Jump to ratings and reviews
Rate this book

ความว้าเหว่แห่งเอเชีย

Rate this book

240 pages

3 people want to read

About the author

นักเขียนและกวีหนุ่มจากเผ่าพันธุ์มนุษย์ผู้รักสงบทางคาบสมุทรภาคใต้ เริ่มงานเขียนหนังสืออย่างจริงจังเมื่อลาออกจากงานประจำที่หนังสือพิมพ์การเมืองรายสัปดาห์ฉบับหนึ่ง หลังเหตุการณ์พฤษภาคม 2535

ได้รับรางวัลดีเด่นงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ปี 2547 จากรวมเรื่องสั้น "เรื่องเล่าของคนบันทึกเรื่องเล่าที่นักเล่าเรื่องคนหนึ่งเล่าให้เขาฟัง"

ปี 2550 ได้รับการคัดเลือกให้เป็นศิลปินดีเด่นรางวัลศิลปาธร จากสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม

เป็นนักเขียนและกวีคนแรกที่มีผลงานเข้ารอบสุดท้ายรางวัลซีไรต์ 4 ปีติดต่อกันรวม 5 เล่ม

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
1 (100%)
4 stars
0 (0%)
3 stars
0 (0%)
2 stars
0 (0%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 of 1 review
Profile Image for Ariya.
595 reviews72 followers
January 19, 2016
เราไม่ค่อยได้อ่านงานเขียนของนักเขียนไทยเลย และแทบไม่รู้จักนักเขียนที่ได้รับการกล่าวถึงเท่าไหร่ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเราเชื่อว่า การอ่านหนังสือที่เขียนเกี่ยวกับเรื่องใกล้ตัว จะทำให้เราถอนอคติออกจากเรื่องเล่าที่ make believe ขึ้นมาไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาตรงกับจริตที่เราอยากอ่าน เช่นเดียวกับคำพูดที่ว่า "เรามักจะเชื่อในสิ่งที่เราอยากเชื่อ" หรือต่อเมื่อเป็นสิ่งใกล้ตัว เราไม่สามารถแยกเจตนาตัวเองต่อเรื่องที่กำลังรับฟังอยู่ได้ และลงเอยด้วยการมองว่างานเขียนชินนั้นกำลังสะท้อนสังคม หรือพูดแทนความจริงทั้งหมด หรือกระทั่งการชื่นชมตัวบุคคลมากกว่างานเขียน ซึ่งเรามองว่าเป็นผลลัพธ์ที่ล้มเหลวที่สุดในฐานะนักอ่าน เราเลยกลัวความมีอคติของเราต่อเรื่องใกล้ตัวมากๆ และเคยเชื่อว่าการอ่านงานของนักเขียนชาติอื่นที่สะท้อนสังคมในระดับสากล จะช่วยให้เรามองเห็นภาพสังคมที่เราอยู่ได้ดีกว่า เพราะเราเอาตัวเองออกห่างมามากพอสมควรจนเห็นสิ่งที่คนรอบข้างไม่สนใจ

ทั้งนี้ไม่ได้บอกว่าหนังสือรวบรวมงานเขียนของศิริวรทำให้เราหลุดจากอคติตัวเองได้หรอก อันที่จริงมันแทบจะเต็มไปด้วยอคติและความคิดทางการเมืองอัดแน่นอยู่เต็มไปหมด แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ศิริวรเชื่อในสิ่งตัวเองกำลังเขียนอยู่จริงๆ ไม่ใช่แค่ประเด็นผิวเผิน แต่พูดถึง butterfly effect ของการกระทำหนึ่งไปสู่อีกการกระทำ หรือผลกระทบทางจิตใจที่แม้แต่ผู้ตกเป็นผู้ร่วมเหตุการณ์ยังไม่อาจทำความเข้าใจได้ทั้งหมด จนเหตุการณ์ความรุนแรง ทั้งทางภัยพิบัติ การเมือง และระดับปัจเจกถูกทิ้งให้ตกตะกอนอยู่ในจิตใจ หรือเปลี่ยนสภาพกลายเป็นภาพลวงตาเพราะตัวละคร (และคนอ่าน) ไม่สามารถทำความเข้าใจรอยต่อที่ประสานกันไม่ได้ระหว่างภาพในใจ กับความรุนแรงของเหตุการณ์รอบตัว เหมือนที่เรากับเพื่อนเคยพูดถึงเหตุการณ์ทางการเมืองในประเทศนี้ว่า แม่งเซอร์เรียลเหี้ยๆ เพราะเรานึกคำอื่นไม่ออก ณ จุดๆ หนึ่งภาษาไม่สามารถนำสารจากสิ่งที่เราคิดออกมาได้ทั้งหมดเพราะสิ่งที่อยู่ตรงหน้าซึ่ง too absurd to explain

ในขณะที่กลอนของศิริวรไม่ได้มีอารมณ์ที่รุนแรงเท่า แต่เป็นกลอนเปล่าที่เรียบง่ายและเถรตรง ด้วยถ้อยคำไม่กี่คำที่เล่าในเชิงกวีแนวทดลอง ทำให้บทกวีหลุดออกจากกรอบและความ “งดงาม” ทางภาษาซึ่งเหมาะกับสังคมทีทั้งคนอ่านและคนเขียนอาศัยอยู่ขณะนี้ ขุ่นคลั่กไปด้วยมลพิษเกินกว่าที่จะมองเห็นความคล้องจองเป็นสุนทรียะอีกแล้ว คงมีแต่จุดไข่ปลาและการท่องประโยคเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกการเริ่มต้นของบทใหม่ เพื่อบอกว่าสิ่งที่เรากำลังรู้สึกคือความเงียบของการถูกปิดปากและการย้ำรอยเดิมของประวัติศาสตร์อยู่อย่างนั้น


Displaying 1 of 1 review

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.