกว่าพวกเรา เราต้องหวงแหน ปกป้อง รักษาสถาบันหลักของชาติไว้(ตัวอย่างแบบเรียนสามารถพบเห็นได้ทั่วไป) น่าสนใจว่าหนังสือแบบเรียนภาคบังคับในปัจจุบันนี้ จะสามารถทำให้เด็กเล็กที่จะกลายเป็นผู้ใหญ่ในวันข้างหน้าเชื่อในสิ่งที่รัฐเพียรพยายามปลูกฝังมาได้หรือไม่ (เฉพาะย่อหน้านี้เป็นมุมมองส่วนตัว)

.
กลับมาที่มุมมองในหนังสือ แนวคิดด้านบนก็มักจะพูดถึง การเสียดินแดน การปกป้องดินแดน (เมื่อใช้คำว่า เสียดินแดน หรือ ปกป้อง ดินแดน นั่นย่อมสะท้อนว่าผู้พูดคิดว่าเดิมทีดินแดนเหล่านั้นเป็นของเรา) คำถามคือเราเสียดินแดนจริงหรือเปล่า

.
เกี่ยวกับเรื่องเสียดินแดนนี้ หลายท่านที่อ่านประวัติศาสตร์ไทยสมัยใหม่คงทรา��อยู่ดีแล้ว แต่ผมก็ขอสรุปตามหนังสือไว้อีกครั้งนะครับ โดยด้านล่างเป็นเนื้อหาจากบทที่ 5 "'เสียดินแดน' เป็นประวัติศาสตร์หรอกไพร่ไปต���ยแทน (เพราะ "ไทยไม่เคยเสียดินแดน)"
การเสียดินแดน วางอยู่บนความเข้าใจประวัติศาสตร์อย่างผิด ๆ 4 ประการ

๑) เข้าใจผิดว่ารัฐสมัยเก่าถือเอาการครอบครองดินแดนเป็นเรื่องใหญ่
ความจริงคือ รัฐสมัยเก่าไม่ถือการครองดินแดนเป็นเรื่องสำคัญ ไม่มีเส้นเขตดินแดนที่ปกครองชัดเจน หลายครั้งที่เจ้าผู้ครองนครยกดินแดนให้กันง่าย ๆ

.
๒) เข้าใจผิดว่าเมืองขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของอธิปไตยของรัฐเจ้าพ่อที่ใหญ่กว่า
ความจริงคือ เมืองประเทศราชยังคงมีอำนาจเหนือเมือง วัง ไพร่ฟ้า และเขตอิทธิพลของตัวเอง เพียงแต่ไม่ถือว่าอิสระ เพราะต้องยอมสวามิภักดิ์ต่อรัฐที่ใหญ่กว่า

.
๓) เข้าใจผิดว่าเมืองขึ้นหรือประเทศราชหนึ่งย่อมขึ้นต่อเจ้าพ่อรายใหญ๋เพียงรายเดียว
ความจริงคือ ประเทศราชแทบทั้งหมด ก็เป็นเมืองขึ้นของเจ้าพ่อรายใหญ่อื่น ๆ ไปพร้อม ๆ กันด้วย เช่น พม่า เวียดนาม

.
๔) เข้าใจผิดว่าดินแดนรัฐสมัยเก่ากำหนดชัดเจนแน่นอนว่าตรงไหนของใคร จึงสามารถพูดได้ว่าไทยเสียดินแดนไปกี่ครั้ง กี่ตารางกิโลเมตร
ความจริงอย่างที่อธิบายมาข้างต้น สมัยก่อนไม่ได้กำหนดเส้นเขตแดนชัดเจน เพิ่งจะมามีการกำหนดเขตแดนกันเมื่อมีกรณีพิพาทกับชาติตะวันตกนี่เอง
เกี่ยวกับเรื่องนี้ผมจะลงรายละเอียดอีกทีตอนรีวิวหนังสือ Siam mapped #กำเนิดสยามจากแผนที่ ครับ

.
โดยสรุปคือ แผ่นดินที่เราเรียกว่าเสียดินแดนนั้น เดิมทีก็ไม่ใช่ของไทยมาตั้งแต่ต้น แต่เป็นของลูกแกะอย่างประเทศราช แล้วถูกหมาป่าตัวเล็กอย่างสยาม กับหมาป่าตัวใหญ่อย่างฝรั่งเศส อังกฤษ ฉีกทึ้งเอาดินแดนเหล่านั้นมาเป็นของตัวเอง เพียงแต่ว่าหมาป่าตัวเล็กกว่าอย่างสยามได้ส่วนแบ่งมาน้อยกว่าหมาป่าตัวใหญ่เท่านั้นเอง

.
ในแง่นี้คืออย่าว่าแต่เสียดินแดนเลย ไทยเราได้ดินแดนเพิ่มมาด้วยซ้ำ (แค่ได้เพิ่มมาน้อยกว่าที่อยากได้)

.
สำหรับผมเล่มนี้เป็นเหมือนส่วนขยายของเล่มอื่น ๆ ในชุด และเป็นทั้งสรุปย่อไปพร้อม ๆ กัน เป็นส่วนขยายของเล่มอื่น ๆ หมายถึง ผู้อ่านอาจจะต้องมีพื้นความรู้มาระดับหนึ่งก่อน แล้วค่อยมาอ่านเพิ่มเติมในเล่มนี้ ในขณะเดียวกันเนื้อหาบางบทก็เป็นเหมือนสรุปย่อของเล่มอื่น เช่น บทที่ 5 เป็นสรุปย่อของหนังสือ "Siam mapped" ส่วนบทที่ 7 เป็นเหมือนสรุปแนวคิดของหนังสือ "คนไทย/คนอื่น" เป็นต้น

.
อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจคือ ภาคผนวก ซึ่งเป็นการตอบโต้กันทางวิชาการของอาจารย์สายชล สัตยานุรักษ์ กับอาจารย์ธงชัย วินิจจะกูล อ่านเพลิน ๆ ก็สนุกดีให้รู้ว่านักวิชาการเวลาเขาตอบโต้กันเขาทำแบบนี้ หักล้างกันตามมุมคิดและข้อมูล การศึกษาประวัติศาสตร์ควรเป็นแบบนี้ ไม่ยึดติดกับมัน ทุกอย่างควรเอามากางบนโต๊ะและพูดคุยกันได้แบบนี้ ไม่ใช่แบบตำรวจวิชาการที่ #ฟ้าเดียวกัน เจอเมื่อไม่กี่วันก่อน

.
โดยสรุป หนังสือเล่มนี้อาจจะไม่ปังเท่าเล่มอื่นในชุดของอาจารย์ธงชัย แต่ก็สำคัญและทำให้เห็น "โฉมหน้า" ของ "ราชาชาตินิยม" ที่ครอบงำสังคมไทยในปัจจุบันได้ชัดเจนยิ่งขึ้นครับ (แต่เดี๋ยวก่อน ประโยคข้างต้นฟังดูเป็นแง่ลบใช่ไหม? งั้นขอแก้เป็น หนังสือเล่มนี้ทำให้เห็น "ภาพ" แห่งการ "เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์" ที่อยู่คู่ปวงชนชาวไทยมายาวนานตั้งแต่สมัยสุโขทัยได้ชัดเจนยิ่งขึ้นครับ)
Profile Image for Terdsak Jaidee.
70 reviews
April 28, 2020
ประวัติศาสตร์มันขึ้นอยู่ที่ใครเขียน หรือดูจากมุมมองด้านไหน แต่ที่ชื่อถือไม่ได้มากที่สุดคือแบบเรียนจากกระทรวงศึกษา
23 reviews
September 16, 2022
เรื่องราวทางประวัติศาตร์ที่แสดงให้ผู้อ่านได้เกิดมโนทัศน์ในมุมมองใหม่ของประวัติศาสตร์ชาติไทย ด้วยประสบการณ์ที่ผมได้เรียนรู้ระหว่างได้เข้ารับการศึกษาวิชาทหาร ในช่วงมัธยมปลาย ก็จะต้องเรียนรู้ประวัติศาสตร์การเสียดินแดนของไทย ที่กระตุ้นผู้เรียนให้เกิดความรู้สึกรักชาติและตระหนักถึงภัยของชาวต่างชาติ ในขณะเดียวกันกระแสสังคมขณะนั้นก็มีการนำเสนอประวัติศาสตร์ไทยรบพม่า การเสียกรุง 2 ครั้ง การกระตุ้นให้เกิดความรักชาติที่มักจะถ่ายทอดผ่าน ละคร ภาพยนต์หรือสื่อต่างๆ อยู่เนืองๆ ซึ่งไม่เคยฉุกคิดหรือค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมสาเหตุและที่มาซึ่งส่งผลให้การตัดสินใจของผู้นำในอดีตของชาติไทย อะไรเป็นแรงขับเคลื่อน ข้อขัดแย้ง แรงสนับสนุนมีอะไรบ้าง

หนังสือเล่มนี้ก็ได้นำเสนอประวัติศาสตร์ผ่านหลักฐานทางประวัติศาสตร์ และเสนอให้เราเข้าใจมุมมองเรื่องของภูมิศาสตร์แผนที่ และกระตุ้นให้เราได้รู้จักกันการศึกษาเชิงวิพากษ์ เพราะประวัติศาสตร์คืออดีตอันเกิดขึ้นแล้วและส่งผลต่อเราในปัจจุบัน ที่เราไม่สามารถทราบถึงประสบการการรับรู้ในแบบเดียวกับผู้ที่มีชีวิตอยู่ในช่วงเวลาดังกล่าว และประวัติศาสต์เท่าที่เราทราบก็เป็นเพียงตัวหนังสือที่เขียนขึ้น ดังนั้นผู้ที่ศึกษาก็จะได้มองในมุมเดียวกับผู้บันทึกนั้นเอง ในทางตรงกันข้ามเราแทบจะไม่เคยตั้งคำถามที่ต่างออกไปเลย

โฉมหน้าราชาชาตินิยม นำเสนอมุมมองประวัติศาสตร์ชาติไทยในช่วงก่อนที่จะเกิดนโยบายชาตินิยมในช่วงที่ลัทธิล่าอาณานิคมแผ่ขยายจนส่งผลกระทบต่อสยามในช่วงเวลานั้น ผู้ปกครองรัฐไทยมีความคิดและตัดสินใจอย่างไรในช่วงเวลาดังกล่าว ช่วงเวลาที่ข้อมูลและการรับรู้ที่เกี่ยวกับการเมืองการปกครองที่มีลักษณ์เฉพาะมีความแตกต่างกันระหว่างโลกตะวันออก และโลกตะวันตก

กระตุ้นให้ผู้อ่านได้ลองทบทวนและฉุกคิดถึงสาเหตุและที่มาของระบบความคิดที่คนในประเทศมีความรู้สึกต่อสถาบันในประเทศไทย ทั้งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ลองทบทวน-ตั้งคำถามต่อประสบการณ์ที่เราได้ศึกษาผ่านตำราหรือสื่ออะไรก็ตาม เราตั้งคำถามและมีคำตอบให้กับตัวเองอย่างไร

นอกจากจะพูดถึงเรื่องราวทางประวัติศาสต์ในรูปแบบหนึ่งเท่านั้น เป็นข้อมูลอันหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องถูกหรือผิด หากแต่เป็นองค์ความรู้อย่างหนึ่งให้เราได้ทราบและนำไปคิดเพิ่ม นอกจากนี้คุณประโยชน์อย่างหนึ่งได้ผมได้จากการอ่านหนังสือเล่มนี้คือวิธีการคิดแบบเปลี่ยนมุมมอง จากเดิมที่เคยชินกับการคิดในรูปของการให้เหตุผล เพราะเหตุนี้จึงเป็นเช่นนั้น แต่เปลี่ยนเป็นการคิดว่าทำไมจึงเกิดเหตุนี้ หรือสาเหตุนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไรแล้วทำไมไม่เป็นอย่างอื่น ซึ่งเพิ่มมุมมองวิธีการคิดของเราอย่างมาก และลดการตัดสินข้อมูล ที่อาจจะกระทบต่อโอกาสในการรับรู้ข้อมูลใหม่ๆของเราได้
This entire review has been hidden because of spoilers.
10 reviews
April 11, 2021
Contrary to most of the comments posted, I didn’t find this book to be that revelating regarding the critique of Thai history. Nevertheless, the author was able to make his points and back them with details in concise manner. If you have been following the writing pieces of the liberal side of the Thai political figures/academics, nothing in this book would come as an “eye-opener” for you. Still a good read for those wanting to dig deeper into how ultra-nationalist-monarchist became the cornerstone of Thai politics through the lens of the Thai historical context.
Profile Image for PP.
114 reviews
September 11, 2017
ผู้เขียนเสนอว่าไอเดียเรื่องสยาม "เสียดินแดน" และไอเดียชาตินิยมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องล้วนมีจุดเริ่มต้นมาจากวิกฤตการณ์ ร.ศ.112
สไตล์การเขียนเป็นแบบหนังสือวิชาการฝรั่ง หนังสือแนวนี้หาซื้อได้ยาก ที่หนึ่งที่พอหาซื้อได้คือร้านหนังสือตรงแถวอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
Profile Image for nisemono偽者.
220 reviews23 followers
March 31, 2025
หนังสือของอาจารย์ธงชัย พาผู้อ่านไปค้นหาประเด็นที่น่าสนใจ เกี่ยวกับ ความชาตินิยม และความเป็นไทย ก่อร่างสร้างตัวเนื่องจากอะไร ประวัติศาสตร์ชาติไทยจริงๆแล้ว เกิดขึ้นตอนไหน เกิดกี่โมง ลาวเป็นอาณานิคมของไทยจริงดิ และ fact check มากน้อยแค่ไหน ก็คล้ายๆกับอ่าน กำเนิดสยามจากแผนที่นั่นแหล่ะ เพียงแต่ย่อยมาอีกระดับนึง และเจาะความสำคัญของชนชั้นสูง ซึ่งมีเอี่ยวสำคัญอย่างยิ่งกับประวัติศาสตร์(ที่เพิ่งสร้าง)ความยิ่งใหญ่ของสยามหรือไทยแลนด์นั่นเอง
Displaying 1 - 8 of 8 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.